เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.335 - สืบทอดมรดก

Ep.335 - สืบทอดมรดก

Ep.335 - สืบทอดมรดก


2/2

Ep.335 - สืบทอดมรดก

การอัญเชิญแต่ละครั้งต้องจ่าย 5000 แต้มวิญญาณซึ่งแบ่งปันส่วนเล็กส่วนน้อยมาจากทุกคน

อากาศที่บิดเบี้ยวแยกจากกันอย่างช้าๆ

ชายร่างเตี้ยและผอมแห้งในชุดเสื้อคลุมดำตัวกว้าง บนหัวคลุมด้วยฮู้ดสีดำ ในมือสวมถุงมือสีดำ และหน้ากากปกปิดใบหน้า นอกเหนือจากดวงตาลึกโบ๋คู่หนึ่ง ตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่มีส่วนไหนโผล่ให้เห็นอีกเลย

เขากุมบังเหียนไว้ในมือ จูงสิ่งมีชีวิตอันแปลกประหลาดออกจากอากาศที่บิดเบี้ยว “แขกผู้มีเกียรติ ยินดีที่ได้รับใช้อีกครั้ง ข้าคือหมายเลข 90024”

เจียงหนานสุภาพกว่าใครเพื่อน เธอเป็นฝ่ายทักทายตอบ “ดีใจที่ได้เจอกันอีกเถ้าแก่ลึกลับ!”

เรียงตามลำดับ ฮังอวี่จะเป็นคนแรกที่ซื้อขาย ตามด้วยจ้าวหมิง ฉูเทียนหัว และสมาชิกลำดับสูงคนอื่นๆ

ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ทุกคนได้จัดเตรียมหินคริสตัลโดยคำนวณให้เพียงพอต่อราคาของไอเท็มที่ต้องซื้อ จากนั้นมอบมันให้แก่ผู้นำระดับสูง เพื่อให้พวกเขาจัดการซื้อเหมาแบบทีเดียว ซึ่งเรื่องนี้ช่วยประหยัดเวลาได้มาก

เพราะยังไงซะ

ร้านค้าลึกลับจะเปิดให้บริการเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น

ขณะที่ในเมืองมีผู้คนมากมาย ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะมีโอกาสซื้อของกับพ่อค้าลึกลับ

ต่อให้ใช้เวลากันแค่คนละ 1 นาที แต่ด้วยเวลาสองชั่วโมง สุดท้ายก็ซื้อขายได้แค่ 120 คนเท่านั้น

นอกจากนี้

ทุกครั้งที่พ่อค้าลึกลับขนสินค้ามา แม้จะมากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีที่สิ้นสุด

ดังนั้นยิ่งต่อแถวยาวเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้ของดีๆก็มีน้อยเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ฮังอวี่จึงต้องเป็นคนแรกที่ทำการซื้อขาย ตามด้วยระดับผู้นำอย่างจ้าวหมิงและ ฉูเทียนหัว จากนั้นก็ตามด้วยสมาชิกคนสำคัญอย่างเจียงหนาน ฯลฯ

หลังจากทีมงานของฮังอวี่ซื้อของเสร็จแล้ว

ในที่สุดก็ถึงตาของทีมอื่นๆ แต่พวกเขาจะซื้อได้มากแค่ไหนนั้นไม่ใช่ธุระของฮังอวี่

ครั้งนี้ฮังอวี่เตรียมหินคริสตัลเฉพาะของตัวเองมามากกว่า 17000 เม็ด ซึ่งพวกมันจะถูกใช้เพื่อตัวเขาและสมาชิกในครอบครัวอย่างเสี่ยวไป๋หรือหวังเอ๋อ

ที่เหลือนอกจากนั้นเป็นคนอื่นๆในทีมหรือคนรู้จักฝากให้ซื้ออีกที

ฮังอวี่ไม่เสียเวลา เขาพูดกับพ่อค้าลึกลับทันทีว่า “ผมต้องการซื้อสัญญาอุปการะกับสัญญาวิญญาณในเลเวล 10 คุณมีสินค้าพวกนี้หรือเปล่า?”

