เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.334 - เปิดร้านค้าลับอีกครั้ง

Ep.334 - เปิดร้านค้าลับอีกครั้ง

Ep.334 - เปิดร้านค้าลับอีกครั้ง


1/2

Ep.334 - เปิดร้านค้าลับอีกครั้ง

เนื่องจากจ้าวหมิงสามารถเข้าใจภาษาของโลกวิญญาณได้แล้ว เขาจึงกลายเป็นสมาชิกระดับสูงเพียงคนเดียวในทีมที่สามารถสื่อสารกับชาวต่างเผ่าได้นอกเหนือจากฮังอวี่​

ในเมื่อเป็นอย่างนั้น

หน้าที่ในการต้อนรับขับสู้ชาร์โมโดจึงตกเป็นของเขา

จ้าวหมิงเคยเป็นใครมาก่อน? เขาคือประธานบริษัทจดทะเบียนในเซินเจิ้น!

แม้จ้าวหมิงจะไม่ได้เกิดมาจากตระกูลนักธุรกิจขนานแท้ แต่เขาคือผู้ได้รับเกียรตินิยมจากมหาลัยที่มีชื่อเสียงถึงสองใบ ทำงานในซิลิคอนวัลเลย์เป็นเวลานานถึง 10 ปี เมื่อกลับคืนสู่บ้านเกิดถึงได้กลายเป็นเถ้าแก่ใหญ่ด้านเทคโนโลยี

แม้เป็นอย่างนั้น แต่หากให้เขาต้องรับมือกับพวกตระกูลนักธุรกิจขนานแท้ ยังไม่ใช่เรื่องง่าย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับพวกเขี้ยวลากดินรับมือยากเหล่านั้นแล้ว

ชาวพื้นเมืองจากโลกวิญญาณผู้นี้รับมือได้ง่ายกว่ามาก มันใสซื่อไม่ต่างจากเด็กน้อย

จ้าวหมิงประจบมันด้วยวิธีต่างๆนาๆ แสดงความปรารถดีมากมายแก่ชาร์โมโด จากนั้นตีเหล็กในระหว่างที่กำลังร้อน มอบของขวัญเป็นหินคริสตัลเจียว รวมไปถึงอุปกรณ์อีกหลายชิ้น

สินบน+การประจบประแจง

นี่เล่นเอาชาร์โมโดรู้สึกตัวลอยไปพักหนึ่ง

เผ่าพันธุ์หน้าใหม่กลุ่มนี้ไม่เหมือนกับเผ่าพันธุ์อื่นๆที่มันเคยพบเจอ แม้พวกเขาจะอ่อนแอ แต่ก็สามารถทำสิ่งต่างๆได้มากมาย

"ดีมาก ในเมื่อพวกเจ้ามีน้ำใจขนาดนี้ ข้าในฐานะทูตรู้สึกพอใจมาก"

"เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ของพวกเจ้า ข้าสามารถวิงวอนต่อขุนนางใหญ่คาลิมัว  ยอมลดค่าบรรณาการเดือนแรกลงครึ่งหนึ่ง"

"ยังไงก็ตาม​ พวกเจ้าจงจำไว้ว่ากฏคือกฏ เนื่องจากเครื่องบรรณาการมีน้อย ดังนั้นเมืองธารทะเลทรายจะยอมรับตำแหน่งขุนนางใหม่ของพวกเจ้าเท่านั้น แต่จะไม่ให้ความคุ้มครองแก่เมืองหุบเขาเดียวดาย"

ความหมายที่จะสื่อนั้นชัดเจน

ชาร์โมโดสามารถยอมลดบรรณาการลงได้ครึ่งหนึ่ง

แต่เมืองหุบเขาเดียวดายจะสูญเสียการปกป้องจากเมืองธารทะเลทรายด้วยเช่นกัน

พลังรบของเมืองหุบเขาเดียวดายในยุคมนุษย์จิ้งจอกนั้นมิได้แข็งแกร่งอะไรมากมาย แต่เหตุใดเมืองหุบเขาเดียวดายถึงสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปี? ทั้งหมดก็เพราะได้รับความคุ้มครองจากเมืองธารทะเลทราย สั่งห้ามขุนนางเล็กตนอื่นๆมิให้เข้ามาวุ่นวายกับพวกมนุษย์จิ้งจอก

หากเมืองหุบเขาเดียวดายในยุคมนุษย์จิ้งจอกสูญเสียความคุ้มครอง

คงไม่ต้องบอกว่าพวกมันจะตกอยู่ในสถานการณ์ไหน

"เท่าที่ข้ารู้ ขุนนางก็อบลินหมีเนลู , เจ้ากระบองทอง ขุนนางของพวกคนแคระเทา และเจ้าฟันแดง ขุนนางของพวกมนุษย์หมูป่า​จ้องจะครอบครองเมืองหุบเขาเดียวดายมานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนลู เพราะเมืองหุบเขาเดียวดายครั้งหนึ่งเคยเป็นดินแดนของเผ่าก็อบลินหมี ก่อนที่จะถูกพวกมนุษย์จิ้งจอกยึดไป"

ชาร์โมโดกล่าวว่า "เจ้าจะได้รับความคุ้มครองจากเมืองธารทะเลทรายก็ต่อเมื่อส่งเครื่องบรรณาการเต็มจำนวน"

เห็นได้ชัดว่าจ้าวหมิงไม่พอใจสุดๆกับผลลัพธ์นี้

เขากำลังจะก้าวออกไปอ้อนวอน

แต่ถูกฮังอวี่ห้ามไว้ และเอ่ยกับชาร์โมโดว่า "ขอบคุณท่านทูตที่เตือนเรา พวกเราจะพัฒนาให้เร็วที่สุด เพื่อสะสมของบรรณาการให้ได้เต็มจำนวน"

ชาร์โมโดพยักหน้าอย่างพอใจ

มันไม่ได้รั้งอยู่ต่อ ดินแดนเล็กๆตรงหัวมุมไม่ต่างอะไรจากเพิงพักม้าสำหรับมัน ดังนั้นหลังจากคุยกับฮังอวี่และจ้าวหมิง ชาร์โมโดก็ออกจากเมืองไป

ฮังอวี่ จ้าวหมิง และสมาชิกคนสำคัญอีกหลายคนยืนอยู่บนกำแพงเมืองหุบเขาเดียวดาย เฝ้ามองแผ่นหลังของเซนทอร์ที่กำลังออกจากหุบเขาไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด

จ้าวหมิงเอ่ยถาม "ทำไมถึงไม่ให้ฉันต่อรองต่อ?"

ฮังอวี่ยกสองแขนขึ้นกอดอกแล้วเอ่ยว่า "พวกเซนทอร์จากเมืองธารทะเลทรายไม่ง่ายที่จะยั่วยุ ขอแค่ตราบใดที่พวกมันยังไม่โจมตีเราช่วงนี้ ขุนนางน้อยตนอื่นๆไม่นับว่ามีค่าพอให้พวกเรากังวล"

จ้าวหมิงยังคงงงงวยสงสัย "ถึงพวกเราจะสามารถหยุดการโจมตีของขุนนางเล็กพวกนั้นได้ แต่เมื่อหุบเขาเดียวดายถูกโจมตี​ยังไงพวกเราก็ต้องประสบกับความสูญเสีย"

ฮังอวี่เหลือบมองไปด้านข้างแล้วเอ่ยว่า "เหล่าจ้าว คุณเป็นผู้ประกอบการนะ เพราะงั้นช่วยมองในระยะยาวได้ไหม เป้าหมายสูงสุดของพวกเราคืออะไร? ยังไงก็ไม่หยุดอยู่แค่เมืองหุบเขาเดียวดายแน่นอน"

จ้าวหมิงจมหายเข้าไปในความคิด

เขาไม่ได้โง่ ไม่นานก็ได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็ว "นายจงใจสร้างสถานการณ์ให้เมืองหุบเขาเดียวดายถูกโจมตีจากพวกขุนนางเล็กที่อยู่ใกล้ๆ? นายต้องการให้เมืองหุบเขาเดียวดายกลายเป็นศูนย์กลาง ตั้งใจจะผนวกดินแดนกับอาณาเขตใกล้เคียงพวกนั้น?"

ฮังอวี่พยักหน้า "ถ้าพวกเราเป็นฝ่ายบุกโจมตีอาณาเขตของพวกมันก่อน นั่นจะน่าสงสัยเกินไป แต่ถ้าล่อให้พวกมันเข้ามาโจมตีเมือง เราสามารถใช้วิธีนี้ลดทอนกองกำลังของพวกมันแบบไม่ให้น่าสงสัยได้"

ฉูเทียนหัวก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน

เขาพยักหน้า "เป็นไปไม่ได้ที่เมืองหุบเขาเดียวดายจะสามารถรองรับประชากรมนุษย์ได้ตลอดไป ไม่ช้าก็เร็วพวกเราต้องขยายไปพื้นที่รอบๆ แทนที่จะยอมรับการคุ้มครอง สู้ล่อศัตรูบุกเข้ามาจะดีกว่า"

ขุนนางเล็กหลายตนที่อยู่ใกล้ๆ คาดว่าอีกไม่กี่วันพวกมันคงทราบเรื่องที่ฮังอวี่ไม่ได้จ่ายส่วยเต็มจำนวน และพวกมันย่อมไม่ทิ้งโอกาสนี้​ ยังไงก็ต้องบุกเข้าตีเมืองหุบเขาเดียวดาย 100%

และพวกมันคงไม่รู้

ว่ามนุษย์ที่ดูอ่อนแอ

แท้จริงแล้วมีความสามารถในการเติบใหญ่อันน่าทึ่ง!

เมื่อพวกมันตระหนักว่าเมืองถูกเปลี่ยนมือ และตัดสินใจที่จะบุกตี ​ถึงเวลานั้นมนุษย์ก็สามารถปรับตัวและตั้งหลักในเมืองได้แล้ว

เมื่อขุนนางเล็กเหล่านั้นโจมตี​ นั่นเท่ากับพวกมันทำพลาดครั้งใหญ่!

พวกมันปฏิบัติต่อเมืองหุบเขาเดียวดายดั่งเหยื่อ แต่หารู้ไม่ว่าเมืองหุบเขาเดียวดายนั้นแท้จริงเป็นเสือหมอบที่ซุ่มรอเหยื่อให้เข้ามา พวกมันยังไม่รู้ว่าเมืองหุบเขาเดียวดายต่างหากคือผู้รุกรานที่แท้จริง!

และระหว่างที่ยังพอมีเวลา ฮังอวี่จะตั้งใจฟาร์มอย่างแน่วแน่ มุ่งมั่นสร้างทหาร พัฒนากองกำลังอย่างอุ่นใจ​และแสร้งทำเป็นอ่อนแอให้มากที่สุด ก่อนกินรวบอาณาเขตโดยรอบและทำให้เมืองธารทะเลทรายเป็นอัมพาต​ ถูกเผ่ามนุษย์ล้อมกรอบ สุดท้ายต้านทานไม่ไหว

และโอกาสที่จะทำให้แผนนี้สัมฤทธิ์ผลคืออะไร?

วิธีที่ดีที่สุดคือการรอให้ศัตรูบุกเข้ามาโดยใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ ล่อพวกมันเข้าสู่กับดัก!

เมื่อขุนนางหลายตนผลัดกันโจมตีหลายครั้งแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ​ พวกมันก็จะตระหนักว่าเมืองหุบเขาเดียวดายไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิด แต่ตอนนั้นคงสูญเสียกองทหารไปเป็นจำนวนมากแล้ว

ตราบใดที่เวลาสุกงอม

ฮังอวี่และเผ่าพันธุ์มนุษย์จะนำกองทัพออกจากเมืองหุบเขาเดียวดาย

มนุษย์จะเข้ายึดครองเมืองหลายแห่งในคราวเดียวในจังหวะที่ขุนนางใหญ่ไม่ทันเตรียมการรับมือ และนั่นจะนำมาซึ่งสถานการณ์แบ่งแยกดินแดนอย่างสมบูรณ์

กว่าเมืองธารทะเลทรายจะตอบสนองได้

ถึงตอนนั้นก็สายไปแล้ว!

ฮังอวี่กล่าว "แผนการวางกลยุทธ์ของพวกเราใช่ว่าจะสำเร็จ​ 100% เพราะยังเป็นเรื่องยากที่จะประเมินพลังรบของเมืองธารทะเลทราย อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ แล้วอีกอย่าง พวกเราก็ยังไม่ทราบข้อมูลของขุนนางเล็กภายใต้การปกครองของเมืองธารทะเลทราย ​ดังนั้นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ "

ฉูเทียนหัวฉีกยิ้มสดใส "มนุษย์เราเมื่อเทียบกับชาวพื้นเมืองพวกนี้ ถึงจะไม่ได้ครอบครองดินแดนมากมายในโลกวิญญาณ แต่โลกเบื้องหลังของพวกเราสามารถจัดหาทรัพยากรและให้การสนับสนุนได้ ฉันคิดว่ายังไงพวกเราก็เหนือกว่าชาวพื้นเมืองพวกนี้"

ฮังอวี่ไมม่ปฏิเสธ เขายิ้มออกมา

ผู้คนเริ่มทยอยกันกลับมายังจัตุรัสกลางเมืองหุบเขาเดียวดาย

เมื่อข่าวกระจายออกไปว่าปลอดภัยแล้ว คนที่สมควรกลับก็กลับมา คนที่สมควรออนไลน์ก็ออนไลน์ ในจัตุรัสกลางเมืองหุบเขาเดียวดายกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ฮังอวี่คำนวณเวลาและคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว เขาประกาศขึ้นในเวลานี้ว่า "ฉันจะเปิดร้านค้าลึกลับ ถ้าใครสนใจ​เตรียมตัวให้พร้อมและมาเข้าแถว!"

เจียงหนานได้ยินแบบนั้น นักศึกษาสาวโห่ร้องทันที "พี่มหาเทพจงเจริญ!"

จางงเสี่ยวเฉียงกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า "ฉันรอเวลานี้มานานแล้ว!"​

ฮังอวี่เก็บเรื่องพ่อค้าลึกลับไว้เป็นความลับมาโดยตลอด ดังนั้นเหล่าคนนอกไม่ทราบเรื่องนี้ คนจากสำนักกระบี่วิญญาณไม่ทันได้เตรียมการใดๆ

ลุคและคนอื่นๆไม่เข้าใจ

ไฉนคนของกลุ่มฮังอวี่ถึงได้ดูมีความสุขนัก?

แล้วร้านค้าลึกลับคืออะไร? ทำไมฮังอวี่ถึงสามารถเปิดมันได้?

สำหรับเรื่องนี้ ฮังอวี่ไม่ได้รู้สึกผิดใดๆ เอาจริงๆมันเป็นประโยชน์ซะอีกที่คนในเมืองสามารถซื้อขายกับพ่อค้าลึกลับได้ แล้วอีกอย่างฮังอวี่ไม่ได้เรียกร้องใดๆจากพวกเขา ฉะนั้นทำไมต้องบออกพวกเขาล่วงหน้าด้วย?

ฮังอวี่มักใจดีกับคนสนิท เขาเอื้อเฟื้อต่อพรรคพวกของตัวเองเสมอๆ แต่เขามักทำตัวแปลกแยกกับคนนอก

ฮังอวี่เป่านกหวีดทองแดง อากาศเบื้องหน้าเขาคล้ายบิดเบี้ยว พ่อค้าลึกลับได้ข้ามมิติและเวลา ตอบรับต่อเสียงเรียกของเขา

การซื้อของจากร้านค้าลึกลับในทุกๆครั้งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความแข็งแกร่ง

ฮังอวี่คิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาจะสืบทอดมรดกขั้น 3 ซักที!

จบบทที่ Ep.334 - เปิดร้านค้าลับอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว