- หน้าแรก
- ปรมาจารย์อุตสาหกรรมระดับเทพ
- บทที่ 20 ยอมจำนนโดยดุษฎี
บทที่ 20 ยอมจำนนโดยดุษฎี
บทที่ 20 ยอมจำนนโดยดุษฎี
บทที่ 20 ยอมจำนนโดยดุษฎี
อู๋เค่อหมิงไม่ใช่คนโง่ เขาทำธุรกิจแผ่นตกแต่งให้โรงงานหงซิงมาหลายปี มีประสบการณ์และสายตาเฉียบคม แค่มองแวบเดียวก็รู้ทันทีว่าแผ่นตกแต่งของจิ่วโจวชิ้นนี้คุณภาพดีกว่าของเขาแบบเทียบไม่ติด
ที่เขาเรียกร้องให้เปรียบเทียบก่อนหน้านี้ ก็เพราะมั่นใจว่าโรงงานเล็กๆ อย่างจิ่วโจวไม่มีทางทำของดีออกมาได้
แต่ตอนนี้ อู๋เค่อหมิงหน้าซีดเผือด รู้สึกคับแค้นใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนยกก้อนหินทุ่มใส่เท้าตัวเอง
ไม่ใช่แค่อู๋เค่อหมิงที่ดูออก โจวต้าหย่งที่มีประสบการณ์โชกโชนและสายตาแหลมคม ยิ่งดูออกชัดเจน แค่มองปราดเดียว เขาก็รีบก้าวเข้าไปใกล้แผ่นตกแต่งชิ้นนั้น
เขานั่งยองๆ ควักถุงมือขาวออกมาสวม แล้วเริ่มตรวจสอบอย่างละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว
“ขอไฟฉายหน่อย”
มีคนส่งไฟฉายให้เขาทันที โจวต้าหย่งใช้ไฟฉายส่องดูอย่างตั้งใจ บรรยากาศเงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงอุทานดังขึ้นเป็นระยะ
“โอ้โห...”
“แค่แผ่นตกแต่งธรรมดา ทำไมถึงทำออกมาได้ประณีตสวยงามขนาดนี้”
“...”
ได้ยินเสียงชื่นชมรอบข้าง ถังเฟยก็แอบดีใจ การนำระบบการผลิตแบบลีนและ 6S มาใช้ เริ่มเห็นผลแล้ว ไม่ใช่แค่โรงงานเป็นระเบียบ แต่คุณภาพสินค้าก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โจวต้าหย่งตรวจสอบเสร็จ ลุกขึ้นยืนแล้วชมเปาะ “นี่เป็นแผ่นตกแต่งที่สวยที่สุด ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ทุกคนมาดูสิ”
หลายคนเข้ามารุมดู ต่างพากันเอ่ยปากชม โจวต้าหย่งเสริม “ตลอดทั้งแผ่น แทบไม่มีรอยขีดข่วนหรือรอยกระแทกเลย โดยเฉพาะงานเชื่อม สุดยอดมาก เป็นรอยเชื่อมเกล็ดปลาที่สวยงามจริงๆ”
“รอยเชื่อมเกล็ดปลาสวยมาก!”
มีคนตะโกนขึ้นมา รอยเชื่อมที่ได้มาตรฐานและสวยงามขนาดนี้ สะท้อนถึงฝีมือการเชื่อมชั้นเยี่ยม นี่คือผลจากการที่ถังเฟยกำหนดพารามิเตอร์และขั้นตอนการเชื่อมอย่างชัดเจน ใครทำตามก็ได้ผลงานดีแบบนี้
โจวต้าหย่งมองถังเฟยด้วยความชื่นชม ยกนิ้วโป้งให้ แล้วหันไปทำหน้าดุใส่อู๋เค่อหมิง “อู๋เค่อหมิง ยอมรับความจริงหรือยัง”
ถึงตอนนี้ อู๋เค่อหมิงไม่กล้าปริปากเถียงแม้แต่ครึ่งคำ ได้แต่ก้มหน้าก้มตาขนแผ่นตกแต่งของตัวเองกลับขึ้นรถ แล้วรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่กล้าอยู่ให้ขายหน้าไปมากกว่านี้
เสียหน้ายับเยิน!
คุณภาพของจิ่วโจวดีขนาดนี้ อู๋เค่อหมิงรู้ตัวดีว่าออเดอร์นี้หลุดลอยไปถาวรแล้ว ต่อให้เถ้าแก่ไปวิ่งเต้นเส้นสายที่ไหนก็คงกู้คืนมาไม่ได้
คนที่ไม่เคยให้ความสำคัญกับคุณภาพอย่างเขา ครั้งนี้ได้บทเรียนราคาแพง พ่ายแพ้อย่างราบคาบให้กับคำว่า "คุณภาพ" จนต้องม้วนเสื่อกลับบ้านไป
“ลงของ!”
ถังเฟยสั่งการอย่างผู้ชนะ ให้คนงานขนแผ่นตกแต่ง 2 คันรถลงมา
หลังจากลงของเสร็จ โจวต้าหย่งนำทีมตรวจสอบคุณภาพด้วยตัวเอง ยิ่งตรวจเขายิ่งทึ่ง จนต้องยกนิ้วโป้งให้ถังเฟยไม่รู้กี่รอบ
หยางจวินที่ยืนดูอยู่ก็โล่งใจ คุณภาพดี ส่งตรงเวลา การตัดสินใจโอนออเดอร์ของจินจิ่วมาให้ถังเฟยเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด
ตรวจสอบเสร็จ โจวต้าหย่งเซ็นรับของด้วยตัวเอง ถือว่าภารกิจส่งของของถังเฟยเสร็จสมบูรณ์
ขณะเซ็นชื่อ โจวต้าหย่งยังพูดไม่หยุดปาก “ถังเฟย ไม่นึกเลยว่าคุณภาพของพวกคุณจะดีขนาดนี้ เซอร์ไพรส์ผมมากจริงๆ”
ถังเฟยตอบอย่างถ่อมตัว “เราให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นอันดับหนึ่งเสมอครับ”
พอพูดเรื่องคุณภาพ ทั้งสองก็คุยกันถูกคอ เพราะโจวต้าหย่งทำงานด้านนี้อยู่แล้ว
ยุคนี้คนยังไม่ค่อยอินกับเรื่องคุณภาพเท่าไหร่ ต่างจากอนาคตที่ทุกบริษัทถือว่าคุณภาพคือชีวิต แต่ถังเฟยนำหน้าไปก่อนแล้ว เขาเริ่มปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องคุณภาพให้พนักงานตั้งแต่ตอนนี้
จากการพูดคุยสั้นๆ โจวต้าหย่งสังเกตว่าถังเฟยมักจะใช้ศัพท์ใหม่ๆ เกี่ยวกับคุณภาพที่เขาไม่เคยได้ยิน ทำให้เขารู้สึกทึ่งในตัวเด็กหนุ่มคนนี้มาก
คุยกันสักพัก ถังเฟยก็ขอตัวกลับเพราะยังมีภารกิจอื่นต้องทำ
มองรถบรรทุกของถังเฟยแล่นออกไป โจวต้าหย่งเปรยกับหยางจวิน “เหล่าหยาง ไอ้หนุ่มถังเฟยนี่น่าสนใจแฮะ ผมรู้สึกว่าเขามีของ”
หยางจวินตอบ “ก็เขาจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังนี่นา”
ห๊ะ! จบมหาลัยดัง!
ยุคนี้คนจบมหาลัยดังถือว่าหายาก โจวต้าหย่งตกใจ “จบม.ดัง แต่ไม่ไปทำงานบริษัทใหญ่ ดันมาหมกตัวอยู่โรงงานเล็กๆ เนี่ยนะ?”
“โรงงานจิ่วโจวเป็นของที่บ้านเขา แต่ก่อนพ่อเขาบริหาร ตอนนี้เขาเข้ามาดูแลเอง”
“น่าเสียดายความรู้” โจวต้าหย่งบ่นเสียดาย
ในสายตาเขา คนจบสูงขนาดนี้มาอยู่โรงงานรูหนูเป็นการเสียของอย่างแรง ถ้าเขารู้ว่าโรงงานรูหนูแห่งนี้เพิ่งได้ตัว MBA จบนอกมาช่วยบริหาร เขาคงอ้าปากค้างแน่
ถังเฟยกลับถึงโรงงาน เดินตรวจความเรียบร้อยรอบหนึ่ง เห็นคนงานขยันขันแข็งก็วางใจ เดินกลับเข้าออฟฟิศ
โรงงานเก่าแห่งนี้ นอกจากพื้นที่ผลิตแล้ว ยังมีห้องว่างอีกไม่กี่ห้อง ถังเฟยให้คนมาทำความสะอาดจัดแบ่งเป็นห้องพักคนงาน ห้องเก็บของ และแบ่งห้องหนึ่งให้หวังไห่หลงใช้เป็นห้องทำงาน ส่วนเขาใช้ห้องเดิมของพ่อ
สภาพอาจจะดูบ้านๆ ไปหน่อย แต่ก็ถือว่ามีห้องทำงานส่วนตัว
หวังไห่หลงไม่เรื่องมาก ตอนถังเฟยกลับมา เขาขลุกอยู่ในห้องทำงาน กำลังร่างระเบียบข้อบังคับต่างๆ การบริหารคนสิบกว่าคนสำหรับมืออาชีพอย่างเขาถือว่าเรื่องจิ๊บจ๊อย
ถังเฟยเห็นหวังไห่หลงกำลังยุ่ง เลยไม่รบกวน เดินเข้าห้องตัวเอง นั่งลงเงียบๆ
หยิบเอกสารภาษาอังกฤษที่หลี่เสวี่ยเยี่ยนให้มาออกมาจากลิ้นชัก เริ่มลงมือแปล ด้วยทักษะภาษาอังกฤษระดับเทพ เขาแปลได้อย่างลื่นไหล แม้แต่ศัพท์เทคนิคยากๆ ก็แปลได้อย่างแม่นยำ
แต่ยิ่งแปล สีหน้าของถังเฟยก็ยิ่งเคร่งเครียด เพราะเขาเริ่มเห็นเค้ารางบางอย่างจากเอกสารเหล่านี้
แม้จะเป็นแค่เอกสารการเจรจาเบื้องต้น เนื้อหามีจำกัด แต่ถังเฟยก็พอจะคาดเดาอะไรได้บางอย่าง
“หวังว่าคงไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ไม่งั้นโรงงานหงซิงเสียหายหนักแน่”
(จบตอน)