พ่อค้าลึกลับตอบทันทีว่า “แน่นอน ข้าต้องมีอยู่แล้ว!”

[สัญญาอุปการะ] สัญญาเลเวล 10 , สีเขียวคุณภาพสูง , ราคา 120 หินคริสตัลเขียว

[สัญญาวิญญาณ] สัญญาเลเวล 10 , สีเขียวคุณภาพสูง , ราคา 200 หินคริสตัลเขียว

ฮังอวี่พยักหน้าด้วยความพอใจ

เขาเคยซื้อสัญญาอุปการะจากพ่อค้าลึกลับมาแล้วครั้งหนึ่ง

คราวก่อนเขาซื้อสัญญาอุปการะในเลเวล 8 ดังนั้นจึงมีราคาเพียง 100 หินคริสตัลเขียว คราวนี้เป็นสัญญาเลเวล 10 ราคาจึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ฮังอวี่ตั้งใจว่าจะผูกมัดมนุษย์จิ้งจอกเย่กู่ เย่โน่เข้ากับทีมของเขา

แต่อุปนิสัยของมนุษย์จิ้งจอกนั้นเจ้าเล่ห์ไม่มั่นคง พวกมันมักกระทำการตามอำเภอใจ ดังนั้นวิธีเดียวที่จะสบายใจเมื่อมีพวกมันอยู่ใกล้ๆคือการทำสัญญาอุปการะเท่านั้น

ส่วนสัญญาวิญญาณ

เจ้าสิ่งนี้มีไว้เพื่อทำสัญญากับคนหมู่มาก

ให้เข้าใจว่าเป็นการรับสมัครสมาชิกกิลด์ก็ได้ สิ่งนี้จำเป็นสำหรับการสร้างกองกำลังขนาดใหญ่ เมื่อสัญญาได้รับการลงนาม สมาชิกทีมหลายร้อยหรือหลักพันคนจะผูกพันต่อสัญญา แม้จะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่ก็นำมาซึ่งความสะดวกสบายมากมาย

สัญญาเลเวล 10 นั้นไม่ถือว่าอยู่ในระดับสูง ดังนั้นสามารถรับสมาชิกได้ไม่เกิน 1000 คนเท่านั้น

ราคาของสัญญาวิญญาณนั้นแพงกว่าสัญญาอุปการะมาก และหากคำนวณตามมนุษย์ที่อยู่ในเมืองหุบเขาเดียวดาย เกรงว่าต้องใช้สัญญาวิญญาณมากกว่า 3 ม้วน!

ทว่าหากดึงตัวเฉพาะสมาชิกที่ผ่านการประเมิน ด้วยจำนวนพันคนก็นับว่าเพียงพอแล้ว!

ซื้อมัน!

ลำดับต่อไปที่ต้องซื้อคือของใช้ของตัวเอง

ฮังอวี่คาดหวังที่จะเพิ่มพูนพลังรบโดยเร็วที่สุด

แล้ววิธีอะไรน่ะหรือที่ช่วยเพิ่มพูนพลังรบโดยเร็วที่สุด? สิ่งที่จำเป็นคนย่อมไม่พ้นหินสกิล อุปกรณ์ และโพชั่นลับ!

ในบรรดาตัวเลือกข้างต้น อุปกรณ์มีข้อจำกัดด้านความทนทาน ใช้ไปนานๆก็อาจล้าสมัยไม่เหมาะกับความสามารถในอนาคต ขณะที่โพชั่นลับนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าการเพิ่มฐานค่าคุณสมบัติอย่างถาวร ดังนั้นเมื่อเทียบกันแล้ว สิ่งที่คุ้มค่าและให้ผลประโยชน์ยาวนานที่สุดคือหินสกิลอย่างไม่ต้องสงสัย

ข้อดีอย่างแรกของมันก็คือ สามารถเรียนรู้สกิลได้อย่างไม่จำกัด

และข้อดียิ่งกว่าก็คือ เมื่อสามารถสืบทอดมรดกได้แล้ว ค่าคุณสมบัติก็จะเพิ่มขึ้น!

และในมรดกระดับสูงบางประการ นอกเหนือจากช่วยเพิ่มค่าคุณสมบัติแล้ว อาจยังสามารถช่วยเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกายได้!

ฮังอวี่ทำการสรุปสั้นๆในใจเขา

‘ตอนนี้ฉันมีทั้งมรดกที่สามารถสืบทอดได้แล้วและยังไม่ได้รับการสืบทอด .... ’ ​

“ทั้งหมดที่กล่าวมาได้แก่ มรดกขั้น1 ‘นักธนู’ , มรดกขั้น 2 ‘เบอร์เซิร์กเกอร์’ , มรดกขั้น 2 ‘นักท่องวายุ’ , มรดขั้น 2 ‘ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้’ , มรดกที่ยังไม่สืบทอดก็มีจอมเวทย์บลิงค์ , นักวิจัยไสยเวทย์ ...”

จากความทรงจำของจอมปราชญ์

ลำดับขั้นของมรดกสืบทอดมีดังนี้

นักธนู → นักลอบยิง → มือยิงเทพเจ้า!

คนเถื่อน → เบอร์เซิร์กเกอร์ → ขุนนางคลั่ง!

นักสอดแนม → นักท่องวายุ → นักรบเงาลมกรด!

นักสู้ → ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ → ปรมาจารย์เลือดเหล็ก!

ฮังอวี่ยังคงมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรทางการเงินก็จริง

แต่อย่างน้อยตอนนี้เขามีมากพอที่จะซื้อหินสกิลที่มากพอจะใช้สืบทอดมรดกขั้น 3 ได้!

และปัจจุบันนี้ ‘ขุนนางคลั่ง’ กับ ‘นักรบเงาลมกรด’ คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด!

เนื่องจากมรดกทั้งสองมีส่วนช่วยพัฒนาการต่อสู้ในแนวหน้าได้ดีที่สุด

ขุนนางคลั่งส่งผลอย่างมากต่อค่าคุณสมบัติพละกำลังและร่างกาย เหมาะแก่การต่อสู้แบบกลุ่มและโจมตีหมู่

นักรบเงาลมกรดส่งผลอย่างมากต่อค่าความว่องไวและปราดเปรียว เหมาะแก่การต่อสู้แบบตัวต่อตัว

ส่วนปรมาจารย์เลือดเหล็ก? แม้คุณสมบัติของมันจะเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีส่วนช่วยในแง่การเพิ่มโอกาสรอดชีวิต หรือสลัดหลุดจากสกิลสายควบคุมหน่วงเหนี่ยวต่างๆ แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ดีเท่าสองอย่างแรกในแง่ของการเพิ่มพูนพลังรบ

ขณะที่นักธนูเป็นเพียงมรดกขั้น 1 เท่านั้น

มากสุดตอนนี้หากมีหินคริสตัลเหลือ ฮังอวี่อาจขอซื้อหินสกิลเพื่อสืบทอดมรดกขั้น 2 นักลอบยิงได้

สำหรับมรดกขั้น 3 ของนักธนู แม้ทุกการโจมตีจะเฉียบคมมาก แต่สุดท้ายเป็นการโจมตีระยะไกล ซึ่งฮังอวี่ไม่ได้ใช้มันบ่อยเท่าการต่อสู้ระยะประชิด และเนื่องจากยังไม่ได้สืบทอดมรดกขั้น 2 หากคิดสืบทอดมรดกขั้น 3 ของมัน เกรงว่าคงเสียเงินเยอะเกินไป

นอกเหนือไปจากนี้

ตามที่ฮังอวี่รู้

สกิลทั้งสามของจอมเวทย์บลิงค์ได้แก่ : เทคนิคบลิงค์ , เทคนิคโยกย้าย และเทคนิครับรู้พื้นที่

สามสกิลของนักวิจัยไสยเวทย์คือ : วิจัยพลังจิต , วิจัยสติปัญญา และวิจัยมนตร์สะกด

จอมเวทย์บลิงค์เป็นมรดกที่หาได้ยากมากๆ หากมีโอกาสได้เรียนรู้ไม่ควรพลาดมัน ขณะที่นักวิจัยไสยเวทย์นั้นถึงจะเป็นแค่มรดกขั้น 1 แต่มันช่วยเพิ่มค่าพลังจิตได้ไม่เลว แถมราคาหินสกิลก็ไม่สูงมาก ถ้ามีเงินเหลือ เขาก็ตั้งใจว่าจะสืบทอดมรดกนี้เช่นกัน

ฮังอวี่ทบทวนและจัดลำดับความสำคัญ เขาเอ่ยกับพ่อค้าลึกลับว่า “ผมสนใจหินสกิลของขุนนางคลั่ง , นักรบเงาลมกรด , ปรมาจารย์เลือดเหล็ก , นักลอบยิง , จอมเวทย์บลิงค์ และนักวิจัยไสยเวทย์”

ฮังอวี่เอ่ยชื่อมรดกออกมาในคราเดียว

นี่ทำให้หลายคนเผยสีหน้าตกใจ

ทั้งหมดนี้คือมรดกที่เขาต้องการสืบทอดใช่หรือไม่?

ถ้าเป็นเช่นนั้น ฮังอวี่จะขี้โกงเกินไปแล้ว! ทำไมเขาถึงได้ครอบครองมรดกมากมายขนาดนี้? แล้วแต้มวิญญาณที่เขาต้องเสียไปกับการเรียนรู้พวกมันมหาศาลขนาดไหนกัน?

นอกจากนี้ การเรียนรู้สกิลทุกครั้งต้องมีเวลาฝึกฝนเพื่อเพิ่มความชำนาญ ยิ่งสกิลขั้นสูงก็ยิ่งต้องใช้เวลาฝึกมาก หากรับสืบทอดมรดกมากเกินไป เกรงว่าจะเสียเวลาและพัฒนาได้ยากในอนาคต!

อย่างไรก็ตาม อยากจะบอกคนเหล่านี้เหลือเกิน

ว่าที่เขากล้าเรียนรู้มรดกมากขนาดนี้ นั่นก็เพราะด้วยสกิลพรสวรรค์ของเขา ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องเรียนรู้พวกมัน!

กระทั่งพ่อค้าลึกลับยังแสดงสีหน้าประหลาดใจ

อย่างไรก็ตาม ในฐานะมืออาชีพ มันจะไม่เอ่ยถามถึงสถานการณ์ของลูกค้า

และด้วยประสบการณ์ที่เคยออกค้าขายไปทั่วโลก ตัวมันไหนเลยจะไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้

“มรดกที่เจ้าร้องขอมีมากเกินไป และบางส่วนเป็นถึงมรดกขั้น 3 ขณะที่หมายเลข 90024 เกรงว่าความสามารถในการจัดหาสินค้ายังคงมีจำกัด”

“แต่วางใจได้ สิ่งที่เจ้าต้องการ ข้ามีมันอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง!”

ระหว่างกล่าว

พ่อค้าลึกลับได้แสดงข้อมูลของหินสกิล

ฮังอวี่กวาดสายตามอง และพบว่ามีหินสกิลหลายก้อนที่หายไป แต่ก็มากพอแล้วที่จะช่วยเพิ่มพูนพลังรบแก่เขา!

*ปกติเวลาลงผมจะไม่แน่นอน ถ้าให้ชัวคือราวๆ 6 โมงหรือไม่เกิน 1 ทุ่มของแต่ละวันครับ

จบบทที่ Ep.335 - สืบทอดมรดก

คัดลอกลิงก์แล้ว