- หน้าแรก
- อาจารย์ครับ ผมไม่อยากเป็นแค่ลูกศิษย์
- บทที่ 16 ชายผู้ดั่งเทพเจ้า
บทที่ 16 ชายผู้ดั่งเทพเจ้า
บทที่ 16 ชายผู้ดั่งเทพเจ้า
บทที่ 16 ชายผู้ดั่งเทพเจ้า
จงใจรับศิษย์ไร้ค่าเพื่อหนีภาระการสั่งสอนงั้นหรือ?
ข้าเป็นคนแบบนั้นหรือ?
...ก็ได้ ข้าเป็นแบบนั้นแหละ
แผนการอันสมบูรณ์แบบของข้าถูกมองออกจนทะลุปรุโปร่งแล้วหรือนี่...
แถมยังโดนปล่อยข่าวลือใส่ร้ายอีกต่างหาก!
หลิงโจวเยว่ตีหน้านิ่ง แสร้งทำเป็นไม่สะทกสะท้าน กระดกเหล้าเข้าปากต่อไป
ให้เซียวหรานจัดการเถอะ
นางคิดในใจ
คนแรกที่ออกปากช่วยนางคืออิ๋นเยว่เจินเหริน
แววตาอ่อนโยนของอิ๋นเยว่เจินเหรินพลันเคร่งขรึม กล่าวตรงไปตรงมาว่า:
"ต่อให้ศิษย์น้องหลิงโจวจะรับศิษย์ได้ไม่เหมาะสมนัก แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นสตรี ศิษย์น้องหวงฝู่ระวังคำพูดของเจ้าด้วย"
หวงฝู่ฉวินไม่ใส่ใจ
"นี่ไม่ใช่คำพูดของข้า แต่เป็นข่าวลือที่แพร่สะพัดในหมู่ศิษย์ การจะสยบข่าวลือพวกนี้ทำได้ง่ายมาก—ที่นี่มีจดหมายท้าประลองจากศิษย์ฝ่ายในจำนวนหนึ่ง ในนั้นมีไม่น้อยที่เป็นศิษย์ระดับหัวกะทิที่มีชื่อเสียง ข้าช่วยพวกเจ้าดองเรื่องไว้ให้วันหนึ่งแล้ว"
พูดพลางเขาก็โยนกองแผ่นหยกท้าประลองลงบนโต๊ะ
"ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ศิษย์แกนหลักฝ่ายในเหล่านี้จะมารอเจ้าที่ลานประลองยอดเขาหลักทุกวันยามเฉิน เป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม หากต้องการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เจ้าพูดเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องโกหก ก็จงใช้การกระทำทำให้พวกเขายอมรับ ดูซิว่าวาทศิลป์ของเจ้าจะใช้กับเหล่าอัจฉริยะที่พลาดหวังจากการเป็นศิษย์สืบทอดพวกนี้ได้ผลหรือไม่"
หลิงโจวเยว่ปวดหัวจี๊ด ส่งกระแสจิตภาวนาถึงเซียวหรานรัวๆ:
อย่ารับคำท้า!
อย่ารับคำท้า!
อย่ารับคำท้า!
เซียวหรานก้มลง กวาดแผ่นหยกท้าประลองบนโต๊ะใส่กระเป๋าจนหมดเกลี้ยง
"คนพวกนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ศิษย์ต้องใช้วาทศิลป์รับมือหรอกขอรับ"
ทุกคนต่างตื่นตะลึง
ไม่รู้ว่าเซียวหรานมีแผนอะไรในใจ...
ถึงขั้นเกิดความสนใจอย่างยิ่งต่อการท้าประลองของเหล่าศิษย์ในวันพรุ่งนี้
หรือว่าเจ้าเด็กนี่ จะซ่อนความสามารถที่แม้แต่ระดับผู้อาวุโสยังมองไม่ออกเอาไว้?
หวงฝู่ฉวินเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี แต่... เขายังมีไม้ตายก้นหีบ!
"อย่าเพิ่งรีบรับปาก นี่เป็นแค่ด่านแรกของเจ้า"
เซียวหรานพยักหน้าเล็กน้อย
ช่วยไม่ได้ ผู้เฒ่าคุมกฎวินัยจ้องเล่นงานอาจารย์ชัดเจน ต่อให้โจทย์จะยากแค่ไหน เขาก็ต้องรับหน้าแทนอาจารย์ให้ได้
หวงฝู่ฉวินพูดต่อ:
"ในฐานะศิษย์สืบทอดของผู้เฒ่าคุมกฎกระบี่ และว่าที่ผู้เฒ่าคุมกฎกระบี่คนต่อไป กระบี่คือสิ่งสำคัญที่สุด พิจารณาจากที่เจ้ายังเป็นปุถุชน ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งปีเพื่อเข้าร่วมพิธีรับกระบี่ หากเจ้ารอดชีวิตจากพิธีรับกระบี่และคว้ากระบี่สืบทอดของสำนักมาได้ เจ้าถึงจะถือเป็นศิษย์ผู้ถือกระบี่แห่งสำนักจงจื้ออย่างแท้จริง!"
เซียวหราน:
"ย่อมเป็นเช่นนั้น"
หวงฝู่ฉวิน:
"อย่าเพิ่งรีบรับปาก ยังมีเงื่อนไขข้อที่สาม"
ณ ที่นั่งเจ้าสำนัก
จี๋อวิ๋นจื่อเองก็ทนดูไม่ไหว ประสานมือคารวะหวงฝู่ฉวินเล็กน้อย:
"ท่านอาจารย์อาเข้มงวดกับศิษย์น้องเซียวเกินไปหรือเปล่าขอรับ?"
หวงฝู่ฉวินส่ายหน้า ถอนหายใจ
"นี่เป็นข้อกำหนดจากสมาพันธ์เต๋า"
"หมายความว่าอย่างไร?"
"สิบวันก่อน ข้าได้พบกับหลี่อู๋เสีย หัวหน้าผู้ดูแลประจำเมืองตงฝู (บูรพาพริ้ง) เขาได้แจ้งคำขาดจากสมาพันธ์เต๋าถึงสำนักอิสระต่างๆ ว่าผู้เฒ่าคุมกฎกระบี่ของแต่ละสำนักต้องทำภารกิจหนึ่งในสองอย่างให้สำเร็จ"
"ภารกิจสองอย่าง?"
"ภารกิจแรก—ผู้เฒ่าคุมกฎกระบี่ของแต่ละสำนัก ต้องรับศิษย์สืบทอดอย่างน้อยสิบคนภายในสิบปี เพื่อสืบทอดแก่นแท้แห่งวิชากระบี่ โดยให้โควตาศิษย์ในสำนักเพียงห้าคน อีกห้าคนต้องเป็นคนที่สมาพันธ์เต๋าจัดหามาให้"
"ภารกิจที่สอง—หากผู้เฒ่าคุมกฎกระบี่ไม่มีใจจะสั่งสอนศิษย์ จะต้องทำภารกิจระดับ A ของสมาพันธ์เต๋าให้สำเร็จอย่างน้อยปีละสิบภารกิจ โดยครึ่งหนึ่งของภารกิจต้องเป็นการล่าโยวหมิงระดับสูง ส่วนน้อยเป็นภารกิจสืบสวน ปราบปรามมาร เป็นต้น"
หลิงโจวเยว่ได้ยินเข้าก็ของขึ้นทันที
สมาพันธ์เต๋าบ้าบออะไรกัน ข้าไม่ทำแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะเป็นจอมโจรเด็ดบุปผาแห่งยุคปลายธรรม!
แต่พอนึกถึงท่านอาจารย์ที่งดงามดั่งภาพวาด หรือศิษย์รักที่น่าเอ็นดู นางก็ตัดใจทิ้งสำนักไม่ลง
เห็นข้าเป็นแม่หมูหรือไง? ภารกิจแรก รับศิษย์สิบคน เป็นภารกิจที่นางไม่มีวันทำสำเร็จ
ภารกิจที่สองอาจจะพอมีลุ้น
"ข้าจะพาเซียวหรานไปทำภารกิจระดับ A ของสมาพันธ์เต๋าปีละสิบภารกิจ สำหรับเขาแล้ว นี่ก็นับเป็นการบำเพ็ญเพียรอย่างหนึ่ง"
เซียวหรานพยักหน้า
คิดในใจว่า ชีวิตอันแสนสุขสบายของอาจารย์คงต้องจบลงแล้วจริงๆ
แถมยังลากเขาลงน้ำไปด้วยอีกต่างหาก
แต่สำหรับเซียวหราน นี่อาจจะไม่ใช่เรื่องแย่ เพราะเขาสามารถอาศัยโอกาสนี้ทำงานแทนอาจารย์เพื่อกอบโกยแต้มความกตัญญูได้
ข้าเป็นเครื่องมือ ท่านเป็นแกะอ้วน วิน-วินทั้งคู่
หวงฝู่ฉวินคาดไม่ถึงว่าสองศิษย์อาจารย์จะรับปากง่ายดายขนาดนี้ รู้สึกทะแม่งๆ ว่าคู่นี้ต้องมีความลับอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ
"ในเมื่อทั้งสามข้อไม่มีใครคัดค้าน จี๋อวิ๋นจื่อ เริ่มประชุมได้"
จี๋อวิ๋นจื่อถอนหายใจโล่งอก
"ขอรับ"
การประชุมผู้อาวุโสที่ยืดเยื้อมานาน ในที่สุดก็ได้เริ่มเสียที
ผู้เข้าร่วมประชุมต่างจมอยู่ในความโศกเศร้าเรื่องเจ้าสำนักจะฝ่าด่านเคราะห์ จากนั้นความสนใจก็ถูกดึงไปที่เซียวหราน ทำให้ความสนใจต่อเนื้อหาการประชุมลดน้อยลงไป
แต่ความจริงแล้ว เนื้อหาการประชุมครั้งนี้สำคัญมาก
หัวข้อที่หนึ่ง
การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของค่ายกลพิทักษ์เขา
เนื่องจากถูกโยวหมิงเจาะเข้ามาได้อย่างง่ายดาย และเจ้าสำนักไม่มีกำลังพอจะควบคุมค่ายกลพิทักษ์เขาอีกต่อไป จำเป็นต้องเสริมความแข็งแกร่งให้แกนกลางค่ายกล
หลังจากหารือกันสั้นๆ ก็มอบหมายให้จี๋อวิ๋นจื่อ โม่เสียเจินเหริน และหวงฝู่ฉวิน รับผิดชอบในส่วนต่างๆ
อิ๋นเยว่เจินเหรินรับหน้าที่เตรียมยาสำหรับฝ่าด่านเคราะห์ให้เจ้าสำนัก
ส่วนหลิงโจวเยว่รับหน้าที่รับศิษย์ หรือทำภารกิจระดับ A ของสมาพันธ์เต๋า
หัวข้อที่สอง
เพื่อเสริมสร้างการค้าขายระหว่างสำนักและเมืองต่างๆ สมาพันธ์เต๋าจะเป็นแกนนำในการสร้างเมืองเซียนการค้าเสรี เพื่อเพิ่มการแลกเปลี่ยน กระตุ้นเศรษฐกิจภายใน และทำให้มนุษย์ในยุควันสิ้นโลกมีชีวิตที่สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมืองเซียนที่ใกล้สำนักจงจื้อที่สุดและกำลังจะถูกปรับปรุง คือเมืองตงฝู (บูรพาพริ้ง) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสมาพันธ์เต๋าในอาณาจักรจูเชวี่ย (หงส์เพลิง)
เซียวหรานคิดในใจ นี่มันเหมือนกับการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษชัดๆ
สมาพันธ์เต๋าพยายามใช้สิ่งนี้รวบรวมอำนาจของผู้บำเพ็ญเพียร เพิ่มอิทธิพลของสมาพันธ์ และทำลายแนวคิดปิดประเทศ เก็บตัวเงียบ หรือหวงแหนสมบัติของสำนักต่างๆ
หัวข้อที่สาม
สมาพันธ์เต๋าออกประกาศให้สำนักใหญ่ เมืองต่างๆ และนักล่าโยวหมิง เฝ้าระวังองค์กรชั่วร้ายที่มีชื่อว่า "สาวก" (ซือถู)
องค์กรนี้กำลังทำการอัญเชิญโยวหมิงในเขตชุมชนที่มีประชากรหนาแน่นหลายแห่ง!
พฤติกรรมชั่วร้ายอย่างยิ่ง ผู้พบเห็นต้องแจ้งสมาพันธ์เต๋าทันที หรือให้สำนักใหญ่ส่งยอดฝีมือเข้าจับกุม ส่งตัวให้สมาพันธ์เต๋า จะมีรางวัลอย่างงาม
อัญเชิญโยวหมิง?
เซียวหรานคิดในใจ นี่มันพวกคนขายชาตินี่นา?
ทำให้นึกถึงพวกปัญญาชนในชาติก่อน จิตใจที่บูชาคนแข็งแกร่งจนยอมก้มหัวให้ศัตรูของมนุษยชาตินั้นช่างน่ารังเกียจจริงๆ!
การประชุมผู้อาวุโสจบลงอย่างรวดเร็ว
หัวข้อสำคัญสามเรื่อง แต่ทุกคนทำเพียงพยักหน้าครุ่นคิด ไม่มีความเห็นที่เป็นประโยชน์อะไรออกมา
...
กลับมาที่ยอดเขากระบี่
ใต้ต้นสนรากขด สายลมพัดอบอุ่น
เซียวหรานยืนนิ่งเป็นเสาหลัก
หลิงโจวเยว่เดินวนรอบตัวเซียวหราน สำรวจลูกศิษย์ที่เพิ่งอยู่ด้วยกันมาแค่วันสองวันอย่างละเอียดถี่ถ้วนตั้งแต่หัวจรดเท้า
ครั้งนี้ นางไม่ได้ดูแคลนพรสวรรค์อันดาษดื่น หรือตรวจสอบร่างกายอันหล่อเหลาของเขา
แต่กำลังพิจารณานิสัยใจคอของเขา!
ที่ผ่านมาเจ้านี่แกล้งทำตัวซื่อๆ ใสซื่อบริสุทธิ์ใส่ข้างั้นรึ?
ใจกล้าขนาดนี้ ฉลาดขนาดนี้เชียวหรือ?
กล้าโม้ต่อหน้าสี่ผู้อาวุโสโดยไม่ต้องร่างบท?
เพื่อปกป้องอาจารย์ ถึงกับกล้าทำขนาดนี้...
เจ้าโตมาด้วยการกินความกตัญญูหรือไง!
ไม่ว่าจะอย่างไร ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป นางกับเซียวหรานไม่ได้เป็นแค่ศิษย์อาจารย์ แต่เป็นตั๊กแตนบนเรือลำเดียวกัน (ลงเรือลำเดียวกันแล้ว)
พอตระหนักได้ดังนี้ นางก็เดินไปข้างหลังเซียวหราน แล้วลงมือนวดไหล่ให้เขา
"วันนี้เจ้าเก่งมาก"
เซียวหรานรู้สึกไหล่อ่อนยวบ พลังปราณแผ่วเบาไหลรินเข้าสู่ร่างกาย รู้สึกเคลิ้มๆ
นี่เป็นภาพที่เขาไม่เคยจินตนาการมาก่อน!
กตัญญูจนได้ดี มีทุกอย่างที่ควรมีจริงๆ
เซียวหรานเหนื่อยมาหลายวัน ช่วงเวลานี้ขอแค่เสพสุข ไม่พูดอะไร
หลิงโจวเยว่ลองหยั่งเชิงถาม:
"เรื่องพิธีรับกระบี่กับภารกิจระดับ A ไว้ค่อยว่ากัน แต่การท้าประลองของศิษย์ในวันพรุ่งนี้—เจ้าจะปิดปากพวกศิษย์หัวกะทิพวกนั้นยังไง?"
เซียวหรานหยิบกระบี่พกของเขาออกมา จากช่องเก็บของระบบ
"แน่นอนว่าต้องใช้กระบี่ใหญ่ของศิษย์สิขอรับ"
หลิงโจวเยว่รู้สึกผิดขึ้นมาทันที
"น่าเสียดายที่อาจารย์ไม่มีวิชากระบี่ที่คนธรรมดาฝึกได้จะสอนเจ้า"
"ไม่เป็นไรขอรับ"
เซียวหรานไม่ใส่ใจ เพียงกล่าวว่า:
"ศิษย์มีเรื่องหนึ่งสงสัยขอรับ"
หลิงโจวเยว่บีบไหล่เขาแรงขึ้นอย่างหมั่นไส้ปนเอ็นดู
"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าอยู่กับข้าไม่ต้องเกร็ง มีอะไรก็พูดมาตรงๆ"
เซียวหรานถามตรงๆ ว่า:
"ที่ท่านอาจารย์รับศิษย์เป็นศิษย์ เพราะศิษย์มีพรสวรรค์ขยะ จะได้ใช้เป็นข้ออ้างหนีภาระการสั่งสอนใช่ไหมขอรับ?"
มือของหลิงโจวเยว่ชะงักกึก เหงื่อซึมฝ่ามือ
เจ้าช่างเป็นคนตรงไปตรงมาจริงๆ!
หลังจากขบคิดอย่างหนัก ในที่สุดนางก็หาข้ออ้างที่สมบูรณ์แบบได้
นางเดินมาหยุดตรงหน้าเซียวหราน จัดคอเสื้อให้เขาเรียบร้อย ดวงตาสีอำพันสะท้อนภาพดวงดาวดวงเดียวในยามค่ำคืน
"ตอนอาจารย์ยังเด็ก ท่านแม่เคยบอกว่า—ในชีวิตข้า นอกจากจะได้พบเจอนางเซียนนับพันนับหมื่นแล้ว ยังจะได้พบกับชายผู้ดั่งเทพเจ้าคนหนึ่ง น่าเสียดายที่ชายผู้ดั่งเทพเจ้าผู้นี้ในตอนนี้ยังเป็นแค่หยกดิบ ต้องได้รับการเจียระไนอย่างประณีต"
เซียวหรานพยักหน้า
เชื่อก็บ้าแล้ว!