- หน้าแรก
- ยิงประตูสู่ฝัน
- บทที่ 183: แผนเตะมุมหมายเลขหก!
บทที่ 183: แผนเตะมุมหมายเลขหก!
บทที่ 183: แผนเตะมุมหมายเลขหก!
เพล้ง!!
เสียงปะทะหนักหน่วงดังสนั่นกลางสนาม! ซูเคอร์ กระโดดลอยตัวหลบอย่างเฉียดฉิว รอดพ้นจากคมสตั๊ดของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่พุ่งสไลด์เข้ามาแบบ “ไม่ไว้หน้า” ได้อย่างหวุดหวิด! ลูกบอลถูกปัดออกข้างสนามไปแล้ว แต่ซูเคอร์หันไปมองจุดปะทะแล้วขมวดคิ้วแน่น
“โหดใช่เล่นแฮะ...” เขากระซิบเบาๆ ชัดเจนว่าเมื่อครู่... มันไม่ใช่การเข้าสกัดเพื่อเอาบอล แต่มันคือการ “เตะคน”! ยังดีที่เฟอร์ดินานด์ยั้งไว้ ไม่ได้เปิดปุ่มสตั๊ดใส่เต็มๆ แบบ รอย คีน ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องเอาคืนด้วยศอกเข้าหน้าสักหมัดแน่
“ระวังตัวด้วย! พวกมันเริ่มเล่นแรงแล้ว!” ซูเคอร์ตะโกนบอก โมดริช ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงตัวเขาจะมีไอเทมฟื้นฟูสภาพร่างกายจากระบบช่วย แต่โมดริชไม่มี! ถ้าเพลย์เมกเกอร์ตัวเล็กโดนเตะจนเจ็บขึ้นมา นั่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย
โมดริชพยักหน้ารับหนักแน่น เขาเองก็สัมผัสได้เช่นกันว่าตั้งแต่เริ่มครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่มความดุเดือดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะแดนกลางที่ใช้การเข้าปะทะรุนแรงเพื่อทำลายจังหวะการต่อบอลของดินาโม ซาเกร็บ
“เล่นบอลให้ไว!” โมดริชสั่งการ พลางชี้มือไปข้างหน้า
ซูเคอร์พยักหน้า แล้วเริ่มเล่นลูกทุ่มทันที เขาพักบอลลงด้วยเท้าซ้ายอย่างนิ่มนวล แกรี่ เนวิลล์ พุ่งเข้าใส่เต็มแรงหวังจะชนให้กระเด็น แต่ซูเคอร์เตรียมตัวไว้อยู่แล้ว! เขายกตัวลอยขึ้นเล็กน้อยเพื่อลดแรงปะทะ แล้วใช้จังหวะนั้นดีดบอลด้วยหลังเท้าขวาคืนให้โมดริช
โมดริชรับบอลจังหวะแรกได้เนียนตา แล้วไม่ครองบอลนาน รีบถ่ายบอลกลับไปอีกฝั่ง ด้านหน้ามีทั้ง โรนัลโด้ และ รูนีย์ ที่บีบพื้นที่เข้ามาเร็วเหมือนพายุ แต่ ชติมัช ปราการหลังจอมเก๋าก็ไหวตัวทัน ส่งบอลคืนหลังให้ผู้รักษาประตู
เกรสต์คิช รับบอลแล้วเตะออกข้างกลับมาให้ชติมัชอีกครั้งเพื่อแกะการเพรสซิ่ง บอลถูกถ่ายต่อไปที่ด้านข้าง ปรานิช แปบอลออกปีกให้ วาเลวิช วาเลวิชเงยหน้ามอง แล้ววางบอลยาวข้ามฟากเปลี่ยนแกนทันที!
ซูเคอร์รับบอลลงด้วยเท้าซ้ายอย่างเชื่องเท้า พักบอลลงพื้นอย่างสวยงาม ทันทีที่บอลสัมผัสหญ้า เขาก็ระเบิดสปีดหนีการไล่ล่าของเนวิลล์ ก่อนจะแปบอลคืนเข้ากลางให้โมดริช
เกมของ ดินาโม ซาเกร็บ เริ่มเข้าสู่โหมด “เคาะบอลเผาเวลา”ฝั่งแมนฯ ยูไนเต็ด ที่วิ่งไล่บอลจนลิ้นห้อย เริ่มมีอาการรวนให้เห็น ยิ่งบอลวนไปมานานเท่าไหร่ นักเตะปีศาจแดงก็ยิ่งหัวร้อนมากขึ้นเท่านั้น
“อ๊ากกก!”
เสียงร้องลั่นดังมาจาก ราคิติช ร่างของเขาล้มกลิ้งไปกับพื้นหลังโดนปะทะ กรรมการเป่านกหวีดฟาวล์ทันที แล้วเดินตรงไปเตือน พอล สโคลส์ คู่กรณี สโคลส์ไม่มีข้อแก้ตัว เขารีบยกมือขอโทษ ทำให้กรรมการตัดสินใจแค่เตือนปากเปล่า ไม่แจกใบเหลือง
ราคิติชเห็นว่าแผนเรียกใบเหลืองไม่สำเร็จ จึงทำท่าจะลุกขึ้น แต่ซูเคอร์รีบวิ่งเข้าไปกระซิบข้างหู “เฮ้ย! อย่าเพิ่งลุกดิ! นอนเจ็บต่ออีกหน่อย!”
ราคิติชเข้าใจบทบาททันที เขาทิ้งตัวลงนอนต่อ แล้วเริ่มโอดครวญจับขาด้วยสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว (ระดับรางวัลออสการ์) ซูเคอร์รีบหันไปฟ้องกรรมการ ชี้ไปที่ราคิติช “เขาเจ็บหนักครับ! ต้องเรียกหมอเข้ามาดูอาการ!”
กรรมการลังเลนิดหน่อย แต่พอเห็นนักเตะนอนดิ้นพล่าน ก็จำใจเรียกทีมแพทย์เข้ามาดู ...แต่พอหมอวิ่งเข้ามาฉีดสเปรย์เสร็จปุ๊บ ราคิติชก็เด้งตัวลุกขึ้นมายืนปร๋อราวกับมีเวทมนตร์รักษา
“เมื่อกี้ฉันแสดงเนียนไหม?” เขายิ้มแฉ่งถามซูเคอร์ ซูเคอร์ถึงกับเอามือกุมขมับ... ไอ้บ้าเอ๊ย
ปรี๊ด!! เสียงนกหวีดดังขึ้นอีกครั้ง กรรมการเดินหน้าตึงมาหาราคิติช แล้วควัก ใบเหลือง ชูใส่หน้า! “ข้อหาถ่วงเวลา!”
ราคิติชยืนอ้าปากค้าง ซูเคอร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "จะเล่นละครทั้งที ก็ให้มันเนียนๆ หน่อยสิวะ!" แต่ยังดีที่ราคิติชไม่ใช่ตัวรับหลัก ใบเหลืองใบนี้เลยไม่เสียหายมากนัก ในทางกลับกัน... มันช่วยเผาเวลาไปได้อีกหลายนาที และนั่นทำให้ฝั่งแมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มสติแตก
นาทีที่ 70 ดินาโม ซาเกร็บ ได้ลูกเตะมุม เซน่า กำลังจะวิ่งไปเตะ แต่ซูเคอร์ยกมือห้าม “เดี๋ยว! ฉันเตะเอง!”
เซน่าชะงัก แต่ก็ยอมถอยออกมา ซูเคอร์เดินไปวางบอลที่มุมธง แล้วกวักมือเรียก มานด์ซูคิช ให้เดินเข้ามาใกล้ “สัญญาณหก... แผนเตะมุมหมายเลขหก” มานด์ซูคิชตาเป็นประกายวาววับ พยักหน้าเข้าใจทันที
ทั้งคู่ยืนเบียดกันอยู่ที่มุมธง พอกรรมการเป่านกหวีด... ซูเคอร์ก็เขี่ยบอลเบาๆ ให้มานด์ซูคิช มานด์ซูคิชใช้ร่างกายสูงใหญ่บังบอลไว้แน่น ไม่ยอมให้ใครเข้ามาแย่ง
“เชี่ยเอ๊ย!” เฟอร์ดินานด์สบถลั่น เขาเริ่มรู้ทันแล้วว่าพวกนี้จะทำอะไร เขาตะโกนเรียกเพื่อนให้มาช่วย แล้วพุ่งเข้าไปเบียดมานด์ซูคิช สองรุมหนึ่ง! แต่มานด์ซูคิชยังบังบอลเหนียวแน่น ในจังหวะที่เกือบจะเสียหลัก มานด์ซูคิชตวัดส้นเท้าเตะบอลอัดขาเฟอร์ดินานด์ จนบอลกระดอนออกหลังไป
ได้เตะมุมอีกครั้ง!
และแน่นอน... ซูเคอร์เดินกลับไปที่มุมเดิม มานด์ซูคิชก็มายืนที่เดิม ฉายหนังม้วนเดิมซ้ำ!
“พวกมันถ่วงเวลาชัดๆ!” เฟอร์ดินานด์ตะโกนฟ้องกรรมการหน้าแดงก่ำ แต่กรรมการได้แต่เม้มปากแน่น ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าเจตนาถ่วงเวลา แต่ในเมื่อมันยังอยู่ในกติกา... เขาก็ทำอะไรไม่ได้
ซูเคอร์เขี่ยบอลอีกครั้ง มานด์ซูคิชบังบอลอีกครั้ง “จะเอายังไงก็เอาสิ!” ซูเคอร์หัวเราะในใจ เฟอร์ดินานด์โมโหจนควันออกหู เขายืนจ้องหน้าซูเคอร์ “เตะสิวะ! ไอ้เด็กเปรตเอ๊ย!” เขาตะโกนลั่นหมดความอดทน พวกเขาเสียเวลาอยู่ตรงมุมธงบ้านี่มาเกือบสองนาทีแล้ว!
แต่ดูเหมือนดินาโม ซาเกร็บ จะสนุกกับการปั่นประสาทครั้งนี้ กรรมการวิ่งเข้ามาดูอีกครั้ง ซูเคอร์รีบชี้หน้าเฟอร์ดินานด์แล้วโวยวาย “จารย์ครับ! หมอนั่นขวางทางผมเตะมุม!”
กรรมการขมวดคิ้ว แม้จะรำคาญแต่ก็ต้องทำตามกฎ เขาไล่เฟอร์ดินานด์ให้ถอยห่างจากระยะเตะมุม “แม่งเอ๊ย!” เฟอร์ดินานด์สบถอย่างหัวเสีย ยอมถอยหลังไป พร้อมตะโกนเร่ง “รีบๆ เตะเข้าไปสักทีเถอะโว้ย!”
แต่แทนที่จะเปิดเข้ากลาง... ซูเคอร์กลับเขี่ยสั้นให้มานด์ซูคิชเหมือนเดิม! มานด์ซูคิชก็พาบอลไปวนเวียนอยู่ข้างมุมธง ใช้ก้นบัง ใช้ขาบัง “บัดซบ!” เฟอร์ดินานด์วิ่งเข้าไปหวดแย่งบอลไม่ยั้ง แต่สิ่งที่ได้กลับมา... คือลูกเตะมุมอีกครั้ง!
“ฉลาดเป็นบ้าเลยครับ!” คราวเชวิช ผู้บรรยายถึงกับหลุดขำลั่นห้องส่ง ซูเคอร์กับมานด์ซูคิชผลัดกันแย่งซีนตรงมุมธงมานานร่วม 5 นาที! ใบหน้าของซูเคอร์เต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ก็นี่มัน แท็กติกอัจฉริยะ ชัดๆ!” ใช้ช่องโหว่ของกฎให้เป็นประโยชน์ ใครจะว่าอะไรได้?
ในขณะที่ฝั่งแมนยูเริ่มร้อนรนจนแทบบ้า เวลา 6 นาทีเต็มๆ ถูกเผาทิ้งไปกับลูกเตะมุมมาราธอนนี้ ในที่สุด... เฟอร์ดินานด์ก็ฉวยโอกาสจิ้มบอลจากเท้ามานด์ซูคิชได้สำเร็จ เขาไม่รีรอแม้แต่วินาทีเดียว
“สวนกลับ!! ยิงให้ขาดใจเลยพวกเรา!!” เฟอร์ดินานด์คำรามลั่นสนาม หวดบอลสาดยาวไปข้างหน้าเต็มข้อ!
เวย์น รูนีย์ ใช้ร่างกายหนาตันเบียดกระแทก จาร์นี่ จนกระเด็น แล้วควบตะบึงพาบอลฝ่าวงล้อม สปีดของเจ้า “หมูพลิ้ว” เร่งขึ้นจนน่ากลัว ก่อนจะกระชากหลุดเข้าเขตโทษ เขาโยกหลบหนึ่งจังหวะ แล้วซัดด้วยขวาเต็มข้อ!
ปัง!! นายทวารเกรสต์คิชปัดบอลออกมาได้ แต่บอลยังไม่พ้นอันตราย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วิ่งสอดเข้ามาซ้ำดาบสอง เขายกบอลชิพข้ามตัวผู้รักษาประตูเข้าไปนอนก้นตาข่ายอย่างเยือกเย็น
นาทีที่ 78... แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่มาเป็น 2-1!
“โรนัลโด้! สวยงามเหลือเกิน! ยังมีลุ้นครับ! เด็กผียังไม่ตาย!” เสียงพากย์อังกฤษดังลั่น
แต่ความดีใจอยู่ได้ไม่นาน... 5 นาทีต่อมา ดินาโม ซาเกร็บ ได้ลูกเตะมุมอีกแล้ว! เซน่าเดินถือบอลมา แต่ซูเคอร์กวักมือเรียกมานด์ซูคิช “ไอ้พวกตัวแสบ!” แฟนผีแดงแทบจะอกแตกตาย ในช่วงเวลาบีบหัวใจ แมนยูโดนเผาเวลาไปอีก! คู่หูซูเคอร์-มานด์ซูคิช เล่นละครลิงชิงบอลที่มุมธงจนเสียเวลาไปอีกเกือบ 5 นาที
ตอนนี้เหลือเวลาปกติอีกไม่ถึง 2 นาที สกอร์รวม: ดินาโม 4 - 2 แมนยู ปีศาจแดงต้องการอีก 2 ลูกเพื่อเข้ารอบ (ด้วยกฎประตูทีมเยือน)
ทันใดนั้นเอง... ไรอัน กิ๊กส์ วางบอลยาวตัดหลังแนวรับอย่างแม่นยำให้ รูนีย์ หลุดกับดักล้ำหน้า CR7 ก็สปีดเติมขึ้นมาอีกฟาก รูนีย์เหลือบมองแนวรับที่กำลังกรูกันเข้ามา ใจจริงเขาอยากยิงเองจะขาดใจ... แต่สถานการณ์บังคับ เขาตัดสินใจปาดบอลเรียดไปให้โรนัลโด้!
โรนัลโด้แตะบอลหนึ่งจังหวะหนีมือผู้รักษาประตู แล้วตวัดยิงด้วยซ้ายเข้าประตูไป!
แมนยู ตีเสมอ 2-2! (สกอร์รวมไล่มา 4-3!)
“ยังมีโอกาส! ยังมีเวลา!!” โรนัลโด้ไม่ดีใจ รีบวิ่งไปหยิบบอลจากก้นตาข่าย วิ่งกลับไปตั้งที่วงกลมกลางสนาม นักเตะแมนยูทุกคนเหมือนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เหลือเวลาเพียงนาทีเดียว... แต่ถ้าได้อีกแค่ลูกเดียว พวกเขาจะเป็นผู้ชนะทันที!
โรนัลโด้ซัดไปแล้ว 2 ประตูในเกมนี้ ถ้าเขาทำแฮตทริกพาทีมคัมแบ็กนรกแตกได้... เขาจะกลายเป็นตำนานของโอลด์ แทรฟฟอร์ด ชั่วข้ามคืน! เสียงตะโกนจากม้านั่งสำรองดังลั่น “บุก!! บุกเข้าไปให้หมด!!”
บอลเขี่ยเริ่มเกมใหม่ ปีศาจแดงทั้งทีมกรูเข้าไปกดดันทันทีราวกับฝูงหมาป่า พวกเขาเทหมดหน้าตัก ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว! แฟนบอลดินาโมในสนามเริ่มใจคอไม่ดี ถึงสกอร์รวมจะนำอยู่... แต่โมเมนตัมตอนนี้อยู่ฝั่งแมนยูเต็มๆ ถ้าโดนยิงอีกแค่ลูกเดียว... ทุกอย่างพังทลาย!
ปัง!!
เสียงปะทะหนักหน่วงดังขึ้น! ในจังหวะที่แมนยูกำลังโหมบุกหนัก มานด์ซูคิช โฉบมาจากด้านหลัง แย่งบอลจากเท้ากิ๊กส์ได้อย่างเด็ดขาด! บอลกระดอนไปเข้าทาง โมดริช
แฟนบอลทั้งสนามลุกฮือขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย นี่คือโอกาสสวนกลับครั้งสุดท้าย! ซูเคอร์เห็นช่องแล้ว... เขาวิ่งตะบึงขึ้นหน้าทันที! โมดริชไม่รอช้า วางบอลยาวข้ามหัวกองหลัง!
“ซูเคอร์!!” เสียงเรียกชื่อดังกึกก้อง เขาทะยานผ่านเส้นกลางสนาม พุ่งตรงไปที่ประตูของแมนยูที่ไร้คนป้องกัน นายทวารแมนยูตัดสินใจวิ่งออกมานอกเขตโทษเพื่อตัดบอล
ซูเคอร์ชิงจังหวะถึงบอลก่อนเพียงก้าวเดียว! เขาใช้เท้าซ้ายแตะบอลหลบการพุ่งสไลด์ของผู้รักษาประตูได้อย่างเหนือชั้น! ร่างของนายทวารถลไถลไปกับพื้น ส่วนซูเคอร์กระโดดหลบพ้น!
“หลุดแล้ว!! ซูเคอร์!! เหลือแค่ประตูโล่งๆ!!” ผู้บรรยายตะโกนจนเสียงแหบพร่า ซูเคอร์เสียหลักลื่นเล็กน้อยตอนลงพื้น แต่เขายันมือผลักตัวเองขึ้นมาวิ่งต่อ เบื้องหน้าคือปากประตูที่ว่างเปล่า...
ตุบ!
เขาแปบอลเข้าไปเบาๆ อย่างเยือกเย็น ลูกบอลกลิ้งข้ามเส้นประตูไปอย่างช้าๆ...
ดินาโม ซาเกร็บ 3 : 2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด! (สกอร์รวมจบที่ 5 : 3!)
ตูมมมมมมม!! เสียงเชียร์ระเบิดดังสนั่นจนหูอื้อ แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ความหวังของแมนยู ดับวูบลงโดยสมบูรณ์ ไม่นานนัก เสียงนกหวีดยาวก็ดังขึ้น
ปี๊ดดดด— ปี๊ดดดด— ปี๊ดดดดด!!!!
จบเกม! ดินาโม ซาเกร็บ เขี่ย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกรอบ! สร้างประวัติศาสตร์ทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ!!