เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 : เพิ่มขึ้นและมุ่งมั่น

ตอนที่ 12 : เพิ่มขึ้นและมุ่งมั่น

ตอนที่ 12 : เพิ่มขึ้นและมุ่งมั่น


ในวันเดียวกัน แคลร์ได้รู้ว่าเกิดเรื่องบางอย่างในห้องของนางจากสาวใช้ที่มารายงาน

จากนั้นนางก็ได้ยินว่าโลแกนทะลวงพลังสู่ขั้นวิญญาณโตได้สำเร็จ และนั่นทำให้นางยินดีเป็นอย่างยิ่งจนอยากจะแบ่งกันความสุขนี้กับดาวิสด้วย

แต่เมื่อได้เห็นสภาพที่หมดสติและบาดเจ็บของดาวิส นางก็โกณะเกรี้ยวจนตบโลแกนอย่างแรงและทิ้งรอยฝ่ามือไว้บนแก้ม นางไม่พูดอะไรกับเขาเลยหลังจากนั้น

แคลร์คิดว่าโลแกนทำร้ายดาวิสเพราะเรื่องก่อนหน้านี้ แต่โลแกนก็อธิบายกับนางถึงสิ่งที่เกิดขึ้น นางเพียงแค่ฟังและไม่พูดอะไรเพราะนางหวังว่าสิ่งที่นางกลัวจะไม่เป็นจริง

สีหน้านางผ่อนคลายลงเมื่อรู้ว่ามันเป็นเพียงแค่การเข้าใจผิดอีกครั้งและไม่คิดจะตอบอะไรกับเขา นางเริ่มทายาให้ดาวิสทันที

ราชวงศ์นั้นมีสมบัติที่ฟื้นฟูบาดแผลได้ในพริบตาแต่มันก็รุนแรงเกินไปสำหรับดาวิส แคลร์ให้เขากินมันได้ทันที แต่ร่างกายเขาจะระเบิดออกมาถ้าหากไม่มีพลังที่แข็งแกร่งจากภายนอกช่วย

แคลร์นั้นทำเองได้เพราะนางแข็งแกร่งพอ แต่โลแกนนั้นอยากจะให้ดาวิสรักษาตัวอย่างช้า ๆ เพื่อไม่ให้ทิ้งบาดแผลอะไรหลงเหลือในร่างกาย

แน่นอนว่าแคลร์ก็เพียงแค่ฟังว่าดาวิสอยากจะฝึกวิชาบ่มเพาะร่างกาย ไม่อย่างนั้นนางคงให้ยาที่จะรักษาเขาได้ในพริบตาและช่วยนำทางเนื้อยาด้วยพลังแก่นแท้ของนาง

โลแกนรู้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นล่วงหน้า เขาจึงปลอบตัวเองด้วยการคิดว่าเพียงแค่ต้องรอเวลาเท่านั้นกว่าที่นางจะเลิกเมินเขา

=====

วันต่อมา ที่ห้องเรียน

*เฮือก!*

ดาวิสตื่นขึ้นและรู้สึกถึงความอบอุ่นและเจ็บปวด

‘แผลข้าฟื้นตัวเร็วมาก…’

เขารู้สึกว่ารอยแผลส่วนใหญ่หายไปและฟันของเขาก็งอกกลับมาอีกครั้ง

ดาวิสใช้สัมผัสวิญญาณจากครั้งที่เขาทะลวงพลังได้ แต่ในระดับของเขา เขาใช้ได้แค่สัมผัสร่างกายทั้งร่างของตัวเอง นั่นคือขีดจำกัดในตอนนี้

สัมผัสวิญญาณของเขาในตอนนี้ยังออกไปนอกร่างกายไม่ได้เหมือนคนอื่นเช่นพ่อและแม่

“ดาวิส!”

แคลร์ที่นั่งข้าง ๆ เขาดีใจเสียงก้องก่อนจะถามด้วยความเป็นห่วง

“เจ้าเป็นอะไรไหม?”

“ข้าไม่เป็นไรท่านแม่ ถึงจะเจ็บซักหน่อยก็เถอะ…”

ดาวิสพูดตามจริงด้วยรอยยิ้มแหย

“ไอ้เวรนั่น มันทำเกินไปอีกแล้ว!”

แคลร์กัดฟันด้วยความแค้น

“ท่านแม่ ไม่นะ! ข้าเป็นคนขอให้ท่านพ่อช่วยข้าเอง! ไม่มีทางเป็นความผิดท่านพ่อเลย! อย่าทะเลาะกับท่านพ่อเพราะเรื่องนี้นะ!”

ดาวิสไม่อยากจะสร้างรอยร้าวต่อครอบครัว

“แล้วพอท่านพ่อช่วย ข้าก็จะได้บ่มเพาะร่างกายได้อย่างไร้ที่ติขึ้น…”

ดาวิสยิ้มกว้างซึ่งเผยให้เห็นฟันสามซี่ที่กำลังงอกใหม่

ดาวิสไม่คิดอะไรมากกับบาดแผลเหล่านี้ เขารู้ดีว่าเป็นคนขอมันเอง และแม้ว่าพ่อจะเป็นคนที่เริ่ม แต่คนที่ดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ก็คือเขา

แคลร์มองดวงตาสดใสของเขาและถอนหายใจ

“ก็ได้ ข้าจะไม่ถือโทษพ่อเจ้า ข้ารู้ว่าเขาเองก็ไม่ได้ผิดเหมือนกัน เพียงแค่…มันกล้าทำลูกได้ยังไง!?”

แคลร์โมโหร้าย

ในตอนนั้นเองโลแกนก็เข้ามาในห้องโดยไม่เคาะประตู เขายิ้มแห้ง

แคลร์เห็นเขาและคำรามในคออย่างไม่พอใจทันที

“แคลร์ ฟังข้าก่อน…”

ทันใดนั้นเองแคลร์ก็เปลี่ยนสีหน้าและรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ

เสียงแปลก ๆ ดังออกมา

ดาวิสกับโลแกนเริ่มงุนงง

พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนอย่างประหลาด พวกเขามองหน้ากัน หนึ่งคนยิ้มอย่างลามกส่วนอีกคนสีหน้าตรงไปตรงมา

แคลร์เดินกลับมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน

“พวกท่านสองคนเป็นกระต่ายรึไง?”

ดาวิสยิ้มเยาะและหัวเราะอย่างสัปดน

แคลร์หน้าแดงก่ำและไม่กล้าพูดอะไร นางยังคงสงวนตัวกับเรื่องที่จะพูดคุย

ในขณะเดียวกัน ผู้ที่มีใบหน้าตรงไปตรงมาก็กระแอมและพูดอย่างไร้ยางอาย

“แน่นอน ด้วยฐานะของจักรพรรดิแห่งอาณาจักรลอเรต ข้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการผลิตลูกหลานเพื่อไม่ให้อาณาจักรของเราถึงจุดจบ”

โลแกนมองเขาด้วยใบหน้าลึกล้ำหลังจากพูดราวเรื่องปกติ ทั้งสองมองหน้ากันและหัวเราะขณะที่แคลร์นั้นก้มหน้าลึกกว่าเดิมเพราะความอายสุดขั้ว

“ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด”

นางกรี๊ด

ทั้งสองวิ่งหนีออกจากห้องเรียนไปด้วยเสียงหัวเราะ

======

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

ดาวิสฝึกร่างกายเบา ๆ ในช่วงนี้ เขาเพิ่มพลังกายได้ทีละน้อย แต่เขาก้ไม่ลืมเรื่องการบ่มเพาะวิญญาณที่ยังติดค้างอยู่

หนึ่งในทางแก้ไขทันทีของการบ่มเพาะวิญญาณของเขาคือการสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสวรรค์และผืนดิน แต่ตอนนี้เขาทำไม่ได้เพราะเขาเป็นแค่ขั้นก่อวิญญาณระดับต่ำ

สัมผัสวิญญาณของเขายังไม่สามารถออกจากร่างกายได้และไม่สามารถรับรู้ถึงพลังจากฟ้าดินได้โดยตรง เขาทำได้แค่ยอมมองหาวิธีอื่นในการบ่มเพาะวิญญาณ

ดาวิสได้ยินจากแม่ว่าพ่อของเขาทะลวงพลังได้โดยพิชิตอสูรดวงใจ เหมือนกับตอนที่เขาทำได้ในทีแรก

ดาวิสเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับอสูรดวงใจจากห้องสมุดและรู้ว่าหนทางเดียวในการบ่มเพาะวิญญาณของเขาคือการพิชิตอสูรดวงใจ อย่างน้อยก็ในตอนนี้

แต่เขามั่นใจว่าไม่มีอสูรดวงใจในขณะนี้เพราะเขาได้แก้ไขไปแล้ว

อสูรดวงใจนั้นมิใช่อสูรดั่งชื่อ มันเป็นความคิดที่อยู่ข้างในที่กัดกร่อนจิตใจและดวงวิญญาณ ซึ่งอสูรดวงใจนี้เองที่ทำให้การบ่มเพาะของคนส่วนใหญ่ติดขัด ถ้าหากมิอาจปลดปล่อยหรือพิชิตมันได้ การบ่มเพาะก็มักจะหยุดไปตลอดชีวิต

ดาวิสไม่มีวิธีการใดเลยหลังจากรู้เรื่องนี้เพราะเขาคิดว่าเขาไม่มีอสูรดวงใจ

แคลร์กำลังพักอยู่ในห้องและมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นระยะ ซึ่งก็ทำให้ได้เห็นแสงจันทร์อันงดงาม

“ท่านแม่ ข้าไม่คิดว่าข้าจะมีอสูรดวงใจในตอนนี้ใช่ไหม? แล้วข้าจะบ่มเพาะวิญญาณยังไง?”

ดาวิสถามอย่างน่าเศร้า

แคลงุนงงไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะ

“ดาวิส มีแค่สุดยอดฝีมือเท่านั้นที่บอกได้ว่ามีอสูรดวงใจหรือไม่ เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นสุดยอดฝีมือแล้วหรือ? แม้แต่พ่อของเจ้าก็ไม่นับว่าเป็นสุดยอดฝีมือในโลกใบนี้…”

เมื่อได้ยินดังนั้นดาวิสก็กระพริบตาตระหนักรู้ว่าเขากำลังโอหังในตัวเอง เขาอับอายในทันที

พ่อของเขานั้นนับว่าเป็นสุดยอดผู้ทรงพลังในทวีปมหาสมุทร แต่แม่ของเขากลับพูดอีกแบบงั้นหรือ? ดาวิสไม่ได้คิดอะไรมากนัก

“ดาวิส การสยบอสูรดวงใจด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย มันยากกว่าการพิชิตมันผ่านการบรรลุหลายร้อยเท่า ถ้าเจ้าพิชิตมันไม่ได้ด้วยตัวเอง เจ้าจะได้รับผลสะท้อนกลับอย่างง่ายดาย และเลวร้ายที่สุดมันอาจถึงกับเปลี่ยนตัวตนเจ้าให้…บิดเบี้ยวกว่าเดิม”

แคลร์ส่ายหน้าและอธิบายกับเขาอย่างจริงจัง

เมื่อเห็นใบหน้าเศร้าของดาวิส นางก็ถามออกอย่างไม่เต็มใจ

“ดาวิส เจ้าอยากจะเผชิญหน้ากับอสูรดวงใจของเจ้าหรือไม่?”

“ครับ!”

ดาวิสทำหน้ามุ่งมั่น เขามีความสงสัยว่าอสูรดวงใจนั้นเป็นเช่นใด

“ไม่! แม่ไม่อนุญาต!”

แคลร์ส่ายหน้าอย่างจริงจัง

“ถ้างั้นข้าจะไปถามท่านพ่อ”

ดาวิสยักไหล่ยืนขึ้นพร้อมจะไป

“นี่เจ้า! ข้าไม่ให้เจ้…”

ดาวิสเริ่มเดินไป เขาเปิดประตูก้าวขา

“ก็ได้! เจ้าชนะ กลับมา!”

แคลร์ถอนหายใจและคิดถึงสองคนที่ทำให้นางปวดหัวมาโดยตลอด

ตั้งแต่ที่โลแกนกล้าทำร้ายดาวิสจนหมดรูป นางก็มั่นใจว่าเขาจะยอมให้ดาวิสท้าทาย ‘สิ่งนั้น’ และถึงกับยั่วให้ดาวิสเป็นอันตรายมากกว่าเดิม

ดาวิสกลับมาอย่างว่างาย

“ลูกไม่คิดดูใหม่หรือ? อนาคตเจ้ายังอีกยาวไกลนะ”

แคลร์ถามเพราะอยากให้เขาคิดดูใหม่

“ไม่!”

ดาวิสตอบตามจริง

“นี่ไม่ใช่เกมที่เจ้าจะเล่นสนุกได้ ก้าวผิดเพียงครั้งเดียวเจ้าก็จบกัน…”

แคลร์พูดอย่างเคร่งเครียด

ดาวิสหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ แต่ใบหน้าก็ยังคงมีความตั้งใจ

แคลร์ถอนหายใจมองเขา

“เจ้าเคยได้ยินเรื่องหอไถ่ถอนหรือไม่? ที่อยู่ใกล้ ๆ คุกราชวงศ์และมักจะใช้กับนักโทษที่ถือว่าปรับปรุงตัวได้…”

จบบทที่ ตอนที่ 12 : เพิ่มขึ้นและมุ่งมั่น

คัดลอกลิงก์แล้ว