เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 เจ้ารู้จักวิธีพลิกหน้าดินทั้งสี่แบบไหม?

บทที่ 11 เจ้ารู้จักวิธีพลิกหน้าดินทั้งสี่แบบไหม?

บทที่ 11 เจ้ารู้จักวิธีพลิกหน้าดินทั้งสี่แบบไหม?


บทที่ 11 เจ้ารู้จักวิธีพลิกหน้าดินทั้งสี่แบบไหม?

เซียวหรานใบหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นวาบ

ยาสมุนไพรที่ช่วยยืดอายุขัยให้คนธรรมดาได้ถึงหนึ่งพันปี?

ที่ท่านอาจารย์บอกว่าจะพามาดูสาวงาม จริงๆ แล้วตั้งใจจะมาช่วยข้ายืดอายุขัยหรอกหรือ?

เดิมทีเขาคิดว่าอาจารย์เป็นแค่สาวห้าวขี้เมาทรงโตไร้สมอง นึกไม่ถึงว่าเรื่องที่นางใส่ใจจะละเอียดอ่อนขนาดนี้ เป็นอาจารย์ที่ดีที่คิดเผื่อศิษย์ด้วยใจจริง?

เพียงแต่ว่า การจะหายายืดอายุขัยพันปีให้คนธรรมดา มันจะไม่เป็นการฝืนชะตาเกินไปหน่อยหรือ?

ถ้ามียาแบบนั้นอยู่จริง ใครจะยอมทนลำบากบำเพ็ญเพียรกันเล่า?

กินยาแล้วเป็นอมตะ ไม่ดีกว่าหรือไง?

"มีอยู่จริง"

อิ๋นเยว่เจินเหรินเอ่ยเสียงเบา

เซียวหรานตกตะลึง

มีจริงด้วยหรือ?

ดูท่าท่านอาจารย์จะเป็นอาจารย์ที่ดีที่ห่วงใยศิษย์จริงๆ เสียด้วยสิ!

อิ๋นเยว่เจินเหรินแบมือออก แสงสีเขียวหมุนวน ปรากฏเม็ดยาสีดำสนิท ผิวขรุขระขึ้นกลางฝ่ามือ

"ยานี้มีชื่อว่า ยาพันปี เป็นยาที่ข้าปรุงขึ้นสมัยยังสาว มีผลเฉพาะกับผู้ที่มีพรสวรรค์ห้าธาตุสมดุล ตามทฤษฎีแล้วหลังจากกินเข้าไปจะช่วยยืดอายุขัยได้หนึ่งพันปี แต่ก็มีโอกาสจำนวนหนึ่งที่ผู้กินจะตัวแตกตายภายในสิบลมหายใจ"

เซียวหรานรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง

มองเข้าไปในดวงตาอ่อนโยนของอิ๋นเยว่เจินเหรินขณะเล่าเรื่องอย่างราบเรียบ เห็นได้ชัดว่ามีประกายบางอย่างที่แปลกประหลาดวาบผ่าน

ท่านคงไม่ได้กำลังหาหนูทดลองยาอยู่หรอกใช่ไหม?

ไอ้คำว่า "โอกาสจำนวนหนึ่งที่จะตัวแตกตาย" นี่ได้มายังไงกัน?

ยิ่งคิดยิ่งสยอง เซียวหรานรีบกล่าว:

"ชีวิตคนเราเหมือนแสงวูบเงาผ่าน ศิษย์คิดว่าความเรียบง่ายคือความจริงแท้ ปุถุชนไม่จำเป็นต้องฝืนยืดอายุขัยหรอกขอรับ"

หลิงโจวเยว่เองก็รู้สึกว่ายาพันปีนี้ดูจะอันตรายเกินไป จึงถามว่า:

"ท่านอาจารย์มียาที่ยืดอายุได้สักร้อยปีไหมเจ้าคะ?"

"ก็มีอยู่"

อิ๋นเยว่เจินเหรินแบมืออีกครั้ง แสงสีเขียวหมุนวน ปรากฏเม็ดยาสีเทาหม่น ผิวขรุขระไม่เรียบขึ้นกลางฝ่ามือ

"ยานี้ชื่อว่า ยาร้อยปี เป็นยาที่ข้าปรุงขึ้นสมัยยังสาวเพื่อคนธรรมดาที่มีพรสวรรค์ดาษดื่น กินแล้วยืดอายุขัยได้ร้อยปี แต่มีโอกาสเล็กน้อยที่ผู้กินจะกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต"

พิการตลอดชีวิตเนี่ยนะ!

เซียวหรานเข่าอ่อนยวบ รีบกล่าว:

"ผู้บำเพ็ญเพียรยึดถือวิถีแห่งธรรมชาติ ปกครองด้วยความไม่กระทำ ศิษย์ได้มาเยือนประตูเซียนครั้งหนึ่งในชีวิตก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องฝืนยืดอายุขัยขอรับ"

อิ๋นเยว่เจินเหรินบีบเม็ดยาในมือจนแตกละเอียด ยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วหันไปพูดกับหลิงโจวเยว่:

"ศิษย์หลานช่างเข้าใจโลกดีแท้ นับเป็นโชคดีของเจ้า"

หลิงโจวเยว่ยิ้ม ถ้าไม่เข้าใจโลกจะเป็นสถาปนิกมือหนึ่งได้ยังไงล่ะ?

แต่กลับได้ยินเซียวหรานถามแทรกขึ้นมาว่า:

"ท่านอาจารย์ลุงมียาที่ยืดอายุแค่สิบปีไหมขอรับ?"

อิ๋นเยว่เจินเหรินพยักหน้าเล็กน้อย พอใจกับทัศนคติที่ไม่แก่งแย่งของเซียวหราน

ไม่แก่งแย่ง คือความเกียจคร้าน

แก่งแย่งเกินไป มักกลายเป็นมาร

ไม่แก่งแย่งชิงดีนั่นแหละคือวิถีธรรมชาติ คือจิตใจที่แท้จริง

สำหรับปุถุชนที่จู่ๆ ก็ได้ดิบได้ดีแต่ยังรักษาจิตใจเช่นนี้ไว้ได้ นับว่าหาได้ยากยิ่ง

"มี"

"ผลข้างเคียงล่ะขอรับ?"

"รสขม แก้ร้อนใน"

เซียวหรานทำหน้าจริงจังขึ้นมาทันที:

"ยาดีขนาดนี้ ขอศิษย์สักร้อยเม็ดเถิดขอรับ"

อิ๋นเยว่เจินเหรินชะงักกึก พูดไม่ออกไปชั่วขณะ...

หลิงโจวเยว่คิ้วกระตุก ฟาดฝ่ามือลงบนไหล่เซียวหรานดังเพียะ

"เจ้าโง่! ยาสิบปีร้อยเม็ด มันเอามารวมกันให้ยืดอายุพันปีไม่ได้หรอกนะ!"

"เอ๊ะ ไม่ได้เหรอขอรับ?"

เซียวหรานแกล้งถามกลับ

เขาแรู้อยู่แล้วว่าไม่ได้!

แต่เมื่อกี้โดนอิ๋นเยว่เจินเหรินเอายาพันปี ยาร้อยปีมาลองเชิงจิตใจ เขาเลยหมั่นไส้ แกล้งยั่วประสาทนางกลับบ้าง

ความรู้สึกเหมือนโดนเทพารักษ์ถือขวานมาถามว่า:

เจ้าหนุ่มตัดฟืนเอ๋ย ขวานที่เจ้าทำตกคือขวานทองคำเล่มนี้ ขวานเงินเล่มนี้ หรือขวานเหล็กเล่มนี้?

ข้าทำตกทั้งแก๊งขวานซิ่งนั่นแหละ!

เซียวหรานไม่ชอบความรู้สึกถูกลองใจ ถูกอ่านใจ หรือถูกตัดสิน เขาเลยแกล้งรุกฆาตท่านอาจารย์ลุงกลับไปหนึ่งตา

ผลคือโดนอาจารย์ตัวเองตบ...

หลิงโจวเยว่ยังไม่ละความพยายามที่จะยืดอายุขัยให้เซียวหราน

"ในเมื่อยาที่มีอยู่ใช้ไม่ได้ ท่านอาจารย์ช่วยตรวจร่างกายเขาหน่อยได้ไหมเจ้าคะ เผื่อจะปรุงยาอายุวัฒนะสูตรเฉพาะที่เหมาะกับเขาได้"

อิ๋นเยว่เจินเหรินถอนหายใจ:

"ยิ่งศึกษาวิชาปรุงยา ยิ่งเข้าใจว่าการฝืนลิขิตสวรรค์นั้นเป็นไปไม่ได้ เจ้าเรียนปรุงยากับข้ามาตั้งหลายสิบปี ทำไมถึงยังไม่เข้าใจหลักการง่ายๆ แค่นี้? ศิษย์หลานเซียวเป็นคนดี เจ้าจะเก็บเขาไว้ก็ได้ แต่ควรจะรับศิษย์สืบทอดเพิ่มอีกสักคนสองคน อย่าให้วิชากระบี่ของเจ้าต้องมาจบสิ้นในยุคปลายธรรมเลย"

หลิงโจวเยว่ได้ยินดังนั้นก็ปวดหัวตุบ รีบแย้ง:

"คนธรรมดาสืบทอดวิชากระบี่ของข้าไม่ได้ตรงไหน? อย่าเห็นว่าเจ้านี่ดูซื่อบื้อ ไม่แน่วันหน้าวิชากระบี่ของเขาอาจจะเหนือกว่าข้าก็ได้นะ"

อิ๋นเยว่เจินเหรินเห็นหลิงโจวเยว่ดื้อดึง ก็ไม่คิดจะเกลี้ยกล่อมต่อ เพียงกล่าวว่า:

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าจะหาเวลาจัดการผ่าตัดตรวจสอบร่างกายและการแช่สมุนไพรให้เขา"

หลิงโจวเยว่ยิ้มกว้าง คิดในใจว่า ท่านอาจารย์รักข้าจริงๆ ด้วย!

"ขอบพระคุณท่านอาจารย์เจ้าค่ะ"

เซียวหรานยืนนิ่งอึ้ง หน้าดำคร่ำเครียด

แช่สมุนไพรพอเข้าใจ แต่ "ผ่าตัดตรวจสอบร่างกาย" นี่มันคืออะไรฟระ?

กำลังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ท่านอาจารย์ก็ตบไหล่เขา แล้วเอากระบอกเหล้าชี้ไปที่แปลงสมุนไพร:

"ยังเหลือเวลาอีกเกือบชั่วยามกว่าจะถึงเวลาประชุมผู้อาวุโส เจ้าไปช่วยถอนหญ้าจับแมลง พรวนดินในแปลงสมุนไพรของท่านอาจารย์ลุงหน่อยสิ ถือว่าแสดงความกตัญญู"

หูเซียวหรานกระดิกดุจหูกระต่าย

คำสำคัญ: แสดงความกตัญญู

หรือนี่จะเป็นวิธีใหม่ในการถอนขนแกะ?

ช่วยอาจารย์แสดงความกตัญญูต่ออาจารย์ลุง...

กตัญญูข้ามรุ่น?

น่าลอง!

เซียวหรานเพ่งสมาธิเปิดร้านค้าในระบบ ค้นหาทักษะกสิกรรม

[ทักษะกสิกรรมขั้นสูงสุด: ประกอบด้วยการไถพรวน, คัดเลือกเมล็ดพันธุ์, เพาะกล้า, ใส่ปุ๋ย, รดน้ำ, กำจัดแมลง, กำจัดวัชพืช, การเสียบยอด ฯลฯ ขั้นสูงสุด... ราคารวม 9 แต้มความกตัญญู ยืนยันการซื้อหรือไม่?]

สำหรับเซียวหราน การลงทุนซื้อทักษะกสิกรรมอยู่ในแผนอยู่แล้ว

ยอดเขากระบี่โล่งเตียนจนดูไม่ได้ เขาตั้งใจจะหาอะไรดีๆ มาปลูก เพื่อแสดงความกตัญญูต่ออาจารย์อยู่แล้ว

ตอนนี้ถือว่าลงทุนล่วงหน้ามาทดลองวิชาก่อน ก็ไม่เสียหายอะไร

"ซื้อ!"

[ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับ: ทักษะกสิกรรมขั้นสูงสุด! (ใช้ไป 9 แต้มความกตัญญู คงเหลือ 28 แต้ม)]

สมองของเซียวหรานส่งเสียงวูบวาบ ยกระดับขึ้นในทันที

เพียงชั่วพริบตา ทะเลความรู้ของเขาพลันกระจ่างใสดุจดวงดาว

ไม่นาน ความรู้เรื่องการทำเกษตรนานาชนิด เทคนิคการขอเมล็ดพันธุ์ การเร่งโต ท่าไถพรวน การรดน้ำอย่างยั่งยืน การเสียบยอดหัวมัน... ก็หลั่งไหลเข้ามาเต็มสมอง

ความรู้แปลกๆ เพิ่มขึ้นอีกแล้ว!

เมื่อเดินเข้าสู่แปลงสมุนไพรอีกครั้ง เซียวหรานมองพืชวิญญาณในแปลงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง

เด็กหญิงสองคนเดินอาดๆ อยู่ในร่องแปลงยาสมุนไพร ขาสั้นๆ สี่ข้างก้าวฉับๆ ด้วยท่าทางอย่างกับลูกพี่ใหญ่

ชุนวาส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก ชี้แนะเซียวหรานว่า:

"ศิษย์น้อง นี่เป็นแปลงสมุนไพรวิญญาณ ไม่เหมือนนาข้าวชาวบ้านนะ เจ้าแน่ใจนะว่าถอนหญ้าจับแมลงเป็น? แมลงที่นี่กัดเจ็บนะ หญ้าก็มีพิษด้วย!"

ชิวฉานทำท่าเชิดหยิ่ง ชูนิ้วขึ้นถามอย่างถือตัว:

"เจ้ารู้จักวิธีพลิกหน้าดินทั้งสี่แบบไหม?"

...

หน้าผาด้านตะวันออกของยอดเขาร้อยสมุนไพร

ทะเลหมอกสีคราม แสงรุ่งอรุณอาบไล้ท้องฟ้า

ทิวไม้เมเปิ้ลสีม่วงอาบไล้ด้วยหมอกบางและแสงยามเช้า

ท่ามกลางไอหมอกแห่งรุ่งอรุณ ทันใดนั้นแสงสีทองก็สาดส่องเจิดจ้า ราวกับน้ำเหล็กเดือดพล่านพวยพุ่งออกมา โอบล้อมดวงตะวันที่ค่อยๆ ลอยขึ้นเหนือขุนเขา!

เมฆครึ่งฟ้าเปลี่ยนสีจากแดงเข้มเป็นเหลืองทองอร่ามทีละชั้นทีละแผ่น และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ชั่วพริบตาก็ย้อมทั่วทั้งฟ้าดินเป็นสีแดงฉาน

อิ๋นเยว่เจินเหรินยืนไพล่หลังอยู่ริมหน้าผา

ลมเช้าพัดมาเบาๆ พัดเส้นผมสีเงินปลิวไสว เผยให้เห็นความอ่อนโยนอันไร้ขอบเขตและความโศกเศร้าจางๆ

"ไม่รู้ว่าในโลกบำเพ็ญเพียรจะยังมีสถานที่ที่มองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้อีกกี่แห่ง และไม่รู้ว่าสำนักจงจื้อจะยังมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้อีกนานแค่ไหน"

หลิงโจวเยว่กระดกเหล้าขุ่นเข้าปากตามใจชอบ

ลมเขาพัดแรง พัดชุดคลุมสีเขียวแนบเนื้อ เผยสัดส่วนที่ชวนให้คนอิจฉา

"ในเมื่อกระแสโลกไม่อาจต้านทาน ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว จะตายก็ตายด้วยกันหมด ไม่ดูอลังการดีหรือ?"

อิ๋นเยว่เจินเหรินส่ายหน้า

"พลังยิ่งมาก ความรับผิดชอบยิ่งใหญ่ ในยุคสมัยนี้ เจ้าจะทำตัวลอยชายต่อไปคงยากแล้ว"

"อะแฮ่ม ลอยชายอะไรกัน ข้าก็กำลังตั้งใจสอนลูกศิษย์อยู่นะ"

"เจ้ามักจะเลือกเดินเส้นทางที่ขรุขระที่สุดเสมอ"

หลิงโจวเยว่ยิ้ม:

"นี่ก็นับเป็นการบำเพ็ญเพียรอย่างหนึ่ง"

อิ๋นเยว่เจินเหรินเถียงสู้นางไม่ได้ ได้แต่เตือนว่า:

"ในที่ประชุมผู้อาวุโส ข้าจะไม่ช่วยเจ้าพูดนะ เจ้าคิดให้ดีๆ"

"บังเอิญจัง ข้าก็จะไม่ช่วยเขาพูดเหมือนกัน"

หลิงโจวเยว่หันกลับมา มองไปที่เซียวหรานในระยะไกล

"อย่าเห็นว่าเขามีพรสวรรค์ขยะ แต่ในบางเรื่องเขาก็มีพรสวรรค์อยู่นะ"

อิ๋นเยว่เจินเหรินยืนอยู่ริมหน้าผา ไพล่หลังชมพระอาทิตย์ขึ้น รู้สึกปวดหัวกับศิษย์ผู้รักความสบายคนนี้ยิ่งนัก

"ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะรับเขาเป็นศิษย์สืบทอดเพราะพรสวรรค์พิเศษอะไร"

หลิงโจวเยว่ยกกาเหล้าขึ้นดื่มอึกใหญ่พลางกล่าว:

"งั้นก็ต้องคอยดูกันต่อไป"

ตอนที่นางพูดประโยคนี้ นางไม่มีทางคาดคิดเลยว่า เพียงแค่ครึ่งชั่วยามต่อมา อิ๋นเยว่เจินเหรินจะต้องยืนตะลึงงันอยู่ข้างแปลงสมุนไพร...

จบบทที่ บทที่ 11 เจ้ารู้จักวิธีพลิกหน้าดินทั้งสี่แบบไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว