เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.344 - เอฟเฟกต์ที่ทรงพลัง

Ep.344 - เอฟเฟกต์ที่ทรงพลัง

Ep.344 - เอฟเฟกต์ที่ทรงพลัง


1/2

Ep.344 - เอฟเฟกต์ที่ทรงพลัง

ตามตัวของฮังอวี่เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งร่างถูกเคลือบไปด้วยเลือด สีผิวและสีผมของเขาเปลี่ยนไป จากเดิมร่างนี้ไม่ดูสูงหรือกำยำเป็นพิเศษ แต่ขณะนี้กลับกลายเป็นสูงกว่า 2.5 เมตร และบนแผ่นหลังมีปีกสีแดงงอกออกมา

แต่เอาจริงๆไม่ต้องกล่าวถึงรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป แค่แรงกดดันที่แผ่ออกมาก็ทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆเข่าอ่อนแทบยืนไม่ไหวแล้ว!

จ้าวหมิง เจียงหนานต่างตกตะลึง

สกิลนี่มันอะไรกัน?

จะน่ากลัวเกินไปไหม!

นอกจากนี้ อุปกรณ์บนโลกวิญญาณไม่ได้มีขนาดตายตัว มันจะเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติตามขนาดร่างกายของผู้ใช้ ดังนั้นต่อให้รูปร่างเปลี่ยนไป อาวุธหรืออุปกรณ์ก็ยังคงเหมาะมือ

หลังจากที่ฮังอวี่เปลี่ยนร่างเป็นขุนนางเลือดปีศาจ อุปกรณ์ทั้งตัวเขาก็เปลี่ยนไป หอกคลื่นมังกรโลหกที่เดิมทีมีขนาดใหญ่และยาวอยู่แล้ว เวลานี้ยืดขยายกว่า 5 -6 เมตร

ดูเปี่ยมไปด้วยพลัง!

ช่างเปี่ยมไปด้วยพละกำลังอะไรขนาดนี้!

ฮังอวี่สามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจน

ว่าความแข็งแกร่งของสกิลนี้มันมากยิ่งกว่าคลุ้มคลั่งกระหายเลือดถึงสองเท่า!

แต่ค่าใช้จ่ายในการใช้สกิลเองก็มากกว่าเดิมเช่นกัน ในทุกๆวินาทีพลังชีวิตของเขาไหลราวกับสายน้ำ

หากให้ยืนอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไร แค่ประมาณครึ่งนาทีฮังอวี่คงตาย

ทว่าตอนนี้เนื่องจากมีสุดยอดผู้รักษาอย่างเจียงหนานและกลุ่มทหารรักษาอยู่เบื้องหลัง ฮังอวี่จึงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรมาก เขาย่ำลงกับพื้น ถ่ายเทพละกำลังไปที่ขาทั้งสอง ดีดตัวไปข้างหน้าราวกระสุนปืนใหญ่

ระหว่างทาง คู่ปีกบนแผ่นหลังกางออก

บินขึ้นไปในอากาศ

คอยโฉบเข้าสังหารฝูง มันติคอร์ทีละตัว ทีละตัว

หลังจากเปลี่ยนร่างเป็นขุนนางเลือดปีศาจ เขาได้รับความสามารถแฝงมาสองอย่าง

อย่างแรกคือความสามารถในการบิน ปีกของขุนนางเลือดปีศาจแตกต่างจากปีกหินของชุดเซ็ทการ์กอยล์ ปีกขุนนางเลือดมีความยืดหยุ่นในการบินสูง มันไม่มีข้อจำกัดใดๆ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด

อย่างที่สองคือเสริมประสิทธิภาพสกิล เมื่ออยู่ในร่างขุนนางเลือดปีศาจ สกิลที่เกี่ยวข้องกับมรดกสืบทอดนี้จะได้รับการเสริมประสิทธิภาพขึ้นระดับหนึ่ง ลดระยะเวลาคูลดาวน์ และเพิ่มเอฟเฟกต์ของสกิล

มันติคอร์ตอบโต้ ฮังอวี่ทันที

หางที่เหมือนแมงป่องของพวกมันชูขึ้น

เหล็กไนที่มีพิษร้ายแรงถูกยิงออกมา

ฮังอวี่ระเบิดความเร็วในอากาศ เปิดใช้งานคลุ้มคลั่งเข้าสังหาร

ด้วยความเร็วที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เหล็กไนพิษส่วนใหญ่พลาดเป้าไม่ถูกตัวเขา โฉบเข้ากลางวงฝูงมันติคอร์

วินาทีถัดมา

คอมโบต่อเนื่องฉับไว!

เจียงหนาน จ้าวหมิงเห็นแค่เพียงแสงวูบไหว

กระทั่งผู้ที่มีพลังรบมากที่สุดในที่นี้อย่างฮังเสี่ยวไป๋ยังมองเห็นแค่ภาพติดตา

เงาหอกมากมายถูกปลดปล่อยในพริบตา เข้าโจมตีอย่างรวดเร็วจากทุกทิศทาง มันติคอร์หลายตัวถูกแทงได้รับบาดเจ็บ ดาเมจที่เกิดจากอาวุธสีฟ้านั่นมิใช่เล็กน้อย

“ก๊าซซซ”

มันติคอร์เจ้าถิ่นคำรามด้วยความโกรธ วิ่งตรงเข้ามา

ฮังอวี่รู้ดีว่าเจ้าหมอมีพลังมหาศาล ดังนั้นเหวี่ยงคลื่นมังกรปฐพีออกไป

มันติคอร์เจ้าถิ่นน่ะว่องไวมาก มันตัดสินใจหลบเลี่ยงในฉับพลัน แต่ก็ยังถูกคลื่นปะทะจากสีข้าง ล้มกลิ้งลงได้รับดาเมจบางส่วน แต่สำหรับเจ้าถิ่นเลเวล 12 แล้ว ความเสียหายเพียงเท่านี้ไม่ได้ร้ายแรงอะไร

มันลุกขึ้นยืนทันที

ทั้งตนทั้งร่างค่อยๆถูกไอพิษเข้าห่อหุ้ม

มันกำลังคิดสังหารฮังอวี่ เอาจริงเต็มที่แล้ว

จ้าวหมิงฉวยโอกาสนี้เปิดใช้งาน ‘ดูดซับเจตนาฆ่า’

บังคับให้มันติคอร์เจ้าถิ่นเปลี่ยนเป้าหมายการโจมตี หันเหความสนใจมายังตนเอง

ดูดซับเจตนาฆ่าเป็นสกิลที่โกงมาก เช่นเดียวกันสกิลยั่วยุในเกม มันสามารถดึงดูดความเกลียดชังและบังคับให้เป้าหมายหันมาโจมตีตัวเอง และเวลาเดียวกัน เจตนาฆ่าที่ดูดซับมายังถูกเปลี่ยนเป็นพลังชีวิตและค่าคุณสมบัติต่างๆแก่ตัวเอง

“เจ้าหมอนี่ให้ฉันถ่วงเวลาให้เอง!”

จ้าวหมิงรู้ดีว่ามอนสเตอร์เจ้าถิ่นทุกตัวมีสกิลสังหารหมู่ที่ทรงพลัง ดังนั้นหลังจากดึงดูดความเกลียดชังของมันติคอร์เจ้าถิ่น เขาก็หันหลังและล่อมันออกจากฝูงมอนสเตอร์ทันที

สติปัญญาของมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นตนนี้ไม่สูงนัก

แต่จะมากจะน้อย

ตามปกติแล้วมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นจะไม่แยกจากฝูง ทว่าด้วยอิทธิพลของสกิลขั้น 3 บวกกับความช่วยเหลือของเสี่ยวไป๋ มันติคอร์เจ้าถิ่นอย่างไรก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ สุดท้ายโดนจูงจมูกลากออกไปไกลกว่า 200 เมตร

มันไม่สามารถสลัดการดึงดูดของเหล่าจ้าวได้ เว้นแต่จะฆ่าเขาให้ตายเท่านั้น มิฉะนั้นอย่าหวังว่าจะเบนไปโจมตีเป้าหมายอื่น แต่ด้วยความช่วยเหลือจากเสี่ยวไป๋และทหารรักษาทั้งสามนาย คิดว่าน่าจะยื้อได้นานถึง 3 4 นาที

ดีมาก!

ทางสะดวกแล้ว!

ไม่มีมอนสเตอร์เจ้าถิ่นคอยเกะกะอีก!

ชุบโลหิต!

ฮังอวี่เปิดใช้งานสกิลขั้น 3 อีกสกิล

พลังงานสีแดงเลือดโหมกระหน่ำเข้าสู่อาวุธผ่านมือทั้งสองข้าง

หอกคลื่นมังกรปฐพีดูเหมือนกำลังถูกแผดเผาอย่างรุนแรง แปรสภาพเหมือนเป็นใบมีดโลหิตยาวแปดเมตรที่กำลังลุกไหม้

ฮังอวี่เหวี่ยงหอกกวาดออกไป

สกิลขั้น 1

ปะทะเดือด!

-180!

-182!

-179!

...

พลังทำลายล้างที่เกิดจากหอกคลื่นมังกรปฐพี + ที่ได้รับพรจากชุบโลหิต

ส่งผลให้โจมตีทีเดียวโดนถึงสามเป้าหมาย มันกวาดผ่านร่างมันติคอร์ตัวแรก เหวี่ยงไปโดนมันติคอร์อีกตัวที่อยู่ข้างๆ และยังคงทะลุผ่านไปยังมันติคอร์ตัวที่สาม

อย่างไรก็ตาม แม้กล่าวว่ากวาดผ่าน แต่ร่างของมันติคอร์ทั้งสามมิได้บุบสลาย

ทว่ายังคงได้รับความเสียหายใหญ่หลวง

มองย้อนกลับไปทางเจียงหนาน

เมื่อเห็นมหาเทพเปลี่ยนร่าง แล้วต่อมาอาวุธของเขาพลันลุกไหม้ จากนั้นกุมใบมีดยาวที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีเลือดกวาดโจมตีมอนสเตอร์หลายตัวในชั่วพริบตาเดียว

ใบมีดยาวเล่มนี้ราวกับไม่มีอยู่จริง

มันสามารถทะลุผ่านสิ่งกีดขวางได้

ดังนั้นเลยสามารถสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง เหมาะเป็นอย่างยิ่งในการต่อสู้รูปแบบกลุ่ม

นอกจากนี้ เจียงหนานสังเกตเห็น ว่ามันติคอร์หลายตัวที่ถูกฮังอวี่โจมตีนั้นได้รับผลกระทบจากสกิลกระแทก ถูกบังคับให้ถอยหลังไปหลายเมตร และเอฟเฟกต์สั่นสะเทือนของหอกคลื่นมังกรปฐพีก็เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

-99!

-76!

-81!

คลื่นสั่นสะเทือนซ้อนทับกัน

ส่งผลให้มันติคอร์หลายตัวได้รับดาเมจซ้อนทับ สูญเสียพลังชีวิตมากขึ้น

ช่างรุนแรง! ช่างแข็งแกร่ง! เป็นการโจมตีที่ช่างทรงพลัง!

ฉากนี้ไม่ต่างจากการกวาดล้างทหารนับพัน

ดวงตาของเจียงหนานเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ นี่น่ะหรือคือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของฮังอวี่ในตอนนี้?

“สมกับเป็นพี่มหาเทพ! เขาแข็งแกร่งขึ้นทุกครั้งที่ออกสู้ด้วยกัน!”

แน่นอน

ยังประมาทไม่ได้!

ในที่นี้มีจ่าฝูงมันติคอร์อยู่ถึง 4 ตัว

พลังรบของพวกมันเทียบเท่าได้กับระดับเจ้าถิ่นขั้นบรอนซ์ในเลเวล 10

นอกจากนี้ยังมีมันติคอร์ชั้นยอดอีกเกือบ 20 ตัวกำลังปิดล้อมเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ด้วยจำนวนมากขนาดนี้ ต่อให้ฮังอวี่แข็งแกร่งเพียงใด แต่ลำพังเขาคงไม่อาจต้านทานได้ ดังนั้นจำเป็นต้องเรียกสมุนทหารเข้ามาช่วยสนับสนุน เจียงหนานไม่รอช้า รีบวิ่งมาข้างๆฮังอวี่ ร่ายเวทย์รักษาที่ทรงพลังใส่ตัวเขา

หมาหวังเอ๋อก็ไม่เกียจคร้านเช่นกัน

มันแบ่งปันความเสียหายบางส่วนจากเจ้านาย ในขณะเดียวกันบังคับร่างแยกหลายตัวล่อ มันติคอร์ให้เข้ามาใกล้ระยะโจมตีของฮังอวี่ เพื่อให้เขาสามารถโจมตีมันติคอร์ได้หลายตัวในการกวัดแกว่งอาวุธแต่ละครั้ง

ด้วยพลังรบอันแก่กล้าของฮังอวี่

ด้วยอาวุธในมือเขาที่กวาดผ่านร่างศัตรูราวกับไม่มีสิ่งใดกีดขวาง

ต่อให้มันติคอร์จะเป็นพวกหนังหนาเนื้หยาบและมีพลังป้องกันสูง แต่ก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีดังกล่าวได้ ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ว่ายังมีสมุนทหารคอยโจมตีสนับสนุน

การต่อสู้จบลงในเวลาราวๆ 3 4 นาที

ฮังอวี่สังเกตเห็นว่าเหล่าจ้าวตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก แม้พลังป้องกันของเขาจะแก่กล้า แต่ก็ยังยากหากคิดหยุดมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นเลเวล 12

หากไม่ใช่เพราะมีเสี่ยวไป๋คอยสนับสนุน ทุกครั้งที่เห็นว่าเหล่าจ้าวใกล้ตาย เธอจะใช้สกิลสายควบคุมอันแข็งแกร่งเพื่อหยุดยั้งมันติคอร์เจ้าถิ่น ทิ้งช่วงให้เหล่าจ้าวมีเวลาพักหายใจ เกรงว่าตอนนี้เขาคงตายไปแล้ว

ฮังอวี่ยังคงรักษาสถานะเปลี่ยนร่าง

ทหารรักษา 7 8 นายวิ่งตามหลังเขาคอยเติมเลือด

เขานำกลุ่มทหารตีกรอบล้อมมันติคอร์เจ้าถิ่น แม้เจ้าหมอนี่จะมีพลังชีวิตและพลังป้องกันที่แก่กล้า ทว่าเมื่อตกอยู่ภายใต้สถานการณ์นี้ สุดท้ายก็ไร้อำนาจใดๆจะตอบโต้

ผลลัพธ์ไม่ต้องสงสัย

หลังจากนั้นไม่กี่นาที

มันติคอร์เจ้าถิ่นก็ล้มลง

ครั้งนี้มันปลดปล่อยแต้มวิญญาณกว่า 600 - 700 แต้มออกมาในคราเดียว

แก่นแท้สีเขียวในตัวฮังอวี่เพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ในลมหายใจเดียว

ฮังอวี่ถอนสถานะเปลี่ยนร่าง และรู้สึกได้ว่าเกิดอาการเหนื่อยเล็กน้อย ดูเหมือนว่าแม้การเปลี่ยนร่างของเลือดปีศาจจะทรงพลัง แต่ก็ทำให้ร่างกายได้รับภาระ และเปลืองพลังงานเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม

ปฏิเสธไม่ได้

นี่เป็นสกิลที่ทรงพลังอย่างแน่นอน!

มันติคอร์เจ้าถิ่นดรอปสินสงคราม 5 ชิ้น

เป็นอุปกรณ์สีเขียว 3 ชิ้น , หินสกิลสีเขียวและพิมพ์เขียวคุณภาพสีเขียวใส

เลเวลอุปกรณ์ทั้งสามอยู่ในช่วง 10 11 ส่วนหินสกิลเป็นมรดกขั้น 2 ‘คำสาปพิษ’ ของผู้ใช้วิญญาณ

แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของฮังอวี่จริงๆคือพิมพ์เขียว

[พิมพ์เขียวการเล่นแร่แปรธาตุ : ขวานปีศาจแมงป่อง] พิมพ์เขียวเลเวล 11 , สีเขียวคุณภาพสูง

พิมพ์เขียวคณภาพสีเขียวใสเช่นนี้

ตามปกติแล้วหากผลิตได้จะสร้างอุปกรณ์สีฟ้า

ขวานปีศาจแมงป่องเป็นอาวุธมือเดียว

ฮังอวี่ยังขาดอาวุธมือเดียวสีฟ้าอยู่พอดี

ซึ่งหากเป็นอาวุธมือเดียว จะดาบ มีด หรือขวานมันก็ไม่สำคัญ

เพราะระหว่างการต่อสู้ หลังจากเปิดใช้งานชุบโลหิต สภาพของพวกมันก็แทบจะเหมือนๆกัน

ขวานปีศาจแมงป่องนั้นคล้ายกับหอกคลื่นมังกรปฐพี วัสดุหลักของมันคืออุปกรณ์สีเขียวใสเลเวล 10 ‘ขวานพิษมันติคอร์’ ซึ่งเป็นอาวุธที่ดรอปจากมันติคอร์เจ้าถิ่น

และบังเอิญว่าในของที่ดรอป หนึ่งในนั้นมีมันอยู่พอดี

ส่วนวัสดุรอง บางชิ้นสามารถหาได้จากการใช้เทคนิครวบรวมวัตถุดิบใส่ศพมันติคอร์เจ้าถิ่น และที่เหลือสามารถหาซื้อจากที่อื่นได้ด้วยเงิน

หากสามารถผลิตอาวุธชิ้นนี้ได้

พลังรบในการต่อสู้แบบตัวต่อตัวของฮังอวี่จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน!

ฮังอวี่ เสี่ยวไป๋ใช้สกิลรวบรวมวัตถุดิบใส่ศพ มันติคอร์เจ้าถิ่นอย่างรวดเร็ว

เจียงหนานนับจำนวนทหาร เอ่ยด้วยสีหน้าหดหู่ “เฮ้อ มีทหารราบสองนาย ทหารธนูหนึ่งนาย และทหารรักษาหนึ่งนายเสียชีวิต”

แม้กระบวนการรบจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว

แต่ก็ยังหลีกเลี่ยงการสูญเสียไม่ได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะในศึกนี้มีจ่าฝูงมันติคอร์มากถึง 4 ตัว และความเสียหายที่เกิดจากสกิลของพวกมันนั้นรุนแรงมาก การโจมตีมีพิษ ทำให้เลือดลดลงอย่างต่อเนื่อง ไหนจะมีความสามารถในการโจมตีระยะไกล และหากโดนจังๆแค่สองสามทีก็มากพอที่จะฆ่าทหารนายหนึ่งได้แล้ว

ทว่าเมื่อเทียบกับกำไรที่ได้มา

การสูญเสียเพียงเล็กน้อยนี้เทียบกันไม่ได้เลย

“ไม่เป็นไร 4 นายก็ดีกว่าที่คิดไว้มากแล้ว” ฮังอวี่กล่าว “วันนี้พวกเราเก็บเกี่ยวได้เยอะแล้ว กลับกันเถอะ”

การล่าในวันนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี

กล่าวได้เลยว่าทุกคนฟันกำไรยับ!

สำหรับหินคริสตัลที่ได้มา ส่วนใหญ่ฮังอวี่จะนำไปใช้สร้างทหาร ส่วนอุปกรณ์กับหินสกิล อาจเก็บไว้ใช้กันภายในกลุ่ม และนำบางส่วนออกไปแลกเปลี่ยนวัสดุ

ในขณะที่ฮังอวี่กำลังวุ่นอยู่กับการระบายอุปกรณ์

จู่ๆหวังเอ๋อก็วิ่งเข้ามารายงานกับเขา “ฮ่ง เจ้านาาย ไม่ได้การ ทีมสอดแนมตรวจพบกลิ่นอายแปลกปลอมในดินแดนของพวกเรา!”

ฮังอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง

กลิ่นอายแปลกปลอมที่ปรากฏขึ้น

มีโอกาสเก้าในสิบส่วนว่าจะเกี่ยวข้องกับขุนนางที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

ฮังอวี่เอ่ยทันที “มันอยู่ที่ไหน ตรวจสอบเพิ่มเติมให้ฉันรึยัง!”

สุนัขกระดิกหางแล้วกล่าวว่า “ฮ่ง เจ้านายไม่ต้องห่วง เปิ่นหวังส่งร่างแยกออกไปแล้ว ไม่ว่าพวกมันจะอยู่ที่ไหน ตราบใดที่อยู่ในดินแดนของพวกเรา ยังไงก็หลบรอดสายตาพวกเราไม่พ้น!”

จบบทที่ Ep.344 - เอฟเฟกต์ที่ทรงพลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว