เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TWO Chapter 240 กลายเป็นมีชื่อเสียง

TWO Chapter 240 กลายเป็นมีชื่อเสียง

TWO Chapter 240 กลายเป็นมีชื่อเสียง


TWO Chapter 240 กลายเป็นมีชื่อเสียง

ไกอา ปีที่ 1 เดือนที่ 10 วันที่ 1, นิกายกระบี่ตงหลี่

ณ ยอดเขาโดดเดียว, พื้นที่บนภูเขา

ในพื้นที่บนภูเขามีสิ่งก่อสร้างถูกสร้างขึ้นมากมาย มีทั้งลานและศาลาหลากหลายรู้แบบ ทางตะวันตกของพื้นที่บนภูเขาเป็นส่วนสมุนไพร ซึ่งมีสมุนไพรมากกว่า 100 ชนิด มันอบอวลไปด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษ์ของสมุนไพรชนิดต่างๆ

ลำธาราขนาดเล็กได้แบ่งพื้นที่บนภูเขาออกจากกัน มีสะพานโค้งเล็กๆถูกสร้างไว้ให้คนเดินข้ามไปมาได้สะดวก ภายใต้แสงสะท้อนของรุ่ง มันทำให้สะพานดูงดงามและลึกลับมาก

ไกลออกไปด้านล่างของน้ำตก ที่ด้านข้างทะเลสาบ เป็นกระท่อมไม้แบบโบราณ การผสมผสานระหว่างทะเลสาบและกระท่อมไม้แบบโบราณทำให้มันดูเข้ากันได้เป็นอย่างดี กระท่อมไม้แห่งนี้เป็นที่ตั้งห้องลับของผู้นำนิกาย

ห้องลับของผู้นำนิกาย สามารถเข้าไปได้เมื่อได้รับคำเชิญเท่านั้น มันถือเป็นห้องที่ปลอดภัยที่สุดของนิกาย

แผ่นหินได้ถูกปูอยู่ที่ด้านหน้าพื้นที่บนภูเขา ศิษย์ 800 คน สวมชุดเครื่องแบบเดียวกัน พวกเขายืนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

ซ่งเจี๋ยสวมเสื้อคลุมสีฟ้าและยืนอยู่หน้าเหล่าศิษย์ทั้งหมด ด้านหลังของเธอคือศิษย์หลักทั้ง 2 ปานเซี่ยและขุ่ยเทียนฉี คนหนึ่งถือกระบี่ ขณะที่อีกคนถือหนังสือ

ซ่งเจี๋ยแสดงออกอย่างเคร่งขรึม ขณะที่เธอติดต่อกับอินเตอร์เฟซของระบบ เสียงการแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหูของเธอ

“แจ้งเตือนระบบ : ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นเจี๋ยฉีรู่เมิ่ง ในการสมัครการสร้างนิกาย ตรวจสอบคุณสมบัติโดยอัตโนมัติว่าผ่านข้อกำหนดหรือไม่”

“เงื่อนไขที่ 1 : เงินทุนไม่น้อยกว่า 200 เหรียญทอง ผ่านข้อกำหนด!”

“เงื่อนไขที่ 2 : ต้องมีศิษย์อย่างน้อย 500 คน ผ่านข้อกำหนด!”

“เงื่อนไขที่ 3 : เทคนิคการบ่มเพาะหลัก อย่างน้อยต้องอยู่ในระดับจักรพรรดิ, ‘คัมภีร์เก้าหยิน’ ผ่านการทดสอบ!”

“เงื่อนไขที่ 4 : มีฐานของนิกายเป็นของตัวเอง ผ่านการทดสอบ!”

“แจ้งเตือนระบบ : ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นเจี๋ยฉีรู่เมิ่ง ในการผ่านข้อกำหนดทั้งหมด ผู้เล่นสามารถสร้างนิกายได้ กรุณาตั้งชื่อนิกายของคุณ!”

