เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 : ทะลวงพลัง ขั้นก่อวิญญาณระดับกลาง

ตอนที่ 17 : ทะลวงพลัง ขั้นก่อวิญญาณระดับกลาง

ตอนที่ 17 : ทะลวงพลัง ขั้นก่อวิญญาณระดับกลาง


ณ หอไถ่ถอน ชั้นสาม

ดาวิสที่กำลังบ่มเพาะหมอกแสงศักดิ์สิทธิ์ตัวสั่นเบา ๆ

แสงสีทองส่องสว่างรอบตัวเขาเมื่อเขาทะลวงพลังเป็นขั้นก่อวิญญาณระดับกลาง พลังบ่มเพาะของเขาปีนสูงขึ้นจนกระทั่งหยุดลงเมื่อถึงจุดที่มั่นคงในระดับนั้น เขาลืมตาและรู้สึกด้วยวิญญาณว่ามันผ่านมาเพียงหกชั่วโมงขณะที่เขาใช้เวลาสิบปีในนรกนั่น

“เป็นอสูรดวงใจที่น่ากลัวจริง ๆ! มันให้เราดิ้นอยู่ในฝ่ามือถึงสิบปี และค่อย ๆ เชื่อมโยงตัวข้ากับตัวตนในอดีต”

“อย่างแรก ความเจ็บปวด”

“อย่างที่สอง ความรู้สึก”

“สาม สภาวะที่ทำได้แค่มองและทำอะไรไม่ได้…”

‘ถ้าไม่รู้ตัวในจังหวะสุดท้าย…ถ้าได้ทรมานและฆ่าเด็กคนนั้น ข้าจะเป็นคนนี้ที่ได้กลับมาจริง ๆ น่ะหรือ?’

ดาวิสตัวสั่น

เขารู้สึกว่าคำถามนี้ควรไม่ได้รับคำตอบไปสักระยะ อย่างไรเขาก็รู้สึกว่ามันเหมือนเดิมอย่างเคย ไม่มีอะไรต่างจากเวลาที่เขาเข้าสู่บททดสอบอสูรดวงใจ

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีสิ่งที่ต่างออกไปที่เขามิอาจแตะต้องได้

เขาไม่ได้คิดมากนัก เขารีบลุกขึ้นออกจากหอไถ่ถอน

เมื่อออกมาจากหอ เขาเห็นคนหนึ่งที่วิ่งมาหาเขาด้วยความเร็วสูงมาก ร่างนั้นเข้าใกล้ก่อนที่เขาจะได้ตอบสนองและกอดเขาด้วยความอบอุ่นอันบริสุทธิ์

เขายิ้ม

“ข้ากลับมาแล้ว ท่านแม่”

“...เจ้าโง่เอ้ย”

แคลร์ปล่อยและมองเขา

ดาวิสเห็นว่าดวงตาของนางบวมแดง ราวกับร้องไห้มานาน

โลแกนเดินเข้ามาช้า ๆ เขามองดาวิสด้วยความโมโห แต่นั่นทำให้ดาวิสแอบดีใจ

“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมแม่ถึงตาแดงนักล่ะ?”

ดาวิสรู้สึกว่าเขาควรจะเป็นคนที่โกรธในรอบนี้ต่างหาก

“ดาวิส เจ้าโง่! เวลาของอสูรดวงใจน่ะไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่เจ้าก็อยู่ในนั้นมาเกินหกชั่วโมง! ดูแม่เจ้าสิว่าเป็นห่วงเจ้าขนาดไหน ฮื่ม! ถ้าเจ้าไม่ออกมาข้านี่แหละจะไปฆ่าเจ้าเอง!”

โลแกนอธบิายด้วยใบหน้าโมโห แต่เขาไม่ได้หมายความแบบนั้นแน่นอน

เพราะในเวลานั้น เขาเป็นคนที่ไม่เด็ดขาดว่าจะหยุดค่ายกลและไปช่วยดาวิสดีหรือไม่

แต่ถ้าหากเขาทำแบบนั้น เขาเชื่อว่าจะต้องเกิดผลตามมาที่มิอาจจินตนาการได้ เขาจึงเลือกที่จะศรัทธาในตัวลูกชาย

เคราะห์ดีที่เขาเห็นลูกชายออกมาหลังจากหกชั่วโมง มิเช่นนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากหยุดค่ายกล

“พอเจ้าไปที่หอไถ่ถอนเกินหนึ่งชั่วโมง แม่เจ้าก็ออกจากปราสาทมาแล้ว! แม่รอเจ้าอีกสองชั่วโมงเพราะเป็นห่วง แต่หลังจากนั้นก็ร้องไห้ไปหนึ่งชั่วโมงแล้วก็เป็นลม แม่เจ้าเพิ่งจะตื่นมาไม่นาน เจ้านี่มันอัปยศจริง ๆ! ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับแม่และลูกในท้องจะทำยังไงหา!?”

เมื่อเห็นว่าลูกชายไม่เป็นอะไร โลแกนจึงอยากจะตำหนิลูกชายแรง ๆ

“ท่านแม่ ข้าขอโทษ ข้าขอโทษที่ทำท่านแม่เป็นห่วง ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้แม่…”

ดาวิสรู้ตัวว่าทำผิดและรีบขอโทษแต่ก็ถูกขัดเสียก่อน

“ลูกโง่ เจ้าจะสัญญาแบบนั้นไม่ได้ อนาคตข้างหน้าเจ้าต้องสยายปีกโบยบินไป ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ไหน แม่ก็จะเป็นห่วงลูกเสมอ”

แคลร์รู้ว่าลูกชายจะทะยานขึ้นไปสูงกว่าใครในภายภาคหน้า นี่คือความมั่นใจที่นางมีต่อลูกชายผู้เป็นความภาคภูมิใจของนาง

ดาวิสรู้สึกหวั่นไหว

แม้ว่าจะไม่ใช่ความผิดเขาโดยตรง เขารู้สึกว่าดีกว่าถ้าเขาจะขอโทษและปลอบแม่ด้วยคำพูดแบบนั้นเพราะเขารู้ว่าการตั้งครรภ์นั้นมีความอันตรายต่อสตรีที่บ่มเพาะพลังยิ่งกว่าสตรีธรรมดา

มันมีความซับซ้อนมากมายที่จะทำให้ทารกในครรภ์เป็นอันตรายถ้าหากผู้ตั้งครรภ์ไม่ดูแลให้ดี…และเขา ดาวิส ก็ทำให้แม่ที่กำลังตั้งครรภ์ร้องไห้จนเป็นลมไป

นี่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น ดังนั้นเขาจึงอดรู้สึกผิดอย่างมากไม่ไหวในเวลาเดียวกัน

“เอาล่ะ กลับปราสาทกันเถอะ…”

โลแกนส่ายหน้าพูด

“อืม…”

ทั้งสองพยักหน้า

=====

ณ ที่พำนักจักรพรรดิ

“ว่าไงล่ะ? เจ้าทะลวงพลังมาใช่ไหม?”

โลแกนถามด้วยความสงสัย

จี้ที่ดาวิสสวมนั้นทำให้เขาปกปิดพลังบ่มเพาะวิญญาณได้ โลแกนจึงบอกได้ยาก

“ใช่ ข้าเป็นขั้นก่อวิญญาณระดับกลางแล้ว”

ดาวิสตอบด้วยรอยยิ้ม

“ดี!”

โลแกนพยักหน้าด้วยความพอใจ

“ดาวิส ใช้สัมผัสวิญญาณสิ”

แคลร์พูดและแตะระหว่างคิ้วของนาง

ดาวิสใช้สัมผัสวิญญาณในทันทีเพราะเขารู้วิธีปล่อยสัมผัสวิญญาณจากการอ่านพื้นฐานมาแล้ว

พลังงานโปร่งใสที่มีแสงสีทองอ่อนกระจายไปทั่วห้าสิบเมตรจากตัวเขาเป็นทรงกลม ในพื้นที่นี้เขาสามารถรับรู้ทุกสิ่งในระยะได้ มันเป็นความรู้สึกแปลกที่ทำให้เขาอึ้งไปชั่วขณะ

ดาวิสตกอยู่ในภวังค์นั้น เขาเชื่อมโยงกับสิ่งรอบข้างขณะที่โลแกนและแคลร์อ้าปากค้าง

“ข้ารู้ว่าวิญญาณของเขาแข็งแกร่ง แต่ไม่น่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้…”

แคลร์พูดเบา ๆ

ดาวิสสับสน ส่วนใดกันที่ทำให้พวกเขาพูดว่าวิญญาณของเขาแข็งแกร่งมาก แต่เขาก็รู้ตัวในทันที

“คนทั่วไปที่มีพลังบ่มเพาะขั้นก่อวิญญาณระดับกลางจะปล่อยสัมผัสวิญญาณได้แค่สิบเมตร แต่เจ้ากลับขยายไปได้ถึงห้าสิบเมตร”

“มันพอจะบอกได้ว่าวิญญาณเจ้าแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปที่บ่มเพาะวิญญาณห้าเท่า”

แคลร์อธิบาย

“แต่ทำไมข้าถึงปล่อยสัมผัสวิญญาณไม่ได้ถึงห้าเมตรตอนที่ข้าเป็นขั้นก่อวิญญาณระดับต่ำล่ะ?”

ดาวิสถามสิ่งที่สงสัย

“เจ้าโง่”

แคลร์หัวเราะเบา ๆ

“มันไม่ได้ทำงานแบบนั้น ผู้บ่มเพาะทั่วไปในขั้นก่อวิญญาณระดับต่ำทำได้แค่นำวิญญาณออกจากร่างเมื่อร่างกายถูกทำลาย แต่ถึงอย่างนั้นดวงวิญญาณก็จะระเหยไปอย่างรวดเร็วถ้าหาสมบัติที่เข้ากันเพื่อเก็บวิญญาณไม่ได้”

“ผู้บ่มเพาะระดับก่อวิญญาณระดับต่ำที่อ่อนแอมักจะใช้สัมผัสวิญญาณได้อยู่แล้ว มีแค่คนที่มีดวงวิญญาณแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะใช้สัมผัสวิญญาณมองดูร่างกายตัวเองได้สองหรือสามครั้งในตอนที่เป็นขั้นก่อวิญญาณระดับต่ำ เหมือนกับพ่อเจ้า”

แคลร์อธิบายอย่างอดทน

โลแกนทำหน้าภูมิใจเมื่อได้ยินนางพูดอย่างนั้น แต่เขาก็เศร้าใจเมื่อคิดว่าลูกชายได้เอาชนะเขาไปแล้ว

“ดาวิส เจ้าน่าจะปลดชั้นแรกของหมอกแสงศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว ใช้ให้แม่ดูหน่อยสิ”

“ชั้นแรกเหรอ? ได้เลย”

ดาวิสพยักหน้าและหมุนเวียนวิญญาณเพื่อใช้หมอกแสงศักดิ์สิทธิ์ชั้นแรก

ชั้นของวิชาบ่มเพาะนั้นเข้าใจได้ง่ายไม่เหมือนกับวิชาต่อสู้ที่ต้องใช้การทำความเข้าใจ ข้อกำหนดเบื้องต้นคือการไปถึงขั้นพลังที่ต้องการเพื่อที่จะฝึกวิชาบ่มเพาะนั้น

แน่นอนว่าถ้าหากโง่เขลาและไร้พรสวรรค์ ก็จะพบว่ายากที่จะเข้าใจชั้นของวิชาบ่มเพาะแม้จะมีขั้นพลังเพียงพอแล้ว

พลังสีทองสว่างจ้ากระจายไปสิบเมตรจากตัวดาวิส ดาวิสรู้สึกราวกับว่าไม่มีสิ่งใดสามารถทำอะไรดวงวิญญาณเขาได้ในพื้นที่นี้

“เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าสร้างขึ้นมาก็แข็งแกร่งด้วย”

ทั้งสองไม่ได้ตกใจในตอนนี้อีกแล้ว

“แม้แต่ผู้บ่มเพาะขั้นก่อวิญญาณระดับสูงสุดก็ยากมากที่จะทำลายมัน”

โลแกนถอนหายใจยอมรับ เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังคิดแข่งกับลูกชายอยู่

“งั้นเหรอ?”

ดาวิสคาดหวังมากกว่านั้น เขาอยากจะอัดใครก็ตามที่อยู่รอบ ๆ เขาให้ได้

*แค่ก*  *แค่ก*

“หึ ถ้ามันจบแค่นี้ก็ไม่ต่างจากวิชาบ่มเพาะวิญญาณทั่วไปที่สร้างเกราะวิญญาณได้น่ะสิ”

แคลร์พูดอย่างมั่นใจ

“ลองลดขนาดของมันลงให้คลุมแค่ร่างกายเจ้าไว้สิ”

ดาวิสพยักหน้าและลองลดขนาดพื้นที่พลังสีทอง

จากนั้นพื้นที่พลังสีทองก็ลดขนาดลงจนปกคลุมแค่ร่างกายเขาเท่านั้น

โลแกนและแคลร์มองวิญญาณที่ไม่ใช่แค่แข็งแกร่งแต่ยังบริสุทธิ์

“น่ะ…นี่มันไม่ใช่ว่าผู้บ่มเพาะขั้นวิญญาณทารกยังทำลายเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้ยากเลยหรือ?”

โลแกนพูดเบา ๆ

แคลร์เองก็อึ้งไปเช่นกัน

นางตอบออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ใช่แล้ว”

ขั้นวิญญาณทารกคือขั้นที่สองของการบ่มเพาะวิญญาณ

ดาวิสดูดีจ แต่ขณะเดียวกันก็ผิดหวังที่คิดว่าเกราะนั้นใช้กับผู้บ่มเพาะขั้นวิญญาณอ่อนไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าพ่อแม่เปรียบเทียมเขาโดยไม่รู้ตัวกับผู้บ่มเพาะอื่นที่บ่มเพาะวิชาบ่มเพาะวิญญาณชั้นนภา

จบบทที่ ตอนที่ 17 : ทะลวงพลัง ขั้นก่อวิญญาณระดับกลาง

คัดลอกลิงก์แล้ว