- หน้าแรก
- ผมเป็นนักสลักลาย จะพกมีดติดตัวก็ไม่เห็นแปลกตรงไหนนี่
- ตอนที่ 15 ลวดลายธรรมจักรพรรดิจันทรา!
ตอนที่ 15 ลวดลายธรรมจักรพรรดิจันทรา!
ตอนที่ 15 ลวดลายธรรมจักรพรรดิจันทรา!
ตอนที่ 15 ลวดลายธรรมจักรพรรดิจันทรา!
ลานกว้างอยู่ใกล้กับหอคัมภีร์ซึ่งตั้งอยู่ส่วนในสุด
ที่ด้านหน้าสุด คนสองกลุ่มกำลังจ้องหน้ากันเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความโกรธ
บรรยากาศเหมือนพร้อมจะเปิดศึกได้ทุกเมื่อ
ตอนแรก ที่อีกฝ่ายพูดถึงหวังชิงชิง พวกเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร
แต่พออีกฝ่ายเรียกหวังชิงชิงว่าเป็นตัวอันตราย พวกเขาก็เริ่มไม่พอใจ
เธอเป็นคนของโรงเรียนเรา แกเป็นคนนอกมีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์?
จังหวะนั้น หยางเตียนก็ก้าวออกมา ชี้หน้าท้าดวลตัวต่อตัวกับคนที่พูด
ผลคือ หยางเตียนโดนอีกฝ่ายซัดหมัดเดียวร่วง
จากนั้นหยางเตียนก็บอกว่าจะไปตามสวีเซิน แล้วก็หายไปจนป่านนี้
คนสองกลุ่มเลยทำได้แค่ยืนจ้องตากันไปมา ทำสงครามสายตากันอย่างดุเดือด
"พวกผู้อำนวยการหายหัวไปไหนกันหมด? มีแต่นักเรียนเหรอ?"
สวีเซินที่ยืนอยู่ข้างๆ หยางเตียนถามขึ้น
"พวก ผอ. ของทุกโรงเรียนถูกเรียกตัวเข้าไปในหอคัมภีร์กันหมดครับ ไม่รู้ไปทำอะไรกัน"
"งั้นตอนนี้ก็ไม่มี ผอ. อยู่สินะ?"
"ครับ"
"ใครตีแก? ชี้ตัวมาซิ"
หยางเตียนรีบชี้ไปที่ไอ้หนุ่มผมทองผอมแห้งในกลุ่มตรงข้าม
ตอนนี้ไอ้หนุ่มผมทองนั่นกำลังยืนเท้าเอว สีหน้าเฉยเมย แฝงแววดูถูกเหยียดหยาม
"ไอ้หมอนี่ดูท่าทางเหมือนคนขี้โรค แกสู้มันไม่ได้เหรอ?" สวีเซินขมวดคิ้วเหลือบมองหยางเตียน
"ลูกพี่ ไอ้หมอนี่คนตระกูลจาง ชื่อจางจ้วงซือครับ"
"หลังจากมันตื่นรู้ พ่อมันหาคนมาลงลวดลายธรรม สิงโตเพลิง ระดับสูงของขอบเขตภูตให้มันพอดี ซึ่งมันแพ้ทางผมครับ"
หยางเตียนพูดพลางกุมเบ้าตาตัวเอง
"ตระกูลจาง? ตระกูลจางที่คุมตลาดมืดใต้ดินน่ะเหรอ?"
สวีเซินนึกขึ้นได้ว่าจางหลิงอ้วนพุงพลุ้ยนั่นก็ดูเหมือนจะมาจากตระกูลจาง
ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ถนนตะวันออกมายาวนาน เขาย่อมรู้เรื่องตลาดมืดใต้ดินที่ได้รับความยินยอมโดยปริยายในเมือง
ตราบใดที่คนพวกนั้นไม่ทำเรื่องร้ายแรงต่อเมืองหรือประชาชน ก็มักจะถูกมองข้ามไป
"ใช่ครับ พ่อมันเป็นหัวหน้าตระกูลคนปัจจุบัน ตอนนี้ไอ้หมอนี่กร่างสุดๆ"
"แกแค้นมันเหรอ?" สวีเซินจับน้ำเสียงโกรธแค้นในคำพูดของหยางเตียนได้
"เคยมีเรื่องกระทบกระทั่งกันมาก่อนครับ วันนี้ผมกะจะไม่ยุ่งกับมันแล้ว แต่มันดันลามปามถึงพี่สะใภ้!" หยางเตียนพูดความจริง
สวีเซินพยักหน้า พร้อมกันนั้นความรู้สึกที่มีต่อหยางเตียนก็ดีขึ้นนิดหน่อย
อย่างน้อยหมอนี่ก็ยอมเจ็บตัวเพื่อปกป้องหวังชิงชิง
"เออน่า รอดูเถอะ"
สวีเซินตบไหล่หยางเตียน แล้วแฝงตัวหายไปในฝูงชน
หยางเตียนยิ้มกว้าง ลูกพี่เริ่มเอาจริงแล้ว
ตรงกลางลาน นักเรียนมัธยมปลายรุ่นพี่จากหลายโรงเรียนยืนมองกลุ่มนักเรียนโรงเรียนมัธยมทดลองและโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งด่าทอกันอย่างออกรส ด้วยท่าที 'ดูละคร'
พวกนี้ไม่ตื่นตระหนกเลยสักนิด แถมยังยุยงส่งเสริมอีกต่างหาก
"วันนี้แกตีคนโรงเรียนเรา เดี๋ยวสวีเซินมาเมื่อไหร่ พวกแกไม่ได้ออกไปจากที่นี่แน่!"
"ใช่แล้ว พี่เซินของเราน่ะ มือ..."
"มืออะไร?"
"มือหนัก! มือพี่แกหนักมาก แกไม่รู้จักคำว่ามือหนักหรือไง!"
"แล้วทำไมไม่เรียกมันออกมาล่ะ? นานขนาดนี้แล้ว ทำไมยังไม่โผล่หัวมาอีก?"
ทั้งสองฝ่ายด่ากันน้ำลายแตกฟอง
ที่ด้านหน้าสุด จางจ้วงซือยืนกอดอก ยิ้มเหยียด
"สวีเซินไหน? ถนนตะวันออก? ไม่เห็นเคยได้ยินชื่อ!"
"แล้วฉันพูดอะไรผิด? พรสวรรค์สายภูตมันอันตรายโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ถ้าไม่ควบคุม เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอดีตขึ้นมาจะทำยังไง?"
"นั่นมันใช่เรื่องที่แกต้องกังวลเหรอ?" นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมทดลองสวนกลับ
"ชิ พวกไร้น้ำยา ได้ยินว่าผู้ตื่นรู้สายภูตคนนั้นเป็นแฟนสวีเซินเหรอ? มันอยู่ไหนล่ะ?"
"หรือว่าปอดแหก ไม่กล้า..."
ผัวะ!
ยังพูดไม่ทันจบ จางจ้วงซือก็ตาพร่ามืด ร่างร่วงลงไปกองกับพื้นทันที
ทุกคนตกตะลึง
ท่ามกลางนักเรียนโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง สวีเซินค่อยๆ เดินออกมา ในมือถืออิฐที่มีรอยร้าว เขาเหลือบมองจางจ้วงซือที่นอนกองอยู่ แล้วโยนอิฐทิ้งไปอย่างไม่แยแส
"ขยะเอ๊ย แค่อิฐก้อนเดียวยังรับไม่ได้ ยังจะมาปากดีอยู่อีกเหรอ?"
สวีเซินปัดมือ แล้วนั่งยองๆ ลง
เขากระชากผมจางจ้วงซือ ดึงให้หน้าเงยขึ้น
แม้จางจ้วงซือจะโดนอิฐฟาดจนมึน แต่ก็ยังไม่สลบ เพราะยังไงก็อยู่ขอบเขตเจวี๋ยหลิงขั้นกลาง
แต่เขาก็ยังงงๆ อยู่ โดนอิฐฟาดทีเดียวร่วงเลยเหรอวะ?
พอได้สติ ความเจ็บปวดที่หัวก็แล่นพล่าน แล้วเขาก็พบว่าตัวเองถูกกระชากผมให้เงยหน้าขึ้น
ใบหน้าเปื้อนยิ้มของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า
"แก ไอ้เวร..."
เพี๊ยะ!
ยังด่าไม่ทันจบ ฝ่ามือก็ฟาดเข้าเต็มหน้า แก้มขวาบวมเป่งทันตาเห็น
ฟันสองซี่หลุดกระเด็นออกมา
"ไม่ได้ตามหาฉันอยู่เหรอ? พอเจอตัวจริงแล้วทำไมไม่พูดล่ะ?"
"ดีใจจนพูดไม่ออกเหรอ?"
สวีเซินถามด้วยความสงสัย
"กู..."
เพี๊ยะ!
ตบอีกฉาด แก้มซ้ายบวมปูดตามมาติดๆ
"พูดช้าชิบหาย ฉันเกลียดพวกอืดอาด" สวีเซินถอนหายใจ ส่ายหน้าอย่างเสียดาย
"แกกล้าปล่อยมือจากผมฉัน แล้วมาสู้กันตัวต่อตัวไหม?!"
แม้จางจ้วงซือจะเสียฟันไปสองซี่ แต่ก็รีบพูดออกมา เลือดกระเซ็น
"อะไรนะ? สู้กับแก?!" สวีเซินทำหน้าตกใจ
"กลัวล่ะสิ?" จางจ้วงซือรีบฝืนยิ้มเยาะ
ฉึก!
วินาทีถัดมา เขาเพียงรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้า มีดวูบผ่านไป
จากนั้น เลือดก็ไหลทะลักออกมาจากใบหน้า
สวีเซินหิ้วหัวจางจ้วงซือไว้ มีดสั้นสีดำปรากฏในมือขวาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
รอยเลือดบนหน้าจางจ้วงซือก็มาจากมีดเล่มนี้นี่เอง
ชั่วพริบตา นักเรียนจำนวนมากถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว แววตาเต็มไปด้วยความสยดสยอง
โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว ยังไม่ทันพูดพร่ำทำเพลง ก็ลงมีดเลยเหรอ?
สวีเซินยิ้ม เอาใบมีดแตะเบาๆ ที่รอยแผลเลือดอาบบนหน้าจางจ้วงซือ
"ทำไมฉันต้องปล่อยมือแล้วไปสู้กับแกด้วย? ตอนนี้ฉันได้เปรียบเห็นๆ แกมีสิทธิ์อะไรมาต่อรอง?"
แปะ แปะ แปะ... ทุกครั้งที่เคาะมีด จางจ้วงซือรู้สึกเจ็บแปลบที่แผล
เขามองดูรอยยิ้มของสวีเซิน แต่แววตานั้นกลับเย็นชาถึงขั้วหัวใจ
ตัวเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
"เมื่อกี้ แกพูดว่าอะไรนะ? พูดใหม่อีกทีซิ?" สวีเซินยิ้ม
"ฉะ... ฉันบอกว่าเธอใจดี สวยสง่า เป็นเทพธิดาของฉัน..." จางจ้วงซือตอบตะกุกตะกัก
เพี๊ยะ!
ตบอีกฉาด
"กล้าเรียกคนของฉันว่าเทพธิดาเหรอ?" สวีเซินถลึงตา
"ผมผิดไปแล้ว พี่เซิน เลิกตบผมเถอะ!"
จางจ้วงซือทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ รู้สึกซวยซ้ำซวยซ้อนแปดชาติ
อุตส่าห์มีลวดลายธรรม กะว่าจะมาโชว์พาวต่อหน้าคนเยอะๆ วันนี้ แถมหยางเตียนยังเข้ามาหาเรื่องเองอีก
ช่วงเวลาหนึ่งเขาคึกคะนองสุดขีด
ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอตอเข้าจังเบอร์ในพริบตาเดียว
เขาเห็นแววตาเย็นยะเยือกของสวีเซินเมื่อกี้ชัดเจน นั่นมันแววตาของคนที่เคยฆ่าคนมาแล้ว!
ครอบครัวเขาคุมตลาดมืดใต้ดิน เขาเห็นคนประเภทนี้มาเยอะ
แต่ไม่เคยเจอใครบ้าบิ่นขนาดนี้ กล้าใช้มีดหน้าหอคัมภีร์โต้งๆ
เขากลัวจริงๆ แล้ว
สวีเซินตบหน้าเขาเบาๆ อีกที แล้วถลึงตาใส่
"ฉันสั่งให้แกพูดเหรอ?"
จางจ้วงซือหุบปากฉับทันที ได้แต่มองสวีเซินตาละห้อย
ไม่ไกลออกไป หยางเตียนเห็นภาพนี้แล้วส่ายหน้าเบาๆ ทำหน้าซึ้งในสัจธรรม
"ช่างเหมือนตัวผมในอดีตเหลือเกิน... แต่ตอนนี้ ผมกลับไปเป็นแบบนั้นไม่ได้แล้ว"
เห็นสภาพของจางจ้วงซือ สวีเซินรู้ว่าไม่จำเป็นต้องทำต่อแล้ว
เขาเหวี่ยงร่างอีกฝ่ายไปใส่พวกนักเรียนชายโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง
"เอาล่ะ ถ้าใครยังมีปัญหา ก็ออกมาคุยกับฉันได้นะ ไม่ต้องห่วง ฉันเป็นคนมีเหตุผลมาก"
สวีเซินหันไปพูดกับนักเรียนรอบๆ
บวกกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ ทำเอาคนพวกนั้นรีบส่ายหน้ารัวๆ หัวเราะแห้งๆ กันเป็นแถว
"พี่เซิน พวกเราคิดว่าพี่กับหวังชิงชิงเหมาะสมกันที่สุดแล้วครับ!"
"ใช่ๆ ทั้งสองคนคือกิ่งทองใบหยก คู่สร้างคู่สมชัดๆ!"
"ต่อจากนี้ไป หนูขอฝากตัวเป็นแฟนคลับคู่จิ้นพี่นะคะ!"
เด็กผู้หญิงบางคนไม่พูด แต่ตาวาววับจ้องมองสวีเซิน
แมนมาก
ปกป้องแฟน แถมยังเก่งขนาดนี้ งานดีสุดๆ~
ครืด... ขณะที่ทุกคนกำลังฮือฮา เสียงประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น!
พริบตาเดียว ทุกคนก็พบว่ามีเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ซินหั่วหลายร้อยนายล้อมรอบลานกว้างไว้!
คนเหล่านี้คุ้มกันพวกเขาอยู่ตรงกลาง สายตาสอดส่องไปทั่วทุกทิศทาง
สวีเซินมองไปที่หอคัมภีร์ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล เหมือนกล่องขนาดยักษ์
กะด้วยสายตาคร่าวๆ ขนาดของมันน่าจะเท่ากับสนามบาสเกตบอลสามสี่สนามรวมกัน
ประตูทองสัมฤทธิ์ของหอคัมภีร์ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก
แต่เปิดได้แค่แง้มๆ ก็หยุดนิ่ง
ติงเหวินเทียน และผู้อำนวยการจากโรงเรียนมัธยมต่างๆ เดินออกมาจากข้างใน
แต่ละคนมีสีหน้ากังวล
พวกเขารีบเดินตรงไปยังกลุ่มนักเรียนของโรงเรียนตนเอง
"เกิดอะไรขึ้น? จางจ้วงซือ ใครตีเธอ?!"
ทันใดนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเห็นหน้าจางจ้วงซือบวมเป่งเป็นหัวหมู ก็โกรธจัดทันที
ติงเหวินเทียนเห็นเข้า ตอนแรกอยากจะขำ
แต่พอเห็นสวีเซินยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เขาขำไม่ออก
เขาเดาได้ทันที
จางจ้วงซือส่ายหน้า ไม่พูดอะไร
แต่นักเรียนชายคนหนึ่งจากโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งชี้ไปที่สวีเซิน "ผอ.ครับ ฝีมือไอ้สวีเซินนี่แหละครับ! มันตบจางจ้วงซือจนฟันร่วงเลย!"
ผอ.โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งหันขวับมาจ้องสวีเซินตาเขียวปั๊ด
"จะทำอะไร? ตีเด็กแล้ว ยังจะมาพาลใส่ผู้ใหญ่อีกเหรอ?"
ติงเหวินเทียนก้าวออกมาขวาง ถลึงตาใส่
"ฮึ่ม! แกจบเห่แน่!" ผอ.โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งแค่นเสียงเย็น ถลึงตาใส่จางจ้วงซือ แล้วหันหลังเดินจากไป
นักเรียนโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเดินตามหลังไปต้อยๆ
ผอ.โรงเรียนอื่นรอบๆ ก็พานักเรียนของตนเดินไปยังประตูหอคัมภีร์
"สวีเซิน นายช่วยอยู่นิ่งๆ สักพักไม่ได้หรือไง? เวลาแค่นี้ยังอุตส่าห์ไปตีคนอีกนะ?"
ติงเหวินเทียนพานักเรียนเดินไปยังหอคัมภีร์เช่นกัน
ระหว่างทาง เขาบ่นสวีเซินอย่างอ่อนใจ
สวีเซินทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ "ถ้าไม่มีใครมาแหย่ ผมจะไปตีใครทำไมล่ะ?"
ติงเหวินเทียนพูดไม่ออก สักพักใหญ่ถึงพูดออกมา "คราวหน้าเพลาๆ มือหน่อยแล้วกัน"
เขากลัวจริงๆ ว่าสวีเซินจะมือหนักจนพลั้งมือฆ่าคนตาย
"ช่างเรื่องนั้นเถอะ ผมเห็นสีหน้าพวกพี่ไม่ค่อยดี เกิดอะไรขึ้นครับ?" สวีเซินกระซิบถาม
ติงเหวินเทียนชะงัก แล้วไม่พูดอะไร แต่ส่งเสียงผ่านจิตเข้าไปในหัวสวีเซิน
"ลวดลายธรรมระดับสูงขอบเขตเงียบสงัด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมืองหยวน ลวดลายธรรมจักรพรรดิจันทรา ถูกขโมยไปเมื่อวาน"
ตาสวีเซินหรี่ลงทันที!
แต่ละพื้นที่มีลวดลายธรรมที่แข็งแกร่งที่สุดเฉพาะตัว เช่น ลวดลายธรรมจักรพรรดิจันทราของเมืองหยวน ซึ่งว่ากันว่าเป็นรูปลักษณ์ของจักรพรรดิหมาป่าจันทรา
ยกตัวอย่างเช่น หน่วยพิทักษ์ซินหั่วในเมืองหยวนส่วนใหญ่จะสลัก ลวดลายธรรมหมาป่าภูต ซึ่งเป็นเวอร์ชันลดทอนพลังของลวดลายธรรมจักรพรรดิจันทรา!
ลวดลายธรรมแบบนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในส่วนลึกที่สุดของหอคัมภีร์ คุ้มกันโดย ผู้นำทาง ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นและถึงระดับขอบเขตที่กำหนดเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าไปสลักลวดลายธรรมจักรพรรดิจันทราได้!
แต่ไม่นึกเลยว่าจะมีคนขโมยของสิ่งนี้ไปได้ต่อหน้าต่อตาผู้นำทาง?
"อย่าคิดมาก คนคนนั้นถูกผู้นำทางฆ่าตายไปเมื่อวานแล้ว แต่ในเมืองต้องมีขุมกำลังบางอย่างวางแผนอะไรอยู่แน่"
"ทั้งกูลอาละวาด ทั้งขโมยลวดลายธรรม พวกมันต้องร่วมมือกันแน่นอน"
"ช่างเถอะ รู้มากไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร เข้าไปดูข้างในกันดีกว่า"
ระหว่างคุยผ่านจิต ทุกคนก็เดินมาถึงหน้าประตูหอคัมภีร์แล้ว
ในเวลานี้ สวีเซินถึงตระหนักว่าหอคัมภีร์นั้นใหญ่โตมโหฬารจริงๆ
สร้างจากทองสัมฤทธิ์ทั้งหลัง วัสดุที่ใช้ไม่แน่ชัด พื้นผิวเต็มไปด้วยลวดลายซับซ้อนยุ่งเหยิงที่ดูไม่ออก
เพียงแค่ยืนอยู่ข้างหน้า ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความขลังและน่าเกรงขามแผ่ออกมา
"เข้าไปซะ วันนี้อนุญาตให้เฉพาะนักเรียนอย่างพวกเธอเข้าไป จำไว้ ห้ามนำเคล็ดวิชาใดๆ ออกมาเด็ดขาด!"
"ถ้าจำไม่ได้ ก็ให้อยู่ข้างในจนกว่าจะจำได้!"
"ถ้าโดนจับได้ว่าขโมยเคล็ดวิชาแล้วต้องตาย มันไม่คุ้มหรอกนะ!"
ผอ.โรงเรียนต่างๆ กำชับนักเรียนอย่างเคร่งครัด
สวีเซินแอบมุดเข้าไปข้างในเรียบร้อยแล้ว
ทว่า ทันทีที่ก้าวพ้นประตู ภาพตรงหน้าก็มืดดับวูบ
จากนั้นเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในโลกที่เหมือนกับท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว!
เบื้องหน้า มีชายชราท่าทางสง่างาม ยืนไพล่หลังมองเขาอย่างเงียบเชียบ
"สวีเซิน เธอฝึกเคล็ดวิชาอะไรอยู่?"