เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 : อดีต

ตอนที่ 15 : อดีต

ตอนที่ 15 : อดีต


ทไวเซอร์ไม่พอใจกับการผูกเขาอีกแล้ว เขาถอดปลอกคอและยั่วยุให้เทียนหลงหนี

แต่ละครั้งที่เทียนหลงพยายามหนี แม้ว่าจะใช้ความรู้ที่ได้มาจากอินเทอร์เน็ต เขาก็ทำพลาดและโดนทำร้ายอย่างรุนแรงและถูกพาตัวกลับมาเหมืนกับหมาที่สะบักสะบอม

ทไวเซอร์ดีใจทุกครั้งราวกับว่าเขามีความสุขกับการล่า

ซึ่งที่จริงแล้ว เขามักจะสร้างแรงกระตุ้นให้เทียนหลงหนีอยู่เป็นระยะ ๆ

หลังจากความพยายามหนีที่ล้มเหลวหลายครั้ง เทียนหลงก็รู้ตัวแล้วว่ามันเป็นเพียงแค่คำโกหกและกับดัก

=====

สี่ปีผ่านไปในที่สุด

เทียนหลงนั่งอยู่ข้างคอมพิวเตอร์

“เจ้าโง่ ถึงเวลาแล้ว”

เสียงดังมาจากนอกประตู

ทไวเซอร์เข้ามาในห้องและเริ่มทุบตีเขาอีกครั้งราวกับว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำในทุกวัน

‘ทำไมเจ้าโง่นี่ถึงทำร้ายเราไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเลย? มันเหมือนกับการช่วยตัวเองรึไง?’

เทียนหลงคิดเรื่อยไปขณะที่ถูกทำร้าย แต่เขาก็ไม่สนใจอีกแล้ว การโดนทำร้ายเช่นนี้เหมือนกับเรื่องปกติของเขาไปแล้ว

ดาวิสในตอนนี้เชื่อมโยงความรู้สึกกับเทียนหลงได้มากกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ความเจ็บปวด มันรุกล้ำเขาเข้ามาทีละน้อย

เขาแทบจะลืมไปแล้วว่าเขามาที่นี่เพื่ออะไรและรู้สึกเหมือนกับที่เทียนหลงรู้สึก ในสายตาเขามีเพียงแต่จิตสังหาร เขาเริ่มเกลียดชังโลกเหมือนกับเทียนหลง เขาโทษทุกคนบนโลกนี้

หลังจากทำร้ายเทียนหลงแล้วทไวเซอร์ก็เหลือบมองคอมพิวเตอร์

“ฮ่าฮ่าฮ่า นิยายจีน? กำลังภายในเรอะ? แกเสพติดเรื่องพวกนี้สินะ?”

เทียนหลงเพียงแค่เงียบ

ทไวเซอร์ยิ้มราวกับคิดอะไรได้

“แกอยากจะไปโลกแฟนตาซีรึเปล่าล่ะ?”

ทไวเซอร์ถามอย่างเป็นปริศนา

ในที่สุดก็มีความเคลื่อนไหวในตาเทียนหลง เขามองทไวเซอร์แต่ก็ละสายตาไป

เทียนหลงรู้ตัวทันทีว่าเขากำลังถูกเล่นอยู่ แต่เขารู้สึกว่าโลกอื่นนอกเหนือจากโลกใบนี้ย่อมดีกว่าที่เป็นอยู่ ลึกในดวงตาเขารู้สึกว่าอยากจะหนีไปจากหลุมนรกนี้ให้ได้

แต่เขาไม่กล้าที่จะหนีอีกแล้วหลังจากความล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน

ทไวเซอร์รู้ว่าเขาเรียกร้องความสนใจได้สำเร็จ เขารีบพูด

“ชั้นจะบอกอะไรดี ๆ กับแกให้”

ทไวเซอร์มั่นใจว่าแผนของเขาได้ผล

“เคยได้ยินเรื่องศิลาข้ามโลกไหม? หึหึ แกอาจจะยังไม่รู้ แต่ชั้นใช้แหล่งข้อมูลตามหามันได้เร็ว ๆ นี้เอง…”

ดาวิสที่ยืนดูเหมือนกับผู้ชมดูสับสน เขาคิดว่าเขานึกบางอย่างได้แต่ก็ไม่ใส่ใจอะไร

ทไวเซอร์เรียกแผนที่โลกที่ทำเครื่องหมายไว้สองสถานที่

“หึหึ เห็นที่จุดไว้ไหม? จุดแรกเป็นตำแหน่งศิลาข้ามโลก ด้วยอีกที่คือค่ายกลที่เชื่อมโยงกับโลกอีกใบ…”

ทไวเซอร์ยิ้มอย่างลึกล้ำ

เทียนหลงมองเขาอย่างกังขา

“โอ้ ไม่เอาน่า ชั้นเคยโกหกแกงั้นเหรอ?”

