เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 187: เหล่าหนุ่มหล่อแห่งมิลาน

บทที่ 187: เหล่าหนุ่มหล่อแห่งมิลาน

บทที่ 187: เหล่าหนุ่มหล่อแห่งมิลาน


ใกล้เข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศของศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก... บรรยากาศทั่วทั้งทวีปยุโรปเริ่มคึกคักเป็นพิเศษ สื่อทุกสำนักต่างประโคมข่าวถึง 8 ทีมสุดท้ายที่ฝ่าฟันเข้ามาได้สำเร็จ: เอซี มิลาน, ลิเวอร์พูล, ยูเวนตุส, ลียง, อินเตอร์ มิลาน, เชลซี, บาเยิร์น มิวนิค และ ดินาโม ซาเกร็บ

แต่ละทีมล้วนเป็นมหาอำนาจลูกหนังจาก 5 ลีกใหญ่ หรือไม่ก็เป็นทีมฟอร์มร้อนแรงประจำฤดูกาล แต่แน่นอน... สปอตไลท์ดวงหนึ่งฉายไปที่ “ม้ามืด” อย่าง ดินาโม ซาเกร็บ ที่หักปากกาเซียนด้วยการโค่นยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทะลุเข้ามาถึงรอบนี้ได้ แต่ภารกิจต่อไปของพวกเขา... คือการเผชิญหน้ากับเต็งหนึ่งอย่าง เอซี มิลาน!

พูดถึงชื่อของ "ปีศาจแดงดำ" (Rossoneri) ในยุคนี้... ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาคือทีมที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มการเล่น ขุมกำลังนักเตะ หรือระบบทีม ทุกอย่างลงตัวอย่างไร้ที่ติ การเผชิญหน้าระหว่าง "สุดยอดทีมแห่งยุค" กับ "กระต่ายป่าจากโครเอเชีย" จึงเป็นที่จับตามองไปทั่วโลก ปีที่แล้ว พลังหนุ่มของ อาแจ็กซ์ ก็ต้องมาสะดุดฝันสลายด้วยน้ำมือของมิลาน ปีนี้... ซาเกร็บจะต้านทานไหวหรือไม่?

วันที่ 6 เมษายน ทัพนักเตะ เอซี มิลาน เดินทางมาถึงเมืองซาเกร็บ ทันทีที่เท้าของพวกเขาแตะพื้นสนามบิน... บรรยากาศก็เปลี่ยนไปราวกับ “รันเวย์แฟชั่นวีค”!

แม้จะอยู่ในชุดวอร์มสโมสรที่ดูเรียบง่าย แต่ราศีจับจนตาพร่า นำขบวนโดยกุนซือจอมแท็คติก คาร์โล อันเชล็อตติ ตามมาด้วยเหล่าซูเปอร์สตาร์ที่เดินกันมาอย่างสง่างาม: เปาโล มัลดินี่ กัปตันทีมผู้เปี่ยมบารมี อเลสซานโดร เนสต้า ปราการหลังที่หล่อและสง่าที่สุดในโลก ฟิลิปโป้ อินซากี้ เพชฌฆาตหน้าหยกจอมเจ้าชู้ อังเดร เชฟเชนโก้ ยอดดาวยิงที่เดินแต่ละก้าวเหมือนนายแบบหลุดจากนิตยสาร

และปิดท้ายด้วย... ริคาร์โด้ กาก้า เทพบุตรลูกหนังผู้เปล่งประกายดั่งเจ้าชาย สวมแว่นตากรอบทอง ดูสุขุม นุ่มนวล และอบอุ่น จะมีก็แค่... คนเดียว ที่บั่นทอนค่าเฉลี่ยความหล่อของทีมลงฮวบฮาบ... เจนนาโร่ กัตตูโซ่! เขาเดินหน้าบึ้งตึง ร่างกายป้อมตัน ผมเผ้ารุงรัง ดูเหมือนคนงานเหมืองที่หลงเข้ามาในงานเดินแบบ และเดินตามหลังเขามาติดๆ คือ อันเดรีย ปีร์โล่ ที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยปิดหน้าไว้

