เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 : วิชาบ่มเพาะพลัง

ตอนที่ 10 : วิชาบ่มเพาะพลัง

ตอนที่ 10 : วิชาบ่มเพาะพลัง


*****ขอแก้ไขชื่อแม่ของดาวิส จาก แคล เป็น แคลร์ ครับ*****

=========================================

“แม่ขอโทษนะดาวิส แต่แม่ไม่มีทางตอนเจ้าบ่มเพาะวิญญาณได้เลยเพราะจุดเริ่มต้นของเรามันต่างกัน แม่จะช่วยได้ก็เมื่อเจ้าเป็นขั้นหมุนเวียนแก่นแท้”

“แต่เจ้าจะต้องพึ่งความเข้าใจเพื่อที่จะเรียนรู้วิธีการบ่มเพาะวิญญาณเจ้าโดยที่ไม่ต้องไปถึงขั้นหมุนเวียนแก่นแท้…”

แคลร์พูดด้วยใบหน้าหมดหนทาง

“ข้าเข้าใจ ท่านแม่”

ดาวิสเข้าใจว่าคนส่วนใหญ่สัมผัสดวงวิญญาณไม่ได้ถ้าไม่มีพลังบ่มเพาะ แต่นั่นจะไม่หยุดเขาจากการก้าวไปข้างหน้า เขามั่นใจว่าเขาแค่ต้องก้าวเดินมากกว่าคนอื่นจนถึงจุดหนึ่งจนกว่าจะเริ่มบ่มเพาะดวงวิญญาณได้

“ท่านแม่ ข้าอยากได้ตำราบ่มเพาะวิญญาณในขั้นก่อวิญญาณของครอบครัวเราตอนนี้เลย…”

ดาวิสรู้ว่าควรจะเริ่มจากจุดไหน แต่เขาต้องการคำอนุญาตก่อนอย่างเคย

“ดาวิส เจ้าบ่มเพาะพลังไม่ได้จนกว่าจะอายุห้าขวบนะ!”

แคลร์เตือนด้วยสีหน้าแข็งกร้าว

“ข้ารู้ท่านแม่ ข้าแค่อยากจะอ่านหนังสือหาวิธีบ่มเพาะโดยไม่ต้องไปถึงขั้นหมุนเวียนแก่นแท้ ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่บ่มเพาะจนกระทั่งอายุห้าขวบ”

แคลร์ดูหม่นหมอง นางถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพยักหน้า

“เฮ่อ ข้าจะไปคุยกับพ่อเจ้าให้”

“งั้น เดี๋ยวข้าจะไปเล่นกับคลาร่านะ!”

ดาวิสพูดด้วยความตื่นเต้น

“ได้สิ! แต่คลาร่าสนใจลูกมากกว่าแม่แล้ว ลูกใช้เล่ห์กลอะไรกับน้องกันหา?”

แคลร์ถามพร้อมใบหน้าที่แกล้งโมโห

“ความลับ…”

ดาวิสฉีกยิ้มและวิ่งหนีไป

======

หกเดือนผ่านไป

หลังจากได้รับอนุญาตจากพ่อ เขาได้เรียนและสรุปตำราบ่มเพาะวิญญาณขั้นก่อวิญญาณไปมากมาย

ดาวิสพยายามอย่างหนักเพื่อหาทางที่เขาจะบ่มเพาะวิญญาณให้ได้

โลแกนเป็นคนสอนเขาเรื่องการบ่มเพาะทั้งสามประเภทด้วยตัวเอง โดยเฉพาะพื้นฐานของการบ่มเพาะวิญญาณ

หลังจากหกเดือน ดาวิสก็จับทางการบ่มเพาะวิญญาณตามปกติเมื่อถึงขั้นหมุนเวียนแก่นแท้ได้ แต่เขายังไม่มั่นใจว่าจะบ่มเพาะก่อนมีพลังขั้นนั้นได้อย่างไร

ที่จริงแล้วนั้นก็เป็นปาฏิหาริย์ที่เขาบรรลุขั้นก่อวิญญาณโดยไม่ได้บ่มเพาะจากตำราบ่มเพาะวิญญาณใจ และเมื่อดาวิสหาทางบ่มเพาะไม่ได้ เขาจึงถามหลายคนที่เขาเจอ

“สวัสดีครับเจ้าชาย”

บรรณารักษ์ทักดาวิส

“สวัสดีครับคุณออกซ์ฟอร์ด”

ดาวิสตอบกลับ

คุณออกซ์ฟอร์ดนั้นเป็นบรรณารักษ์ในราชปราสาท เขาสูง 181 เซนติเมตรมาพร้อมกับใบหน้าอ่อนโยนแบบผู้ชาย แต่เขาดูค่อนข้างมีอายุที่เมื่อดูตามมาตรฐานของคนทั่วไปแล้วน่าจะอยู่ที่ 50 ปี อายุจริงของเขานั้นดาวิสยังไม่รู้ แต่เขารู้ว่าเขาจะได้คำตอบเมื่อเขาถาม

“เจ้าชายของเราขยันเรียนยิ่งนัก อาณาจักรของเราจะต้องมั่นคงเข้มแข็งไปอีกนานแน่นอน”

ออกซ์ฟอร์ดชื่นชมด้วยรอยยิ้มจริงใจ

“ขอบคุณครับคุณออกซ์ฟอร์ด”

ดาวิสตอบรับด้วยรอยยิ้มกับสีหน้าไร้เดียงสา

“ข้าขอถามอะไรได้ไหม?”

“ท่านจะถามข้ารึ? ข้าจะพยายามตอบนะ”

“คุณออกซ์ฟอร์ดอยู่ในระบบบ่มเพาะรวมแก่นแท้ขั้นใดรึ?”

ดาวิสถามด้วยใบหน้าสงสัย

“ข้าอยู่ในขั้นหมุนเวียนแก่นแท้ แต่ก็เทียบกับองค์จักรพรรดิพ่อของท่านไม่ได้ เขาเพิ่งจะไปถึงขั้นเมล็ดกฎเกณฑ์ก่อนที่การกบฏจะจบลง”

“จริงเหรอ? พ่อข้าบรรลุขั้นเมล็ดกฎเกณฑ์แล้วเหรอ!?”

ดาวิสอึ้ง

ดาวิสอ่านเรื่องพื้นฐานการบ่มเพาะพลังจบแล้ว เขาจึงรู้ลำดับของขั้นบ่มเพาะจนถึงห้าขั้นของระบบบ่มเพาะทั้งสาม

“ถูกต้องแล้ว!”

คุณออกซ์ฟอร์ดตอบด้วยรอยยิ้มภูมิใจ บางทีเขาอาจจะภาคภูมิใจในตัวจักรพรรดิอายุน้อยของอาณาจักร

ขั้นเมล็ดกฎเกณฑ์นั้นคือขั้นที่ห้าของระบบบ่มเพาะรวมแก่นแท้ มันยากที่จะมีพลังไปถึงหากไร้ซึ่งทรัพยากรและความเข้าใจ มีเพียงผู้ทรงอำนาจในทวีปเท่านั้นที่จะมีคนในขั้นเมล็ดกฎเกณฑ์ จักรพรรดิองค์ก่อนผู้เป็นพ่อของโลแกนนั้นก็เคยเป็นยอดฝีมือขั้นเมล็ดกฎเกณฑ์มาก่อน แต่เขาก็เสียชีวิตไป ทำให้เกิดการเริ่มต้นกบฏ

“แล้วการบ่มเพาะวิญญาณของพ่อข้าล่ะ?”

“โอ๊ะ โอ ท่านกำลังรีบเรียนรู้เรื่องพ่อตัวเองอยู่หรือ?”

ออกซ์ฟอร์ดแหย่แต่ก็พูดต่อ

“องค์จักรพรรดิอยู่ในระดับสุดยอดของขั้นวิญญาณอ่อน ซึ่งเป็นขั้นที่สามของการบ่มเพาะวิญญาณ ส่วนข้าเป็นเพียงแค่ขั้นก่อวิญญาณระดับสุดยอด”

ออกซ์ฟอร์ดถอนหายใจ

“แค่ขั้นสามงั้นรึ? และคุณออกซ์ฟอร์ดก็ทำได้แค่ระดับขั้นสุดของขั้นแรกในการบ่มเพาะวิญญาณเหรอ?”

ดาวิสตกใจกับความเชื่องช้าในการบ่มเพาะวิญญาณของพวกเขา

ขั้นวิญญาณอ่อนนั้นเป็นขั้นที่สามของการบ่มเพาะวิญญาณ

“โอ้ มันไม่ง่ายที่จะบ่มเพาะวิญญาณนะเจ้าชาย ฝ่าบาทต้องใช้ทรัพยากรมากมายเพื่อปรับและชำระล้างดวงวิญญาณ นอกจากนั้นท่านต้องรู้สึกถึงพลังของฟ้าดินและตอบรับกับมันเพื่อเข้าถึงปริศนาที่ต้องใช้ในการเข้าสู่ขั้นต่อไป”

“ถ้าหากไม่มีสิ่งเหล่านั้น ท่านก็ก้าวหน้าได้อย่างเชื่องช้าไม่ต่างกับหอยทาก ฝึกวิญญาณน่ะรึ?”

ออกซ์ฟอร์ดราวกับเสียใจที่เขามิอาจบ่มเพาะวิญญาณได้อย่างมั่นคง

“มันยากมากเลยล่ะ”

“ข้าเข้าใจ ไว้เจอกันนะ”

ดาวิสพยักหน้าและเดินจากไป

ดาวิสเดินอย่างเหม่อลอยคิดถึงวิธีการแก้ปัญหาที่กำลังเจอในตอนนี้ ไม่ว่าเขาจะคิดเท่าใดเขาก็คิดถึงวิธีแก้ไขปัญหาด้วยความรู้ที่มีตอนนี้ไม่ออก

‘ช่างเถอะ เดี๋ยวข้าก็เจอวิธีปรับวิญญาณเอง!’

ดาวิสยอมแพ้ไปชั่วครามและเดินไปเล่นกับแม่และน้องสาว

คลาร่าในตอนนี้สร้างประโยค 3 ถึง 4 คำพูดได้แล้ว เขาใช้เวลาเล่นและดูแลน้องสาวตัวน้อยและก็มีครั้งที่พลาดทำน้องร้องไห้ ซึ่งแคลร์ก็ตีก้นเขาอย่างแรง

ในชีวิตสูงส่งที่ดูไม่เหมือนกับชีวิตของราชวงศ์ เขาอยู่อย่างอิสระไร้ซึ่งภาระใดในชีวิตนอกเหนือจากการเรียนรู้ธรรมเนียมในราชปราสาทและวิชาอื่นจากอาจารย์

นอกจากไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากราชปราสาทแล้วเขาก็มีอิสระที่จะไปที่ใดและรบกวนใครก็ได้ตราบเท่าที่เขาไม่ใช่จักรพรรดิและราชินี แน่นอนว่าพวกเขามักจะไม่ปฏิเสธนอกเหนือจากว่าพวกเขากำลังทำงานอยู่

======

แปดเดือนต่อมา

ดาวิสได้มาถึงวันเกิดปีที่ห้าและมีอิสระในการบ่มเพาะอย่างเป็นทางการ เขาเรียนรู้เรื่องระบบบ่มเพาะทั้งสามมากขึ้นและได้ตำราบ่มเพาะทั้งสามระบบมาตั้งแต่หกเดือนก่อน

ตำราบ่มเพาะพลังทั้งสามนี้มาจากห้องสมุดราชวงศ์และล้วนเป็นวิชาชั้นนภา

วิชาชั้นนภานั้นถูกเก็บไว้โดยคนของราชวงศ์ที่สร้างคุณประโยชน์อย่างมากต่ออาณาจักรลอเรต วิชาบ่มเพาะชั้นนภานั้นไม่ได้หาได้ง่ายในทวีป พวกมันมิใช่แค่หายากแต่วิชาชั้นนภาทั้งหมดยังอยู่ในมือของมหาอำนาจในทวีปมหาสมุทรด้วย ไม่มีโรงประมูลระดับกลางที่กล้าขายมันด้วยซ้ำไป และอย่างมากก็มีแต่คนทรงอำนาจเท่านั้นที่กล้าเอามันออกมาขาย

วิชาบ่มเพาะที่เขาเลือกนั้นมาจากความช่วยเหลือของพ่อและแม่ที่ชื่อ เคล็ดร่างทรราช พิพากษาสายฟ้าดับสูญ และหมอกแสงศักดิ์สิทธิ์

เคล็ดร่างทรราชนั้นเป็นตำราชั้นนภาระดับกลาง เป็นตำราบ่มเพาะร่างกาย มันมีอยู่ห้าชั้นและแต่ละชั้นจะสื่อถึงขั้นของระบบบ่มเพาะ

ชั้นแรกนั้นคือความเข้าใจในการเข้าสู่ขั้นแรก ชั้นที่สองคือความเข้าใจการเข้าสู่ขั้นที่สอง และเป็นเช่นนี้เรื่อยไป

พิพากษาสายฟ้าดับสูญเองก็เป็นตำราชั้นนภาระดับกลาง มันคือตำราบ่มเพาะรวมแก่นแท้ มันมีห้าชั้นเช่นกัน

หมอกแสงศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นตำราชั้นนภาระดับกลาง มันคือวิชาบ่มเพาะวิญญาณและมีห้าชั้นเช่นเดียวกัน

ไม่มีกลุ่มอำนาจใดในทวีปนี้ที่มีวิชาบ่มเพาะวิญญาณชั้นนภา อย่างน้อยก็อย่างที่รู้กันทั่วไป และมีเพียงอาณาจักรลอเรตที่ผูกขาดมันไว้ผู้เดียว แต่ก็มีบ้างกลุ่มที่แอบถือครองวิชาบ่มเพาะวิญญาณชั้นนภาอยู่แต่ก็มิอาจบ่มเพาะทายาทที่ดีออกมาได้

อาณาจักรลอเรตนั้นมีวิชาบ่มเพาะวิญญาณชั้นนภาถึงสามเล่ม เป็นระดับต่ำสองเล่มและระดับกลางหนึ่งเล่ม

เมื่อได้ตำราบ่มเพาะที่ต้องการมาแล้ว พ่อของเขาก็สอนเขาเรื่องตำราบ่มเพาะทั้งสาม มันเพิ่มความเข้าใจของดาวิสไปจนถึงขั้นสองของระบบบ่มเพาะทั้งสาม

“ท่านพ่อ ข้ายังไม่รู้วิธีการบ่มเพาะวิญญาณเลย”

แต่ดาวิสยังคงเศร้าหมอง เขานั้นเข้าใจพื้นฐานได้กระทั่งขั้นสองของการบ่มเพาะวิญญาณแต่ก็ไม่เห็นทางว่าเขาจะบ่มเพาะวิญญาณได้อย่างไร

“อย่ารีบร้อน ลูกยังเป็นแค่เด็กห้าขวบ ลูกมีโอกาสมากมายที่จะลองความคิดในอนาคต”

“แต่…”

“ไม่มีแต่ เจ้าต้องตั้งใจกับระบบบ่มเพาะอีกสองระบบไปก่อน…”

“หืม?”

โลแกนสังเกตเห็นบางอย่างและเริ่มก้าวเท้ายาว ๆ

“เอ๋? ท่านพ่อ? จะไปไหนน่ะ?”

ดาวิสงุนงงเพราะการพูดคุยของพวกเขายังไม่จบ

“ถึงเวลาที่ข้าจะเพิ่มพลังไปต่อแล้ว!”

โลแกนฉีกยิ้มด้วยความตื่นเต้น

จบบทที่ ตอนที่ 10 : วิชาบ่มเพาะพลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว