- หน้าแรก
- สวยสะกดโลก ภารกิจเปลี่ยนชะตาของนางร้ายผู้เลอโฉม
- บทที่ 25 โลกที่หนึ่ง: สถาบันชนชั้นสูง 25
บทที่ 25 โลกที่หนึ่ง: สถาบันชนชั้นสูง 25
บทที่ 25 โลกที่หนึ่ง: สถาบันชนชั้นสูง 25
"เด็กดี... ว่าง่ายๆ นะครับ"
ซูเยว่เฉียววางมือหนาลงบนศีรษะของฉือหลิง ลูบไล้เรือนผมยาวสลวยของเธออย่างแผ่วเบา น้ำเสียงของเขาช่างอ่อนโยนและปลอบประโลม
ฉือหลิงนอนหนุนตักชายหนุ่มอย่างว่าง่าย ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา
บางทีบรรยากาศภายในรถอาจจะอุดอู้เกินไป ฉือหลิงจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาเหม่อลอย รู้สึกเบื่อหน่ายอยู่เล็กน้อย
ซูเยว่เฉียวบรรลุนิติภาวะแล้ว หากเทียบกับธรรมเนียมสมัยโบราณก็คือผ่านพิธีสวมหมวกเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เป็นที่เรียบร้อย เนื่องด้วยภาระหน้าที่ในการสืบทอดกิจการและบริหารบริษัท ทำให้เขาเรียนไม่จบตามเกณฑ์ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงยังคงสถานะนักศึกษาอยู่ในสถาบันแห่งนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ความรูในมหาวิทยาลัยทั่วไปไม่อาจตอบสนองความต้องการของเขาได้อีกต่อไป สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงเช่นเขา การเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแทบไม่มีความหมาย
หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวในแวดวงธุรกิจ เขาก็ได้บ่มเพาะบุคลิกความเป็นผู้ชายเต็มตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเด็กหนุ่มอย่าง นายน้อย กู้เหลียนเซิน และไป๋หนานซาน ผู้ยังไม่เคยสัมผัสโลกแห่งความเป็นจริงขาดแคลน
เธอพินิจดูใบหน้าของเขาอย่างละเอียด ช่างเป็นใบหน้าที่หล่อเหลางดงามจนน่าตื่นตะลึง
ขนตาของเขาดกหนาราวกับแพไหมสีดำ เธออยากจะลองเอาไม้จิ้มฟันไปวางดูเสียจริงว่าจะร่วงลงมาไหม สันจมูกโด่งเป็นคม ริมฝีปากบางเฉียบดุจกลีบกุหลาบ แนวสันกรามคมชัดสง่างาม... เขาเป็นคนที่หน้าตาดีเป็นพิเศษจริงๆ
ทันใดนั้น เธอสบสายตากับเขา
กลิ่นอายความเฉียบคมดุดันจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนละมุนละไม
"ผมหล่อไหมครับ?" ริมฝีปากของเขายกยิ้มเล็กน้อย แฝงแววเย้ายวนใจ
ใบหน้านี้พอจะทำให้เธอพอใจได้หรือยัง?
"หล่อค่ะ... หล่อมากๆ เลย"
เขาก้มหน้าลงมา บดเบียดริมฝีปากเข้าหาเธออย่างอ้อยอิ่ง ใกล้ชิดทว่ายังเว้นระยะห่าง
เมื่อสบตากันในระยะประชิด บรรยากาศรอบตัวพลันเต็มไปด้วยความคลุมเครือ "แต่เทียบไม่ได้เลยกับความงามแม้เพียงหนึ่งในหมื่นส่วนของคุณ"
ทั้งสองโอบกอดกันเช่นนี้ บรรยากาศที่เคยน่าอึดอัดพลันผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความอ่อนหวาน
ฉือหลิงรู้สึกแปลกแยกกับโลกใบนี้อยู่บ้าง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเขายังเป็นเพียงเด็กหนุ่ม และอีกส่วนเพราะภารกิจนั้นง่ายดายเกินไป บางทีอาจเกี่ยวข้องกับรสนิยมวิปริตของเธอที่ชอบสวมบทบาทก็เป็นได้... สรุปสั้นๆ คือ เธอไม่ได้เก็บเรื่องของพวกเขามาใส่ใจเท่าไรนัก
แต่ความจริงแล้ว ผู้ชายคนนี้จริงจังและอ่อนโยนกับเธอมาก... อย่างน้อยก็เป็นความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยมอบให้ผู้อื่น
แม้เขาจะไม่ค่อยมาโรงเรียน แต่เพื่อให้ตรงกับตารางเรียนของเธอ เขายอมสละเวลามาทานข้าวกลางวันและพักผ่อนที่โรงเรียนอยู่เสมอ
เธอยังจำภาพที่เขานั่งทำงานในห้องรับรองส่วนตัวที่โรงเรียนได้
แม้ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่เขาก็ไม่เคยใช้อำนาจบีบให้เธอไปหา กลับเป็นฝ่ายมาหาเธอด้วยตัวเอง แค่นี้ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของเขาแล้ว
เธอเป็นฝ่ายรุกด้วยการยืดตัวขึ้นไปประทับจูบลงบนลูกกระเดือกของเขา
อืม... ถือว่าเป็นรางวัลให้เขาแล้วกัน
นัยน์ตาของชายหนุ่มเข้มขึ้นในทันที ราวกับห้วงมหาสมุทรลึกล้ำที่พร้อมจะก่อพายุคลั่ง และมีสัตว์ร้ายพุ่งทะยานขึ้นมาจากผิวน้ำในวินาทีถัดไป
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง ช่างดูเซ็กซี่และดึงดูดใจเหลือเกิน
อืม... เธออยากจะกัดมันอีกสักที
และเธอก็ทำลงไปจริงๆ
ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาประชิด ราวกับสัตว์ร้ายที่หลุดจากพันธนาการ "เดี๋ยวก็อย่าร้องไห้อ้อนวอนผมทีหลังล่ะ" น้ำเสียงของเขาเหมือนถูกเค้นลอดไรฟันออกมา
นิ้วเรียวยาวขาวผ่องสอดแทรกเข้าไปในเรือนผมสีดำสนิท ก่อให้เกิดภาพที่ตัดกันอย่างรุนแรง
เรียวขาของเธอเกี่ยวกระหวัดรอบเอวสอบ ชุดกระโปรงสีขาวและสูทสีดำพัวพันกันยุ่งเหยิง สีขาวบริสุทธิ์และสีดำสนิท ความไร้เดียงสาและความเป็นผู้ใหญ่ เสน่ห์อันใสซื่อและการยั่วยวนที่จงใจ
ริมฝีปากของเธอถูกงัดเปิดออก กลีบปากงามดุจกุหลาบถูกอีกริมฝีปากที่งดงามยิ่งกว่าครอบครองอย่างไร้ความปรานี อากาศในโพรงปากถูกช่วงชิง เขาจู่โจมและตักตวงความหวานอย่างบ้าคลั่ง
...จนกระทั่งเธอร้องไห้จนตาแดงเธอก็ยังไม่เข้าใจว่าจูบที่เริ่มต้นจากการปลอบโยน กลายสภาพเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร
ฉือหลิงไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณลึกซึ้งขึ้นหรือไม่
รู้เพียงแต่ว่าความสัมพันธ์ในด้านอื่นของพวกเขาได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว
ฉันขอบคุณทวยเทพที่เมตตาชำเลืองมองลงมาในบางครั้ง แต่ฉันปรารถนาที่จะโอบกอดเทพเจ้าไว้ในอ้อมแขนของฉันมากกว่า
— ซูเยว่เฉียว