เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 : ตื่นรู้

ตอนที่ 11 : ตื่นรู้

ตอนที่ 11 : ตื่นรู้


สามชั่วโมงถัดมา

“ดาวิส!”

แคลร์มาถึงด้านนอกห้องจักรพรรดิ

ดาวิสที่อยู่ด้านนอกนั้นกำลังรอพ่อให้ออกมาอย่างเห็นได้ชัด

เขาคิดว่าเขาจะได้เห็นพ่อของเขาทะลวงพลังอย่างรวดเร็วจากหนึ่งในสามระบบ แต่ดูเหมือนว่าพ่อของเขาจะปิดประตูบ่มเพาะไปเพราะมันเกี่ยวข้องกับการก้าวหน้าของวิญญาณ

การก้าวหน้าในการบ่มเพาะวิญญาณนั้นต้องการความเงียบสูงสุดและความสงบเสงี่ยม แต่มันยังเป็นไปได้ที่จะทะลวงพลังในระหว่างการต่อสู้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ

เพราะความรู้สึกนั้นมีผลอย่างมากต่อการบ่มเพาะวิญญาณ

“ท่านแม่…ท่านพ่อกำลัง…”

“แม่ได้ยินมาแล้ว ตอนนี้เป็นเช่นใดบ้าง?”

แคลร์มีสีหน้ากังวล

“อย่างน้อยทุกอย่างก็ปกติดีนะ”

ดาวิสยักไหล่เล็ก ๆ

“เราทำได้แค่รอให้ท่านพ่อออกมา…”

ทั้งสองเงียบไปและรออยู่สิบนาทีซึ่งนับว่านาน

แคลร์เหลือบมองดาวิสอย่างอยู่ไม่สุข เขาเองก็กังวลแบบเดียวกัน นางจึงพูด

“เอาล่ะดาวิส ลูกไปหาอะไรท…”

ทันใดนั้นเองรังสีอันยิ่งใหญ่ก็กระจายออกมาด้วยแสงสว่างที่เปล่งทั่วห้องที่โลแกนอยู่ มันสว่างออกมาถึงนอกห้องก่อนจะจางลงไปราวกับไม่เคยมีแสงนั้นมาก่อนเลย

ดาวิสและแคลร์มีสีหน้าหม่นหมอง

หลังจากนั้นหนึ่งนาทีโลแกนก็เดินออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า เขาเดินคอตก

แคลร์เข้าไปจับมือเขาด้วยความเป็นห่วงทันทีเมื่อเห็นสามีเดินออกมาด้วยความเศร้า

“ข้าล้มเหลว…”

เสียงแผ่วเบาดังมาจากปากโลแกน ซึ่งไม่สมกับความเป็นจักรพรรดิของเขา

แสงสว่างรอบตัวโลแกนซึ่งจางลงและเริ่มฟื้นฟูดวงวิญญาณที่มีบาดแผลของเขา แคลร์เองก็เปล่งแสงออกมาเช่นกันเพราะนางก็ฝึกหมอกแสงศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว

ฟื้นฟูวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นพลังที่จะมีได้เมื่อถึงขั้นสาม ดังนั้นมันจึงเป็นพลังที่ถูกบันทึกไว้ในชั้นสาม

“ไม่ต้องห่วงนะที่รัก ครั้งหน้าเจ้าจะต้องทำสำเร็จแน่”

แคลร์พยายามปลอบ

“ไม่มีประโยชน์หรอก…”

โลแกนพูดอีกครั้ง เขาก้มหน้า

“ทำไมกัน?”

แคลร์ถามโดยไม่เข้าใจความหมายของเขา

โลแกนมองนาง ดวงตาเขาสะท้อนกับสีหน้าสับสนของนาง

“อสูรดวงใจ…”

แคลร์รับรู้แต่ก็ไม่แปลกใจ

นางรู้ว่าโลแกนสูญเสียครอบครัวไปและยังไม่เป็นอิสระจากสิ่งที่เหนี่ยวรั้ง เขายังคงไม่ได้ล้างแค้นเพื่อหัวหน้าตระกูลขุนนางสองคนหนีไปได้ เรื่องนี้กลายเป็นภูเขาหนักอึ้งในใจเขาตั้งแต่นั้นมา ทำให้เขามิอาจทะลวงพลังต่อไปได้

แคลร์กระพริบตา นางตระหนักว่านางไม่เคยเห็นเขากังวลเลย อาจจะเป็นเพราะเพื่อไม่ให้คนอื่นต้องเป็นห่วงเขา

แคลร์รู้สึกผิดอย่างถึงที่สุดที่นางไม่ได้ใกล้ชิดเขาในระหว่างสามปีของการก่อกบฏ นางขบริมฝีปากกอดเขา นางไม่พูดอะไรเพราะสิ่งที่นางทำได้มีเพียงการมอบความอบอุ่นแก่เขา

ดาวิสเดินออกไปให้พวกเขาได้มีเวลาคุยกันตามลำพัง

======

สามวันต่อมา

ดาวิสพร้อมที่จะบ่มเพาะร่างกายแล้ว สองขั้นแรกของการบ่มเพาะร่างกายนั้นง่ายมากที่ตระกูลราชวงศ์จะบ่มเพาะได้

ทำไมน่ะหรือ?

ก็เพราะว่าพวกเขามีทรัพยากรเหลือเฟือที่จะปรับร่างกายให้ดีขึ้น และมันก็ง่ายขึ้นด้วยที่จะบ่มเพาะร่างกายในขั้นสามเพราะสิ่งที่พวกเขาได้มาจากพวกกบฏ

ราชวงศ์ลอเรตนั้นสูญเสียชีวิตไปมากกว่าทรัพย์สมบัติ มันเป็นเรื่องย้อนแย้งที่แม้แต่คนบางคนยังคิดไปถึงทฤษฎีที่ว่าจักรพรรดิโลแกน ลอเรตนั้นวางแผนเรื่องสมคบคิดทั้งหมดขึ้นมา

แต่เรื่องเล่ามันก็เป็นเพียงเรื่องเล่า เมื่อไร้หลักฐานจากต้นตอก็ไร้ซึ่งสิ่งใดให้เชื่อถือ

ดาวิสไปหาพ่อเพื่อปรึกษาว่าเขาจะทะลวงพลังขั้นแรกในการบ่มเพาะร่างกาย เพราะจะอย่างไรเขาก็เพิ่งห้าขวบ

“ท่านพ่อ ตอนนี้ข้าบ่มเพาะร่างกายได้แล้วหรือยัง?”

โลแกนคิดไม่นานก่อนจะตอบ

“เด็กส่วนใหญ่เริ่มบ่มเพาะร่างกายตอนที่อายุสิบปีเท่านั้น เพราะการบ่มเพาะร่างกายจะข้องเกี่ยวกับความเจ็บปวดอย่างมากในตอนบ่มเพาะ มันต้องการความอดทนอย่างมาก‘

“แต่ข้าจะไม่หยุดเจ้าจากการบ่มเพาะหรอก…เจ้าอดทนได้ถึงขั้นนั้นรึยังล่ะ?”

โลแกนถามเสียงเฉียบคม

โดนรังแกรึ?

ดวงตาสีไฟลินน้อย ๆ ของดาวิสส่องประกาย!

การโดนทำร้ายร่างกายนั้นสลักจิตลึกในกระดูก แต่พ่อของเขายังขอข้อพิสูจน์…

“ชาติที่แล้วของข้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ ข้ามั่นใจว่าข้าทนได้ ท่านพ่อ…”

ดาวิสพูดด้วยความมั่นใจที่ประทับใบหน้า

“ดี สมกับเป็นลูกข้า!”

โลแกนพยักหน้ายิ้มอย่างภูมิใจ แต่ใดตอนนั้นเองเขาก็เตะดาวิสจนกระเด็น

“อ๊ากกกก~”

ดาวิสลอยกลิ้งกับพื้นอย่างหมดรูป เขากระอักเลือดกุมท้อง นัยน์ตากระตุกด้วยความเจ็บปวด

เขาพยายามจะลุกยืนให้ได้ในทันทีแต่ก็ทำไม่ได้แม้จะพยายามมากเพียงใด!

เจ็บปวด มันเจ็บปวดแสนสาหัสในท้อง มันเจ็บปวดเป็นบ้า!

‘ใช่…เกือบลืมไปเลยว่าร่างนี้ยังไม่ชินกับความเจ็บปวด’

ดาวิสรู้ตัวในทันทีว่าเขาสับสนเรื่องนี้กับชีวิตที่แล้ว จิตใจที่สุขุมยังคงใช้ความคิดและต้องทนต่อความเจ็บปวดให้ได้ บางทีอาจเป็นเพราะการบ่มเพาะขั้นก่อวิญญาณระดับต่ำของเขา

“อะไรกัน? แค่นี้เองรึ? แค่ทีเดียวก็ไม่ไหวแล้วรึ? เลิกคิดที่จะบ่มเพาะร่างกายเถอะ!”

โลแกนตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว

‘ข้าไม่ควรทำแบบนี้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะพึ่งพาความทรงจำเก่าในโลกใบนี้ นั่นไม่ได้ผล ข้าต้องสอนวิถีของโลกในฐานะผู้บ่มเพาะพลังให้’

โลแกนหรี่ตาคิด

“ไม่! ข้ายังยืนได้!”

ดาวิสร้อง

น้ำตาไหลอาบแก้มไปเองเมื่อได้รับบาดเจ็บเป็นครั้งแรก

ดาวิสดิ้นรนจะยืนขึ้น เขากระอักเลือดปนน้ำลาย หลังจากสองครั้งเขาก็ลุกขึ้นยืนได้ด้วยขาโยกเยกราวกับจะพยุงน้ำหนักตัวเองไม่ไหว

“เข้ามา!”

ดาวิสตะโกน

โลแกนเล็งเห็นความอดทนของลูกชาย เขาไม่คิดว่าดาวิสจะลุกขึ้นมาได้ เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลย

“ดี เพราะว่าข้าจะไม่หยุดจนกว่าเจ้าจะยอมแพ้…”

การรังแกข้างเดียวดำเนินต่อไปสิบนาที

ทุกส่วนของร่างกายดาวิสนั้นบาดเจ็บยกเว้นแต่อวัยวะสำคัญ พื้นเต็มไปด้วยคราบเลือดสดใหม่ มันเป็นการฝึกหฤโหดที่ทำให้เขาลืมความเจ็บปวดในอดีตไป

“ถ้าเจ้าจะยอมแพ้ตอนนี้ก็ไม่เป็นไร ดาวิส…”

โลแกนมองเงาร่างลูกชายที่สภาพย่ำแย่ ซึ่งที่จริงแล้วเขาออมมืออย่างมาก แค่หมัดเดียวของเขาก็มากพอที่จะระเบิดลูกชายให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้ว และแม้แต่เขาเองก็ไม่อยากลงมือไปมากกว่านี้เพราะกลัวว่าจะทำให้ลูกชายตายไปจริง ๆ

บาดแผลเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะสามารถฟื้นฟูได้ด้วยโอสถฟื้นฟูที่ดีพอในทุกเมื่อ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาตั้งใจจะทำร้ายลูกชายของตัวเอง แต่เขาพูดไปแล้วว่าจะไม่หยุดจนกว่าลูกชายจะบอกให้หยุด และก็ยังไม่มีทีท่าว่าลูกของเขาจะยอมแพ้เลย

มันทำให้เขาตกที่นั่งลำบากเพราะเขาอยากจะนับถือตัวลูกชายหรือไม่ก็วิญญาณที่มุ่งมั่นในตัวลูกชายเขา

โลแกนแอบกลืนน้ำลายเงียบ ๆ และถอนหายใจในใจ

‘ลูกข้า…ชาติที่แล้วเจ้าเจออะไรมาถึงได้ดื้อด้านขนาดนี้? ความอดทนเป็นสิ่งที่ต้องสร้างด้วยเวลา…เจ้ายอมแพ้ได้แล้ว!’

“ไม่! ขะ…เข้ามาอีก!”

ดาวิสคิดว่าเขาแสดงความอดทนและความมุ่งมั่นมามากพอที่พ่อของเขาจะยอมรับให้เขาบ่มเพาะพลังเร็วขึ้นแล้ว เพราะยิ่งเร็วก็ยิ่งดี!

และทุกอย่างก็เขียนเอาไว้หมดแล้ว

การบ่มเพาะร่างกายคือการสร้างความทนทาน! ยิ่งอดทนได้มากเพียงใดก็ยิ่งจะก้าวหน้าได้มากเท่านั้นในการบ่มเพาะร่างกาย!

อดทนต่อความเจ็บปวดและพิชิตมัน! นี่คือความหมายของการบ่มเพาะร่างกาย!

ส่วนเรื่องการแก้แค้น เขาค่อยทำหลังจากเติบโตไปแล้ว

ดาวิสแอบคิดแค้นพ่อของเขา แต่เป็นในทางที่ดี

‘ยอมแพ้เถอะ ถ้าเจ้าโดนมากกว่านี้ ข้าก็ไม่รู้แล้วว่าจะรอดจากแคลร์ได้ไหม’

โลแกนทำหน้าแหยในใจ

สถานการณ์ที่ทั้งสองไม่อยากจะหยุดดำเนินต่อไปอีกห้านาที

“พอได้แล้ว ดาวิส เจ้ายอมแพ้ได้แล้ว”

โลแกนได้รับความตั้งมั่นของดาวิสมากพอ ถ้ามากกว่านี้เขามั่นใจว่าแคลร์จะต้องเมินเขาอีกแน่ถ้ารู้ว่าดาวิสไม่ยอมแพ้มานานเท่าใด

และสภาพของลูกชายเองก็ทำให้เขาออมแรงหมัดมากเท่าที่จะทำได้ เขาใช้แรงน้อยจนถึงที่สุด แต่ถึงอย่างนั้น…

“มะ…ไม่ ขะ…เข้า…มา…อีก”

ใบหน้าของดาวิสมีบาดแผลเต็มที่ เขาฟันร่วงไปสามซี่ส่วนแก้มซ้ายก็จมลึกเข้าไป แขนและขาสั่นระริกแต่เขายังคงมีความมุ่งมั่นบนใบหน้า เขามองไม่เห็นภาพข้างหน้าอีกต่อไปแล้วและรู้สึกมึนงง

โลแกนหยุดจากการตั้งท่าต่อสู้และทำหน้าบูดเบี้ยวทั้งที่ในใจกำลังเจ็บปวด

“ทำไมเจ้าถึงพยายามมากขนาดนี้?”

ดาวิสพยายามทำให้เท้าที่สั่นสะเทือนมั่นคง

เขามองใบหน้าพร่ามัวของพ่อและมองตา

“ข้า…แค่อยากจะ…ปกป้อง…ทุกคน…ที่ข้ารัก ข้า…”

เขาหอบ

“ข้าอยากปกป้องท่านแม่ ปกป้อ…คลาร่า แล้วก็…ท่าน…พ่อ เพื่อแบบนั้น ข้าต้อง…แข็งแกร่งให้เร็วที่ส…”

ในตอนที่เขาจะพูดจบประโยคนั้นเอง ดวงตาของเขาก็ดับพร้อมกับตัวเขาที่ล้มลง

โลแกนทำหน้างุนงงขณะที่มองลูกชายล้มลงไป เขาพูดกับตัวเอง

“ปกป้องครอบครัวเรารึ? ปกป้องข้ารึ? เด็กห้าขวบจะปกป้องข้ารึ?”

โลแกนเริ่มหัวเราะดังลั่น

‘ข้ามันน่าละอายนัก’

‘ข้าเองนี่พ่ายแพ้ให้ความชิงชังและโอหังจนลืมความปลอดภัยของครอบครัว! ฮ่าฮ่าฮ่า!’

โลแกนส่ายหัว

‘ข้าเสียใจที่ปล่อยให้ไอ้เรื่องที่สองคนนั้นหนีรอดไปกักขังใจข้า ข้าตื้นเขินนักจนมองแค่พวกมัน!’

ทันทีที่ตระหนักได้ โลแกนก็เริ่มปล่อยพลังอันยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากห้อง เป็นตอนนั้นเองที่เขาทะลวงพลังสู่ขั้นวิญญาณโต

ขั้นที่สี่ของการบ่มเพาะวิญญาณ!

‘ขอบคุณนะดาวิส ข้าเพิ่งจะรู้ตัวว่าสิ่งใดที่สำคัญต่อข้ามากกว่า…’

โลแกนยิ้มมองลูกชายด้วยความขอบคุณ

ในที่สุดกำแพงสุดท้ายที่เขาระแวงลูกชายก็พังทลายลงอย่างประหลาด!

จบบทที่ ตอนที่ 11 : ตื่นรู้

คัดลอกลิงก์แล้ว