“Forza Milan! Forza Milan!” เสียงแฟนบอลตะโกนต้อนรับดังสนั่น ขุนพลปีศาจแดงดำเดินขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางไปยังโรงแรม

บนรถบัส... กาก้าถอดแว่นตาเก็บใส่กล่องอย่างเบามือ ก่อนจะหันไปยิ้มถามกัตตูโซ่ที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ข้างๆ “พี่ยังโกรธอยู่อีกเหรอ?” กัตตูโซ่ไม่ตอบ แต่หันขวับไปเขม่นใส่ปีร์โล่ที่นั่งอยู่เบาะหลัง แล้วสบถลั่น “ไอ้เวรเอ๊ย!”

เรื่องมันเริ่มจากที่สนามบิน... ปีร์โล่เกิดนึกสนุก แกล้งกัตตูโซ่ด้วยท่า "ดัชนีทะลวงทวาร" ต่อหน้าคนจํานวนมาก จนเจ้าตัวโมโหวิ่งไล่เตะกันรอบเลาจน์ผู้โดยสารขาออก สุดท้ายกัตตูโซ่ก็จับตัวได้ แล้วตบหน้าปีร์โล่ดัง เพียะ! เหมือนตบแมลงวัน ปีร์โล่เลยต้องหาหน้ากากมาปิดรอยแดงบนแก้มไว้

แต่เจ้าตัวยังไม่เข็ด ยังมีหน้าหัวเราะร่าบอกเพื่อนๆ “เมื่อกี้สีหน้าตอนกัตตูโซ่มันโมโห โคตรฮาเลยว่ะพวก!”

“มึงอยากโดนกูฉีกปากเดี๋ยวนี้เลยมั้ย!” กัตตูโซ่หันไปคว้าคอเสื้อปีร์โล่แล้วเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน

อินซากี้ที่นั่งอยู่ข้างหน้าต้องหันมาดุ “ปีร์โล่! เลิกแกล้งมันได้แล้วโว้ย!” “ก็ผมอดใจไม่ได้นี่นา...” ปีร์โล่ตอบหน้าตาย กาก้ายื่นมือไปลูบหัวกัตตูโซ่เบาๆ เพื่อให้ใจเย็น “เอาน่าพี่กัตตูโซ่... อย่าไปถือสาอันเดรียเลย” กัตตูโซ่เหลือบตามองน้องรัก ก่อนจะชกเบาๆ เข้าที่ท้องกาก้า “หัวพี่มีไว้ให้เอ็งลูบเล่นเหรอวะ?” แม้จะโดนต่อย แต่กาก้ากลับหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี

...

หลังจากเช็กอินเข้าโรงแรม อันเชล็อตติก็เรียกประชุมทีมทันที “พรุ่งนี้แข่งแล้วนะ ขอให้ทุกคนพักผ่อนให้เต็มที่” เขาเว้นจังหวะ หันไปมองจอมทัพหมายเลข 21 “และ ปีร์โล่... คืนนี้ห้ามแกล้งกัตตูโซ่เด็ดขาด พรุ่งนี้เขาต้องใช้แรงเยอะ ให้เขาได้นอนดีๆ บ้าง”

“รับทราบครับบอส!” ปีร์โล่ยิ้มแป้น “งั้นผมหยุดแกล้งมันแค่วันเดียวก็แล้วกัน” พูดยังไม่ทันขาดคำ... ปึก! กัตตูโซ่เสยหมัดเข้าชายโครงปีร์โล่ไปหนึ่งดอกเน้นๆ ปีร์โล่ไม่ยอมแพ้ อาศัยจังหวะทีเผลอดึงเก้าอี้กัตตูโซ่ออก โครม!! ร่างป้อมๆ ของกัตตูโซ่หงายหลังล้มตึงลงพื้น เสียงหัวเราะระเบิดลั่นห้องประชุม

“ไอ้เชี่ยอันเดรีย!! มึงอยู่เฉยๆ ไม่ได้ใช่มั้ย!” กัตตูโซ่ดีดตัวลุกขึ้น วิ่งไล่ล่าปีร์โล่รอบโต๊ะประชุม “อย่าหนีนะเว้ย! กูจะฆ่ามึงงงง!” “จะบ้าเหรอ! ใครไม่หนีก็โง่สิวะ!”

ทั้งสองวิ่งไล่จับกันวุ่นวาย จน คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ต้องยื่นขามาสกัดปีร์โล่จนเสียหลัก “จับได้แล้ว!” “ดีมาก!” กัตตูโซ่คำราม ก่อนจะกระโจนข้ามโต๊ะ ทับร่างปีร์โล่ไว้กับพื้น แล้วเริ่มภารกิจ “จั๊กจี้มรณะ” “ฮ่าๆๆๆ! โอ๊ย! พอแล้ว! หายใจไม่ทัน! ฮ่าๆๆๆ!” ปีร์โล่ดิ้นพล่าน น้ำตาเล็ด

อันเชล็อตติได้แต่นั่งกุมขมับ ส่ายหัวอย่างระอา ก่อนจะหันไปมองชายที่นั่งหัวโต๊ะ... “เปาโล! จัดการหน่อยสิ!”

เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้น “พวกนายเล่นกันพอรึยัง?”

บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในเสี้ยววินาที! เมื่อร่างสูงสง่าของ เปาโล มัลดินี่ ลุกขึ้นยืน ใบหน้าหล่อเหลานั้นเรียบเฉยแต่น่าเกรงขาม กัตตูโซ่หยุดมือทันที ปีร์โล่รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนตัวตรง “กลับที่!” “ครับลูกพี่!” ทั้งสองรับคำเสียงอ่อย แล้วรีบวิ่งกลับไปนั่งที่อย่างเรียบร้อยราวกับเด็กอนุบาล

ห้องประชุมกลับมาสงบอีกครั้ง (สักที) อันเชล็อตติกระแอมเบาๆ ก่อนจะเข้าเรื่อง “ดินาโม ซาเกร็บ มีเกมรุกที่ประมาทไม่ได้ ถึงจะเป็นดาวรุ่งยกทีม แต่การประสานงานของพวกเขาอันตราย โดยเฉพาะเบอร์ 9 และเบอร์ 10”

อันเชล็อตติชี้ไปที่จอมอนิเตอร์ “หมายเลข 9 ซูเคอร์... อายุ 19 ปี แต่ซัดไปแล้ว 10 ประตูในถ้วยนี้” “หมอนี่อันตรายมาก ตำแหน่งหลักคือปีกซ้าย แต่เล่นได้ทั่วทั้งแนวรุก มีความเร็ว เทคนิค และสัญชาตญาณทำประตูที่เฉียบขาด เขาคือคีย์แมนของทีมนี้... อย่าให้เขามีพื้นที่เล่นเด็ดขาด”

ยังไม่ทันจบ กัตตูโซ่ก็ทุบอกตัวเองดังปึก “ไว้ใจผมได้เลยบอส! ผมจะตามประกบจนมันหายใจไม่ออกเลยคอยดู!” ทุกคนในห้องยิ้มมุมปาก... ไม่มีใครสงสัยในความกัดไม่ปล่อยของ “ไอ้รถถัง” คนนี้

“ส่วน หมายเลข 10 ลูก้า โมดริช... อายุ 20 ปี เป็นมันสมองของทีม คุมจังหวะเกมได้เนียนตา แมนยูแพ้เพราะปล่อยให้เด็กคนนี้คุมกลางได้” ปีร์โล่พยักหน้าช้าๆ “รับทราบครับบอส” ในฐานะ Regista (เพลย์เมกเกอร์ตัวต่ำ) อันดับหนึ่งของโลก เขาไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น

