- หน้าแรก
- ภารกิจปั้นน้องสาวให้เป็นเทพ ส่วนข้าขอเป็นราชันย์
- บทที่ 11 - เด็กคนนี้อายุหกขวบจริงหรือ
บทที่ 11 - เด็กคนนี้อายุหกขวบจริงหรือ
บทที่ 11 - เด็กคนนี้อายุหกขวบจริงหรือ
บทที่ 11 - เด็กคนนี้อายุหกขวบจริงหรือ
ความคิดของเซียวอวิ๋นถูกต้องแล้ว เมื่อเซียวหยางพาลูกทั้งสองมาปรากฏตัวที่จวนเจ้าเมืองในวันรุ่งขึ้น พ่อบ้านเฒ่าหรือผู้อาวุโสซ่งถึงกับรีบวิ่งออกมาต้อนรับด้วยตนเอง
ต้องทราบก่อนว่าผู้อาวุโสซ่งผู้นี้เป็นถึงบุคคลอันดับหนึ่งในจวนเจ้าเมืองที่เป็นรองเพียงแค่ท่านเจ้าเมืองเท่านั้น แม้แต่ในบางสถานการณ์ท่านเจ้าเมืองยังจำต้องฟังคำแนะนำของเขา แต่บุคคลระดับนี้กลับออกมาต้อนรับเซียวหยางที่เป็นเพียงราชาวิญญาณและเด็กน้อยสองคนด้วยตนเอง
เซียวหยางอดไม่ได้ที่จะมองบุตรชายด้วยความภาคภูมิใจในอก
"คุณชายเซียว และเจ้าหนูเซียวอวิ๋นกับแม่หนูน้อย เชิญพวกท่านเข้ามาด้านในเถิด" ผู้อาวุโสซ่งมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า พลางกวักมือเรียกทั้งสาม
เซียวหยางขานรับ พาลูกทั้งสองเดินเข้าสู่ภายในจวนเจ้าเมือง
ผู้อาวุโสซ่งเดินนำหน้าพลางกล่าวเสียงดังฟังชัด "คุณชายเซียว ตั้งแต่สองวันก่อนที่ครอบครัวของท่านติดตามเหล่าทูตตรวจการออกไป ท่านเจ้าเมืองของเราก็อยากจะสนทนากับท่านมาตลอด ตอนนี้ดีเลย นึกไม่ถึงว่าพวกท่านจะมาหาถึงที่ ท่านเจ้าเมืองทราบข่าวก็ดีใจมาก รีบส่งข้าออกมาต้อนรับพวกท่านทันที"
เมื่อเดินนำสามพ่อลูกตระกูลเซียวเข้ามายังเรือนหลัก ทันทีที่ก้าวพ้นประตู เซียวอวิ๋นก็เห็นชายวัยกลางคนผู้ที่เคยเดินออกมาส่งไช่เม่ยเอ๋อร์ยืนรออยู่กลางลาน ข้างกายของเขายังมีเด็กหญิงคนหนึ่งยืนอยู่อย่างขลาดอาย
เด็กหญิงผู้นั้นดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเซียวอวิ๋นและเซียวเซียว หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลูกคุณหนูบ้านรวย ผิวพรรณขาวผ่องเนียนละเอียด ผมยาวสีเขียวอ่อนสยายอยู่กลางหลัง ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองเซียวอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้างเซียวหยางด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ฮ่าฮ่า ท่านคือน้องชายเซียวสินะ"
เมื่อเห็นพวกเซียวหยางเดินเข้ามา ท่านเจ้าเมืองก็หัวเราะร่าพลางจูงมือเด็กหญิงเดินตรงเข้ามาหา "จะว่าไปข้ากับน้องชายเซียวนี่ก็เพิ่งเคยพบกันครั้งแรก น้องชายเซียวเป็นถึงราชาวิญญาณ นับว่าเป็นยอดฝีมือในเมืองเฟิงเย่ เฮ้อ ต้องโทษที่ข้างานยุ่งเกินไป เลยไม่ได้หาโอกาสมาทำความรู้จักกับน้องชายเซียวให้มากกว่านี้"
"ท่านเจ้าเมืองเกรงใจเกินไปแล้ว เซียวหยางเป็นเพียงสามัญชน ได้มีโอกาสสนทนากับท่านเจ้าเมืองก็นับว่าเป็นโชควาสนาแล้วขอรับ" เซียวหยางยิ้มบางๆ พลางประสานมือคารวะ
"โธ่เอ๊ย อะไรคือโชคดีไม่โชคดี ล้วนเป็นคนเมืองเฟิงเย่เหมือนกัน ก็เหมือนเป็นคนกันเอง คนกันเองคุยกันไม่ต้องมากพิธีหรอก" ท่านเจ้าเมืองหัวเราะร่า สายตาอดไม่ได้ที่จะจับจ้องไปที่เซียวอวิ๋นและเซียวเซียว โดยเฉพาะเมื่อมองเซียวอวิ๋น ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที "เจ้าหนูคนนี้เป็นอัจฉริยะวัยเยาว์จริงๆ นึกไม่ถึงว่าจะได้รับวงแหวนวิญญาณวงแรกเร็วขนาดนี้ สมแล้วที่เป็นพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด"
เด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างกายเขาเมื่อได้ยินว่าเซียวอวิ๋นมีวงแหวนวิญญาณวงแรกแล้ว ริมฝีปากเล็กๆ ก็เผยอขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำจ้องมองเซียวอวิ๋น ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
เซียวอวิ๋นวางตัวอย่างสง่าผ่าเผย ก้าวเท้าขึ้นมาข้างหน้า แล้วโค้งคำนับท่านเจ้าเมืองเล็กน้อย "ท่านเจ้าเมือง ที่จริงแล้วการมาเยือนในครั้งนี้ ท่านพ่อไม่ได้เป็นคนริเริ่ม แต่เป็นความต้องการของข้าเองขอรับ"
"หือ"
ท่านเจ้าเมืองชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนี่ต้องการจะพูดอะไร
เซียวหยางยืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้บุตรชายเป็นคนเจรจา
"เรื่องเป็นเช่นนี้ขอรับ ท่านเจ้าเมืองอาจจะไม่ทราบ แม้ฐานะทางบ้านของข้าจะเพียงพอต่อการดำรงชีพ แต่ด้วยพรสวรรค์ของข้าและน้องสาว ทรัพยากรทั่วไปคงไม่อาจทำให้พรสวรรค์ของเราเบ่งบานได้เต็มที่ ประกอบกับคราวก่อนผู้อาวุโสซ่งเคยเอ่ยปากชวนข้าเข้าร่วมจวนเจ้าเมือง การมาครั้งนี้ ข้าจึงอยากมาหารือกับท่านเจ้าเมืองว่า จะอนุญาตให้ข้าสองพี่น้องเข้าร่วมจวนเจ้าเมืองได้หรือไม่ขอรับ"
ผู้อาวุโสซ่งได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาทันที
สีหน้าของท่านเจ้าเมืองก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นยินดีเช่นกัน "เด็กน้อย เจ้าและน้องสาวต่างเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่น โดยเฉพาะเจ้า หากยินดีเข้าร่วมจวนเจ้าเมืองของเรา ข้าย่อมยินดีต้อนรับอย่างยิ่ง"
"ความจริงข้ายังพูดไม่จบขอรับ" เซียวอวิ๋นกล่าวเสริมขึ้นในตอนนี้ "ท่านคงทราบดี คนของโรงเรียนสื่อไล่เค่อกลุ่มนั้นได้มาพักที่บ้านข้าครึ่งค่อนวัน อีกทั้งยังร่วมรับประทานอาหาร ก่อนจากกัน พวกเราได้ให้คำมั่นสัญญาต่อกันไว้ เมื่อข้าและน้องสาวมีคุณสมบัติพร้อม เราจะเดินทางไปเข้าเรียนที่โรงเรียนสื่อไล่เค่อ"
"ดังนั้น... เรื่องที่จะรับพวกเราเข้าจวนเจ้าเมืองหรือไม่ ท่านเจ้าเมืองต้องพิจารณาให้ดีนะขอรับ"
ให้ตายเถอะ เจ้าเด็กนี่
ท่านเจ้าเมืองฟังจบก็รู้สึกทั้งขำทั้งทึ่ง
เมื่อฟังวาจาของเซียวอวิ๋นจบ เขาก็รู้สึกเลื่อมใสในตัวเด็กคนนี้จริงๆ นี่มันชัดเจนว่าต้องการจะมาหาผลประโยชน์เปล่าๆ แต่กลับแจกแจงข้อดีข้อเสียให้ฟังอย่างชัดเจน
ประการแรก แม้เซียวอวิ๋นจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นการบอกว่าจะไปสื่อไล่เค่อ หรือสถานการณ์ที่เขาเพิ่งแจ้งให้ทราบ เซียวอวิ๋นกำลังบอกพวกเขาว่า ช่วงเวลาที่เขาจะอยู่ที่จวนเจ้าเมือง เป็นเพียงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านเท่านั้น แต่ในอนาคตเขาจะไปเติบโตในขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่า ถึงตอนนั้นจวนเจ้าเมืองอาจจะได้รับหนี้บุญคุณจากว่าที่ยอดฝีมือในอนาคต
จับเสือมือเปล่าหรือ
ก็ใช่ แต่ก็ไม่เชิง
สรุปแล้ว เรื่องนี้จะสำเร็จหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านเจ้าเมืองคาดหวังในตัวเซียวอวิ๋นไว้สูงแค่ไหน
"น้องชายเซียว ข้าสงสัยจริงๆ ว่าลูกชายของท่านคนนี้ อายุหกขวบจริงหรือ" เนิ่นนานผ่านไป ท่านเจ้าเมืองยิ้มขื่น พลางหันไปเปรยกับเซียวหยาง
เซียวหยางอมยิ้ม "เจ้าลูกชายข้าคนนี้มีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่กว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันมาแต่เล็ก ต้องขออภัยท่านเจ้าเมืองด้วยขอรับ"
"เอาเถอะๆ ไม่ว่าจะอย่างไร ลำพังแค่พรสวรรค์ของเจ้า อนาคตก็ไม่มีทางตกต่ำแน่นอน ยิ่งเจ้ามีมันสมองระดับปีศาจเช่นนี้ด้วยแล้ว" ท่านเจ้าเมืองสูดลมหายใจลึก กล่าวกับเซียวอวิ๋น "ข้อเสนอของเจ้า ข้าตกลง"
"น้องชายเซียว หากท่านและฮูหยินว่าง ก็สามารถย้ายเข้ามาอยู่ในจวนเจ้าเมืองได้นะ เดี๋ยวข้าจะให้บ่าวไพร่จัดเรือนรับรองให้ เข้ามาอยู่ได้เลย"
"เรื่องนี้คงไม่ต้องรบกวนหรอกขอรับ กิจการที่บ้านข้ายังอยู่ที่เมืองฝั่งตะวันออก หากย้ายมาที่นี่เกรงว่าจะไกลไปสักหน่อย" เซียวหยางปฏิเสธคำเชิญของท่านเจ้าเมือง พร้อมประสานมือคารวะอีกครั้ง "ในเมื่อท่านเจ้าเมืองยินดีสนับสนุนลูกทั้งสองของข้า เช่นนั้นข้าคงไม่รบกวนเวลาแล้ว ท่านเจ้าเมือง ข้าขอลา"
"ได้ ข้าจะให้คนไปส่ง"
เมื่อเซียวหยางจากไปแล้ว รอยยิ้มฉับพลันก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าท่านเจ้าเมือง เขาตบศีรษะบุตรสาวเบาๆ แล้วกล่าวกับเซียวอวิ๋น "จะว่าไป ลูกสาวข้าคนนี้ก็อายุเท่ากับพวกเจ้า เพิ่งจะปลุกวิญญาณยุทธ์มาเหมือนกัน น่าเสียดายที่พลังวิญญาณโดยกำเนิดมีแค่ระดับเจ็ด เทียบกับพวกเจ้าสองพี่น้องไม่ได้เลย"
เซียวอวิ๋นมองเด็กหญิง แม้ตอนนี้จะยังดูเด็กนัก แต่ดูจากโครงหน้าแล้ว โตขึ้นคงเป็นสาวงามสะพรั่งแน่นอน
เด็กหญิงถูกเซียวอวิ๋นจ้องมองเช่นนี้ ใบหน้าเนียนก็อดแดงระเรื่อขึ้นมาไม่ได้
เดิมทีเซียวอวิ๋นก็มีหน้าตาประเภทที่ดึงดูดสายตาเพศตรงข้ามได้ง่ายอยู่แล้ว ประกอบกับเด็กหญิงมักเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ค่อยมีเพื่อนเล่น จู่ๆ ถูกเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกันที่หน้าตาดีจ้องมอง ย่อมต้องเขินอายธรรมดา
ทว่า ในความขวยเขินนั้น นางก็อดไม่ได้ที่จะแอบช้อนสายตามองเด็กหนุ่มตรงหน้า
เขาหน้าตา... ดูดีจริงๆ นะเนี่ย
[จบแล้ว]