เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.343 - ปลุกเลือดปีศาจ

Ep.343 - ปลุกเลือดปีศาจ

Ep.343 - ปลุกเลือดปีศาจ


4/4

Ep.343 - ปลุกเลือดปีศาจ

จริงดังคาด

หกชั่วโมงต่อมา

มันติคอร์ได้ถูกกวาดล้างออกไปแล้วกว่าแปดเก้าส่วน

ฮังอวี่ เจียงหนาน จ้าวหมิง หวังเอ๋อและเสี่ยวไป๋ได้รับแต้มวิญญาณโดยเฉลี่ยคนละกว่า 6000 แต้ม

เสี่ยวไป๋อยู่ในช่วงกำลังฟื้นคืนพลัง ดังนั้นไม่ต้องการแต้มวิญญาณในตอนนี้ ส่งมอบทั้งหมดให้แก่มดยักษ์

ฮังเสี่ยวไป๋ช่วยฮังอวี่ได้มากจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอถ่ายโอนแต้มวิญญาณทั้งหมดที่เป็นของตัวเองอย่างไม่เห็นแก่ตัวไปยังมดยักษ์ ฮังอวี่คงไม่สามารถฝึกฝนสัตว์วิญญาณให้เติบโตได้เร็วขนาดนี้

ด้านสุนัข มันยังคงอยู่ห่างจากการอัพเลเวลราวๆ 20%!

ขณะที่มดยักษ์ซึ่งเดิมตามหลัง

ปัจจุบันได้แซงหน้ามัน อัพเลเวลเป็นสัตว์วิญญาณเลเวล 10 เรียบร้อยแล้ว!

ตอนนี้ราชินดมดสามารถควบคุมมดงานได้ 24 ตัว , มดทหาร 8 ตัว (ชนชั้นยอดขั้นบรอนซ์) , มดผู้พิทักษ์ 3 ตัว (ชนชั้นยอดขั้นซิลเวอร์) และราชามด 1 ตัว (ชนชั้นยอดขั้นโกล์) พร้อมๆกัน

และทั้งหมดเป็นมอนสเตอร์เลเวล 10!

นอกจากนี้ยังสามารถเลือกไม่อัญเชิญชนชั้นยอด

เน้นไปทางควบคุมมดงาน ทำให้สามารถควบคุมพวกมันได้ถึง 36 ตัวในคราเดียว

36 ตัวนี้เป็นมดงานเลเวล 10 ทั้งสิ้น ทุกตัวมีสกิลขุดเปิดโพรงและก่อสร้างที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก

ต่อไปในอนาคตไม่ว่าจะโจมตีเมืองหรือสร้างฐานทัพลับ

มดงานเหล่านี้สามารถแสดงบทบาทที่คาดไม่ถึงได้ และราชินีมดตอนนี้อยู่ไม่ไกลจากการวิวัฒนาการสู่ระดับเจ้าถิ่น เมื่อขึ้นเป็นเจ้าถิ่น มันไม่เพียงเพิ่มพูนพลังรบอย่างมากเท่านั้น แต่ความสามารถของสิ่งที่อัญเชิญมายังแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

ไม่เพียงแต่ความสามารถของทีมวิศวกรมดยักษ์จะเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น

แต่มันยังสามารถอัญเชิญมดยักษ์ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นพิเศษได้

หากมองแค่เฉพาะด้านความสามารถในการต่อสู้ พลังรบโดยรวมของราชินีมดหน้าคนเกรงว่าจะสู้สุนัขไม่ได้ด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม สกิลครองแต้มวิญญาณของราชินีมดจะมีประโยชน์มากในอนาคต

มันสามารถใช้มดยักษ์หลายสิบตัวเปลี่ยนเป็นถังเก็บแต้มวิญญาณสำรองได้

เพื่อชุบเลี้ยงสัตว์วิญญาณทั้งสองนี้

ฮังอวี่ต้องใช้ความพยายามและเสียค่าใช้จ่ายไปไม่น้อย

จนในที่สุดพวกมันค่อยๆไล่ตามตนเองจนทัน

และทั้งคู่จะมีบทบาทที่สำคัญยิ่งขึ้น

ฮังอวี่ระบายแต้มวิญญาณกว่าเจ็ดพันออกมาในลมหายใจเดียว

ทั้งหมดถูกถ่ายโอนไปยังสกิลต่างๆ

อัพเลเวลพวกมันขึ้นสู่เลข 3

ปลุกเลือดปีศาจ!

อัพเลเวล 3!

[ปลุกพลังปีศาจ] เลเวลปัจจุบัน 3 , จ่ายพลังจิต 35 หน่วยเพื่อแปลงร่างเป็นขุนนางเลือดปีศาจ , พละกำลัง +24 , ว่องไว +24 , การโจมตีทางกายภาพ +30 , ภูมิคุ้มกันดาเมจ +12 , ความเร็วในการเคลื่อนที่ +12 , ดูดพลังจากการโจมตีระยะประชิด +10 , ต้านทานสถานะผิดปกติ +40 , สร้างภูมิคุ้มกันต่อสถานะอ่อนแรงเมื่อใกล้ตาย , เอฟเฟกต์ของสกิลจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของพลังชีวิตที่สูญเสีย , ระยะเวลาคูลดาวน์ 5 นาที

ปลุกเลือดปีศาจคือสกิลที่ยกระดับมาจากคลุ้มคลั่งกระหายเลือด

สกิลทั้งสองนี้ไม่สามารถซ้อนกันได้

หากใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งคู่จะเกิดระยะเวลาคูลดาวน์

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับสกิลยกระดับอื่นๆ ฮังอวี่สามารถเลือกที่จะใช้สกิลขั้น 2 อย่างคลุ้มคลั่งกระหายเลือดหรือสกิลขั้น 3 อย่างปลุกเลือดปีศาจอย่างไหนก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่อสู้จริง

และไม่ต้องสงสัยเลย

สกิลขั้น 3 ย่อมแข็งแกร่งกว่าสกิลขั้น 2

คลุ้มคลั่งกระหายเลือดเป็นสกิลเปลี่ยนสถานะ ขณะที่สกิลปลุกเลือดปีศาจเป็นสกิลเปลี่ยนร่าง

สองสิ่งนี้ไม่เหมือนกัน สกิลเปลี่ยนร่างไม่เพียงแต่เปลี่ยนค่าคุณสมบัติของตัวเองเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความสามารถพิเศษหรืออาจกระทั่งสร้างสกิลพิเศษขึ้นก็เป็นไปได้

ในแง่ของการเพิ่มค่าคุณสมบัติ

ปลุกเลือดปีศาจเลเวล 3 เมื่อเทียบกับคลุ้มคลั่งกระหายเลือดเวอร์ชั่นอัพเกรดแล้ว

มันสามารถเพิ่มพละกำลัง ความว่องไวได้มากกว่าถึง +60%

การโจมตีทางกายภาพและความเร็วในการเคลื่อนที่ +100%

นอกจากนี้ การดูดพลังชีวิตจากการโจมตีระยะประชิดและความสามารถในการต้านทานสถานะผิดปกติยังได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพ และได้รับความสามารถภูมิคุ้มกันดาเมจอีก 12 หน่วย

สิ่งที่เรียกว่าภูมิคุ้มกันดาเมจ

มันหมายความว่าทุกวินาทีไม่ว่าจะได้รับดาเมจจากความเสียหายประเภทใด

ไม่ว่าจะเป็นดาเมจทางกายภาพ ดาเมจจากธาตุ ดาเมจทางจิต ตราบใดที่ดาเมจสะสมไม่เกิน 12 หน่วยต่อวินาที พลังชีวิตของฮังอวี่จะไม่ลดลง แต่หากดาเมจที่ได้รับเกิน 12 หน่วยใน 1 วินาที มันก็จะลดความเสียหายลง 12 หน่วย

นี่คือความสามารถที่ทรงพลังมาก

ตามปกติแล้ว มีแค่เฉพาะในสกิลขั้น 3 ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีเอฟเฟกต์จำพวกนี้

อย่างไรก็ตาม สกิลขั้น 3 นั้นยากมากหากคิดฝึกฝน เพราะการอัพเลเวลสกิลเดียวจนเต็มมันก็กินแต้มวิญญาณสูงถึง 7000 แต้มแล้ว

และสิ่งที่ฮังอวี่พิเศษกว่าคนอื่นก็คือเรื่องไม่ต้องฝึกฝนเพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญ

หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น นอกจากต้องใช้แต้มวิญญาณเกือบ 7000 แต้มแล้ว พวกเขายังต้องฝึกฝนการใช้สกิลอย่างแข็งขันเป็นเวลาอย่างน้อย 5 - 10 วัน จึงจะเชี่ยวชาญ

แม้จะได้เปรียบในด้านนี้

แต่ฮังอวี่ยังไม่สามารถสืบทอดมรดกขั้น 3 นี้ในทันที

เพราะยังเหลืออีกสองสกิลอย่างชุบโลหิตและปราณสงครามคลั่งที่ยังไม่ได้อัพเลเวลจนเต็ม

เจียงหนานกล่าวอย่างมีความสุขว่า “รวบรวมแต้มวิญญาณได้มากขนาดนี้ในวันเดียว มันเกินพอแล้วที่จะให้ฉันเอาไปอัพเลเวลสกิลทั้งหมดที่มีจนเต็ม หลังจากนี้ฉันสามารถสืบทอดมรดกขั้น 2 ได้แล้ว!”

ฮังอวี่กล่าวว่า “จริงหรอ? ไม่เลวเลยนี่นา”

มรดกที่เจียงหนานสืบทอดได้อย่างสมบูรณ์ในตอนนี้ก็มีหมอผี , ผู้รักษา และนักบวชแห่งแสง ซึ่งทั้งหมดเป็นมรดกในขั้น 1

ผู้รักษาคือมรดกแรกของเธอ

หมอผีคือมรดกสายต่อสู้ของนักบวชที่มีพลังในการโจมตีที่ดี

ส่วนนักบวชแห่งแสงเป็นมรดกสายสนับสนุน เจียงหนานพิจารณาถึงข้อได้ข้อเสียของสกิลพรสวรรค์ของเธอ ดังนั้นจึงตัดสินใจเรียนรู้สกิลเพิ่มเติม หลังจากหาข้อมูลและทำความเข้าใจ เธอก็เลือกสกิลของนักบวชแห่งแสง

นอกเหนือจากนั้น

เธอยังเลือกที่จะเรียนรู้สกิลยกระดับของผู้รักษา

หรือก็คือมรดกขั้น 2 ‘ผู้รักษาขั้นสูง’

เจียงหนานได้ชิ้นส่วนมรดกของมันมาแล้ว และนั่นคือ ‘รักษาทรงประสิทธิภาพ’ , ‘ฟื้นฟูหมู่’ และ ‘รักษาต่อเนื่อง’ ทั้งสามคือสกิลรักษาที่ทรงพลัง แต่เอฟเฟกต์ของพวกมันจะต่างกันเล็กน้อย

อย่างสกิลรักษาทรงประสิทธิภาะคือสกิลเพิ่มพลังชีวิตแบบเดี่ยวที่มีเอฟเฟกต์อันยอดเยี่ยม มันมีระยะเวลาคูลดาวน์สั้นๆ และไม่ซ้อนทับกับสกิลรักษาบาดแผลขั้นต้นในขั้น 1 สามารถใช้สลับกันได้

ฟื้นฟูหมู่คือการรักษาแบบทีเดียวหลายคน นี่มิใช่สกิลรักษาในทันที แต่เป็นการค่อยๆฟื้นฟูเรื่อยๆด้วยบัฟ บวกกับเอฟเฟกต์ของสกิลพรสวรรค์อย่าง ‘พันธสัญญาของเทพธิดาแห่งรุ่งอรุณ’ พลังของมันจึงเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ

รักษาต่อเนื่องยังคงเป็นบัฟสายรักษาเช่นกัน แม้นี่จะเป็นสกิลแบบเดี่ยว แต่เอฟเฟกต์ในการฟื้นฟูนั้นแข็งแกร่งมาก สกิลนี้มาพร้อมกับเอฟเฟกต์พิเศษ ‘ซ่อมแซมร่างกาย’ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ใช่อาวุธ เน้นออกแข้งขาในการต่อสู้

สาวสวยเจียงคือหัวหน้านักบวชแห่งกลุ่มมังกรคราม!

ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลย

เมื่อเธออัพเลเวลทั้งสามสกิลนี้จนเต็ม

แล้วได้รับสืบทอดมรดกขั้น 2 สำเร็จ

เอฟเฟกต์รักษาก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก!

แน่นอน ตำแหน่งของเจียงหนานไม่ใช่แค่การรักษาและคอยสนับสนุนเท่านั้น เพราะเธอยังมีสกิลของหมอผี นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้สกิลบางอย่างของนักรบไว้ใช้ในตอนสู้ระยะประชิดอีกด้วย

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า

แม้คนส่วนใหญ่จะชื่นชอบในความงามของเธอ มองเธอเหมือนเป็นสาวนักบวชผู้ไม่มีพิษมีภัย

แต่เอาจริงๆแล้ว ด้วยเลเวลอุปกรณ์ของเจียงหนาน เมื่อเทียบกับสมาชิกในกลุ่มมังกรครามแล้ว ระดับพลังรบของเธอสูงกว่าคนกว่าครึ่งในกลุ่ม มีหลายคนไม่สามารถเอาชนะเธอได้

หากกลับสู่โลกจริง

เธอจัดได้ว่าเป็นยอดฝีมือชั้นหนึ่ง

ต่อให้ถูกชายร่างใหญ่สิบคนรุมล้อม แต่เกรงว่าพวกเขาคงไม่แม้จะสามารถสัมผัสร่างของนักศึกษาสาวผู้แข็งแกร่งคนนี้ได้

เจียงหนานกระจ่างแก่ใจว่าความสามารถของเธอนั้นอยู่แค่ในระดับปานกลาง แต่ที่สามารถมีได้อย่างทุกวันนี้ ทั้งหมดล้วนมาจากคำแนะนำและการฝึกฝนของพี่มหาเทพ ดังนั้นเธอยินดีรับฟังเขาทุกอย่าง ยึดถือฮังอวี่เป็นเป้าหมายในใจ และยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อไล่ตามเขา

“ฮ่ง เจ้านาย มันติคอร์ชั้นยอดกับจ่าฝูงของพวกมันถูกฆ่าตายเกือบหมดแล้ว  หวังเอ๋อส่งร่างแยกออกไปค้นหาในบริเวณใกล้เคียงแต่ก็ไม่พบเป้าหมาย”เหลือแค่กลุ่มที่ดูดุร้ายที่สุดเท่านั้น เจ้านายจะเข้าไปเลยไหม?”

ฮังอวี่กล่าว “ทำไมจะไม่เข้าล่ะ พวกเรามาปิดงานให้เสร็จๆกันเถอะ หลังจากฆ่ามันติคอร์ระดับเจ้าถิ่น ภารกิจเก็บเกี่ยวแต้มวิญญาณวันนี้ของพวกเราเป็นอันลุล่วง”

จ้าวหมิงกล่าวด้วยอารมณ์ “ได้หินคริสตัลขาวมามากกว่า 3000 ก้อนในวันเดียว นอกเหนือจากนั้นยังมีอุปกรณ์สีขาวอีกกว่า 400 ชิ้น และวัสดุสีขาวอีกกว่า 100 ชิ้น แล้วยังมีหินสกิลขั้น 1 กับ 2 อีกเจ็ดก้อน ... ผลกำไรครั้งนี้ครั้งเดียว สูงกว่าในทุกๆครั้งที่พวกเราเคยรวมทีมสู้ไม่รู้กี่เท่า!”

หากเป็นเมื่อก่อน

อาศัยเพียงทีมเล็กๆ

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะล้างบางหุบเขานี้!

หรือต่อให้ทำได้ เกรงว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามวัน

หรือหากส่งทีมขนาดเล็กทีมละสิบคนเป็นจำนวนสิบทีมก็อาจเร็วขึ้นหน่อย อาจทำสำเร็จได้ในหนึ่งวัน แต่กำไรที่ได้หลังจากเฉลี่ยกันแล้วคงลดน้อยลงมาก

ทว่าตอนนี้มันไม่เหมือนกัน!

ครั้งนี้พวกเขานำสมุนทหารออกล่ามอนสเตอร์

แม้สมุนทหารจะไม่สามารถทำสัญญาได้ ส่งผลให้แต้มวิญญาณบางส่วนสูญเสียไป แต่ด้วยฝีมือและการกะจังหวะอันยอดเยี่มของฮังอวี่ที่เป็นผู้ปลิดชีพมอนสเตอร์เกือบทั้งหมด ทำให้แต้มวิญญาณหลังจากมอนสเตอร์ตายส่วนใหญ่ยังคงไหลมาทางมนุษย์คนอื่นๆในทีม

นอกจากนี้ยังได้รับสินสงครามเป็นจำนวนมาก!

หินคริสตัลขาวจำนวนนี้คงพอช่วยบรรเทาช่องว่างทางการเงินของดินแดนได้!

เสื้อผ้าสีขาวคุณภาพสูงหลายร้อยชิ้นมีราคาแพงยิ่งกว่า ต่อให้พวกมันขายไม่ออกก็สามารถนำไปย่อยสลายเพื่อแลกเปลี่ยนวัสดุจำนวนมากที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างดินแดนแบบเร่งด่วนได้

หุบเขามันติคอร์สามารถฟันกำไรก้อนโต!

...

เบื้องหน้าทุกคนคือมันติคอร์ระดับเจ้าถิ่น

มอนสเตอร์ขนาดมหึมาเท่าช้างกำลังเดินอย่างสง่าผ่าเผยท่ามกลางซากปรักหักพัง รายล้อมไปด้วยมันติคอร์สีเทาดำสี่ตัว และมันติคอร์สีเหลืองอีกกว่า 17 - 18 ตัว

เจ้าพวกนี้มีสติปัญญาต่ำ

และยังคงไม่ทราบว่าสหายที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงถูกฆ่าตายหมดแล้ว

ทั้งหมดต้องขอบคุณความสามารถในการควบคุมภาคสนามอันทรงพลังของเสี่ยวไป๋

ระหว่างการล้างบางมอนสเตอร์ สกิลสายควบคุมของผู้ใช้วิญญาณเป็นสิ่งสำคัญมาก ด้วยสกิลของอาชีพสายนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยควบคุมมอนสเตอร์แบบเดี่ยวเท่านั้น แต่ยังสามารถควบคุมมอนสเตอร์แบบภาคสนามด้วย

ไม่อย่างนั้น

ด้วยสภาพแวดล้อมหุบเขาที่แห้งแล้งเช่นนี้

พวกมอนสเตอร์จะหูหนวกตาตาบอดโดยไม่รู้ตัวมาถึงตอนนี้ได้อย่างไร?

จ้าวหมิงขมวดคิ้ว “ค่อนข้างรับมือยากแฮะ”

ฮังอวี่พยักหน้า “BOSS มันติคอร์ คือมอนสเตอร์ระดับเจ้าถิ่นขั้นซิลเวอร์ เจ้าตัวนี้อยู่ในเลเวล 12 แต่ในความเป็นจริงแล้วพลังรบของมันสูงยิ่งกว่ามอนสเตอร์เลเวล 11 ในระดับเจ้าถิ่นขั้นโกลด์ซะอีก ขณะที่พวกเราอยู่แค่เลเวล 10 เป็นเรื่องยากที่จะรับมือ”

“ดูเหมือนศึกนี้คงยากถ้าจะไม่ให้เกิดการสูญเสีย พวกเราทำได้แค่ลดความสูญเสียให้น้อยที่สุดเท่านั้น ... เหล่าจ้าว เสี่ยวไป๋ ทั้งสองคนไปก่อกวน BOSS มันติคอร์ เจียงหนาน มอบทหารรักษา 3 นายให้พวกเขา”

ฮังเสี่ยวไป๋พยักหน้า

จ้าวหมิงกล่าวเสริมว่าไม่มีปัญหา

พลังรบของเขาตอนนี้แก่กล้าขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันสวมชุดสีเขียวที่ช่วยเพิ่มพลังชีวิตและค่าร่างกาย และเมื่อเปิดใช้งานสกิลมรดกขั้น 1 และ 2 รวมไปถึงสกิลขั้น 3 ที่ช่วยเสริมการป้องกัน พลังป้องกันของเขาตอนนี้จึงแข็งแกร่งมาก

ด้วยความช่วยเหลือจากเสี่ยวไป๋

และทหารรักษาอีกสามนาย

เขาไม่มีทางพ่ายแพ้ในช่วงเวลาสั้นๆ

“งั้นลงมือกันเลย”

“ผมไปก่อนนะ”

ฮังอวี่สูดหายใจเข้าลึกๆ ในการต่อสู้ครั้งก่อนๆ เขายังไม่ได้ทุ่มเทเต็มที่ แต่ครั้งนี้เขาจะไม่มีออมมืออีกแล้ว!

เปิดใช้งานสกิลขั้น 3 - ปลุกเลือดปีศาจ!

จบบทที่ Ep.343 - ปลุกเลือดปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว