เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ยอมรับไม่ได้! ไม่มีทางเด็ดขาด!

บทที่ 13 ยอมรับไม่ได้! ไม่มีทางเด็ดขาด!

บทที่ 13 ยอมรับไม่ได้! ไม่มีทางเด็ดขาด!


บรรยากาศภายในห้องทำงานบีบคั้นรุนแรงราวกับพายุที่กำลังตั้งเค้า สมาชิกทั้งสามของตระกูลเบลเซอร์ต่างตกอยู่ในห้วงแห่งความตึงเครียดที่ยากจะอธิบาย

"ผมไม่ทำ"

เร็กซ์ซึ่งถูกซักไซ้อย่างหนักหน่วงรู้ดีว่าเรื่องนี้ตนเองเป็นฝ่ายผิด เขาเอ่ยคำอธิบายสั้นๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนีโดยไม่มีการโต้ตอบใดๆ เพิ่มเติม

เขาจะกล้าโยนความผิดให้โรซ่าได้อย่างไร?

ตั้งแต่จำความได้ ลินน์คืออัจฉริยะมาโดยตลอด พ่อแม่ เพื่อนร่วมชั้น หรือแม้แต่คนแปลกหน้าต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญความยอดเยี่ยมของเขา ราวกับว่าโลกทั้งใบพร้อมจะยืนอยู่ข้างลินน์เสมอไม่ว่าเขาจะเลือกทางเดินไหน

ทว่าเร็กซ์นั้นต่างออกไป

ที่บ้าน เขาคือลูกที่คนไม่เห็นหัว ที่โรงเรียน เขาก็ไร้ซึ่งพรสวรรค์โดดเด่น เขาไม่มีคู่หมั้นที่ยอมตื่นแต่เช้ามาทำอาหารให้ ไม่มีอาจารย์คอยประจบเอาใจ และไม่มีแม้แต่เพื่อนร่วมชั้นที่มองเขาเป็นคู่แข่ง หากเทียบกับลินน์แล้ว เร็กซ์ช่างดูต่ำต้อยในทุกด้าน เขาจึงพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะคว้าแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในโลกอันมืดมนของเขาเอาไว้

แสงสว่างนั้นคือ โรซาลินด์

แม้จะเป็นพี่น้อง แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับไม่เหมือนลินน์ที่ทุกอิริยาบถเต็มไปด้วยมารยาทอันน่ารำคาญ วิธีการอยู่ร่วมกันของเขากับน้องสาวเหมือนพี่น้องในครอบครัวธรรมดาทั่วไปมากกว่า เมื่อใดก็ตามที่มีเรื่องเกิดขึ้นกับน้องสาวที่โรงเรียน เธอจะมาเล่าให้เขาฟังเสมอ เธอแบ่งปันทั้งเรื่องที่ชอบและไม่ชอบ แม้แต่ก้อนหินที่พบข้างทาง โรซาลินด์ก็ยังพรรณนารูปทรงของมันให้เขาฟังอย่างตั้งใจ

เธอแบ่งปันของเล่นทุกชิ้นให้เขา แล้วเร็กซ์จะปฏิเสธคำขอของน้องสาวที่มองมาด้วยดวงตาที่เป็นประกายแห่งความหวังได้อย่างไร?

เร็กซ์ไม่ได้โกรธแค้นพี่ชายเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแต่โกรธตัวเองที่ยอมปล่อยให้นน้องสาวเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ด้วย แน่นอนว่าเขาไม่มีวันพูดความในใจเหล่านี้กับลินน์ เขาทำเพียงเอ่ยปากออกไปว่า

"ผมไม่มีเจตนาจะเถียงกับพี่ ต้นเหตุของเรื่องนี้อยู่ที่ผม และผมจะยอมรับผลที่ตามมาทั้งหมดเอง"

ลินน์คลี่ยิ้มเมื่อเห็นท่าทีของน้องชายเช่นนั้น เขาพยายามสูดลมหายใจลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ ทว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับฟังดูถากถางในสายตาของทุกคน

"นายรู้ตัวไหมว่าผลที่ตามมาคืออะไร? นายจะรับผิดชอบมันไหวแน่งั้นเหรอ?"

เร็กซ์หันกลับมาสบตาแล้วตอบอย่างราบเรียบ "ไม่ว่าจะถูกลงทัณฑ์เช่นไร ผมก็พร้อมจะน้อมรับด้วยความสงบ"

เขาไม่ได้บอกว่าเขาจะแก้ไขมัน

เพราะเขาไม่มีทางปฏิเสธคำขอของน้องสาวได้ลงจริงๆ

"ดี"

ลินน์ปรบมือพลางเผยรอยยิ้มสดใส

"ถ้าอย่างนั้น" เขาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม "พวกเรากลับกันก่อนเถอะ"

เร็กซ์และโรซาลินด์: "..."

ทั้งสองจ้องมองพี่ชายด้วยความตกตะลึงกับการเปลี่ยนสีหน้าอย่างกะทันหัน ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

แค่นี้เหรอ?

จบลงแค่นี้จริงๆ น่ะเหรอ?

พวกเขาคิดว่าลินน์จะระเบิดอารมณ์รุนแรงกว่านี้เสียอีก แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็น... เพียงเท่านี้เองหรือ?

รอยยิ้มของลินน์เลือนหายไป เขาเอ่ยอย่างเย็นชาว่า "ฉันจะไม่ทำอะไรพวกนายหรอก แต่ฉันหวังว่าในภายหลัง พวกนายจะยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งแบบนี้ได้ต่อหน้าท่านพ่อ"

เน้นคำว่า "ภายหลัง" อย่างชัดเจน

เร็กซ์และโรซาลินด์เข้าใจไปเองว่าเขาหมายถึง "หลังจาก" ที่ลินน์นำเรื่องโดดเรียนปีนกำแพงไปฟ้องพ่อ จึงไม่ได้ใส่ใจนัก กลุ่มพี่น้องนั่งรถม้ากลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลเบลเซอร์ราวกับเรื่องราวได้ข้อยุติลงแล้ว

【ลินน์ดุชะมัดเลยแม่เจ้า】

【↑ เจ้าเด็กน้อย ดูแผนการเล็กๆ ของนายสิ เผยไตออกมาแล้วนะ!】

【แต่ไม่นึกเลยว่าจะโยนขี้ไปให้พ่อแม่แบบนี้ ฉันนึกว่าลินน์จะโกรธจนเทศนาชุดใหญ่ซะอีก】

【ฉันก็คิดแบบนั้น ก็นะ เด็กดื้อน่ะน่ารำคาญจะตายไป】

ภายในห้องพักส่วนตัว ลินน์นั่งลงที่โต๊ะพลางทอดสายตามองข้อความบนหน้าจอแล้วส่ายหัวเบาๆ

"หาก 'บทเรียน' ที่พวกคุณหมายถึงคือการที่ฉันต้องใช้แส้ฟาดพวกเขา ฉันคงไม่ทำแบบนั้นแน่ แต่พวกคุณคิดผิดที่บอกว่าฉันไม่ได้ให้บทเรียนพวกเขา" เขากล่าวเสียงเบา "อีกไม่นานหรอก พวกเขาจะได้รู้ซึ้งว่าบทเรียนที่แท้จริงคืออะไร"

【???】

【มันคืออะไรเหรอ? ขอบอกหน่อยได้ไหม?】

【พับผ่าสิ ฉันดูอยู่ตลอด ไม่เห็นนายจะส่งคนชุดดำออกไป หรือสั่งการอะไรเลย นายไปเตรียมลงมือตอนไหนกัน?】

ลินน์เอ่ยถามด้วยความสงสัย "ฉันไม่ได้บอกว่าบทเรียนนั้นฉันเป็นคนหยิบยื่นให้เสียหน่อย... พวกเขาจะเรียนรู้มันด้วยตัวเองต่างหาก"

เมื่อเห็นหน้าจอเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ลินน์จึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

"เรื่องนี้ต้องอธิบายจากหลายแง่มุม"

"ก่อนอื่น พวกคุณควรรู้ไว้ว่าตระกูลเบลเซอร์นั้นมีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก"

【ฉันรู้เรื่องนั้นดี ใครๆ ก็มองว่าคนตระกูลนี้ไม่ใช่คนดีอะไร แต่ถ้าปล่อยให้พวกเขาเป็นสุนัขจริงๆ พวกเขาก็คงสู้ยิบตาเพื่อแย่งชิงกระดูกชิ้นนั้นแน่】

"..." ลินน์กล่าวต่อ "ถึงแม้ตระกูลของเราจะมีชื่อเสียงย่ำแย่ แต่ตามความต้องการของท่านพ่อ เราไม่ได้ปล่อยตัวปล่อยใจให้เน่าเฟะตามที่สาธารณชนปรารถนา ในทางกลับกัน เรากลับยึดมั่นในมาตรฐานของขุนนางผู้สูงศักดิ์อยู่เสมอ—แม้ในสายตาของ 'ขุนนางสายเลือดแท้' พวกเราจะดูเหมือนสุนัขที่สวมชุดมนุษย์ก็ตาม"