ใช่ ทไวเซอร์ไม่เคยโกหกแม้สักครั้งยกเว้นแต่เรื่องที่อ้างว่ารู้จักพ่อแม่ของเขา แต่ที่เขาพูดว่าไม่โกหกนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องจริง

“ที่แกต้องทำก็แค่ไปหาศิลาข้ามโลกและเดินทางไปที่ค่ายกลที่วัดหนึ่งแอบคุ้มครองเอาไว้”

“ชั้นทิ้งโอกาสนี้ให้แกเชียวนะ!”

ทไวเซอร์ยิ้มอย่างห่วงใย แต่ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มชั่วร้ายทันที

“แต่แกคิดว่าแกจะหนีไปจากชั้นได้งั้นเหรอ?”

เทียนหลงทำเหมือนกับกำลังใช้ความคิด แต่เขารู้ว่ามันเป็นการรนหาที่ตายถ้าเขาออกไป

ทไวเซอร์คิดว่าเขาปลุกความคิดให้เทียนหลงหนีสำเร็จ เพราะเทียนหลงหยุดหนีมานานแล้ว

======

หลังจากหกเดือน เทียนหลงยังคงไม่แสดงท่าทีว่าจะหนี

นี่มันให้ทไวเซอร์โกรธมากและเริ่มซัดเทียนหลงไปทั่วเหมือนกับลูกบอล

เทียนหลงยิ่งอดทนต่อการทำร้ายร่างกายได้มากขึ้นส่วนจิตสังหารในดวงตาก็แทบจะทะลักออกมา

ทไวเซอร์มองเห็นจิตสังหารและมันยิ่งทำให้เขาตื่นเต้นและสนุกสนานกว่าเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันนี้ทำให้เทียนหลงรับรู้ถึงมันด้วยความเจ็บปวด และบางทีชีวิตของเขาก็อาจจะจบลงไปแบบนี้…

======

อีกหกเดือนผ่านไป

ยามรุ่งสาง

เทียนหลงจ้องมองนอกหน้าต่าง เขาปรารถนาที่จะหนีไปจากนรกนี้แต่ก็ไม่กล้าทำ

ในตอนที่เทียนหลงจ้องมองด้านนอกอยู่นั้นเอง เขาก็เห็นหนังสือเล่มหนึ่งหล่นลงมาจากฟ้า เขาตกใจและในขณะเดียวกันก็มิอาจเชื่อสายตา

เขาแทบจะมั่นใจว่าเขาเริ่มเห็นภาพหลอน

เขาส่ายหน้า ขยี้ตา แต่ยังคงมองเห็นมันอยู่

หนังสือตกลงมาจากฟ้าไปหล่นที่หลังต้นไม้ใกล้กับสวนไม่ไกลจากหน้าต่างนัก

เทียนหลงมั่นใจว่าเขากำลังเห็นภาพหลอน แต่เมือ่มันหล่นอยู่หลังต้นไม้จากที่เขาเห็น เขาก็ไม่มีทางยืนยันนอกจากไปด้วยตัวเอง

เขามีความสงสัยอย่างแรงกล้าและสัญชาตญาณก็บอกให้เขาออกไปดู นี่เป็นเรื่องลึกลับเดียวที่ชีวิตอันเลวร้ายของเขาได้เจอและทำให้เขาสนใจมากขนาดนี้

‘จะเกิดอะไรขึ้นถ้าการ์ดเจอตัวเรานะ? แค่ทุบตีและทไวเซอร์จะรู้เรื่องนี้…’

เทียนหลงปลอบตัวเอง

เขากระโดดออกนอกหน้าต่างปีนลงไป โชคดีที่ไม่มีการ์ดมองเห็นเขากระโดดออกมาจากแมนชัน ดังนั้นการ์ดจึงไม่ได้ออกมาตามเขาในทันที

เทียนหลงไม่ได้พยายามหนีมานานมากแล้วซึ่งทำให้พวกการ์ดประมาท การ์ดที่ตั้งใจทำงานก็เห็นจะมีแต่การ์ดที่อยู่ตรงประตู

อันที่จริง ทไวเซอร์ได้นำการ์ดที่จับตาดูหน้าต่างของเทียนหลงออกไปแล้ว ทั้งหมดก็เพื่อหวังว่าหมาที่เขาเลี้ยงไว้อาจพยายามหนีในสักวันหนึ่ง

เทียนหลงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแต่เงียบเชียบไปที่ต้นไม้ เมื่อถึงหลังต้นไม้เขาก็ตกใจที่เห็นหนังสือตกอยู่ตรงนั้น

“บันทึกมรณะ?”

เมื่อเทียนหลงได้เห็นตัวอักษรบนปก เขาก็หยิบมันมาซ่อนไว้ในเสื้อทันที

เขารีบกลับเข้าห้องอย่างรวดเร็ว

เขารู้ว่ากล้องวงจรปิดได้บันทึกการเคลื่อนไหวของเขาจากหน้าต่างไปแล้วแต่เขาก็ไม่สนใจ ทุกคนก็แค่คิดว่าเขายอมแพ้และกลับมาเอง

ในห้อง เทียนหลงมองหนังสือ หนังสือเขียนอธิบายกฎเกณฑ์มากมายและเขารู้สึกว่ามันน่าสนใจ เขาไม่มีอะไรทำนอกจากเล่นคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว เขาตัดสินใจที่จะลองดูเมื่อทไวเซอร์กลับมา

ตัวเขานั้นหวังว่ามันจะได้ผล เพราะสภาพจิตใจที่ทรุดโทรมเชื่อว่ามันจะเป็นเช่นนั้น ดาวิสที่มองทุกสิ่งทุกอย่างตลอดมาปรารถนาจะฆ่าทไวเซอร์ให้ได้ และเขาก็ค่อย ๆ พังทลายอย่างช้า ๆ

======

หลังจากการรอคอยอย่างยาวนานสามวัน เทียนหลงก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เขาเกลียดชังดังมาจากนอกประตู เขาเขียนชื่อทไวเซอร์ลงในหนังสือและซ่อนมันไว้ข้างหลังคอมพิวเตอร์และเริ่มนับ

‘สิบ…’

ประตูเปิด และทไวเซอร์ก็เดินวางมาดเข้ามา

“เจ้าโง่ ได้ยินว่าแกลองหนีแต่ก็ยอมแพ้งั้นเรอะ?”

เทียนหลงเพียงแค่ยิ้ม

‘ยี่สิบ…’

“แกยอมรับสินะ? ดีมาก ชั้นจะได้ไม่ลงโทษแกหนัก”

เสียงกระดูกลั่นดังมาจากกำปั้นของทไวเซอร์เมื่อเขายืดมือ

‘สามสิบ…’

ทไวเซอร์ซัดหมัดออกมาและเริ่มทุบตี เทียนหลงเพียงแค่ยิ้มให้เหมือนกับคนโง่ซึ่งทำให้ทไวเซอร์รู้สึกไม่สบายใจด้วยเหตุผลบางประการ

‘เจ้าเด็กนี่เสียสติไปแล้วรึไง? หรือมันวางแผนอะไรอยู่? หึ ก็เข้ามาเซ่!’

ทไวเซอร์คิดด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย

“สี่สิบ…สี่สิบสอง…สี่สิบสี่”

เทียนหลงเริ่มพูดด้วยปาก

“นับบ้าอะไรของแก? จำนวนหมัดของชั้นเรอะ?”

เสียงพูดทำให้ทไวเซอร์รู้สึกอึดอัดยังกว่าเดิม

“สี่สิบห้า! ตายซะไอ้สารเลว!”

หัวใจทไวเซอร์หยุดเต้นไปชั่วขณะ เขาตกใจที่จู่ ๆ สัตว์เลี้ยงของเขาก็ตะโกนออกมา

ในช่วงเวลาที่เงียบเชียบ เขาตั้งสติ

“ตาย? แล้วแกจะทำให้ชั้นตายยังไง? เจ้าโง่?”

จบบทที่ ตอนที่ 15 : อดีต

คัดลอกลิงก์แล้ว