เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 : เจ้าหญิง

ตอนที่ 9 : เจ้าหญิง

ตอนที่ 9 : เจ้าหญิง


วันถัดมา

“ท่านแม?”

“ดาวิส!”

แคลที่ตกใจเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นความรัก ทีแรกนางคิดว่าจะไม่ได้เจอกับดาวิสไปสักระยะเพราะเหตุที่เพิ่งจะเกิดขึ้น

ดาวิสได้รับอนุญาตจากพ่อให้มาเจอแม่ได้ แม้ว่าเรื่องจะปกติดีในตอนนี้ แต่เรื่องในหัวใจนั้นยากจะเข้าใจ มันยังคงยากสำหรับพ่อของเขาที่จะยอมรับตัวตนของเขาในทันที

ส่วนเมื่อใดที่เขาจะยอมรับดาวิสทั้งใจนั้น มีเพียงเวลาที่บอกได้

“ท่านแม่! เป็นอย่างไรบ้าง?”

เมื่อเห็นว่าแคลดีใจที่เจอเขา เขาก็รู้ว่าเขาทำตัวเป็นเด็กอีกครั้งได้

แม้ว่าจะไม่จำเป็นต้องเสแสร้ง เขาก็รู้สึกว่าเขาควรจะทำแบบนี้และไม่ทำตัวแปลกไปจากเดิม ภาพของเด็กสามขวบที่ทำเป็นรู้ทุกเรื่องคงทำให้เขาอายเสียยิ่งกว่าเด็กไร้เดียงสา

“ดาวิส รู้ไหมว่าแม่คิดถึงลูกแค่ไหน! มาให้แม่จุ๊บหน่อยเร็ว…”

แคลกวักมือเรียก

ดาวิสเดินเข้าใกล้แคลและยื่นหน้าผากไป เขาจึงได้รู้ว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นไม่ได้ทำให้พวกเขาสองคนห่างเหินกันเลย บางทีอาจจะเป็นเพราะนางทำเช่นนี้เพื่อไม่ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงระหว่างทั้งสอง

เมื่อเห็นว่านางยังคงปฏิบัติต่อเขาอย่างเคยก่อนที่จะรู้ว่าเขา ‘ได้รับ’ ความทรงจำเก่ามา ดาวิสก็ชื่นใจขึ้นมา

หลังจากนั้น ดาวิสคุยกับแม่ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับพ่อ

“ดีแล้วที่พวกเจ้าสองคนได้คุยกัน ดาวิส แม่จะอยู่กับเจ้าได้อีกไม่กี่เดือน เอาจี้นี่ไปสิ”

“นี่คืออะไร?”

จี้สีม่วงสว่างราวกับอัญมณี

“มันเป็นของที่จะช่วยปกปิดพลังบ่มเพาะวิญญาณของเจ้า เจ้าต้องสวมไว้กับตัวตลอดเวลา…”

แคลพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

ดาวิสประทับใจถึงที่สุด แต่ต่อมาเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาถูกหลอกจากแม่ในเมื่อวานนี้ เขาคิดว่าถ้าเขาใช้จี้อันนี้ก็น่าจะปิดบังการบ่มเพาะวิญญาณจากพ่อได้

เขาจึงคิดเล่นตลกกลับไปสักหน่อย

“หึหึ ท่านแม่ ข้ากำลังจะได้สัตว์ประหลาดตัวน้อยใช่ไหม?”

“สัตว์ประหลาดตัวน้อย? เอ๋?”

แคลสับสนไปชั่วขณะแต่ก็คิดออกในเวลาต่อมา

“นี่เจ้า! กล้าเรียกน้องของเจ้าว่าสัตว์ประหลาดเรอะ?”

แคลทำหน้าโกรธเกรี้ยวแต่ก็ยังยิ้มอยู่

ดาวิสลอยขึ้นบนอากาศในทันที

“โว้ว! อะไรกัน? ท่านแม่?!”

เขาดิ้นรนบนอากาศ

“ข้าเพิ่งนึกได้ว่าข้าไม่เคยลงโทษเจ้าเลยเพราะเจ้าทำการบ้านเสร็จก่อนเวลาเสมอมา หึหึ นี่แหละเวลาดีที่ข้าจะได้สั่งสอนเจ้า…”

แคลแหย่

ดาวิสคิดว่าแคลอาจจะใช้โอกาสนี้เพื่อใกล้ชิดกับเขามากขึ้น เขาทำหน้าตาน่าสงสารแต่ก็ดูน่ารักซึ่งทำให้แคลลังเลที่จะแกล้งเขาทันที

นางทำให้ดาวิสเข้าใกล้และอ้าแขนกอดเขา ดาวิสคิดว่าการแสดงของเขาได้ผล และเมื่อเข้าใกล้ขึ้นแคลก็เบี่ยงตัวเขา

“เอ๋? ท่านแม่?”

*เพี๊ยะ!*

“โอ๊ย!”

ดาวิสร้องด้วยความเจ็บปวด

“คิดว่าทำหน้าไร้เดียงสาแล้วจะรอดไปได้รึ?”

แคลแสยะยิ้ม

*เพี๊ยะ!* *เพี๊ยะ!* *เพี๊ยะ!*

ดาวิสโดนตีก้นน้อย ๆ อย่างแรงจนแดง

“อ๊าาาาา!”

การโดนตีก้นนั้นเจ็บปวดแต่ก็ทนได้

‘แย่แล้ว เราเหยียบกับระเบิดงั้นเหรอ!’

ดาวิสคิด ตอนนี้เขารู้แล้วว่านางรักลูก ๆ ของนางมากแค่ไหน การเล่นตลกร้ายกับนางนั้นจะทำให้เขาแย่เสียเอง

ตรงนี้เขาคิดผิด!

ดาวิสที่เคยเห็นแค่ด้านอ่อนหวานของแคลนั้นไม่เคยเห็นด้านที่น่ากลัวของนางมาก่อน! นางยังคงเป็นราชินี ให้ตายเถอะ!

“ท่านแม่! ข้าขอโทษ!”

ดาวิสร้องและขอโทษอย่างปลอม ๆ

“ดี เจ้าน่าจะพูดให้เร็วกว่านี้นะ”

แคลยิ้มเยาะก่อนจะหัวเราะ

“ดูเหมือนข้าต้องสอนมารยาทด้วยนะ เจ้าเด็กซน”

“ข้าได้ยินและยอมรับแล้ว ฝ่าบาท!”

ดาวิสพูดพร้อมทำหน้าตาน่ารัก

“เล่นตลกเป็นอย่างเดียวรึไง…”

แคลจะตีก้นดาวิสอีกครั้ง

ดาวิสดิ้นออกมาและวิ่งหนีทันที

“ฮ่าฮ่า! จับข้าไม่ได้หรอก!”

“กลับมา!”

แคลเห็นร่างเล็กหายไปจากสายตาก่อนจะยิ้มโดยไม่รู้ตัว

======

สามเดือนผ่านไป

ทุกวันเต็มไปด้วยความสุขสำหรับแคลและดาวิส ไม่เพียงแต่นางจะสอนเขาเรื่องของโลกใบนี้ แต่นางยังเล่นกับเขาและเรียนด้วยกันในตลอดสามเดือนที่ผ่านมา

จากนั้นก็มีอาจารย์หลายคนที่ถูกมอบหมายให้มาสอนดาวิสอย่างตั้งใจ

มีอาจารย์ในราชปราสาทไม่มากนักเพราะส่วนใหญ่ถูกสังหารไปกับตระกูลราชวงศ์หรือประหารเพราะเข้าข้างกบฏไปแล้ว ดังนั้นอาจารย์ส่วนใหญ่จึงเป็นอาจารย์ใหม่ที่สนใจในเรื่องราวอย่างประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และเนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องกับโลกบ่มเพาะ

แคลนั้นได้รับคำสั่งอย่างเป็นทางการจากจักรพรรดิให้พักผ่อนในอีกหกเดือนที่เหลือ แน่นอนว่าเมื่อใดก็ตามที่ดาวิสมีเวลา เขาก็จะไปเยี่ยมแม่แทบจะทุกวัน

ดาวิสต้องทำตัวเป็นเด็กต่อหน้าทุกคนยกเว้นพ่อและแม่ พ่อและแม่อนุญาตให้เขาทำแบบนั้น ที่จริงแล้วพวกเขาแอบหัวเราะดาวิสด้วยซ้ำไป

พวกเขายอมรับว่าทักษะการแสดงของดาวิสนั้นค่อนข้างยอดเยี่ยม

=====

หกเดือนผ่านไป

โลแกนเดินไปมาด้วยสีหน้าแข็งทื่อ แม้ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับแคล เขาก็ไม่แน่ใจว่าเลยหลังจากสัตว์ประหลาดอย่างดาวิสเกิดขึ้นมา เขาเริ่มคิดถึงเหตุการณ์เลวร้ายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

“ท่านพ่อ!”

ดาวิสที่อยู่ข้างหลังตะโกน

“ไม่ต้องห่วง จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับแม่ทั้งนั้น”

ดาวิสค่อนข้างสุขุมเทีัยบกับพ่อของเขา หลังจากอยู่ในร่างนี้มาหลายเดือน เขาได้คุ้นเคยกับมันและดึงสติกับความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้ออกไป อย่างน้อยเขาก็รู้สึกว่าเขาควบคุมอารมณ์ตัวเองได้แล้ว

“อืม…”

โลแกนพยักหน้าแต่ก็ยังหยุดกังวลไม่ได้

เสียงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานและลมหายใจหอบดังขึ้นมา ตามด้วยเสียงทารกร้องไห้

“แคล!”

โลแกนรีบเข้าไปยังห้องราชินี ดาวิสเองก็ตามเข้าไปด้านใน มีคนอื่นที่อยู่ไม่ห่างจากพวกเขาด้วย แต่ก็ไม่มีใครกล้าตามพวกเขาไป

ในห้อง แคลอุ้มทารกเกิดใหม่และยิ้มอย่างแจ่มใส นางดูเหมือนกับเทพธิดา รอยยิ้มนั้นทำให้ทั้งส่องสว่างไสว โลแกนอึ้งกับภาพที่ได้เห็นส่วนดาวิสนั้นมองไปยังผู้มาใหม่

โลแกนไปข้างแคลและหันไปมองทารก

“เด็กผู้หญิงล่ะ…”

แคลพูดด้วยรอยยิ้ม

แคลรู้ว่านางจะได้ลูกสาวแต่ก็เก็บไว้เป็นความลับจากทุกคน

นางมองดาวิสและพูด

“ดาวิส เจ้าเป็นพี่ชายแล้วนะ…”

“นะ…น้องสาวข้ารึ?”

ดาวิสงุนงงเมื่อรู้ว่าเขาจะมีน้องสาว ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้เพราะอัตราการเกิดทั่วไปก็ตาม

โลกใบนี้ไม่เหมือนกับโลกยุคใหม่ ผู้คนมากจะมีลูกแค่คนเดียว ส่วนใหญ่ก็เพราะว่าโอกาสที่ทายาทจะตายนั้นมีสูงมากด้วยเหตุผลหลายประกาย ส่วนมากก็มาจากความขัดแย้งรุนแรง

โลแกนอุ้มทารกจากแคล เขามองสีหน้าที่ไร้สีหน้าแต่ก็น่ารักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยรัก

“แคล ลูกเหมือนเทพธิดาไม่ต่างกับเจ้าเลย”

“เราไม่ได้คุยกันไว้เหรอว่าถ้าเด็กเป็นผู้หญิง ข้าจะเป็นคนตั้งชื่อน่ะ…”

แคลถามและหัวเราะคิกคัก

“ใช่ ถึงข้าอยากจะเป็นคนตั้งเองก็เถอะ…”

โลแกนทำหน้าไม่พอใจ เขาพึมพำ

“บ้าจริง…”

“เจ้าหญิงน้อยของเราจะชื่อคลาร่า ลอเรต”

“คลาร่า ลอเรต เป็นชื่อที่ดียิ่งนัก…”

โลแกนดีใจเล็กน้อยที่ชื่อนั้นฟังดูคล้ายกับแคล ส่วนดาวิสก็พูดชื่อนั้นซ้ำในใจ

=====

หนึ่งปีผ่านไป ดาวิสเริ่มที่จะเรียนรู้การบ่มเพาะในช่วงนี้ เขากำลังรอให้อีกปีผ่านพ้นและเริ่มการบ่มเพาะ เด็กในโลกใบนี้ดูเหมือนจะเริ่มบ่มเพาะพลังเมื่ออายุได้ห้าปี แต่ความต่างก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเด็กคนนั้น

เด็กบางคนเริ่มบ่มเพาะที่อายุห้าปี บางคนก็แปดหรือปาไปสิบปี

“ดาวิส!”

แคลเรียกเขา

“หืม? ท่านแม่!?”

ดาวิสอยู่ในห้องสมุดปราสาทอ่านหนังสือเรื่องการบ่มเพาะอยู่

“ดาวิส แม่คงไม่ต้องพูดเอง แต่เจ้า เด็กอัจฉริยะน่าจะรู้ว่าไม่มีใครบ่มเพาะวิญญาณได้มาก่อนที่จะถึงขั้นหมุนเวียนแก่นแท้”

“อย่างน้อยที่แม่รู้ แม่ไม่เคยได้ยินว่ามีคนแบบนั้น…”

“ใช่ ท่านแม่เคยบอกข้ามาก่อนแล้ว”

ดาวิสตอบทันที

แคลพยักหน้าและยิ้มอย่างดีใจ

“เจ้าโชคดีเพราะว่าเราคืออาณาจักรเดียวในทวีปนี้ที่เชี่ยวชาญการบ่มเพาะวิญญาณ”

“จริงเหรอ?”

ดาวิสถามด้วยความตื่นเต้น

“สำนัก ตระกูล สมาคมอื่นเองก็มีตำราบ่มเพาะวิญญาณ แต่เทียบกับพวกเราไม่ได้หรอก!”

“ดีจริง ๆ!”

ดาวิสดีใจเป็นอย่างมาก

“ก็หมายความว่าข้าจะบ่มเพาะวิญญาณได้เร็วกว่าทุกคนในโลกใบนี้ที่อายุเท่ากับข้าน่ะสิ”

“อย่าเพิ่งรีบดีใจไป”

แคลทำราวกับว่ากำลังจะราดน้ำเย็นใส่หน้าเขา

“ในการบ่มเพาะทั้งสามระบบ การบ่มเพาะวิญญาณคือการบ่มเพาะที่ยากที่สุด เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องโต้แย้งกันเลย”

“เจ้าเป็นขั้นก่อวิญญาณก่อนจะถึงขั้นหมุนเวียนแก่นแท้ ตำราบ่มเพาะวิญญาณในทวีปของเราจะบ่มเพาะได้ก็ต่อเมื่อถึงขั้นหมุนเวียนแก่นแท้แล้วเท่านั้น ในขั้นนั้นเจ้าจะสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในสวรรค์และผืนดินที่จำเป็นต่อการบ่มเพาะวิญญาณ”

“ถ้าเจ้าบ่มเพาะวิญญาณไม่ได้หลังจากหนึ่งปีด้วยตำราบ่มเพาะวิญญาณของพวกเรา เจ้าก็ต้องไปให้ถึงขั้นหมุนเวียนแก่นแท้ก่อนที่จะฝึกมันอีกครั้ง นั่นจะทำให้ความเร็วการบ่มเพาะของเจ้าเท่ากับเด็กตระกูลราชวงศ์ทุกคน”

แคลตัดสินใจวางอัตตาของเขาลงก่อน จากนั้นจึงอธิบาย

‘อะไรกัน?’

ดาวิสพูดไม่ออก

‘ตำนานอัจฉริยะของเรากำลังจะเป็นแค่เรื่องธรรมดางั้นเหรอ…’

การบ่มเพาะขั้นก่อวิญญาณของเขากลายเป็นความไร้ค่าถ้าเขาไม่สามารถบ่มเพาะและถึงขั้นหมุนเวียนแก่นแท้เพื่อทำให้ประสาทสัมผัสแข็งแกร่งขึ้นงั้นหรือ?

จบบทที่ ตอนที่ 9 : เจ้าหญิง

คัดลอกลิงก์แล้ว