เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.12 - กลับสู่โลกจริง

Ep.12 - กลับสู่โลกจริง

Ep.12 - กลับสู่โลกจริง


กำลังโหลดไฟล์

Ep.12 - กลับสู่โลกจริง

แผ่นศิลาโลกวิญญาณสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในโลกวิญญาณ

ศิลาแต่ละแผ่นมีหน้าที่แตกต่างกันออกไป โดยแผ่นศิลาทั้งห้าที่ปรากฏขึ้นในค่ายแห่งนี้ เพียงแค่วางมือของผู้เล่นลงไป ก็จะเกิดปฏิกิริยาตอบรับกัน และส่งคำอธิบายออกมาว่ามีหน้าที่อะไร

[แผ่นศิลาเสบียงของก็อบลิน] มีสินค้าให้เลือกมากถึง 10-20 รายการ นอกจากผลเบอร์รี่สีแดงและฟ้า ซึ่งเป็นผลไม้วิญญาณทั้งสองชนิดแล้ว ยังมีสมุนไพรระดับต่ำอีกหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีเมล็ดของต้นผลเบอร์รี่ก็อบลินที่ยังใช้การอะไรไม่ได้ ที่เหลือก็เป็นอาหารจำพวกเนื้อกระต่ายและเนื้อกบ

[แผ่นศิลาอาวุธของก็อบลิน] ก็เหมือนกับร้านขายอุปกรณ์ อาทิเช่น ‘หน้าไม้ก็อบลินสภาพเสียหาย’ ‘ดาบสั้นก็อบลินคุณภาพต่ำ’ ‘กระบองไม้ก็อบลินสภาพเก่า’ ซึ่งที่กล่าวมาล้วนเป็นอาวุธสีเทาขุ่นทั้งนั้น และทั้งหมดมีราคา 5 หินคริสตัลต่อชิ้น

แต่ยังไม่หมดเท่านี้ ในร้านค้ายังมี ‘ม้วนคัมภีร์สัญญาแต้มวิญญาณ’ สำหรับปาร์ตี้อีกด้วย ที่เหลือก็จะเป็น ‘หน้าไม้ก็อบลินสภาพปกติ’ ‘ดาบสั้นสภาพปกติ’ และวัสดุใช้แล้วทิ้งอื่นๆ ก็สามารถหาซื้อได้

[แผ่นศิลาแหล่งผลิตของก็อบลิน] หน้าที่หลักคือการผลิตและแปรรูป คุณสามารถแปรรูปหินคริสตัลเทาให้กลายเป็นหินคริสตัลขาว และสามารถย่อยสลายหินคริสตัลขาวให้กลายเป็นหินคริสตัลเทาก็ได้เหมือนกัน

นอกจากนี้ยังมีสูตรอาหารหรือเครื่องมือง่ายๆที่เกี่ยวข้องกับการผลิตขั้นต้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่นหลอดน้ำยาสำหรับใส่โพชั่น ฯลฯ

[แผ่นศิลาย่อยสลายของก็อบลิน] แผ่นศิลานี้ไม่มีของขาย มีไว้ใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ มันสามารถช่วยย่อยสลายสิ่งที่ไม่ต้องการให้กลายเป็นวัสดุหรือหินคริสตัลจำนวนหนึ่งได้ กล่าวว่าเป็นสถานีรีไซเคิลขยะคงไม่ผิดกระมัง?

[แผ่นศิลาเก็บของของก็อบลิน] ศิลาแผ่นนี้คือโกดัง มีพื้นที่จัดเก็บ 15 ลูกบาศก์เมตร

หากคุณกังวลว่าเกิดไปตายนอกค่ายแล้วของจะดรอป หรือกระเป๋าส่วนตัวเต็ม ก็สามารถนำไอเท็มมาจัดเก็บที่นี่ได้

แน่นอน ถึงมันจะขึ้นชื่อว่าโกดัง แต่ก็ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยงอย่างสมบูรณ์ หากมีอุบัติเหตุบางประการ เช่นฐานที่มั่นแห่งนี้ถูกพวกมอนสเตอร์บุกยึดอีกครั้ง ไอเท็มที่อยู่ในโกดังก็จะหายไปเช่นกัน

ต้องการเซฟโซนที่ปลอดภัยตลอดไปงั้นหรอ?

เสียใจด้วยนั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง!

มนุษย์สามารถเข้าครอบครองดินแดนของมอนสเตอร์หรือเผ่าพันธุ์อื่นๆได้ ในทางกลับกัน ดินแดนของมนุษย์ก็สามารถถูกยึดครองได้เช่นกัน!

