- หน้าแรก
- ระบบซูเปอร์แดดดี้พลิกชีวิตกับลูกแฝดสาม
- ตอนที่ 471 คุณท้องแน่นอน!
ตอนที่ 471 คุณท้องแน่นอน!
ตอนที่ 471 คุณท้องแน่นอน!
เมื่อได้ยินสิ่งที่หมอพูด ทั้งกู่เฉินและหลินซิงเหยาต่างก็ยืนอึ้งไปตามๆ กัน
หลินซิงเหยากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความงุนงง “คุณหมอคะ ฉันปวดมวนท้องก็น่าจะตรวจเช็กเรื่องโรคกระเพาะไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมถึงต้องไปเจาะเลือดตรวจการตั้งครรภ์ด้วยล่ะ?”
กู่เฉินเองก็รีบเสริมขึ้นมาทันที “นั่นสิครับคุณหมอ ตอนนี้ภรรยาของผมกำลังอยู่ในช่วงมีประจำเดือนพอดี ไม่น่าจะตั้งครรภ์ได้นะครับ?”
คุณหมอเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มประวัติ เหลือบมองคนทั้งคู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามเจาะจง “คุณหลิน ผมขอถามหน่อยครับ ช่วงที่ประจำเดือนมาเนี่ย ปริมาณเลือดมันออกมาน้อยมากเลยใช่ไหม?”
หลินซิงเหยานิ่งคิดไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าตอบ “ใช่ค่ะ... วันแรกๆ ที่เริ่มมา เลือดเป็นสีแดงสดแต่มาไม่เยอะ จนถึงวันนี้สีมันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงและปริมาณก็น้อยมากจริงๆ ค่ะ”
เธอมองคุณหมอด้วยสายตาเคลือบแคลง “คุณหมอดูอาการทางสูตินรีเวชได้ด้วยเหรอคะ? จริงๆ ฉันกะว่ารักษาเรื่องปวดท้องเสร็จแล้วจะไปพบหมอสูติฯ ต่อพอดี ถ้าคุณหมอดูให้ได้ งั้นก็รบกวนตรวจที่นี่ไปเลยแล้วกันค่ะ”
คุณหมอถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างช่วยไม่ได้ “ผมกำลังช่วยคุณวินิจฉัยอยู่ครับว่าตกลงคุณควรไปแผนกอายุรกรรมหรือแผนกสูตินรีเวชกันแน่ เอาเป็นว่าไปเจาะเลือดดูก่อนเถอะครับ”
หลินซิงเหยาทำท่าจะอ้าปากแย้งต่อ แต่กู่เฉินกลับคว้าไหล่เธอไว้เบาๆ แล้วดึงเข้าหาตัว “เหยาเหยา เชื่อหมอเถอะครับ ลองไปเจาะเลือดดูหน่อยนะ”
สุดท้ายหลินซิงเหยาก็จำยอม เธอรับใบสั่งตรวจเลือดไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ และเดินเข้าห้องแล็บเพื่อเจาะเลือดตามระเบียบ
หลังจากเจาะเลือดเสร็จ กู่เฉินก็ช่วยกดสำลีที่รอยเข็มบนท่อนแขนเรียวบางของเธอ พร้อมประคองพาไปนั่งพักที่ม้านั่งยาวบริเวณระเบียงทางเดิน
“ที่รักครับ ให้ผมลองจับชีพจรดูหน่อยดีกว่า จะได้รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง” กู่เฉินเอ่ยชวน
หลินซิงเหยาหันมาค้อนขวับ “เออ เอาสิ! ลองดูเลยนะ ถ้าผลวินิจฉัยของคุณออกมาเหมือนกับผลเลือดล่ะก็... คุณตายแน่!”
“หือ?” กู่เฉินเลิกคิ้วสูง
“ทำไมผมต้องตายด้วยล่ะ?”
หลินซิงเหยามองรอยเข็มที่แขนแล้วบ่นอุบอิบอย่างเคืองๆ “ถ้าคุณวินิจฉัยแม่นขนาดนั้น แล้วจะปล่อยให้ฉันโดนเจาะเลือดไปตั้งสองหลอดทำไมกัน? คิดว่าเลือดฉันมีเยอะนักหรือไง!”
