เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

STY-ตอนที่ 62 ประลองยุทธ์หาคู่!

STY-ตอนที่ 62 ประลองยุทธ์หาคู่!

STY-ตอนที่ 62 ประลองยุทธ์หาคู่!


ในห้องของศิษย์พี่หญิงใหญ่

เย่เฉิน ได้ถูกศิษย์พี่หญิงใหญ่พาเข้ามาในห้องโดยไม่รู้ตัว

ทันใดนั้นท้องฟ้าก็ค่อย ๆ มืดลง

ในขณะนี้ ศิษย์พี่หญิงใหญ่ได้ยิ้มออกมา “เฉินน้อย ไม่ใช่ว่าเจ้าบอกว่าต้องการที่จะแต่งงานกับข้าหรอกเหรอ?หรือว่าเจ้าไม่ได้ต้องการนอนกับพี่สาว?

ซู่ชิวหยา ได้ยืนอยู่ที่ด้านหน้าเตียงและค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าของนางออก

ทันใดนั้น ร่างที่งดงามก็ได้ปรากฏตรงหน้าของ เย่เฉิน

ถ้าไม่ใช่เพราะเจตจำนงค์ที่ยอดเยี่ยมของเขา เย่เฉิน คงจะเลือดกำเดาไหลไปแล้ว

“ศิษย์พี่ นี่มันไม่ดีมั้ง!”

“ศิษย์น้องเล็ก ไม่ใช่ว่าเจ้าสนใจเรื่องทางเพศหรอกเหรอ?หรือว่าเจ้าไม่มีความกล้าแล้ว?”ซู่ชิวหยา ยิ้มออกมาและมองไปที่ เย่เฉิน

“ใคร…ใครบอกว่าข้าไม่กล้า!”

เย่เฉิน ได้ตบต้นขาของเขา จากนั้นก็ยืนขึ้นพร้อมกับกระโจนเข้าหาศิษย์พี่หญิงใหญ่ของเขา

ในขณะนี้ เย่เฉิน ต้องการจะก้าวไปข้างหน้า แต่เขาได้ถูกศิษย์พี่หญิงใหญ่หยุดเอาไว้

เย่เฉิน รู้สึกทำอะไรไม่ถูก ในเวลานี้ เขาหวังว่ามันจะโตขึ้นเร็วขึ้น และ เติบโตขึ้นใน 3 วัน

หลังจากนั้น เย่เฉิน ก็กอดศิษย์พี่หญิงใหญ่ของเขาไว้นอนอ้อมแขน

วันถัดไป

เย่เฉิน รู้ว่ามีนิกายอมตะจำนวนมากมาเยี่ยมเยือนแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์

พวกเขาทั้งหมดมาที่นี่เพื่อพบปรมาจารย์ยุทธ์ผู้อยู่ยงคงกระพันของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ อีกทั้งพวกเขายังมีเป้าหมายอื่น ซึ่งก็คือการแต่งงานกับ 1 ใน 7 เทพธิดาแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์

เมื่อ เย่เฉิน ได้ยินข่าว เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธเล็กน้อย

พวกนางทั้งหมดคือศิษย์พี่ของเขา พวกคนเหล่านี้กล้าดียังไงมาหมายปองพวกนาง?

อย่างไรก็ตาม เย่เฉิน รู้ดีว่าหากเขาใช้สถานะตัวตนของปรมาจารย์ผู้อยู่ยงคงกระพันในการปราบปรามพวกเขา เขาย่อมไปกระตุ้นความโกรธของสาธารณชนจนทำให้หลายคนรู้สึกไม่พอใจ

เพราะท้ายที่สุด พวกเขาก็มาที่นี่เพื่อพบกับปรมาจารย์ หากปรมาจารย์ไม่ชอบพวกเขาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกฝ่ายออกมารังแกพวกเขาที่อ่อนแอกว่า มันย่อมทำให้เกิดความขุ่นเคืองในใจของผู้คน

เย่เฉิน ในตอนนี้ เขามีพลังอยู่ในอาณาจักรเทวะ เท่านั้น แม้จะมี เสี่ยวไป๋ เขาก็ไม่กล้าที่จะประมาท

เพราะนิกายอมตะเหล่านี้ไม่ธรรมดา

นิกายที่แข็งแกร่งล้วนมีผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรเทวะ ในขณะที่นิกายที่อ่อนแอกว่าก็มีผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรมหายาน กระทั่งอาจมีสัตว์ประหลาดเฒ่าในอาณาจักรทันฑ์สวรรค์หลบซ่อนตัวอยู่ ดังนั้นหาก แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ สร้างปัญหามากเกินไป ยกตัวอย่างเช่น เขาได้ใช้ตัวตนในฐานะปรมาจารย์ในการปราบปรามพวกเขา คนเหล่านี้ ก็คงต้องการคำอธิบายอย่างแน่นอน

ดังนั้น เย่เฉิน จึงไม่สามารถใช้สถานะปรมาจารย์ในการปราบปรามพวกเขาได้

เนื่องจากเขาไม่สามารถใช้ตัวตนในฐานะปรมาจารย์ในการปราบปรามพวกเขาได้ เย่เฉิน ก็จะใช้ตัวตนในฐานะศิษย์ของปรมาจารย์แทน

เย่เฉิน ไม่ต้องการสร้างปัญหาด้วยตัวเอง ดังนั้น เขาจึงได้ส่งเถาลวี่ ไปแจ้ง ประมุขนิกายอวี๋เซียว โดยตรง และ ขอให้เขาจัดการแข่งขัน ประลองยุทธ์หาคู่ โดยเป้าหมายเดียวของพวกเขาก็คือการประลองกับ เย่กู่เฉิง ศิษย์คนสุดท้ายของปรมาจารย์ยุทธ์ผู้อยู่ยงคงกระพัน

ซึ่งก็คือเขา!

ตราบใดที่เขาสามารถเอาชนะพวกคนเหล่านี้ในงานประลองยุทธ์หาคู่ได้ พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะมารังควานศิษย์พี่ของเขา

มิฉะนั้นหากพวกคนโง่เขลาเหล่านี้มาขอหมั้นศิษย์พี่ของเขาในทุกวัน ไม่เพียงแต่ศิษย์พี่ของเขาจะรำคาญ แม้แต่เขาก็จะรำคาญไปด้วย

หลังจากนั้นไม่กี่วัน

ข่าวเรื่องการประลองหาคู่แต่งงาน ก็ได้แพร่กระจายออกไป

ประมุขน้อยของนิกายอมตะทั้งหมดต่างก็กระตือรือร้นที่จะลอง โดยพวกเขาต้องการเอาชนะการแข่งขันเพื่อพาสาวงามเหล่านั้นกลับไป

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพวกเขาได้ยินมาว่า คู่ต่อสู้ที่พวกเขาต้องประลองเป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรก่อตั้งจิตวิญญาณ พวกเขาก็มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์ยุทธ์ผู้อยู่ยงคงกระพัน แต่ในฐานะบุตรแห่งสวรรค์ที่เป็นที่ภาคภูมิใจของนิกายอมตะต่าง ๆ พวกเขาก็มั่นใจว่าจะมีความสามารถพอที่จะเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายได้

โดยประมุขนิกายอวี๋เซียว ได้จัดตั้งเวทีประลองที่ยอดเขาอวี๋เซียว

เย่เฉิน ได้เปลี่ยนใบหน้า และ เปลี่ยนชื่อเป็น เย่กู่เฉิง

ในขณะนี้ ศิษย์ของยอดเขาอวี๋เซียว และ ศิษย์จากยอดเขาอื่นนับไม่ถ้วน ล้วนมารอที่ด้านข้างสนามเพื่อรอชมการต่อสู้บนเวที

เย่เฉิน ได้กระโดดขึ้นไปบนเวที

ทันดนั้น สายลมก็พัดผ่าน จนทำให้ ผมของ เย่เฉิน ปลิวไสวเล็กน้อย

เขาได้ถือกระบี่ยาวในมือ และ แสดงท่าทีของผู้อมตะที่กลับชาติมาเกิดด้วยอารมณ์ที่ดูโดดเด่น

ในขณะนี้ ศิษย์หญิงที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างก็หลงใหลในอารมณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ เย่เฉิน ยิ่งพวกนางรู้ด้วยว่า เย่เฉิน คือ ศิษย์คนสุดท้ายของปรมาจารย์ยุทธ์ผู้อยู่ยงคงกระพัน มันทำให้สถานะของเขายิ่งโดดเด่นมากยิ่งขึ้นไปอีก

“นั่นใคร?”ศิษย์บางคนได้กล่าวถาม

“ไอ้เจ้าบ้า เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้งั้นหรือไม่? ข้าได้ยินมาว่าเขาคือศิษย์คนสุดท้ายของท่านปรมาจารย์ยุทธ์ของพวกเรา”ศิษย์อีกคนได้กล่าวพูดทันที

“เหตุใดข้าถึงไม่เคยได้ยินว่ามีคนเช่นนี้มาก่อน?”

“บุคลิกของท่านปรมาจารย์ไม่สามารถคาดเดาได้ อีกอย่าง นี่ก็คือศิษย์ของเขา เขาที่ได้รับสืบทอดความสามารถมาจากท่านปรมาจารย์ จะต้องมีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!”

“อีกอย่างเจ้าจะไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของเขาก็ไม่แปลกหรอก ว่ากันว่า น้องชายคนนี้เคยเป็นศิษย์เฝ้าประตู เขามีหน้าที่เฝ้าประตูและเปิดปิดประตูในทุกวัน ต่อมาเขาได้พบกับท่านปรมาจารย์ จนได้กลายเป็นศิษย์ของท่านปรมาจารย์ไปในที่สุด!”

“เข้าใจแล้ว ไม่น่าแปลกใจที่ข้าจะไม่เคยพบเขามาก่อน!”

“แต่สำหรับเขา การจะท้าทายบุตรแห่งสวรรค์จากนิกายอมตะจำนวนมาก ไม่ใช่ว่าเขาจะเย่อหยิ่งเกินไปหรือไม่?”

“อันนี้ข้าเองก็ไม่รู้ เนื่องจากเขามีความกล้าและความโดดเด่น ข้าคิดว่าเขาน่าจะมีความสามารถบางอย่าง เพราะท้ายที่สุด เขาก็เป็นศิษย์ของท่านปรมาจารย์ยุทธ์ของพวกเรา!”

เย่เฉิน มองไปที่ ผู้คนบนเวทีและกล่าวพูดออกมา “พวกเจ้าทุกคนมาที่นี่เพื่อแสดงความเคารพต่อท่านอาจารย์ของข้าใช่หรือไม่?ท่านอาจารย์ของข้าบอกว่าหากพวกเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ เขาจะยอมให้พบ”

“ใช่แล้ว ท่านอาจารย์ยังบอกอีกว่า เขารู้สึกถูกใจเทพธิดาทั้ง 7 ของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ ดังนั้นเฉพาะผู้ที่มีความสามารถที่คู่ควรเท่านั้นที่จะสามารถจับคู่กับพวกนางได้ ดังนั้น ท่านอาจารย์จึงได้ขอให้ข้ามาทดสอบความแข็งแกร่งของพวกเจ้า”

“ตราบใดที่พวกเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ ไม่ว่าจะเป็นการพบท่านอาจารย์หรือขอแต่งงานกับ 1 ใน 7 เทพธิดาของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ ก็ล้วนสามารถทำได้ทั้งนั้น!”

ทุกคนที่ได้ยินล้วนตกใจในทันที

แม้แต่บุตรแห่งสวรรค์จำนวนมาก ที่เดินทางมายังแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ ต่างก็มองหน้ากันอย่างตกตะลึง

พวกเขาเตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าคงไม่มีโอกาสที่จะได้พบกับปรมาจารย์ยุทธ์ผู้อยู่ยงคงกระพัน แต่ทว่า พวกเขาไม่ได้คาดหวังเลยว่า จะมีเสือเช่นนี้มาขวางทางเพื่อพวกเขากำลังจะขอ เทพธิดาทั้ง 7 ของ แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ แต่งงาน

ดังนั้น การปรากฏตัวของ เย่เฉิน บนเวที ได้ดึงดูดความเกลียดชังของผู้คนจำนวนมาก

“น้องชาย แม้ว่าเจ้าจะเป็นศิษย์ของท่านปรมาจารย์ยุทธ์ แต่ไม่ใช่ว่าเจ้าจะหยิ่งเกินไปหน่อยเหรอ หรือว่า เจ้าคิดจะท้าทายกับพวกเราที่เป็นบุตรแห่งสวรรค์ของนิกายอมตะด้วยตัวคนเดียว?”

“ใช่แล้ว พวกเราต่างก็เป็นบุตรแห่งสวรรค์จากนิกายต่าง ๆ การทำแบบนี้มันจะไม่ดูถูกพวกเราเกินไปหน่อยเหรอ?”

ในขณะนี้ ได้มีชายคนนึง ก้าวขึ้นไปบนเวที และ ชี้หน้าไปที่ เย่เฉิน “หึ่ม ก่อนหน้านี้เจ้าพูดว่า ตราบใดที่พวกเราเอาชนะเจ้าได้ ก็จะมีสิทธิ์เข้าพบกับอาจารย์ของเจ้าและขอแต่งงานกับเทพธิดาทั้ง 7 ได้ใช่หรือไม่?”

เย่เฉิน ได้พยักหน้า “ถูกต้อง!”

“ถ้าอย่างนั้นก็เอานี่ไปกิน!”

ขณะนี่ชายคนนี้พูด เขาก็พุ่งเข้าหา เย่เฉิน ในทันที พลังที่แข็งแกร่งของเขาได้พุ่งออกมาจากมือและโจมตีใส่ เย่เฉิน…

จบบทที่ STY-ตอนที่ 62 ประลองยุทธ์หาคู่!

คัดลอกลิงก์แล้ว