- หน้าแรก
- ยิงประตูสู่ฝัน
- บทที่ 5 – สัญชาตญาณของอินซากี้
บทที่ 5 – สัญชาตญาณของอินซากี้
บทที่ 5 – สัญชาตญาณของอินซากี้
บทที่ 5 – สัญชาตญาณของอินซากี้
บาเซลยืนอึ้งอยู่หน้าประตู มองลูกบอลที่นอนสงบนิ่งอยู่ในตาข่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง… เขาไม่เข้าใจเลยว่าภายใต้การประกบแน่นหนาแบบนี้ เจ้าเตี้ยนั่นหลุดไปได้ยังไง!?
เขาเชื่อมั่นมาตลอดว่าการคาดเดาของตัวเองไม่มีทางผิดพลาด แต่ตอนนี้ ซูเคอร์กลับเล็ดลอดการป้องกันของเขาไปได้เฉย ๆ จนเขาเองก็ไม่รู้ว่าพลาดตรงไหนกันแน่
แต่ยิ่งกว่าความงงงวย… ความร้อนผ่าวบนใบหน้าก็ไหลขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
เมื่อครู่เขาเพิ่งคุยโวโอ้อวดไปหยก ๆ แต่ไม่ทันไรก็โดนยิงสวนเข้าไปเสียแล้ว…
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ—นี่เป็นการสัมผัสบอลครั้งแรกของอีกฝ่าย!
แค่แตะบอลครั้งแรก…ก็ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้เลย?
นี่มันทักษะในการฉวยโอกาสระดับไหนกัน!?
แน่นอนว่า บาเซลไม่ได้นั่งจมความผิดหวังนาน เขายังเชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถหยุดซูเคอร์ได้ แค่ต้อง ‘จริงจัง’ มากกว่านี้เท่านั้นเอง…
ทางด้านซูเคอร์ เจ้าของประตูสุดช็อก เขากำลังวิ่งไปฉลองกับแฟนบอลบริเวณข้างสนาม บรรดากองเชียร์ของโมสตาร์ วอนเดอเรอร์สต่างพากันหลงรักเจ้าหนูนี่โดยเฉพาะคนวัยกลางคนขึ้นไป พวกเขาชอบหยิกแก้มกลม ๆ ของซูเคอร์เป็นพิเศษ
และแน่นอน…ทันทีที่เขาวิ่งไปถึงด้านหลังประตู เขาก็โดนแฟนบอลห้อมล้อมทันที
ชายวัยกลางคนร่างกำยำในเสื้อกล้ามดึงตัวซูเคอร์เข้ามากอดแน่นก่อนจะขยี้ผมเขาอย่างแรง จากผมตรงเรียบกลับกลายเป็นยุ่งเหยิงราวกับรังนก ก่อนจะตบท้ายด้วยการหยิกแก้มเนื้อ ๆ ของเขาจนแดงไปทั้งสองข้าง
“โอ๊ยย! เจ็บนะ!” ซูเคอร์น้ำตาแทบไหล แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ตัวเล็กกว่า เขาจึงไม่อาจต่อต้านได้เลย
ผู้คนรอบข้างต่างหัวเราะร่าอย่างขบขัน
“ซูเคอร์!..ซูเคอร์!! ตอนนี้พวกเราก็มีซูเคอร์เท้าซ้ายทองคำของตัวเองแล้ว!”
แฟนบอลคนหนึ่งตะโกนลั่น แน่นอนว่าเขาหมายถึง ดาโวร์ ซูเคอร์ ตำนานหัวหอกเท้าซ้ายของทีมชาติโครเอเชีย ไม่ใช่เจ้าหนูนี่ที่สูงแค่ 150 เซนติเมตร!
อาศัยจังหวะที่ทุกคนเผลอหัวเราะ ซูเคอร์รีบหลุดออกจากอ้อมแขนของแฟนบอลสายเกรียน ใบหน้าแดงแจ๋ราวกับลูกมะเขือเทศ เขารีบเอามือถูแก้มตัวเองด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างยิ่ง
เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ…ทำไมพวกผู้ใหญ่บ้าพลังพวกนี้ถึงชอบมาขยี้แก้มเขานัก?
ก็แค่ผิวดีนุ่มนิ่ม มีไขมันนิด ๆ แบบเด็กวัยกำลังโต มันน่าบีบตรงไหนกัน!?
“สุดยอดมาก!”
กัปตัน''มลินาร์'' พุ่งเข้ามาแล้วล็อกไหล่เจ้าหนูซูเคอร์ ยกตัวเขาขึ้นสูงประหนึ่งตุ๊กตา
“ปล่อยนะ! ปล่อยเซ่!” ซูเคอร์ดิ้นดุกดิก สะบัดขาสั้น ๆ อย่างอายจัด แต่มลินาร์กลับยิ่งหัวเราะลั่น
ฉากแสนขำตรงหน้าทำให้แฟนบอลโดยรอบต่างยิ้มกว้าง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรักและเสียงหัวเราะ
“นายทำให้ฉันขายหน้า!”
ซูเคอร์ตะโกนออกมา แต่กลับไม่มีใครสนใจเสียงเขาสักคน มลินาร์ยังไม่พอ เขายังแกล้งยกซูเคอร์ขึ้นสูงเลียนแบบฉากจากเรื่อง ‘The Lion King’ ตอนที่ราฟิกิชูซิมบ้าขึ้นเหนือผา—เรียกเสียงหัวเราะสนั่นจนแทบลั่นทั้งสนาม
เมื่อไม่มีใครสนใจคำขู่ของเขา เจ้าหนูก็ได้แต่ยกมือขึ้นปิดหน้า กลายเป็นฉากฮาอีกฉากที่ทำให้เสียงหัวเราะดังขึ้นไปอีก
บรรดาแฟนบอลของวอนเดอเรอร์สหลงรักเด็กคนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เด็กชายตัวเล็กที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ในการทำประตู
ริมสนาม โค้ชใหญ่ออริเป้ยืนยิ้มเงียบ ๆ มองดูซูเคอร์ด้วยแววตาอบอุ่น
แม้จะเป็นเด็กที่ถูกปล่อยตัวจากระบบเยาวชน แต่เขาเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่า…เจ้าหนูคนนี้จะสามารถก้าวสู่เวทีฟุตบอลอาชีพได้ในวันหนึ่ง
ใช่—ออริเป้เชื่อเช่นนั้นโดยไม่มีข้อกังขา
หลังฉลองประตูกันเรียบร้อย นักเตะของโมสตาร์ก็เดินหัวเราะคิกคักกลับไปที่แดนตัวเอง
ในขณะเดียวกัน นักเตะฝั่งซาราเยโว เอฟซี กลับเดินหน้าบึ้ง ใบหน้าขึงเครียด โดยเฉพาะบาเซล—สายตาที่เขามองไปยังซูเคอร์นั้นราวกับจะลุกเป็นไฟ
“นายโดนล็อกเป้าแล้วล่ะ” มลินาร์เอ่ยกลั้วหัวเราะ
ซูเคอร์ดึงถุงเท้าที่หล่นลงมากองที่ข้อเท้าขึ้น แล้วปรับสนับแข้งให้เข้าที่ก่อนจะหันมายิ้มอย่างมั่นใจ รอยยิ้มนี้ราวกับคำประกาศกร้าว…ว่าเขาไม่กลัวอะไรทั้งนั้น
เสียงนกหวีดของผู้ตัดสินดังขึ้น ซาราเยโวเริ่มเขี่ยบอลอีกครั้ง พวกเขาพยายามปรับจังหวะให้มั่นคงมากขึ้นหลังตกเป็นรอง
และอย่างที่คาดไว้ บาเซลเริ่มตามประกบซูเคอร์แทบทุกฝีก้าว เขาไม่สน ''มลินาร์'' อีกต่อไป เป้าหมายของเขาคือเด็กเตี้ยที่ยิงเข้าไปเมื่อครู่
ทันทีที่ซูเคอร์ได้บอล บาเซลก็พุ่งเข้าใส่ทันที ใช้ร่างกายชนเข้าไปเต็มแรง หวังจะแย่งบอลจากเด็กน้อยให้ได้
แต่ซูเคอร์ก็ไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าตัวเองเสียเปรียบเรื่องแรงปะทะ จึงไม่ดื้อดึงเก็บบอลไว้ แต่รีบแทงออกข้างแล้วใช้ความว่องไวของตัวเองเร่งสปีดแซงไปอีกทางแทน
กลยุทธ์นี้ได้ผล…และทำให้บาเซลหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
กองหลังตัวใหญ่ร่างถึกอย่างเขาไม่มีทางหันตัวกลับทันกับความเร็วของซูเคอร์ได้เลย นี่คือปัญหาคลาสสิกของเซ็นเตอร์แบ็คสายพลัง—แรงเยอะ แต่หมุนตัวช้า!
ซูเคอร์ก็รู้จุดอ่อนนี้ดี และเขาใช้มันโจมตีอย่างชาญฉลาด
ในฟุตบอลดิวิชันล่างของบอสเนีย ทีมส่วนใหญ่ยังใช้แผนแบบเก่า ผู้เล่นแต่ละตำแหน่งทำหน้าที่ของตัวเองแบบตายตัว ไม่มีการสลับหรือช่วยกันมากนัก
นั่นทำให้แบ็คซ้ายหรือขวาไม่เข้ามาช่วยเซ็นเตอร์เลย ผลก็คือ บาเซลโดนซูเคอร์เผาเละในหลายจังหวะ
แน่นอนว่า…บาเซลไม่ยอมให้ผ่านง่าย ๆ ทุกครั้งที่ปะทะกัน เขาใช้แรงชนซูเคอร์เต็มเหนี่ยว จนเจ้าหนูตัวน้อยล้มกลิ้งล้มหงายลงไปกับพื้นนับไม่ถ้วน
หัวเข่าถลอก เสื้อเปรอะเปื้อนคราบหญ้า แขนแดงเถือกเพราะแรงกระแทก แต่ซูเคอร์กัดฟันลุกขึ้นมาทุกครั้ง โดยไม่ปริปากบ่นแม้แต่นิดเดียว
กรรมการก็ไม่เป่าฟาวล์…เพราะนี่คือบอลบอสเนีย ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด ดิบ และไม่ปรานี
ใช่แล้ว—นี่แหละ ฟุตบอลแห่งความดิบเถื่อนที่แท้จริง!
แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในลีกที่โหดที่สุดในโลก แต่มันก็ไม่ได้แค่คำพูดลอย ๆ—เมื่ออยู่ในสนามจริง มันคือความดุเดือดที่ปะทะทุกวินาที!
ซูเคอร์ทำได้เพียงกัดฟัน ทนรับแรงปะทะของเกมอันดุดัน แล้วเฝ้ารอโอกาสง้างเท้าทำประตูอย่างใจเย็น
ในตอนนั้นเอง มลินาร์กำลังพาบอลขึ้นหน้า แม้จะไม่ได้เร่งฝีเท้ามากนัก แต่ฝั่งซาราเยโว เอฟซี เองก็ไม่ได้เข้ากดดันเร็วแต่อย่างใด
และก่อนที่แนวรับของพวกเขาจะได้ทันตั้งตัว มลินาร์ก็จัดการป้อนบอลให้ซูเคอร์อย่างแม่นยำ
“อย่าคิดจะพลิกตัวหันหลังเชียวนะ!”
เสียงตะโกนลั่นมาจากด้านหลังพร้อมกับร่างของบาเซลที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่รีรอ
ซูเคอร์หยุดบอลไว้ได้ แต่แทนที่จะหมุนตัวหันหน้าเข้าหาประตู เขากลับใช้วิธีพลิกตัวเล็กน้อยแล้วยังหันหลังให้ประตู พร้อมกับขยับเท้าอีกสองสามก้าวเข้าไปตรงหัวกระโหลกเล็กน้อยเพื่อซื้อเวลา
บาเซลนั้นใจร้อนเกินไป เห็นท่าทีของซูเคอร์แล้วก็พุ่งเข้าไปหวังจะจัดการให้ราบคาบในจังหวะเดียว
แต่ทันใดนั้นเอง ซูเคอร์ก็แตะบอลออกขวาอย่างแนบเนียน
และเมื่อบาเซลพุ่งเข้ามาชนซูเคอร์เต็มแรง มลินาร์ก็ฉวยโอกาสนั้น วิ่งแซงผ่านทางด้านข้างของซูเคอร์ แย่งบอลแล้วทะลุเข้าไปยังกรอบเขตโทษทันที
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของซูเคอร์ดังลั่น
แต่คราวนี้ เขาไม่ได้แค่ล้มลงเฉย ๆ—มือขวากลับคว้าจับเสื้อของบาเซลไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ไล่ตามมลินาร์ได้ง่าย ๆ
“ปล่อยเดี๋ยวนี้!” บาเซลตะโกนด้วยความโมโห แต่ซูเคอร์กลับทำเหมือนไม่ได้ยิน
ก่อนที่เขาจะหันกลับไปมองอีกที มลินาร์ก็ยกเท้าขึ้นซัดบอลอย่างสุดแรงเกิด
บอลพุ่งเป็นเส้นโค้งทะลุปลายมือของผู้รักษาประตู แล้วไปกระแทกใส่ตาข่ายด้านในอย่างจัง!
โมสตาร์ วอนเดอเรอร์ส นำห่างไปเป็น 2-0 ในนาทีที่ 36!
ความได้เปรียบสองประตูทำให้ขุนพลโมสตาร์มีกำลังใจเต็มเปี่ยม พวกเขาเดินหน้าเปิดเกมรุกต่อเนื่องแบบไม่คิดถอยหลัง
กับนักเตะระดับดิวิชั่นล่างเช่นนี้ วินัยในเกมไม่ใช่จุดแข็ง พอได้เปรียบก็มักจะบุกยับ หวังจะปิดเกมให้ได้ในพริบตาเดียว
โดยเฉพาะในครึ่งหลัง บาเซลแทบไม่เหลือพิษสงใด ๆ ที่จะจำกัดซูเคอร์ได้อีก
แม้ร่างกายจะดูแข็งแรงน่าเกรงขาม แต่เขากลับถูกซูเคอร์ปั่นหัวจนกลายเป็นหมีตัวโตที่วิ่งหลงทาง สุดท้าย ซาราเยโว เอฟซี ก็จำต้องเปลี่ยนตัวบาเซลออก
“ผมคุมเขาได้! แค่ขอเวลาผมอีกหน่อย...” บาเซลสบถเบา ๆ ขณะเดินออกจากสนาม ใบหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
แต่เพื่อนร่วมทีมและโค้ชนีเซวิชที่อยู่ข้างสนามกลับเงียบ ไม่พูดอะไรสักคำ
นีเซวิชเพียงถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดขึ้นว่า“นายไม่สามารถขัดจังหวะเขาได้เลย นี่คือฟุตบอล ไม่ใช่มวยปล้ำ”
คำพูดนั้นทำให้หน้าของบาเซลแดงก่ำด้วยความอับอาย
“ดูการเคลื่อนที่ของหมอนั่นให้ดี ๆ” โค้ชพูดต่อ
บาเซลหันกลับไปมอง และเห็นว่า—ซูเคอร์กำลังเคลื่อนตัวอยู่บริเวณหน้ากองหลัง เคลื่อนซ้ายขวาไม่มีหยุด
บางครั้งเขาก็วิ่งจากด้านซ้ายสุดไปยังด้านขวาอย่างคล่องแคล่ว และไม่ว่าจะกี่ครั้ง เขาก็มักจะหลุดจากการประกบได้เสมอ
“เจ้านี่...” บาเซลขมวดคิ้วแน่น
นีเซวิชพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เข้าใจรึยัง? ไอ้หมอนี่มันอ่านเกมเก่งเกินระดับลีกนี้ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจังหวะทำประตูหรือการผ่านบอล เขาทำให้เกมรุกของโมสตาร์อันตรายขึ้นมาก”
เขาพูดต่อด้วยความทึ่ง“ด้วยเซนส์ที่เหนือชั้นขนาดนี้ ต่อให้ร่างกายเขาไม่ได้แข็งแรงอะไรนัก แต่เขาก็ยังยิงไปแล้ว 9 ประตูในลีก!”
ในสนาม ซูเคอร์ยังคงวิ่งไม่หยุด
สายตาเขาสอดส่ายซ้ายขวา อ่านเกมทั้งสนามในหัวอย่างแม่นยำ
มุมมองที่กว้างและเฉียบขาดทำให้เขาเหมือนนกอินทรีที่โบยบินอยู่เหนือสนาม มองเห็นทุกจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม
นั่นคือขุมพลังและ “บั๊ก” ของเขาในเกมนี้
[สัญชาตญาณแบบอินซากี้
อินซากี้—จอมปีศาจแห่งกับดักล้ำหน้า ผู้สร้างฝันร้ายให้กับแนวรับระดับโลกมานักต่อนัก
เขาเคยบอกว่า ความสามารถแบบนี้มันติดตัวมาตั้งแต่เกิด—ไม่มีสอน ไม่มีฝึก มีหรือไม่มีเท่านั้น
ในจังหวะต่อมา ซูเคอร์ขยับถอยเล็กน้อย แล้วพลิกตัวพุ่งไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น ราวกับเครื่องยนต์ที่ติดเทอร์โบ
เขาไม่จำเป็นต้องหันไปมอง—เขารู้ดีว่ามลินาร์จะส่งบอลมาให้เขาแน่นอน
เสียงฮือฮาของแฟนบอลรอบสนามก็คือคำยืนยัน
บอลลอยมาแล้ว!
เขาชะลอฝีเท้าเล็กน้อย ปรับจังหวะด้วยก้าวสั้น ๆ แล้วตัดสินใจยิงทันที
แนวรับของซาราเยโว เอฟซี ตกใจ รีบพุ่งสไลด์เข้ามาป้องกัน
แต่ซูเคอร์กลับหยุดเท้าไว้กลางอากาศ ก่อนจะเอียงเท้าขวาเล็กน้อย ใช้ฝ่าเท้าด้านนอกแตะบอลให้ไหลไปอีกทาง สร้างมุมยิงใหม่ทันที
แล้วปลายเท้าก็จิ้มเข้าไปเต็มแรง
บอลพุ่งเข้าตาข่ายอย่างสวยงาม!
ซูเคอร์ยิงเบิ้ล! ปิดประตูเกมอย่างเด็ดขาด!
โปรดติดตามตอนต่อไป