กู่เฉินหรี่ตามองภรรยาสาวพลางเอ่ยยิ้มๆ “ที่รักจ๋า... ผมสังเกตมาพักหนึ่งแล้วนะ ว่าช่วงนี้คุณดูจะอารมณ์ร้ายขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยนะเนี่ย”
พอเห็นกู่เฉินจ้องจับผิดแบบนั้น หลินซิงเหยาก็สะบัดหน้าหนี “ฉันก็เป็นคนอารมณ์แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว! หึ!”
“โอเคๆ ผมไม่ตรวจแล้วก็ได้ครับ เดี๋ยวคุณจะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้” กู่เฉินรีบโอบกอดปลอบโยนอยู่นานกว่าที่หลินซิงเหยาจะยอมสงบลง
เนื่องจากต้องรอผลตรวจเกือบ 40 นาที ทั้งคู่จึงนั่งรออยู่ตรงนั้น กู่เฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความในกลุ่มแชทครอบครัวที่มีทั้งพ่อแม่ของเขาและพ่อแม่ของหลินซิงเหยาคุยกันอย่างคึกคัก
เขาชำเลืองมองข้อความเพียงครู่เดียวก็รีบส่งโทรศัพท์ให้ภรรยาดูทันที “ที่รัก ดูสิ ทุกคนในบ้านฟันธงกันหมดแล้วว่าคุณท้องแน่ๆ แถมยังกำชับให้ผมรีบบอกผลตรวจทันทีเลยด้วย”
หลินซิงเหยารับโทรศัพท์ไปกวาดสายตาอ่านแล้วพูดอย่างอ่อนใจ “นี่ไม่มีใครห่วงสุขภาพฉันเลยเหรอคะ? มีแต่คนจ้องจะเดาว่าท้องไม่ท้องเนี่ยนะ?”
กู่เฉินหัวเราะร่วน “ห่วงสิครับ ลองไถดูข้อความข้างบนดูสิ แต่ที่เดาๆ กันก็เพราะเห็นอาการพะอืดพะอมเมื่อเช้าของคุณนั่นแหละ”
หลินซิงเหยาเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะพึมพำ “แต่ว่า... ตอนนี้ฉันยังไม่ค่อยอยากท้องเลยแฮะ”
กู่เฉินชะงักไปเล็กน้อยแล้วเงยหน้าถาม “ทำไมล่ะครับ? ทำไมถึงไม่อยากมีตอนนี้?”
หลินซิงเหยาตัดสินใจบอกความในใจ “พูดตรงๆ นะคะ ลูกๆ เพิ่งจะโตจนเข้าโรงเรียนอนุบาล ช่วงเวลาที่จะเป็นของเราสองคนเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเอง ไหนคุณบอกว่าอยากไปเที่ยวด้วยกันไง? ถ้าฉันท้องขึ้นมาจริงๆ ทริปของเราคงต้องพับเก็บไปอีก 2-3 ปีเลยนะ”
เมื่อกู่เฉินได้ฟัง เขาก็แอบรู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ แต่ถึงอย่างไรเด็กในท้องก็คือลูกของเขา และแน่นอนว่าลูกต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
“ที่รักครับ ผมว่าเรื่องเที่ยวเราเอาไว้ก่อนก็ได้ ถ้าคุณท้องจริงๆ ผมอยากให้เราเก็บเด็กคนนี้ไว้นะ” กู่เฉินเอ่ยเสียงนุ่ม
หลินซิงเหยารู้สึกทำตัวไม่ถูกแต่ก็ไม่ได้ค้านอะไรออกมา เมื่อเห็นเธอเงียบไป กู่เฉินจึงกระชับกอดแล้วถามย้ำ “คุณคิดว่ายังไง? อยากจะเก็บเขาไว้ หรือว่า...”
“ขอฉันคิดก่อนนะคะ...”
หลินซิงเหยาเอนกายพิงซบอกกู่เฉิน หลับตาลงเพื่อใช้ความคิดอยู่ครู่ใหญ่ โดยที่กู่เฉินเองก็นิ่งเงียบปล่อยให้เธอได้อยู่กับตัวเอง จนในที่สุดเธอก็ยอมเปิดปากพูด
“ถ้าท้องจริงๆ... ก็เก็บไว้เถอะค่ะ เด็กๆ น่ารักจะตายไป ฉันคงทำใจเอาเขาออกไม่ลงหรอก”
พอได้ยินแบบนั้น กู่เฉินก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เขาประคองหน้าเธอขึ้นมาจูบฟัดไม่หยุด “ขอบคุณนะที่รัก! ขอบคุณจริงๆ!”
หลินซิงเหยารีบเช็ดรอยน้ำลายบนหน้าพลางทำท่ารังเกียจแก้เขิน “อี๋! จูบซะน้ำลายเต็มหน้าเลย! หึ!”
“อีกอย่าง ผลยังไม่ออกเลยว่าท้องไม่ท้อง จะดีใจออกนอกหน้าไปทำไมคะ?”
ความตื่นเต้นของกู่เฉินพุ่งทะลุปรอทเมื่อรู้ว่าภรรยายอมรับเจ้าตัวเล็ก แต่พอได้ยินประโยคหลังเขาก็แอบใจเสียขึ้นมานิดๆ
เขารีบเสนอตัวทันที “ถ้าอยากรู้ผลตอนนี้เลย ก็ยอมให้ผมจับชีพจรเถอะ ผมมั่นใจ 99.99% เลยว่าบอกได้แน่นอนว่าท้องหรือไม่ท้อง”
หลินซิงเหยาเหลือบมองเขาอย่างชั่งใจ ก่อนจะยื่นข้อมือให้ “อ่ะ ลองดูก็ได้”
แต่ก่อนจะวางนิ้วลง กู่เฉินกลับชะงักแล้วทวงคำมั่น “สัญญาก่อนนะ ว่าถ้าผมทายแม่น คุณจะไม่ลงโทษผม”
“เออๆ ไม่ทำโทษหรอก รีบตรวจซักทีเถอะค่ะ” เธอเริ่มรั้นอยากรู้ความจริงเต็มทีแล้ว
เมื่อได้รับคำยืนยัน กู่เฉินจึงวางนิ้วลงบนข้อมือของหลินซิงเหยา ทันทีที่สัมผัสโดนจุดชีพจร คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่น จากนั้นดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนจ้องมองภรรยาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
หลินซิงเหยาเห็นหน้าสามีแล้วก็ใจคอไม่ดี “สามี... ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะ?”
กู่เฉินเรียกสติกลับมาแล้วถามย้ำ “ที่รักครับ คุณแน่ใจนะว่าที่ผ่านมานั่นคือประจำเดือนจริงๆ น่ะ?”
พอเห็นท่าทางจริงจังของเขา หลินซิงเหยาก็เริ่มใจเสีย นึกว่าตัวเองเป็นโรคร้ายแรงอะไร “ฉัน... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาจริงๆ นั่นแหละ ถึงได้ตั้งใจจะไปหาหมอสูติฯ ไง...”
กู่เฉินสูดหายใจลึก “ชีพจรที่ผมสัมผัสได้มันคือ 'ม่ายหัว' (ชีพจรลื่นไหล) ซึ่งเป็นสัญญาณเด่นชัดของการตั้งครรภ์! ถึงแม้ภาวะอื่นจะทำให้เกิดชีพจรแบบนี้ได้บ้าง แต่เมื่อเทียบกับอาการของคุณช่วงนี้... ผมมั่นใจมากว่ามันคือชีพจรตั้งครรภ์!”
“คุณว่าไงนะ!”
ดวงตาของหลินซิงเหยาเบิกกว้างด้วยความโตกตะลึง!
เธอคิดมาตลอดว่าประจำเดือนอาจจะผิดปกติเฉยๆ แต่ไม่เคยเตรียมใจมาเลยว่าจะกลายเป็นเรื่องตั้งท้อง!
กู่เฉินหายใจเข้าออกแรงๆ ด้วยความตื่นเต้น “ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่ชีพจรมันบอกผมว่าคุณท้อง! เรา... พวกเรากำลังจะได้เป็นพ่อแม่คนกันอีกรอบแล้วนะ!”
หลินซิงเหยารีบเบรก “อย่าเพิ่งดีใจสิคะ รอผลเลือดก่อน ถ้ามันผิดพลาดล่ะ?”
กู่เฉินไม่ฟังเสียงค้าน เขาคว้ามือที่รักรักมากุมไว้แน่นพลางหัวเราะออกมาเหมือนคนบ้า “ที่รักจ๋า ไม่พลาดแน่ๆ ไม่มีทางพลาดหรอก... คุณท้องชัวร์ คุณท้องแน่นอน!”
ความอึ้งในตอนแรกอันตรธานหายไป สิ้นสุดการรอคอย กู่เฉินในตอนนี้แทบจะเก็บอาการไม่อยู่แล้ว!