“นิกายกระบี่ตงหลี่!” ซ่งเจี๋ยกล่าวอย่างไม่ลังเล

ในห้องลับของนิกาย แผ่นหินค่อยๆผุดขึ้นมาจากพื้นดิน มันคือแผ่นหินนิกาย

ถ้าแผ่นหินถูกทำลาย หรือ 80% ของเหล่าศิษย์ถูกสังหาร นิกายจะถูกทำลาย

“ประกาศจากระบบ : ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นเจี๋ยฉีรู่เมิ่ง ในการสร้างนิกายศิลปะการต่อสู้ นิกายกระบี่ตงหลี่ ผู้เล่นได้รับคะแนนชื่อเสียง 5,000 คะแนน ขณะที่นิกายตั้งอยู่ในเขตของเมืองซานไห่ เมืองซานไห่จะได้รับฉายา ‘บ้านแห่งศิลปะการต่อสู้’”

เมื่อประกาศจากระบบกระจายออกไป ซ่งเจี๋ยก็กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วภูมิภาคจีน เธอไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่ในเงาของโอหยางโชวอีกแล้ว ตอนนี้ เธอมีเส้นทางที่สดใสอยู่ข้างหน้าของเธอ

ซ่งเหวินได้แสดงความยินดีกับเธอโดยตรง ผ่านช่องระดับประเทศ “ทำได้ดีน้องสาว!”

โอหยางโชวก็ไม่ได้ช้าไปกว่าเขา “ขอแสดงความยินดีกับท่านผู้นำนิกายซ่ง!”

ทั้งโลกเกิดความสับสนวุ่นวาย อิทธิพลและคำกล่าวของเขา ทำให้ผู้เล่นหลายคนสนใจนิกายกระบี่ตงหลี่ และซ่งเจี๋ยมากยิ่งขึ้น

ผู้เล่นที่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้สังเกตเห็นบางสิ่ง เจี๋ยฉีรู่เมิ่งเป็นน้องสาวของซ่งเหวิน แล้วเหตุใดเธอจึงไม่ตั้งนิกายในเมืองเทียนซวงของซ่งเหวิน? แต่กลับเลือกที่จะตั้งมันในเมืองซานไห่ของฉีเยว่หวู่ยี่?

เกิดการซุบซิบนินทา และการซุบซิบนินทานี้สามารถทะลวงท้องฟ้าได้เลยทีเดียว

ช่องระดับประเทศเริ่มคึกคัก เนื่องจากผู้เล่นต่างๆเริ่มคาดเดา

“ฉีเยว่หวู่ยี่และเจี๋ยฉีรู่เมิ่งได้เปิดเผยครั้งใหญ่ พวกเขาเป็นเพียงเพื่อนกัน หรือเป็นคนรักกัน...”

“พวกเขาต้องเป็นคู่รักกันอย่างแน่นอน อย่าบอกข้านะว่ามีมิตรภาพที่บริสุทธิ์เช่นนี้อยู่จริงๆ?”

“คู่รัก+1”

“โอโยว ความฝันอีกอย่างได้พังทลายลงแล้ว...”

“[แฟนคลับพี่ชายหวู่ยี่] พวกเราต้องออกมาต่อสู้!!!”

“น้องสาวข้างบน อย่าลืมว่าเจี๋ยฉีรู่เมิ่งเป็นผู้นำนิกาย นางมีศิษย์อยู่มากมายเลยนะ...”

“หวู่ หวู่ หวู่...”

“น้องสาวคนคงนี้กำลังร้องไห้อยู่ ผู้ชายที่อยู่ใกล้ๆเข้าไปปลอบนางทีซิ”

“นิกายกระบี่ตงหลี่รับศิษย์หรือไม่?”

…………………………………………………………………………..

เมื่อถึงตรงนี้ ซ่งเจี๋ยก็บอกให้เหล่าศิษย์ออกไปฝึกฝนต่อ จากนั้น เธอก็ชักกระบี่ฉิงเฟิงออกมา แล้วเดินไปทางโอหยางโชว ก่อนจะถามว่า “คนโง่! บอกความจริงมา แฟนคลับพี่ชายหวู่ยี่คืออะไร?”

เมื่อเห็นสาวงามคนนี้ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันออกมา เขาควรจะรีบตอบเธออย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงหัวเราะคิกคักอยู่ด้านข้าง การเป็นผู้ชายที่มีหญิงสาวจำนวนมากหลงไหลทำให้เขารู้สึกดี “เจี๋ยเจี๋ย ข้าสาบานได้ว่าข้าไม่รู้เรื่องจริงๆ”

“ฮึ่ม!” ผู้ชายของเธอมีความสามารถบางอย่างที่ทำให้เธอมีความสุข มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเธอที่จะกลายเป็นคนมีชื่อเสียง แต่เจ้าคนโง่คนนี้ก็ยังขโมยชื่อเสียงของเธอไปครึ่งหนึ่ง

ช่องพันธมิตรดูวุ่นวายมาก ซุนเสี่ยวเยว่และซ่งเจี๋ยได้ถูกเพิ่มเข้าไปในช่องพันธมิตรแล้ว พวกเธอถูกเพิ่มเข้าไป เพื่อให้ทุกคนสามารถสื่อสารกันได้

“พี่สะใภ้ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ!” กงเฉิงซีหยอกล้ออย่างเคย ทุกครั้งที่เขาเห็นโอหยางโชวและซ่งเจี๋ยแสดงความสนิทสนมกันในระหว่างสงครามมู่เยว่ เขาจะคอยหยอกล้อพวกเขาอยู่เสมอ

คนอื่นๆทั้งหมดแสดงความยินดีกับเธอ หลังจากที่เธอได้สร้างนิกายกระบี่ตงหลี่ขึ้นมาได้แล้ว ในที่สุดเธอก็สามารถจะยืนอยู่ในระดับเดียวกับไป๋ฮัวและเฟิงฉิวฮวงได้ มันทำให้เธอไม่ต้องรู้สึกน่าสังเวชและต้อยต่ำอีกต่อไป

โอหยางโชวถือโอกาสตรวจสอบสถานะของฉายาใหม่ของดินแดน

บ้านแห่งศิลปะการต่อสู้ : ยกระดับคุณภาพร่างกายของประชาชนขึ้น 20%

โอหยางโชวพยักหน้า เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ แม้ว่าจะเป็นเพียงฉายาเดียว โอหยางโชวก็คาดว่าเมืองมือกระบี่(นักดาบ) จะแข่งแกร่งขึ้นอย่างมาก เพราะอย่างไร พวกเขาก็เป็นดินแดนแรกที่ก่อตั้งนิกายขึ้นมา

หลังจากนิกายถูกก่อตั้งแล้ว มีหลายสิ่งที่เธอจะต้องทำ ก่อนหน้านี้ เธอได้บอกเขาแล้วว่า เธอจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในนิกาย ซึ่งจะเป็นเหตุผลให้เธอมีเวลาอยู่กับโอหยางโชวน้อยลง มันจึงทำให้เขารู้สึกเศร้าเล็กน้อย

หลังจากแสดงความยินดีกับเธอแล้ว โอหยางโชวก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อ และกลับลงเขาไป

หลังจากที่ลงเขามาแล้ว เขายังไม่ได้กลับไปที่เมืองหลัก ที่ตีนเขาด้านล่าง ทหารองครักษ์ 1 กองร้อย ได้มารอเขาอยู่ที่นั่น โอหยางโชววางแผนว่า เขาจะเดินทางไปเยี่ยมเยือนเมืองยี่ซุ่ยและเมืองกู่ซาน

นับตั้งแต่ที่เขายึดครองพวกมัน เวลาก็ได้ผ่านไป 1 เดือนแล้ว ในฐานะลอร์ด โอหยางโชวกลับยังไม่เคยไปเยือนพวกมันเลย ซึ่งนับได้ว่ามันเป็นการละเลยหน้าที่ของเขา

เมืองยี่ซุ่ยตั้งอยู่ริมแม่น้ำฉิวซุ่ย หลังจากที่ชางเมืองกู่ซานย้ายมาที่นี่ ประชากรของเมืองก็ทะลุ 10,000 คน

หลังจากที่โอหยางโชวมาถึงเมืองยี่ซุ่ย เขาจึงอัพเกรดเมืองยี่ซุ่ยเป็นเมืองขนาดกลาง สำหรับตำแหน่งผู้ปกครองเมือง เขายังไม่รีบร้อนที่จะแต่งตั้งใคร เขายอมให้หัวหน้าข้าราชการของพวกเขา รับผิดชอบงานประจำวันชั่วคราว

การควบควมของเมืองยี่ซุ่ยและเมืองกู่ซาน ได้ควบรวมระบบการบริหารด้วยเช่นกัน ซึ่งมันทำให้โครงสร้างทางการเมืองของเมืองดีขึ้น

ปัจจุบัน หัวหน้าข้าราชการของเมืองก็คือ อดีตข้าราชการของเมือง สำหรับคำถามที่ว่า โอหยางโชวสบายใจถ้าปล่อยให้คนคนนี้รับผิดชอบหรือไม่? ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เขาคงจะไม่สบายใจ และรีบนำคนจากเมืองหลักของเขามาที่นี่และให้โอกาสพวกเขา

อย่างไรก็ตาม หอการค้าขุ่ยได้ส่งข่าวมาว่า การรับสมัครเป็นไปด้วยดี อีกไม่นานพวกเขาจะส่งคนกลุ่มใหญ่มายังเมืองซานไห่

จากแผนการของโอหยางโชว เขาจะเลือกข้าราชการจากคนในกลุ่มนั้น มารับตำแหน่งผู้ปกครองเมืองยี่ซุ่ย ซึ่งแผนการนี้จะยังรวมไปถึงเมืองกวงซุ่ยและเมืองหยงเย่ที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกด้วย

ในฐานะปราการตะวันออก เมืองยี่ซุ่ยจะรับผิดชอบในการตรวจสอบดินแดนของผู้เล่นในฝั่งตะวันออก ดังนั้น เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะไม่ละทิ้งการป้องกัน หลังจากเมืองทั้ง 2 ได้ควบรวมเข้าด้วยกัน เมืองยี่ซุ่ยก็ได้ปฏิบัติตามมาตรฐาน โดยได้ก่อตั้งกองพันทหารป้องกันเมืองขึ้นมา

การมาที่นี่ของโอหยางโชว นอกเหนือจากมาดูแล้ว เขายังมาตรวจสอบการฝึกอบรมของกองพันป้องกันเมืองด้วย สิ่งที่เขาได้เห็นทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก ทหารเหล่านี้เป็นเพียงมือใหม่ที่เหลืออยู่จากทั้ง 2 เมือง แม้ว่าจะรวมประชากรของทั้ง 2 เมืองไว้ด้วยกันแล้ว พวกเขาก็แทบจะไม่สามรถสร้างกองพันขึ้นได้

เพื่อเสริมสร้างพลังต่อสู้ให้กับพวกเขา โอหยางโชวได้เลือกทหารชั้นสูง 10 นาย จากกองร้อยทหารองครักษ์ เข้าร่วมกับกองพันป้องกันเมืองยี่ซุ่ย โดยทหารชั้นสูงเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นนายกองและนายพัน สำหรับนายทหารเดิม โอหยางโชวลดตำแหน่งของพวกเขาเหลือเพียงแค่หัวหมู่

เขาได้ให้เป้าหมายกับพวกเขา คือการกวาดล้างค่ายโจร เพื่อเป็นการเพิ่มกำลังรบให้กับพวกเขา

นอกเหนือจากกองพันป้องกันเมืองแล้ว เขาก็ไม่ได้มองข้ามสิ่งอำนวยความสะดวกในการป้องกันอื่นๆ

เมื่อเทียบกับเมืองเทียนเฟิง กำแพงเมืองของเมืองยี่ซุ่ยแย่กว่ามาก มันเป็นกำแพงที่ทำมาจากโคลน

หลังจากที่โอหยางโชวเห็นมัน เขาก็ตัดสินใจว่า จะต้องเริ่มโครงการสร้างกำแพงเมืองใหม่

จากแผนการในระยะยาวของเขา ในอนาคต เมืองยี่ซุ่ยจะอัพเกรดเป็นเมืองขนาดกลางระดับ 2 ดังนั้น กำแพงเมืองจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานของเมืองขนาดกลาง และยาวด้านละ 5 กิโลเมตร

หลังจากที่โอหยางโชวตัดสินใจออกคำสั่งต่างๆในเมืองยี่ซุ่ย โอหยางโชวก็พักที่นี่หนึ่งคืน

ในวันรุ่งขึ้น โอหยางโชวนำกองร้อยทหารองครักษ์ของเขาออกไปจากเมือง มุ่งหน้าสู่เมืองกู่ซาน ซึ่งห่างออกไปเพียงเล็กน้อย มีกลุ่มผู้นำเผ่าคนเถื่อนภูเขารอคอยเขาอยู่ที่นั่น

หลังจากที่เขากวาดล้างโจรภูเขาบนสันเขาเอ้อซี ชื่อเสียงและตำแหน่งของเมืองซานไห่ที่อยู่ในหัวใจของคนเถื่อนภูเขาก็เพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับใหม่ โดยเฉพาะทรัพยากรที่เขาทิ้งไว้ มันได้ช่วยแก้ปัญหาต่างๆมากมายให้กับำวกเขา

หลังจากที่เผ่าคนเถื่อนภูเขานำเอาทรัพยากรทั้งหมดไปแล้ว พวกเขาก็เผาที่มั่นบนภูเขาทิ้ง เราจะสามารถเห็นได้ว่า พวกเขามีความเกลียดชังที่ฝังลึกมากเพียงใดกับพวกโจรภูเขาเหล่านั้น

คนเถื่อนภูเขาเป็นชนชาติที่ปฏิบัติต่อเพื่อนและศัตรูของพวกเขาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พวกเขาจะเกลียดชังเหล่าคนที่รุกรานพวกเขา ในขณะเดียวกัน พวกเขาจะจดจำบรรดาผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือพวกเขาอย่างไม่มีวันลืม

ด้วยตัวอย่างก่อนหน้านี้ ที่นักรบคนเถื่อนภูเขาเข้าร่วมกับเมืองซานไห่ และการย้ายถิ่นฐานของคนเถื่อนภูเขามายังเมืองฉิวซุ่ย เทียนเหวินจิงเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า การชักชวนเผ่าขนาดใหญ่ 1 เผ่า, เผ่าขนาดกลาง 3 เผ่า และเผ่าขนาดเล็กอีก 7 เผ่า นี้ ให้ลงจากภูเขามาตั้งถิ่นฐานในเมืองกู่ซาน จะเป็นเรื่องง่าย และที่ตั้งของเผ่าเหล่านี้ก็อยู่ไม่ไกลจากที่นั่นนัก

เมื่อเผ่าคนเถื่อนภูเขาทั้ง 11 เผ่า ย้ายลงมาตั้งถิ่นฐานที่เมืองกู่ซาน พวกเขาจะรวมกลุ่มกัน และปกครองตัวเอง

จากสัญญาของโอหยางโชว นอกเหนือจากสาขาของธนาคาร 4 สมุทรแล้ว ข้าราชการและพนักงานทั้งหมดในเมืองจะเป็นคนเถื่อนภูเขา สิ่งเดียวที่เมืองซานไห่จะแทรกแซงก็คือ การสร้างกองพันป้องกันเมือง

แฟนเพจ : TWOแปลไทย

จบบทที่ TWO Chapter 240 กลายเป็นมีชื่อเสียง

คัดลอกลิงก์แล้ว