เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง: พลังแห่งติ่ง

บทที่ 10 - ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง: พลังแห่งติ่ง

บทที่ 10 - ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง: พลังแห่งติ่ง


บทที่ 10 - ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง: พลังแห่งติ่ง

"วิญญาณยุทธ์ของผมน่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง แต่ไม่น่าจะเป็นเรื่องร้ายครับ" เซียวอวิ๋นบอกเล่าสถานการณ์ของวิญญาณยุทธ์ให้พ่อฟัง

เซียวหยางเองก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ ในตัวเซียวอวิ๋น แม้ในใจจะยังสงสัย แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ

"เป็นไง ได้ทักษะที่อยากได้ไหม" เซียวหยางถอนหายใจโล่งอก น้ำเสียงกลับมาสงบนิ่ง เซียวอวิ๋นพยักหน้า วงแหวนวิญญาณสีเหลืองวงหนึ่งลอยขึ้นมาจากติ่งเก้ามังกรสยบสวรรค์

วินาทีนี้ กระถางยักษ์ที่เดิมทีก็หนักอึ้งอยู่แล้ว จู่ๆ ก็ทวีความหนักหน่วงยิ่งขึ้น รอบตัวกระถางถึงกับมีหมอกดำจางๆ ลอยอ้อยอิ่ง ดูลึกลับน่าค้นหา

"ทักษะวิญญาณที่หนึ่งของผมชื่อว่า พลังแห่งติ่ง เมื่อใช้แล้วจะเพิ่มน้ำหนักให้วิญญาณยุทธ์หนึ่งเท่าตัว แถมไม่กินพลังวิญญาณเพิ่มด้วยครับ อ้อ แล้วก็ถ้าในอนาคตระดับพลังของผมเพิ่มขึ้น น้ำหนักที่ทักษะนี้มอบให้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย"

"อะไรนะ!"

เซียวหยางฟังจบก็ตาค้าง

เพิ่มน้ำหนักหนึ่งเท่าตัว แถมน้ำหนักยังเพิ่มตามระดับพลัง อันนี้ยังพอว่า แต่ไอ้ที่ไม่กินพลังวิญญาณเพิ่มเนี่ย มันทักษะเทพชัดๆ!

ต้องรู้ก่อนว่าวิญญาณยุทธ์สายหนักแบบนี้ ยิ่งน้ำหนักมาก ก็ยิ่งกินพลังวิญญาณของผู้ใช้มาก แต่ด้วยผลลัพธ์นี้ เซียวอวิ๋นแทบไม่ต้องกังวลเรื่องพลังวิญญาณหมดเร็วเลย เท่ากับว่านอกจากพลังวิญญาณที่ใช้เรียกทักษะและคงสภาพวิญญาณยุทธ์แล้ว เซียวอวิ๋นสามารถเพิ่มน้ำหนักให้วิญญาณยุทธ์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ!

น่ากลัวเวอร์!

"นี่คือข้อดีของวิญญาณยุทธ์กลายพันธุ์สินะ สุดยอดจริงๆ" เซียวหยางไม่เชื่อหรอกว่าทักษะแบบนี้จะได้มาจากหมีศิลาปฐพีอายุห้าร้อยกว่าปี น่าจะเป็นผลพวงมาจากตัววิญญาณยุทธ์ของเซียวอวิ๋นเองมากกว่า

"ทักษะเทพจริงๆ ครับ" เซียวอวิ๋นเองก็พอใจกับทักษะที่หนึ่งนี้มาก พอกดใช้ทักษะ น้ำหนักของวิญญาณยุทธ์ก็น่าจะปาเข้าไปเฉียดพันชั่งแล้ว กระถางยักษ์หนักขนาดนี้ทุ่มลงไป อย่าว่าแต่วิญญาจารย์ระดับเดียวกันเลย เกรงว่าระดับมหาวิญญาจารย์สองวงแหวนบางคนก็คงรับไม่ไหว

แถมในอนาคตน้ำหนักของติ่งเก้ามังกรฯ ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผลของทักษะก็จะยิ่งทวีคูณ... เซียวอวิ๋นขี้เกียจจะจินตนาการต่อแล้ว

เรียกได้ว่า ต่อให้วันหน้าเซียวอวิ๋นไม่ใช้ทักษะอื่น ลำพังแค่ทักษะนี้ บวกกับน้ำหนักเดิมของวิญญาณยุทธ์ ก็สู้ได้สบายๆ

เก็บวิญญาณยุทธ์กลับคืน สองพ่อลูกเซียวอวิ๋นกับเซียวหยางก็ไม่รั้งรออยู่ที่เดิมนาน แม้ตรงนี้จะเป็นแค่รอบนอกป่าซิงโต่ว แต่บางทีก็อาจมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ ทั้งสองจึงรีบเดินทางกลับ

เพียงแต่ สองพ่อลูกหารู้ไม่ว่า

ในวินาทีที่วิญญาณยุทธ์ของเซียวอวิ๋นเกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น ณ ส่วนลึกของป่าซิงโต่ว ริมทะเลสาบที่ปกคลุมด้วยหมอกหนา สัตว์วิญญาณรูปร่างงดงามคล้ายสิงโตที่มีขนสีทองอร่ามทั่วร่างตัวหนึ่ง จู่ๆ ก็ลืมตาขึ้น

"นี่มัน พลังแห่งโชคชะตา?"

มันกระพริบตาปริบๆ "ข้ารู้สึกไปเองรึ?"

ยืดคอมองไปรอบๆ ก็ไม่พบพลังสายนั้นอีก มันจึงก้มหัวลงนอนต่อ

สองพ่อลูกกลับเข้าสู่เขตเมืองทิศตะวันออก เซียวอวิ๋นก็เจอคนรู้จักบ้าง แต่เด็กผู้หญิงหลายคนกลับจ้องมองเซียวอวิ๋นตาไม่กระพริบ

เซียวอวิ๋นรู้สึกพูดไม่ออก แต่เซียวหยางกลับกลั้นขำจนตัวสั่น

"พ่อขำอะไรครับ" เซียวอวิ๋นถามอย่างอ่อนใจ เซียวหยางหัวเราะร่า "เจ้าลูกชาย ตอนนี้พอดูดซับวงแหวนเสร็จ เจ้าหล่อขึ้นเป็นกองเลยนะ นอกจากตัวจะสูงขึ้นแล้ว หน้าตาก็ดูโตขึ้นด้วย อืม เหมือนแม่เจ้าเด๊ะเลย"

ลูบหน้าตัวเอง เซียวอวิ๋นได้แต่ยิ้มขื่น

หน้าตาเซียวเซียวเหมือนพ่อ ส่วนเขาเหมือนแม่มากกว่า

เสิ่นหว่านชิงสมัยสาวๆ ก็เป็นคนสวยสะพรั่ง เซียวอวิ๋นหน้าเหมือนแม่ ความหล่อเหลาย่อมไม่ต้องพูดถึง

เซียวอวิ๋นในตอนนี้แม้จะยังดูเด็กอยู่บ้าง แต่ส่วนสูงที่พุ่งพรวดไปร้อยสามสิบกว่าเซ็นฯ บวกกับเครื่องหน้าประณีตงดงาม ไม่เพียงดึงดูดเด็กหญิงวัยเดียวกัน แม้แต่เด็กสาววัยสิบเอ็ดสิบสองปีก็ยังอดเหลียวมองไม่ได้

กลับถึงบ้านก็มืดค่ำพอดี เสิ่นหว่านชิงทำมื้อเย็นเสร็จรออยู่แล้ว สองพ่อลูกเปลี่ยนเสื้อผ้าง่ายๆ แล้วมานั่งโต๊ะกินข้าว

เซียวเซียวจ้องหน้าพี่ชายตาแป๋วเหมือนคนบ้าดารา สำหรับเด็กผู้หญิงข้างนอกเซียวอวิ๋นอาจจะรำคาญบ้าง แต่นี่น้องสาวตัวเอง อยากมองเท่าไหร่ก็เชิญเลย

"ลูกแม่ ทำไมไม่กินข้าวล่ะลูก มัวแต่จ้องหน้าพี่เขาอยู่นั่นแหละ" เสิ่นหว่านชิงเห็นภาพนี้ก็อดขำไม่ได้ มองลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ยิ่งดูก็ยิ่งชอบ "เสี่ยวอวิ๋นของแม่หล่อวันหล่อคืนจริงๆ โตขึ้นไม่รู้จะไปหลอกลูกสาวบ้านใครมาได้กี่คนนะเนี่ย"

มุมปากเซียวอวิ๋นกระตุก "ทำไมผมต้องไปหลอกลูกสาวบ้านอื่นด้วยล่ะครับ"

"พ่อจะบอกให้นะ สมัยพ่อเรียนอยู่ที่สื่อไล่เค่อ เจอสาวสวยเพียบเลย ไม่แน่พอลูกไปที่นั่นอาจจะเจอสาวสวยเยอะกว่าพ่ออีก ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อสอบไม่ผ่าน ป่านนี้..."

"ป่านนี้ทำไมคะ?" เสิ่นหว่านชิงยิ้มหวานหยดย้อยมองสามี เซียวหยางกลืนน้ำลายเอือก รู้สึกว่าตัวเองปากพาซวยแล้ว

"เปล่าจ้ะ พี่จะบอกว่าโชคดีที่พี่สอบไม่ผ่าน ไม่งั้นพี่คงไม่ได้เจอเมียจ๋าไงล่ะ"

"เอาตัวรอดเก่งนะเนี่ย เอ้า รางวัล น่องไก่หนึ่งชิ้น~"

เซียวหยางแทะน่องไก่ที่ภรรยาคีบให้ พลางพูดกับเซียวอวิ๋น "เกณฑ์รับสมัครของสื่อไล่เค่อปกติอยู่ที่อายุประมาณสิบเอ็ดปี เดิมทีพ่อกะว่าจะให้พวกลูกไปเรียนโรงเรียนวิญญาจารย์ขั้นต้นก่อน แต่มาคิดดูอีกที ครูที่โรงเรียนพวกนั้นพลังยังไม่เท่าพ่อเลย แถมเรียนไปก็แค่ทางผ่าน พ่อเลยกะว่าจะปิดร้าน แล้วมาสอนพื้นฐานการฝึกฝนให้พวกลูกเอง"

สำหรับคำพูดของเซียวหยาง เสิ่นหว่านชิงไม่ได้คัดค้าน เห็นได้ชัดว่าสองสามีภรรยาตกลงกันเรียบร้อยแล้ว

"พ่อครับ ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกครับ" เซียวอวิ๋นยิ้มบาง "ความจริงเรื่องนี้ผมมีความคิดอยู่อย่างหนึ่ง ถึงพ่ออาจจะไม่ค่อยเชื่อ แต่ผมว่าโอกาสสำเร็จสูงมาก"

"ว่ามาสิ"

สำหรับลูกชายคนนี้ เซียวหยางค่อนข้างคาดหวัง ไม่ว่าจะพรสวรรค์หรือสมอง ก็เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง ดังนั้นคำพูดของลูก เขาจะไม่มองว่าเป็นเรื่องล้อเล่นของเด็กเหมือนพ่อแม่ทั่วไป แต่จะตั้งใจฟัง

"ผมกะว่าจะไปที่จวนเจ้าเมืองก่อนครับ"

เซียวอวิ๋นกล่าวด้วยรอยยิ้ม "แบบนี้ นอกจากจะช่วยลดภาระทางบ้านเราแล้ว จวนเจ้าเมืองต้องยินดีทุ่มเทปั้นวิญญาจารย์รุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์อย่างผมกับเซียวเซียวแน่นอน เพราะวันหน้าถ้าเราได้ดีจริงๆ สำหรับพวกเขาก็ถือเป็นเรื่องดี แถมบวกกับชื่อเสียงของน้าไช่และคณะ ผมว่าจวนเจ้าเมืองไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ"

เซียวหยางชะงัก แล้วมองเซียวอวิ๋นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

"ไอ้ลูกชาย นี่เอ็งกะจะจับเสือมือเปล่าเรอะ"

เซียวอวิ๋นยังคงยิ้ม "เรียกว่าจับเสือมือเปล่าไม่ได้หรอกครับ เรียกว่าต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ดีกว่า"

"สมองเอ็งนี่มัน... ไม่ได้โม้นะ เหมือนพ่อสมัยหนุ่มๆ ไม่มีผิด อืม สมกับเป็นลูกพ่อ ฮ่าฮ่า!" ตอนนี้เซียวหยางทิ้งมาดปัญญาชนผู้สุภาพไปจนหมดสิ้น หัวเราะร่าอย่างภูมิใจราวกับเด็กๆ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 10 - ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง: พลังแห่งติ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว