- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตัวประกอบแท้ๆ แต่ทำไมผมคือบอสใหญ่สุดล่ะเนี่ย
- บทที่ 28 วิฬาร์คู่ในห้วงจินตภาพ
บทที่ 28 วิฬาร์คู่ในห้วงจินตภาพ
บทที่ 28 วิฬาร์คู่ในห้วงจินตภาพ
เมื่อลินน์บอกเล่าถึงความต้องการของ 'วิฬาร์ล่าแสง' ให้แก่เหล่าผู้ชมในแชทสดฟังด้วยสีหน้าปั้นยาก หน้าจอเบื้องหน้าก็พลันถูกปกคลุมด้วยข้อความทะลึ่งตึงตังจนแทบไม่หลงเหลือที่ว่าง
【ฮ่าๆๆๆๆ——】
【ขออภัยด้วยจริงๆ พอได้ยินว่าพันธสัญญาต้องมีเงื่อนไขจากทั้งสองฝ่ายถึงจะมีผล ในหัวฉันก็นึกไปไกลถึงพวกตัณหาราคะที่รุนแรงอะไรเทือกนั้น แต่ใครจะไปนึกว่าตัวที่เสนอเงื่อนไขแบบนั้นออกมาจะเป็นแค่แมวตัวหนึ่ง?】
【ความจริงแมวก็ไม่เลวนะ ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งเธอเปลี่ยนร่างได้ขึ้นมาล่ะ? พวกนายคิดว่าไง?】
【ไม่ว่าจะมองในแง่วิวัฒนาการหรือทฤษฎีไหนๆ เรื่องนั้นมันก็เป็นไปไม่ได้โว้ย!】
【แต่นี่มันต่างโลกนะ ความเป็นวิทยาศาสตร์ที่สุดของที่นี่ก็คือการที่ไม่มีอะไรเป็นวิทยาศาสตร์เลยยังไงล่ะ】
【แต่เดี๋ยวนะ สิ่งที่ลินน์อัญเชิญมาคือจิตวิญญาณไม่ใช่เหรอ? ทำไมพวกวิญญาณถึงมีความใคร่ได้ล่ะ?】
【นี่เป็นประเด็นที่น่าศึกษาจริงๆ ตามหลักการแล้ว สัญชาตญาณการสืบพันธุ์ควรจะถูกสลักไว้ในยีนและเป็นสัญชาตญาณที่ถูกกระตุ้นได้ง่ายที่สุด แต่ปัญหาก็คือ ยัยแมวนี่ยังไม่มีร่างกายด้วยซ้ำ!】
หรือนี่คือความหมายของคำว่า ราคะที่สลักลึกลงไปในจิตวิญญาณ?
【...】
ขณะที่ช่องคอมเมนต์เริ่มเปลี่ยนจากหัวข้อไร้สาระเข้าสู่การสนทนาที่จริงจัง ใบหน้าของลินน์ก็กระตุกโดยไม่ตั้งใจ เขาโน้มตัวลงช้อนเจ้าลูกแมวขึ้นมาถือไว้ตรงหน้า พลางสำรวจสิ่งอัญเชิญตัวแรกของตนอย่างละเอียด
การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้นุ่มนวลนัก เจ้าวิฬาร์ล่าแสงจึงดิ้นรนและสั่นเทาไปทั้งตัว ทว่าเมื่อพบว่าการดิ้นรนนั้นไร้ผล มันจึงเอียงคอจ้องมองใบหน้าของเด็กหนุ่มด้วยดวงตาสีเขียวมรกตคู่สวย และจากนั้น...
ลินน์ย้ายเจ้าแมวออกห่างจากตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ยกโทษให้ผมด้วยที่ตอนนี้ยังไม่ออกมาตอบสนองความต้องการของเธอได้" เขาอธิบายเหตุผลให้วิฬาร์ล่าแสงฟังอย่างเป็นระบบและใจเย็น "ประการแรกคือเรื่องข้อจำกัดทางการสืบพันธุ์ระหว่างสายพันธุ์ ประการที่สองคือตอนนี้เธอเป็นเพียงวิญญาณที่สร้างจากพลังเวท หากต้องการบรรลุคำขอนั้น เธอต้องไปหาสิ่งอัญเชิญประเภทวิญญาณชนิดเดียวกับเธอเสียก่อน"
ด้วยอานุภาพแห่งพันธสัญญา เจ้าแมวแห่งแสงจึงเข้าใจในสิ่งที่ลินน์ต้องการจะสื่อ และเพราะมันเข้าใจ หูแมวที่เคยกระดิกอย่างร่าเริงทั้งสองข้างจึงลู่ลงทันที ราวกับมันกำลังโศกเศร้าเสียเต็มประดา
ถ้าจะเศร้าก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ เพราะเรื่องนี้ผมช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ
ตามข้อตกลงในสัญญา ลินน์เดินพลังเวทย้อนกลับหมายจะเก็บเจ้าวิฬาร์ล่าแสงเข้าสู่ห้วงพันธนาการ ทว่าในวินาทีนั้นเอง ช่องคอมเมนต์กลับส่งเสียงคัดค้านขึ้นมา
【อัญเชิญมาแล้วทั้งที ไม่คิดจะตั้งชื่อให้หน่อยเหรอ?】
"ชื่อเหรอ?" ลินน์มองเจ้าแมวอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจ "แมวตัวนี้ตัวเล็กแถมยังมีขนสีขาว งั้นเอาเป็น..."
"ฉันจะเรียกเธอว่า เจ้าดำ!"
"เมี๊ยว!!!" เมื่อได้ยินชื่อนั้น วิฬาร์ล่าแสงก็พลันขนลุกชันและแผดเสียงร้องออกมาทันที
ลินน์พยักหน้าอย่างพอใจ "ไม่มีข้อโต้แย้งสินะ งั้นตกลงตามนี้"
【ฉันไม่มีข้อโต้แย้งจริงๆ ด้วยละ~】
【ดูสิว่ามันดีใจขนาดไหน ขนลุกชันไปทั้งตัวเพื่อเฉลิมฉลองเลยนะนั่น】
【ไอ้คนใจร้าย! ลูกแมวน่ารักขนาดนี้ นายรังแกมันลงคอได้ยังไง!】
【นั่นก็เพราะเนื้อแมวมันรสชาติไม่อร่อยน่ะสิ】
【...】
ลินน์หรี่ตามองช่องคอมเมนต์พลางอมยิ้ม
"เจ้าดำ" เป็นเพียงเรื่องล้อเล่นเท่านั้น มันอาจจะเหมาะสำหรับเป็นชื่อเล่นของสุนัข แต่การใช้กับแมวที่สง่างามอย่างวิฬาร์ล่าแสงดูจะเป็นการดูหมิ่นรูปลักษณ์ของมันไปเสียหน่อย หลังจากผ่านการถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนและการลงคะแนนจากเหล่าผู้ชม ในที่สุดชื่อ "ปิงปิง" ก็ถูกเลือกขึ้นมา
เหตุผลก็คือ ตามคำบรรยายของลินน์ เจ้าแมวที่สร้างจากวิญญาณตัวนี้ให้สัมผัสที่เย็นเยียบบริสุทธิ์ประหนึ่งน้ำในลำธารยามลูบไล้ ชื่อปิงปิงที่แปลว่าน้ำแข็งจึงดูเหมาะสมที่สุดในแง่ของสัมผัสทางกาย
เมื่อได้ชื่อมาแล้ว ลินน์จึงก้าวเข้าสู่ก้าวแรกบนหนทางแห่งผู้อัญเชิญอย่างเป็นทางการ ทว่าลินน์ไม่ใช่คนประเภทที่เดินก้าวเดียวแล้วจะหยุดพัก หลังจากจบก้าวแรก เขาก็เริ่มเตรียมการสำหรับก้าวที่สองในทันที
นั่นคือ... การพยายามนำ 'ปิงปิง' ในร่างวิญญาณเข้าสู่ทะเลจินตภาพ
ในทะเลแห่งจินตภาพ ลินน์ปรากฏตัวขึ้นบนชายหาดที่คุ้นเคยอีกครั้ง คราวนี้ ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยคำทักทาย ผืนทรายบนพื้นก็เริ่มเคลื่อนไหวเอง
【สวัสดี】
คำทักทายที่ห้วนสั้นและดูเป็นแบบแผนไม่ได้ทำให้ลินน์ที่เตรียมใจไว้แล้วตกใจ เขาตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มว่า "สวัสดี"
หลังจากนั้น ทะเลจินตภาพก็ตกอยู่ในความเงียบงัน ลินน์ไม่ได้ใส่ใจว่ามันกำลังเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเขาอยู่หรือไม่ เขาสำรวจสภาวะของตนเองขณะนั่งขัดสมาธิบนชายหาด ก่อนหน้านี้เขาและเหล่าผู้ชมคาดการณ์ว่า 【สัญญาอัญเชิญ】 คือพันธะที่ถูกสถาปนาขึ้นระหว่างดวงวิญญาณและสิ่งอัญเชิญ ดังนั้นสัญญานี้ควรจะติดตัวเขาเข้ามาในทะเลจินตภาพด้วยในขณะที่เขายู่ในร่างจิต
สิ่งที่ลินน์ต้องทำตอนนี้คือค้นหาสัญญาฉบับนั้นในสภาวะปัจจุบันของตน ไม่นานนักเขาก็ลืมตาขึ้น พลันพลังเวทสีขาวบริสุทธิ์ก็ควบแน่นเบื้องหน้า ก่อตัวเป็นวงเวทอัญเชิญที่สมบูรณ์แบบก่อนจะสลายไปอย่างเงียบเชียบ
"เมี๊ยว?"
ปิงปิงเดินวนไปรอบๆ จ้องมองสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยพลางร้องออกมาด้วยความสับสน
การคาดการณ์เป็นจริงด้วย
ดวงตาของลินน์ฉายแววตื่นเต้น เขาเมินปิงปิงที่เข้ามาซุกหัวกับขากางเกงของเขาอีกครั้ง ทว่ามือกลับยื่นไปลูบหัวมันด้วยความเอ็นดู
"ในเมื่อการคาดเดาของผู้ชมถูกต้อง การทดลองขั้นต่อไปก็น่าจะสำเร็จเช่นกัน!"
เขาพึมพำกับตัวเอง เตรียมจะเลือกความรู้ที่ใช้สำหรับการแยกโครงสร้างข้อมูล เพื่อทดลองเปลี่ยนมันให้เป็นโมดูลที่ปิงปิงสามารถใช้งานได้ แล้วติดตั้งลงบนตัวมัน ทว่าในวินาทีนั้นเอง ความเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงก็บังเกิดขึ้น
จู่ๆ เกลียวคลื่นก็โถมซัดขึ้นมา มวลน้ำมหาศาลปะทะเข้ากับชายหาดที่ลินน์ยืนอยู่ คลื่นแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มลามมาถึงเท้าของเขา ทว่าก่อนที่มันจะกลืนกินลินน์ลงไป เกลียวคลื่นเหล่านั้นกลับหยุดชะงักราวกับเวลาถูกแช่แข็ง แล้วม้วนตัวพุ่งสูงขึ้นประหนึ่งมีบางสิ่งกำลังจะถือกำเนิด
"..."
ลินน์จ้องมองตาค้าง เมื่อเห็น 'วิฬาร์ล่าแสงสีคราม' ตัวหนึ่งเดินนวยนาดออกมาจากเกลียวคลื่นอย่างสง่างาม เมื่อมันเดินมาถึงตรงหน้าเขา เจ้าแมวสีน้ำเงินตัวนั้นก็หยุดลง และต่อหน้าสายตาที่มึนงงของลินน์ มันก็ยื่นขาหลังออกมา
"พลั่ก—"
ร่างของปิงปิงลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งที่งดงามกลางอากาศ ก่อนจะร่วงจมหายลงไปในทะเลอย่างไร้ร่องรอย ขณะเดียวกัน เจ้าแมวสีน้ำเงินก็สบโอกาสเข้ามายึดพื้นที่แทนที่ปิงปิง และเริ่มคลอเคลียขากางเกงของลินน์ในท่าทางเดียวกับปิงปิงเป๊ะๆ
"..."
ลินน์อ้าปากค้าง ชั่วขณะหนึ่งเขาไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรออกมาดี
นี่เรียกเป็นการแย่งชิงความรักอย่างนั้นเหรอ?
เขาก้มหน้าลง มองดูพฤติกรรมของทะเลจินตภาพด้วยความฉงนสงสัย บางทีอาจเป็นเพราะการกระทำของมันไม่มีเสียงตอบรับ วิฬาร์จินตภาพจึงหยุดการกระทำนั้นแล้วเงยหน้าขึ้นมองลินน์ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสัยแบบมนุษย์ ราวกับจะถามว่า...
ทำไมคุณถึงไม่ลูบหัวฉันล่ะ?
"..."
ลินน์คลี่ยิ้มออกมา เขาขยับตัวนั่งยองๆ แล้วลูบหัวมันอย่างแผ่วเบา "น่ารักจังเลยนะ"
【...】
เจ้าแมวสีน้ำเงินเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ หางของมันหมุนวนไปมาราวกับพัดลมไฟฟ้าที่เปิดเบอร์สาม
"อะแฮ่ม" หลังจากลูบเจ้าแมวสีน้ำเงินอยู่พักหนึ่ง ลินน์ก็กระแอมไอสองครั้งแล้วถามเสียงเบา "เอ่อ... คุณช่วยเอาปิงปิง ตัวที่คุณเพิ่งเตะตกลงไปเมื่อกี้ กลับขึ้นมาได้ไหม?"
เขาถึงขั้นต้องวางแผนว่าจะใช้ปิงปิงในการทดลองต่อ วิฬาร์จินตภาพไม่ได้ปฏิเสธคำขอของลินน์ เกลียวคลื่นซัดสาดอีกครั้ง และไม่นานนัก ปิงปิงในสภาพเปียกปอนก็ถูกพาตัวกลับมาส่งที่ชายหาด ทว่าด้วยความที่มันสร้างจากพลังเวทเช่นกัน มันจึงดูเหมือนจะไม่ได้รับรู้ถึงอันตรายที่ทะเลมีต่อมันเลย
เมื่อเห็นวิฬาร์จินตภาพ ดวงตาสีเขียวมรกตที่สดใสอยู่แล้วของปิงปิงก็ยิ่งเปล่งประกายราวกับมีไฟสปอร์ตไลท์มาส่อง
"เมี๊ยว!!"
วินาทีที่ปิงปิงพุ่งเข้าใส่วิฬาร์จินตภาพ มันได้แสดงความคล่องแคล่วในฐานะแมวออกมาอย่างเต็มเปี่ยม และเช่นเดียวกัน ท่าทางการลอยละลิ่วถอยหลังกลับมาของมัน ก็แสดงให้เห็นถึงความสง่างามของเผ่าพันธุ์แมวได้ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน
"พลั่ก—"
วิฬาร์จินตภาพชักขาหลังกลับแล้วกะพริบตาปริบๆ อย่างไร้เดียงสา ราวกับจะบอกว่าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และมันไม่ต้องรับผิดชอบ ทว่าลินน์ไม่ได้สบตากับมัน ในตอนนี้ สีหน้าของลินน์ดูประหลาดไปเล็กน้อย
เพราะเมื่อครู่ ในจังหวะที่ปิงปิงพุ่งผ่านหน้าเขาไปเพื่อเข้าใส่วิฬาร์จินตภาพ เขากลับรู้สึกได้จริงๆ ว่าตัวเขาก็มีความปรารถนาเกิดขึ้นเช่นกัน