- หน้าแรก
- ราชันโอสถจอมยุทธ์ เหนือพิภพ
- บทที่ 38 สองส่วน
บทที่ 38 สองส่วน
บทที่ 38 สองส่วน
"เอาล่ะ ตอนนี้เม็ดยาพร้อมแล้ว เปิดเตาได้"
ชิงเหยียนลุกขึ้นยืน ลูบเคราแล้วหัวเราะร่า
เขามั่นใจในฝีมือการปรุงยาของตนเองมาก และครั้งนี้เขาปรุงยาเพียงระดับต่ำ สำหรับเขาแล้วไม่มีทางที่จะล้มเหลว
"เปิดเตา!" ฉินหยวน ผู้นำตระกูลตะโกนสั่ง พร้อมกับเปิดฝาเตาหลอมยาออก
เม็ดยากลมเกลี้ยงที่มีลวดลายงดงามวางเรียงรายอยู่กลางเตาหลอม
ฉินหยวนค่อยๆ หยิบมันออกมาทีละเม็ด และพิจารณาอย่างละเอียดบนฝ่ามือ
"นี่คือ ยารวบรวมลมปราณ แถมยังเป็นระดับสูงอีกด้วย"
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งอุทาน
จริงดังว่า โอสถเหล่านี้ล้วนมีหกลวดลายอักขระ ซึ่งจัดว่าเป็นโอสถระดับสูง
เหล่าผู้อาวุโสต่างมารุมล้อมฉินหยวนเพื่อพิจารณาเม็ดยาใกล้ๆ ส่งเสียงฮือฮาชื่นชมไม่ขาดปาก
ฉินชิงชำเลืองมองเม็ดยาแวบหนึ่งแล้วเบือนหน้าหนี
นางไม่เข้าใจว่าพวกนี้จะตื่นเต้นอะไรกันนักหนา ยารวบรวมลมปราณ ที่ท่านพี่ของนางปรุงได้ยังน่าประทับใจกว่านี้ตั้งเยอะ
อีกอย่าง ทำไมท่านพี่ถึงใช้เวลาปรุงนานขนาดนั้น? ตาแก่คนนี้ใช้เวลาปรุงยาปาเข้าไปตั้งหนึ่งชั่วยามแล้ว
ท่านพี่ของนางใช้เวลาแค่หนึ่งเค่อก็เสร็จแล้ว
เมื่อฉินหยวนหยิบยาออกมาจนหมดเตา เหล่าผู้อาวุโสก็ต้องอุทานด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง:
"ว้าว! ยารวบรวมลมปราณ สิบเม็ด ได้สิบเม็ดต่อการปรุงหนึ่งครั้ง นี่มันจำนวนสูงสุดที่จะปรุงได้เลยนะเนี่ย ฝีมือการปรุงยาของผู้อาวุโสชิงช่างล้ำเลิศจริงๆ"
และที่สำคัญที่สุด นี่คือ... โอสถระดับสูง
ฉินหยวนบรรจงเก็บเม็ดยาลงในขวดหยก เดินเข้าไปหาชิงเหยียน โค้งคำนับแล้วกล่าวว่า:
"ท่านผู้อาวุโสชิง ทักษะการปรุงยาของท่านช่างเปิดหูเปิดตาข้าน้อยนัก โปรดอภัยให้กับการเสียมารยาทของข้าน้อยเมื่อครู่ด้วยเถิด"
ผู้อาวุโสคนที่เคยตั้งข้อสงสัยในตัวชิงเหยียนก็ก้าวออกมาเช่นกัน โค้งคำนับแล้วกล่าวว่า:
"ท่านผู้อาวุโสชิง โปรดอภัยให้คนตาต่ำอย่างข้าด้วย เรื่องเมื่อครู่ข้าเสียมารยาทต่อท่านอย่างยิ่ง"
ชิงเหยียนรีบเข้าไปประคองฉินหยวนและผู้อาวุโสท่านนั้นให้ลุกขึ้น แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม:
"พวกเราเป็นคนกันเองแล้ว อย่าได้มากพิธีเลย!"
"ใช่! ใช่!" ฉินหยวนหัวเราะลั่นเมื่อได้ยินคำพูดของชิงเหยียน "คนกันเอง ไม่ต้องมากพิธี"
"ฮ่าฮ่า..." ทุกคนในห้องหนังสือระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน
คนในตระกูลฉินต่างรู้สึกว่าวิกฤตของตระกูลได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก แต่ตอนนี้ด้วยการมาถึงของปรมาจารย์นักปรุงยา ตระกูลของพวกเขาไม่เพียงแค่รอดพ้นจากวิกฤตเท่านั้น
แต่เมื่อรากฐานของตระกูลฉินมั่นคง พวกเขาจะกลายเป็นตระกูลใหญ่อันดับสี่แห่งเมืองหลิว
จะไม่ให้พวกเขารู้สึกยินดีปรีดาได้อย่างไร?
"ท่านผู้อาวุโสชิง ยาขวดนี้ท่านเป็นคนปรุง เชิญท่านรับไว้เถิด!"
ฉินหยวนยื่นขวดโหลใส่ยาให้ชิงเหยียน
สมุนไพรวิญญาณที่ใช้ปรุงยาทั้งหมดเป็นของชิงเหยียน และยายังถูกปรุงโดยชิงเหยียนเอง ดังนั้นยาก็ย่อมต้องเป็นของชิงเหยียนตามสิทธิ์
"เอ๊ะ..." ชิงเหยียนโบกมือปฏิเสธแล้วกล่าวว่า:
"ถือเสียว่ายาขวดนี้เป็นของขวัญแรกเข้าตระกูลฉินก็แล้วกัน"
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินหยวนก็ไม่ปฏิเสธอีกต่อไปและรับยาไว้
ในเมื่อผู้อาวุโสชิงเอ่ยปากเช่นนั้น หากเขายังดื้อดึงไม่รับไว้ ก็จะเท่ากับว่าเขาไม่ยินดีต้อนรับผู้อาวุโสชิง
ฉินหยวนครุ่นคิดครู่หนึ่ง มองดูชิงเหยียนแล้วกล่าวว่า:
"ท่านผู้อาวุโสชิง เอาอย่างนี้ดีไหมขอรับ? พวกเราจะรับผิดชอบการขายยาที่ท่านปรุงทั้งหมด โดยท่านจะได้รับส่วนแบ่งกำไรแปดส่วน และพวกเราขอรับไว้เพียงสองส่วน"
"สมควรแล้ว! สมควรแล้ว!" เหล่าผู้อาวุโสต่างเห็นพ้องว่าอัตราส่วนนี้สมเหตุสมผลมาก
การที่ผู้อาวุโสชิงมาอยู่ที่ตระกูลฉิน ก็เพราะเห็นแก่หน้านายน้อยใหญ่ตระกูลฉินและให้เกียรติตระกูลฉิน
ยิ่งไปกว่านั้น นักปรุงยามีสถานะสูงส่ง การที่พวกได้กำไรสองส่วนเพียงแค่ช่วยขาย ก็นับว่าน่าพอใจมากแล้ว
หากข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปในเมืองหลิว ตระกูลนับไม่ถ้วนคงแห่กันมาเชิญตัวผู้อาวุโสชิงไปร่วมตระกูลแน่
แม้แต่เจ้าเมืองและสามตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลิวก็คงแย่งตัวผู้อาวุโสชิงกันแทบตาย
ต่อให้ได้กำไรแค่หนึ่งส่วน อย่าว่าแต่สองส่วนเลย พวกเขาก็คงดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว
แม้จะได้แค่สองส่วน พวกเขาก็ยังถือว่าได้กำไรอยู่ดี