【เข้าใจแล้วๆ นี่เขาเรียกว่าการดูถูกตัวเองสินะ~】

【ฉันจำได้ว่ามีบทหนึ่งในตอนก่อนหน้านี้พูดไว้ประมาณว่า: "ตระกูลเบลเซอร์ที่พยายามอย่างยิ่งยวดจะแทรกซึมเข้าสู่แวดวงขุนนาง พยายามลอกเลียนแบบมารยาททุกระเบียดนิ้ว ทว่ากลับไม่เคยได้รับการยอมรับอย่างจริงใจ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงถูกราชวงศ์สงสัย กลายเป็นมือที่สามที่โดดเดี่ยว—คนที่เป็นกลางมักจะยืนหยัดได้ยาก ทว่าภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ตระกูลเบลเซอร์กลับรักษาสมดุลของความสัมพันธ์สามเส้านี้ไว้ได้อย่างมั่นคงและมีที่ยืนที่แข็งแกร่ง"】

【นายกำลังจะบอกว่าการกระทำของเร็กซ์จะทำลายสมดุลนี้งั้นเหรอ?】

"เปล่าเลย" ลินน์เอ่ย "ลำพังแค่เรื่องนั้นยังไม่เพียงพอจะทำลายสิ่งที่ตระกูลรักษามันมาอย่างยาวนานได้หรอก อย่างมากพวกเขาก็แค่พูดกันว่า 'ดูสิ เจ้าลูกสุนัขสถุลไม่มีวันจะได้สวมชุดมนุษย์ของจริงหรอก'"

【อ๋อ? สรุปคือแค่ถูกด่าเองเหรอ?】

【↑ แค่ถูกด่าไม่พอหรือไง? อะไรกัน อยากให้มีเรื่องชกต่อยเหรอ?】

【เดี๋ยวนะ ฉันว่าฉันเริ่มเข้าใจแล้ว】

【เรื่องทั้งหมดนี้เป็นคำขอของน้องสาว แต่สุดท้ายแล้วโรซ่าคือคนที่จะต้องบาดเจ็บใช่ไหม?】

ลินน์นิ่งเงียบไปนานก่อนจะพยักหน้า "เร็กซ์กับฉันต่างเป็นผู้ชาย และภายใต้การฝึกฝนของท่านพ่อ พวกเราต่างมีความอดทนค่อนข้างสูง พวกเราไม่ได้สะทกสะท้านนักเมื่อต้องเผชิญกับคำดูหมิ่นหรือคำนินทาของผู้อื่น—แต่โรซ่าต่างออกไป"

"เธอถูกเลี้ยงมาด้วยความรักและการดูแลเอาใจใส่ของพวกเรา ฉันไม่คิดว่าเธอจะทนต่อแรงกดดันมหาศาลจากภายนอกที่จะถาโถมเข้ามาในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ได้หรอก"

【พอพูดแบบนี้แล้ว ดูเหมือนผลที่ตามมาจะร้ายแรงมากเลยนะ!】

【ลินน์ แล้วทำไมพี่ไม่บอกเร็กซ์ไปล่ะ!】

ลินน์โต้กลับ "พวกคุณคิดจริงๆ เหรอว่าพวกเขาจะเปลี่ยนพฤติกรรมหรือยับยั้งสิ่งที่จะเกิดขึ้นเพียงเพราะฉันบอกน่ะ? พวกเขาไม่มีความสามารถพอจะทำแบบนั้นได้หรอก!"

"มีเพียงการให้พวกเขาเผชิญกับผลลัพธ์ด้วยตัวเองเท่านั้น ถึงจะทำให้พวกเขาเรียนรู้บทเรียนได้อย่างแท้จริง"

【แล้วถ้าบทเรียนจบลง ใครจะเป็นคนแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ตามมาล่ะ?】

ลินน์ชี้มาที่ตัวเองแล้วเอ่ยเสียงเบา

"ฉันไง"

"ไม่ว่าอย่างไร ฉันก็เป็นพี่ชายของพวกเขา ฉันคงไม่อาจยืนดูพวกเขานิ่งๆ ในขณะที่ถูกคนนอกรังแกได้หรอก"

"ฉันจะจัดการกับพวกที่มารังแกน้องๆ เอง หลังจากที่พวกเขาได้รับบทเรียนแล้ว"

หลังจากลินน์พูดจบ ช่องแชทก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ข้อความจำนวนมหาศาลจะถาโถมเข้ามาอีกครั้ง

【อืม... ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมลินน์ถึงกลายเป็นตัวร้าย】

【ไอ้ท่าทางเผด็จการและยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางแบบนี้แหละที่จะสร้างปัญหาได้ง่ายที่สุด!】

【ไม่! ไม่มีทางเด็ดขาด! ลินน์ หยุดความคิดที่คิดไปเองฝ่ายเดียวแบบนั้นเถอะ นี่มันเป็นวิธีสอนคนที่ผิดมหันต์เลยนะ!!】

ลินน์ชะงักไป ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสน

จบบทที่ บทที่ 13 ยอมรับไม่ได้! ไม่มีทางเด็ดขาด!

คัดลอกลิงก์แล้ว