เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

STY-ตอนที่ 61 เมื่อข้าโตข้าจะแต่งงานกับท่าน!

STY-ตอนที่ 61 เมื่อข้าโตข้าจะแต่งงานกับท่าน!

STY-ตอนที่ 61 เมื่อข้าโตข้าจะแต่งงานกับท่าน!


เย่เฉิน ได้พาศิษย์พี่หญิงเจ็ดของเขากลับไปที่ยอดเขาหยกอมตะ

และกลับไปพักที่บ้านของเขาเอง

ในขณะนั้น เย่เฉิน ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

เย่เฉิน ได้เปิดประตูออกมา อีกฝ่ายไม่ใช่ใครอื่นนอกจากศิษย์พี่หญิงใหญ่ของเขา ซู่ชิวหยา

ซู่ชิวหยา ได้เดินเข้าไปในห้องของ เย่เฉิน และ มองไปที่ เย่เฉิน อย่างรวดเร็วราวกับว่านางมีอะไรจะพูด

“เฉินน้อย ออกไปเดินเล่นกับข้าสักครู่จะได้รึไม่?”ซู่ชิวหยา มองไปที่ เย่เฉิน และ กล่าวถาม

เย่เฉิน มองไปที่ ศิษย์พี่หญิงใหญ่ที่เดินอยู่ข้างหน้าเขา นางแต่งกายด้วยชุดยาวสีแดงและปล่อยให้ผมยาวสีดำพริ้วไสวไปตามลม โดยร่างที่เย้ายวนของนางได้เคลื่อนไหวขณะที่เดินอยู่ด้านหน้าของ เย่เฉิน

“อันที่จริง ข้าก็ได้คาดเดาไว้ตั้งนานแล้ว เพียงแต่แค่ยังไม่แน่ใจ!”ในเวลานี้ ซู่ชิวหยา ได้กล่าวพูดออกมาก่อน

นางและเย่เฉินอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน ดังนั้น นางจะไม่สามารถคาดเดาในตัวตนของ เย่เฉิน ได้อย่างไร?

แม้ว่า เย่เฉิน จะไม่เคยบอกว่าเขาเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ผู้อยู่ยงคงกระพันของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ แต่ ซู่ชิวหยา ก็ได้คาดเดาความน่าจำเป็นส่วนใหญ่ได้ตั้งนานแล้ว

และนางก็ไม่ได้แปลกใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับสถานะตัวตนของ เย่เฉิน

“ศิษย์พี่ ข้าขอโทษที่ปิดบังท่าน!”

ในขณะนี้ ซู่ชิวหยา ได้หันกลับมา และ ใช้มือที่เรียวยาวของนางปิดปาก เย่เฉิน

“เฉินน้อย ไม่ต้องอธิบายอะไรแล้ว อันที่จริงข้าเข้าใจเหตุผลส่วนตัวของเจ้า!”ซู่ชิวหยา ได้ตอบกลับ

“แน่นอนว่ายังมีอีกสิ่งที่ข้ายังไม่ได้กล่าว ขอบคุณที่ช่วยเหลือข้านะ!”

ซู่ชิวหยา กำลังหมายถึงเรื่อง การแต่งงานระหว่าง นางกับซ่งอวี๋เซียง

เย่เฉิน เกาศีรษะและตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณอะไรกัน ท่านเป็นศิษย์พี่ของข้า นี่คือสิ่งที่ข้าสมควรกระทำ!”

ซู่ชิวหยา และ เย่เฉิน ได้ยืนอยู่ข้างกันที่ด้านข้างทะเลสาบหยกอมตะ สายลมที่อ่อนไหวได้พัดผ่านผมและเสื้อผ้าของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง

แม้แต่ปลาในทะเลสาบก็กระโดดขึ้นมาเป็นบางครั้ง ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นมีชีวิตชีวา

เพียงแต่ ซู่ชิวหยา ไม่มีอารมณ์ที่จะชมทิวทัศน์ นางได้กล่าวพูดต่อ “ในตอนที่ข้ายังเด็ก ตั้งแต่จำความได้ ข้าก็ได้มาอาศัยอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์แห่งนี้แล้ว”

เมื่อได้ยินคำพูดของ ซู่ชิวหยา เย่เฉิน ก็รู้ได้ในทันทีว่านางกำลังตัดสินใจที่จะบอกสิ่งสำคัญกับเขา

ซึ่งหลังจากคิดได้ เย่เฉิน ก็ได้นิ่งเงียบและฟังนางพูดต่อไป

“ต่อมาข้าได้ยินท่านอาจารย์บอกว่านางรับข้ามาจากที่ลานบ้านของตระกูลซู่ในเมืองหยุนไท่ ตั้งแต่ที่ข้าลงจากเขาไป ข้าก็ได้ไปเยือนเมืองหยุนไท่ เพื่อตรวจสอบเรื่องของตระกูลซู่ในตอนนั้น”

“ในตอนนั้น ตระกูลซู่ของข้า เป็น 1 ใน 8 ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของเมืองหยุนไท่ และ พ่อของข้า ซู่เสิ่นหยิง ก็เป็น คู่แขjงที่ทรงพลังในการคว้าตำแหน่งเจ้าเมืองหยุนไท่”

“แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ตระกูลซู่ของข้า ก็ได้ถูกทำลายล้าง ท่านพ่อ และ ท่านแม่ ของข้า ต่างก็เสียชีวิตอย่างน่าอนาถ มีเพียงข้าที่ถูกท่านแม่ซ่อนไว้ในตู้เก็บของเท่านั้นที่รอดมาได้ ต่อมา ท่านอาจารย์ที่ได้ผ่านมาก็ได้ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ และ ได้พาข้ามาที่แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์”

“ดังนั้นข้าจึงคิดมาโดยตลอดว่า เหตุผลที่ ตระกูลซู่ ของข้าถูกทำลาย มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกี่ยวข้องกับ ตระกูลที่ยิ่งใหญ่อีก 7 ตระกูลที่อยู่ในเมืองหยุนไท่”

“ตระกูลซ่ง ก็เป็น 1 ใน 8 ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ในสมัยนั้น ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็ไม่อยากจะแต่งงานกับคนจากตระกูลซ่ง”

เมื่อได้ยินสิ่งที่ ซู่ชิวหยา พูด หัวใจของ เย่เฉิน ก็บีบรัด

เขาไม่เคยได้ยินศิษย์พี่หญิงใหญ่ของเขาเอ่ยถึงภูมิหลังของนางมาก่อน ดังนั้น เขาจึงไม่ได้คาดหวังเลยว่าภูมหลังของศิษย์พี่หญิงใหญ่จะน่าเศร้าขนาดนี้

อันที่จริง เย่เฉิน ก็พอจะคาดเดาบางอย่างได้หลังจากรับฟัง

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะตรวจสอบโดยละเอียด เย่เฉิน ก็ไม่กล้าที่จะสรุป

ซู่ชิวหยา ได้กล่าวพูดต่อ “อันที่จริง ไม่ใช่ว่าข้าไม่ต้องการแก้แค้น แต่ด้วยความแข็งแกร่งของข้าในปัจจุบัน มันก็เหมือนกับมดที่พยายามเขย่าต้นไม้ที่สูงใหญ่อย่างตระกูลที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 8 ของเมืองหยุนไท่ ดังนั้น ข้าจึงเก็บซ่อนเรื่องนี้เอาไว้ในใจ แต่พอวันนี้ ซ่งอวี๋เซียง ได้นำสัญญาหมั้นหมายมา มันก็ทำให้ข้าได้รู้ในทันทีว่าในตอนนั้น ตระกูลซ่งกับตระกูลซู่ของข้ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน กล่าวอีกนัยนึงคือ ตระกูลซ่งสามารถปกป้องตระกูลซู่ในตอนนั้นได้ แต่ทว่า หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นบางอย่างกับตระกูลของข้า ตระกูลซ่งกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย พอได้พบกับพวกเขาอีกครั้ง พวกเขาก็กลายเป็นแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้ข้าได้รู้ว่าตระกูลซ่งน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องมากมายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น”

เย่เฉิน พยักหน้าให้กับเรื่องนี้

เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับ ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 8 ในตอนนั้นอย่างแน่นอน

ดังนั้นด้วยการพูดคุยทางความคิด เย่เฉิน ก็ได้ส่งสัญญาณออกไป “เสี่ยวไป๋!”

ทันใดนั้น หญิงสาวในชุดยาวสีขาวก็ได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของ เย่เฉิน และ ซู่ชิวหยา

ซู่ชิวหยา รู้สึกตกใจทันที เมื่อเห็น ไป๋ลั่วหลี่

แม้ว่า นางจะแปลงกายเป็นมนุษย์ แต่กลิ่นอายของปีศาจจิ้งจอกของนางก็ยังคงอยู่

ดังนั้น ซู่ชิวหยา สามารถบอกได้ในทันทีว่า นี่คือ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ที่คุกคามความปลอดภัยของแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโชคชะตานิรันดร์ในตอนนั้น

“ศิษย์น้องเล็ก นี่เจ้า…?”

ซู่ชิวหยา กล่าวถามด้วยความตกใจ

เย่เฉิน ยิ้มและตอบกลับ “เผอิญข้าโชคดีพอที่จะปราบปรามนางได้!”

หลังจากนั้น เย่เฉิน ก็ไม่ได้กล่าวพูดต่อ เขาได้มองไปที่ ไป๋ลั่วหลี่ และ กล่าวออกมา “ข้าจะให้เวลาเจ้า 3 ปี จงไปสืบเรื่องราวเกี่ยวกับภูมิหลังของตระกูลซู่และสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นมาซะ!”

“เจ้าค่ะ!”ไป๋ลั่วหลี่ ได้กลายเป็นควันและหายไปทันที

เหตุผลที่ เย่เฉิน กล่าวว่าเขาให้เวลา 3 ปี นั่นก็เพราะ แม่ของ เย่เฉิน ได้ขอให้ เย่เฉิน ไม่เปิดเผยตัวตนก่อนที่เขาจะอายุ 16 ปี และ ไม่อนุญาติให้เขาลงจากเขา

ดังนั้น หลังจากครบกำหนด 3 ปีแล้ว เขาจะสามารถออกมาจากความสันโดษและลงจากเขาได้

เมื่อถึงตอนนั้น เขาก็จะสามารถแก้แค้นให้กับศิษย์พี่หญิงใหญ่

“ศิษย์น้องเล็ก นี่เจ้าคิดจะ…?”ซู่ชิวหยา มองไปที่ ศิษย์น้องเล็กด้วยความประหลาดใจและกล่าวถาม

“ศิษย์พี่ท่านก็เหมือนกับพี่สาวของข้า ดังนั้น เรื่องของท่านก็คือเรื่องของข้า!”เย่เฉิน ได้กล่าวออกมา

ซู่ชิวหยา รีบหยุดเขาในทันที “ศิษย์น้องเล็ก ไม่ได้ นี่มันอันตรายเกินไป”

“ตอนนี้มีตระกูลที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 7 อยู่ในเมืองหยุนไท่ นอกจากนี้ พวกเขายังได้รับการคุ้มครองจากผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรเทวะ แม้ว่าจะเป็น ศิษย์น้องเล็ก ข้าเกรงว่าเจ้าคง…”

ในขณะนี้ ใบหน้าของ เย่เฉิน ได้เผยให้เห็นรอยยิ้มที่สดใส เขาได้กล่าวออกมา “ศิษย์พี่ ท่านไม่ต้องห่วง ข้าไม่ใช่คนที่จะประมาทเลิ่นเลอ อีกอย่างข้ายังมีเวลาอีกตั้ง 3 ปีไม่ใช่เหรอ? หากข้าไม่สามารถทะลวงเข้าสู่อาณาจักรทันฑ์สวรรค์ ภายใน 3 ปี ข้าก็จะไม่เคลื่อนไหว”

ซู่ชิวหยา มองไปที่ ศิษย์น้องเล็กของนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ

“ใช่แล้ว ศิษย์น้องเล็ก ข้ายังมีอีกเรื่องที่จะถามเจ้า!”ในขณะนี้ ซู่ชิวหยา ได้มองไปที่ เย่เฉิน และ กล่าวถามอย่างจริงจัง

เมื่อเห็นว่า ศิษย์พี่หญิงใหญ่ของเขาจริงจังมาก เย่เฉิน รีบกล่าวถามทันที “อะไรงั้นหรือ?”

“ก่อนหน้านี้ที่เจ้าบอกว่าชอบข้า เป็นเพราะว่าเจ้าต้องการจะจัดการกับซ่งอวี๋เซียงเท่านั้นหรือไม่?”ซู่ชิวหยา ได้กล่าวถามด้วยความไม่มั่นใจ

เย่เฉิน มองไปที่ ศิษย์พี่หญิงใหญ่ของเขาและกล่าวพูดอย่างจริงจัง “คำพูดในตอนนั้นมันเป็นความรู้สึกจากใจจริงของข้า นั่นก็เพราะว่าข้าชอบท่าน!”

“นี่ หมายความว่ายังไง?”ซู่ชิวหยา ได้กล่าวถามอีกครั้ง

“ชอบก็คือชอบ นั่นก็เพราะข้าชอบท่านที่สุด!”เย่เฉิน ได้ตอบกลับ

สีหน้าของ ซู่ชิวหยา ได้กลายเป็นเขินอายเล็กน้อย

“เมื่อเจ้าโตขึ้น พี่สาวก็คงจะแก่แล้ว มิฉะนั้น พี่สาวคนนี้จะต้องแต่งงานกับเจ้าอย่างแน่นอน!”ซู่ชิวหยา ได้มองไปที่ เย่เฉิน และ พูดติดตลก

“ไม่เลย ท่านไม่ได้แก่ อีกอย่าง ศิษย์พี่ท่านไม่มีวันแก่ในใจของข้า!”เย่เฉิน ได้ตอบกลับ

“จะบอกว่าเจ้ายินดีที่จะแต่งงานกับข้างั้นหรือไม่?”ซู่ชิวหยา มองไปที่ เย่เฉิน และ กล่าวถามด้วยรอยยิ้มจาง ๆ

“ใช่แล้ว ข้าให้สัญญา…เมื่อข้าโตขึ้น ข้าจะแต่งงานกับท่าน!”

จบบทที่ STY-ตอนที่ 61 เมื่อข้าโตข้าจะแต่งงานกับท่าน!

คัดลอกลิงก์แล้ว