อันเชล็อตติกำชับต่อ “และสุดท้าย... แนวรับต้องระวังการสอดเติมเกมของซูเคอร์ให้ดี” “ผมเตือนแล้วนะ... เด็กคนนี้มีจมูกไวเหมือน ปิ๊ปโป้ (อินซากี้) เป๊ะ! เขาคือนักฆ่าที่ชอบลอบกัดในเขตโทษ!” มัลดินี่กับเนสต้าพยักหน้า ช่วงหลังมานี้ พวกเขาซ้อมประกบอินซากี้หนักเป็นพิเศษ เพื่อเตรียมรับมือกับกองหน้าสไตล์นี้โดยเฉพาะ ในระดับนี้... ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจหมายถึงตกรอบ!

“โอเค... เกมรุกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของริคาร์โด้ (กาก้า) ดันเกมขึ้นไป ส่วนปิ๊ปโป้กับเชว่า รอจบสกอร์” อันเชล็อตติปิดแฟ้ม “จบการประชุม... อ้อ! ปีร์โล่... เลิกแกล้งกัตตูโซ่ได้แล้วนะ!” เสียงฮาครืนดังส่งท้ายก่อนแยกย้าย

...

ฝั่ง ดินาโม ซาเกร็บ บรรยากาศการประชุมเคร่งเครียดกว่ามาก “เกมรับต้องถอยลงมาพร้อมกัน แผงหลังเราดวลตัวต่อตัวกับมิลานไม่ได้ ต้องใช้จำนวนคนเข้าช่วย คุมโซนให้แน่น!” เบซิชกำชับ “ส่วนเกมรุก... ซูเคอร์! นายต้องถอยลงมารับบอลต่ำ ถ้ามิลานแพ็คแน่น ให้ มาริโอ (มานด์ซูคิช) ลงมาพักบอลแล้วถ่ายออกปีกแทน”

มานด์ซูคิชหันไปยกนิ้วโป้งให้ซูเคอร์ “ช่วงนี้ฉันซ้อมวางบอลยาวมาแล้วนะเว้ย! แม่นขึ้นเยอะ!” ซูเคอร์หัวเราะ “โอเค... งั้นฉันจะรอวิ่งทำทางสวยๆ” “จัดไป!”

แผนการคือ... ใช้การเคลื่อนที่ของมานด์ซูคิชเพื่อดึงตัวประกบ แล้วให้ซูเคอร์ใช้ความเร็วเจาะเข้าทำ เพราะทีมพวกเขาไม่มีซูเปอร์สตาร์ล้นทีมเหมือนมิลาน พวกเขามีแค่ "ซูเคอร์" และพวกเขาจะใช้ "หอกข้างแคร่" เล่มนี้... ทะลวงเกราะเหล็กของปีศาจแดงดำให้ดู!

แม้แผนบนกระดาษจะดูเป็นรองสุดกู่... แต่ในสนามจริง อะไรก็เกิดขึ้นได้ ความกดดันของซาเกร็บตอนนี้น้อยมาก เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่ "ต้องชนะ" แต่คือ "ต้องเล่นให้โลกจำ" แพ้ไม่เป็นไร... ขอแค่สู้ถวายหัว!

เบซิชตบมือเรียกทุกคนรวมพลัง “โอเคไอ้หนูทั้งหลาย! คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้จะเป็นเกมที่หนักที่สุดในชีวิตพวกนาย... เตรียมใจให้พร้อม และอย่ากลัวที่จะเล่นบอล!”

เสียงเฮดังลั่นห้องแต่งตัว หัวใจของพวกเขากำลังเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น จะมีอะไรมันส์ไปกว่าการได้ดวลเกือกกับ “เอซี มิลาน ในตำนาน” ทีมนี้อีกล่ะวะ!?

จบบทที่ บทที่ 187: เหล่าหนุ่มหล่อแห่งมิลาน

คัดลอกลิงก์แล้ว