สถานที่เดียวที่มนุษย์สามารถเรียกว่าเป็นเมืองแบบถาวรได้ นั่นคือเมืองในโลกแห่งความจริง!

ตราบใดที่โลกจริงยังไม่ล่มสลาย มนุษย์ก็จะไม่ถูกทอดทิ้งเป็นคนไร้บ้าน อย่างไรก็ตาม นับจากนี้เป็นต้นไป โลกจริงจะค่อยๆถูกโลกวิญญาณเข้าแทรกซึมอย่างช้าๆ การเปลี่ยนแปลงต่างๆจะเกิดขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อย สามารถเกิดภัยคุกคามจากทางฝั่งโลกวิญญาณได้ตลอดเวลา

คนในทีมไม่นึกเลยว่าพอยึดฐานได้จะมีฟังก์ชั่นแบบนี้ด้วย

จ้าวหมิงถามฮังอวี่ว่า “แล้วไอเท็มที่วางขายในที่นี้จำกัดจำนวนรึเปล่า?”

“แน่นอนว่าจำกัด ถ้าซื้อถึงจำนวนที่กำหนดแล้วมันจะหายไป แต่สุดท้ายผ่านไปซักพักมันก็จะถูกรีเฟรชใหม่ ทว่าเสบียงที่ถูกรีเฟรชจะมีจำนวนไม่เท่าเดิม มากหรือน้อยต้องมาลุ้นเอาอีกที”

“ถ้าฟังจากที่นายพูด แสดงว่าผลเบอร์รี่สีแดงกับฟ้าน่าจะมีไม่มากนัก โชคดีที่ราคาของมันไม่แพง ใช้หินคริสตัลเทาก้อนหนึ่งก็สามารถซื้อได้ห้าลูกแล้ว” จ้าวหมิงแนะนำทุกคน “ฉันคิดว่าพวกไอเท็มใช้แล้วทิ้งพวกนี้มีประโยชน์มาก ถึงเวลาพอมีคนเข้ามาในค่ายมากขึ้น วัตถุดิบพวกนี้จะกลายเป็นของหายาก พวกเรารีบแลกเปลี่ยนผลเบอร์รี่เก็บสำรองไว้ให้มากที่สุดจะดีกว่า ถึงไม่ใช้เอง แต่ถ้านำมันกลับไปโลกจริง หรือเก็บไว้ขายต่อเพื่อเก็งกำไรหินคริสตัล ไม่ว่าอย่างไหนก็เป็นประโยชน์กับพวกเราทั้งนั้น”

คุณเห็นไหม?

ผู้ประกอบการก็ยังเป็นผู้ประกอบการ ความเฉียบแหลมทางธุรกิจของพวกเขายังคงไม่เสื่อมคลายแม้ตกอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้

แม้แต่เจียงหนานที่ยากจนหินคริสตัลมากที่สุดในบรรดาทั้งสี่ ยังกัดฟันหยิบหินคริสตัลเทาออกมาสองสามก้อนเพื่อซื้อไอเท็ม

ส่วนอีกสามคนที่มีทรัพย์สินเหลือเฟือในมือ โดยเฉพาะหัวหอกอย่างฮังอวี่ที่ใครมาเห็นต่างก็ต้องรู้สึกอิจฉา เวลานี้เขานับทรัพย์สินของตัวเอง พบว่ามี 38 หินคริสตัลเทา และ 10 หินคริสตัลขาว!

สำหรับช่วงต้นเกม นี่ถือว่าเป็นเงินก้อนโต้อย่างไม่ต้องสงสัย!

ฮังอวี่จ่าย 30 หินคริสตัลเทาโดยตรง แลกเบอร์รี่แดง 50 ผล และเบอร์รี่ฟ้า 100 ผล และจ่ายอีก 2 หินคริสตัลเทาเพื่อซื้อเมล็ดพันธุ์สองเมล็ดตามลำดับ เขารู้สึกว่ามันน่าจะมีประโยชน์ในอนาคต

อันที่จริงฮังอวี่จะซื้อมากกว่านี้ก็ได้ แต่ด้านหนึ่งคือเขามีหินคริสตัลเทาไม่เพียงพอ อีกด้านหนึ่งพื้นที่จัดเก็บมีจำกัด  เขาต้องเว้นที่ว่างไว้ให้อย่างอื่นด้วยถูกไหม? ยิ่งไปกว่านั้นปริมาณของผลเบอร์รี่ก็ยังน้อยจนน่าเวทนา

ถ้าฮังอวี่เหมาคนเดียวหมด แล้วไม่เหลือให้คนอื่นเลย เกรงว่าคงใจร้ายเกินไป เดิมทั้งสามตั้งใจจะแลกเปลี่ยนหินคริสตัลเทาให้กลายเป็นผลไม้ทั้งหมด แต่ไม่ทันแลกหมด ผลไม้ก็หายวับไปจากแผ่นศิลา

มีจำนวนจำกัดจริงๆด้วย!

จ้าวหมิงลองคำนวณดู คาดว่าผลเบอร์รี่แต่ละชนิดที่วางขายน่าจะมีไม่เกิน 300 ลูกต่อครั้ง

ฮังอวี่เดินไปยังแผ่นศิลาอาวุธของก็อบลิน เขาจ่าย 5 หินคริสตัลเทา แลกเปลี่ยนม้วนคัมภีร์สัญญาแต้มวิญญาณออกมา

จางเสี่ยวเฉียงถามด้วยความสงสัยว่า “ลูกพี่ เจ้าม้วนคัมภีร์นี่มันมีประโยชน์ยังไง?”

“นี่คือสัญญาแต้มวิญญาณที่ใช้ในการสร้างทีม” ฮังอวี่แนะนำฟังก์ชั่นของม้วนคัมภีร์  “ปกติแล้วเวลาเราล่ามอนสเตอร์ แต้มวิญญาณที่ได้รับจะถูกแจกจ่ายไปตามผลงานของดาเมจ ซึ่งหมายความว่าใครทำดาเมจมอนสเตอร์สูง ก็จะยิ่งได้รับแต้มวิญญาณมาก และนั่นไม่ยุติธรรมเลยสำหรับฝ่ายซัพพอร์ตของทีม”

จ้าวหมิงเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน เขาต้องวิ่งไปอยู่แนวหน้าเสมอ ยอมทรมานจากการถูกโจมตี โดนทำร้ายเกือบถึงตายก็หลายครั้ง รับหน้าที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง!

ทว่าแต้มวิญญาณที่ได้หลังจบการต่อสู้ยังน้อยกว่าจางเสี่ยวเฉียงที่ขดตัวอยู่ข้างหลังและทำหน้าที่แค่นานๆครั้งขว้างลูกไฟซะอีก

ดวงตาของเจียงหนานเป็นประกาย “งั้นม้วนคัมภีร์นี้ก็จะช่วยให้พวกเราเท่าเทียมกันถูกไหม?”

“ถูกต้อง หลังจากลงชื่อในสัญญาแล้ว แต้มวิญญาณที่จะได้รับในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทั้งหมดจะถูกบังคับแบ่งให้สมาชิกทุกคนอย่างเท่าเทียม มันดีสำหรับการทำงานเป็นทีมมาก แล้วยังเอื้อต่อการพัฒนาผู้เล่นในทีมคนอื่นๆด้วย”

พูดมากถึงขนาดนี้ ไม่ใช่ว่ามันก็แค่ฟังก์ชั่นปาร์ตี้ในเกมหรอกหรอ?

จางเสี่ยวเฉียงไม่ค่อยประทับใจสักเท่าไหร่ เพราะในเกมทั่วๆไป แค่ยื่นคำขอแล้วกดตอบรับก็สามารถเป็นปาร์ตี้เดียวกันได้แล้ว แต่ในโลกนี้ยังต้องมาลำบากลงชื่อในม้วนคัมภีร์อีก

อย่างไรก็ตาม กฏอันยุ่งยากนี้ หากมองอีกแง่มุมหนึ่ง คือมันกำลังสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดและสมจริงของโลกวิญญาณ

ฮังอวี่ละสายตาจากคนอื่นๆ กวาดมองไปยังสูตรการผลิตระดับต่ำในแผ่นศิลาแหล่งผลิต สุดท้ายหยุดลงตรงรายการพิเศษ

[หินสกิลการผลิต : เทคนิครวบรวมวัตถุดิบเบื้องต้น] สีเทาคุณภาพสูง ราคาแลกเปลี่ยนคือ 5 หินคริสตัลขาว!

ถูกต้อง สถานที่แห่งนี้ คุณสามารถหาซื้อหินสกิลได้เช่นกัน!

ทว่านี่คือสกิลการผลิตขั้นต่ำสุดที่เป็นแค่สีเทาเท่านั้น มันไม่สามารถใช้ช่วยเหลือในการต่อสู้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ฮังอวี่ยังคงกัดฟันแลกเปลี่ยนมัน

สิ่งที่มีค่าที่สุดในค่ายก็อบลินก็คือหินสกิลนี้ อันที่จริงขอแค่เป็นหินสกิลชนิดอื่นก็ถือว่ามีค่ามาก หากได้เจอมันแล้ว ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ฮังอวี่แลกเปลี่ยนหินสกิล ตอนนี้เขาเหลือทรัพย์สินแค่ 5 หินคริสตัลขาวและ 1 หินคริสตัลเทา

หินสกิลเทคนิครวบรวมวัตถุดิบเบื้องต้นหายไปจากแผ่นศิลา บ่งบอกว่ามันมีวางขายเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น และจะรีเฟรชอีกครั้งในอีกหลายวันต่อจากนี้

[เทคนิครวบรวมวัตถุดิบเบื้องต้น] สกิลอิสระ , เลเวลสกิลปัจจุบัน 1 , แต้มวิญญาณ 0/300 , ความชำนาญ (1,000/1,000) ใช้ 1 แต้มวิญญาณ เพื่อรวบรวมวัตถุดิบเป้าหมาย โดยอัตราความสำเร็จในการรวบรวมจะขึ้นอยู่กับเลเวลสกิลและและเลเวลของเป้าหมายที่จะใช้งาน

สกิลการผลิตเป็นเรื่องยากมากที่จะอัพเลเวล ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การได้รับค่าความชำนาญมากถึง 1000 แต้ม จำเป็นต้องอัพเลเวลสกิลให้ไปถึงเลเวล 3 หรือสูงกว่านั้นเสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ฮังอวี่สังเกตเห็น ว่าทันทีที่เรียนรู้สกิล ค่าความชำนาญของเขาก็เต็มแล้ว! เต็มตั้งแต่แรกเลย!

นี่คือเอฟเฟกต์ของสกิลติดตัว ‘ความทรงจำของจอมปราชญ์’ และไม่ต้องสงสัยเลย ว่านี่นำมาซึ่งข้อได้เปรียบอย่างใหญ่หลวง

มันช่วยประหยัดเวลาในการฝึกฝนสกิลของฮังอวี่ได้เป็นอย่างมาก สามารถนำเวลาที่เหลือในอนาคตไปเรียนรู้สกิลอื่นๆได้มากขึ้น

...

เวลาได้ล่วงเลยถึงยามค่ำคืน บนท้องฟ้าไม่ได้มืดมน มันเต็มไปด้วยดวงดาว

ภายใต้ภาพอันตระการตาเช่นนี้ ชวนให้ผู้คนรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกเทพนิยาย

อย่างไรก็ตาม หากสังเกตดีๆ จะพบว่าแสงดาวที่ส่องแสงเหนือศีรษะของทุกคนไม่ใช่ดวงดาวจริงๆ แต่เป็นกระแสวังวนที่เหมือนกาแลคซี คล้ายกับว่ากระแสวังวนนี้จะเชื่อมต่อกับโลกใบนี้ทั้งใบ

ห้ามลืมสิว่าที่นี่คือโลกวิญญาณ ไม่ใช่จักรวาลเดิมอีกต่อไป แล้วท้องฟ้าจะมีแต่ดวงดาวเหมือนบนโลกมนุษย์ได้อย่างไร?

แผ่นศิลาคืนชีพที่อยู่ตรงกลางค่ายก็อบลิน สาดแสงเพิ่มความสว่างในพื้นที่เล็กๆของค่าย และด้วยแสงที่โดดเด่นท่ามกลางป่าใหญ่ ไม่ช้าคงดึดดูดผู้คนจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามา

เพราะมีผู้ล่ามากมายในป่ายามค่ำคืน มันจะดีกว่าหากไม่เสี่ยงอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเช่นนั้น

แต่ในระหว่างนั้นเอง ขณะที่ทั้งสี่คนกำลังนั่งพักผ่อนอย่างเบื่อหน่ายเพื่อฆ่าเวลาเล่น จู่ๆเสียงอันน่าเกรงขามก็ดังก้องในหัวของทุกคน

“การทดสอบกำลังจะสิ้นสุดลง ผู้เล่นโปรดออกจากโลกวิญญาณภายในสิบนาที”

ทั้งสี่คนสะดุ้ง  พวกเขาปิดตาลงเพื่อเรียกดูหน้าต่างข้อมูล และพบว่าเวลานี้ ตัวเลือก ‘กลับสู่โลกมนุษย์’ ที่เดิมเป็นสีเทาไม่สามารถกดเลือกได้ ตอนนี้สามารถกดได้แล้ว

นั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้แล้ว!

จางเสี่ยวเฉียงกล่าวด้วยความตื่นเต้น “ในที่สุดฉันก็จะได้กลับไปกินไก่(เล่น PUBG) ต่อได้แล้ว!”

เจียงหนานน้ำตาคลอเบ้า  “โอ้พระเจ้า ประสบการณ์ในวันนี้มันมหัศจรรย์เหมือนกับฝันไปเลย!”

จ้าวหมิงเป็นคนที่สงบที่สุด เขาเอ่ยปากว่า “พวกเราควรแลกเบอร์ติดต่อกันไว้”

จางเสี่ยวเฉียงกล่าวขึ้นทันที “หมายเลข Wechat QQ ในมือถือฉันคือ XXXXXXXXXXX ลูกพี่ต้องโทรมานะ! จดไว้ด้วยห้ามลืมเด็ดขาด!”

“ไม่ต้องลำบากถึงขั้นจดเบอร์หรอก” เจียงหนานหลับตาลง “พวกเราสามารถใช้ฟังก์ชั่นบางอย่างบนมือถือในโลกใบนี้ได้ ฉันพึ่งลองมา ไม่ใช่แค่เว่ยป๋อ(weibo)หรือ Wechat เท่านั้นที่สามาถใช้ได้ แต่เหมือนจะโทรออกได้ด้วย ... แต่ถ้าเปิดใช้พวกมันจะต้องจ่ายด้วยแต้มวิญญาณไม่ก็หินคริสตัล”

ว่าจบเธอก็ลืมตาขึ้น หันมองฮังอวี่ด้วยสายตาคาดหวัง “พี่มหาเทพ พวกเรามาเพิ่มเพื่อนกัน!”

ใครๆก็ดูออก ว่าคนที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือฮังอวี่

หากปราศการนำทางของเขา ไม่ต้องกล่าวถึงผลกอบโกยที่เยอะขนาดนี้ เกรงว่าตอนนี้ทุกคนคงกำลังเปลือยกายอยู่ในป่า!

ฮังอวี่หลับตาลง จดจ่อกับหน้าต่างข้อมูล เมื่อเปิดตัวเลือกโทรศัพท์โลกวิญญาณ หน้าจอมือถือที่คุ้นเคยก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าเขา

ที่น่าแปลกก็คือ ซอฟต์แวร์สื่อสารและซอฟต์แวร์บางอย่างสามารถใช้ได้จริงๆ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นถ่ายภาพ หรือแม้แต่ธนาคารบนมือถือก็สามารถใช้งานได้

การสื่อสารระยะไกลจะต้องจ่ายแต้มวิญญาณจำนวนหนึ่ง ถ้างั้นแล้วการสื่อสารข้ามโลกเล่า? แน่นอนว่ามันก็เป็นไปได้เช่นกัน แต่คุณต้องจ่ายด้วยหินคริสตัลโลกวิญญาณจึงจะโทรติด!

หลังจากที่ทั้งสี่เพิ่มเพื่อนกัน ทุกคนก็พากันคลิ๊กตัวเลือกกลับสู่โลกมนุษย์

ฮังอวี่รู้สึกว่าตัวเองถูกดูดเข้าไปในกระแสวังวน จากนั้นเขาก็กลับมายังอพาร์ตเมนต์เล็กๆที่แสนคุ้นเคย เสื้อผ้า ถุงเท้า ฯลฯ ที่เคยสวมในตอนแรกก็กลับมาเช่นกัน

ในโลกจริงเป็นเวลาช่วงเช้า ตอนนี้ก็น่าจะซักประมาณ 9-10 โมง

ฮังอวี่เข้าสู่โลกวิญญาณช่วงตอนเที่ยงคืน หรือก็คือใช้เวลาเกือบสิบชั่วโมงในโลกวิญญาณ

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เวลาในโลกจริงและโลกวิญญาณ  กระแสเวลาแทบจะเท่ากัน

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นดั่งภาพฝัน ทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับมันไม่ใช่เรื่องจริง

แต่ฮังอวี่กระจ่างแก่ใจ นี่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน โลกกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่

ชีวิตที่เคยธรรมดาและสงบสุข มันได้หายไปอย่างสิ้นเชิง

--ประตูสู่ยุคใหม่ได้เปิดออกแล้ว!!

จบบทที่ Ep.12 - กลับสู่โลกจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว