- หน้าแรก
- ข้าสุ่มระบบใหม่ทุกวัน
- บทที่ 124 จันทราไร้พรมแดน
บทที่ 124 จันทราไร้พรมแดน
บทที่ 124 จันทราไร้พรมแดน
###
จากเหตุการณ์ก่อนหน้า เย่เทียนอี้กลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจในหมู่ผู้แข็งแกร่ง
"ต่อไป เราจะเขียนบทกลอนกัน ภายในยี่สิบนาที แต่ละคนต้องแต่งกลอนหนึ่งบท ใช้ ‘จันทรา’ เป็นหัวข้อ ท่านใดเห็นด้วยหรือไม่?" จูเก๋อเฟิงกล่าว
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
การแต่งกลอนด้วยหัวข้อ ‘จันทรา’ ถือเป็นหัวข้อยอดนิยมในวรรณกรรมโบราณ
จากนั้นทุกคนจึงเริ่มแต่งกลอน
ยี่สิบนาทีผ่านไป
ผู้อาวุโสแปดท่านด้านบนกำลังตรวจบทกลอนของแต่ละคน ขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมงานด้านล่างพักผ่อนและสนทนากันตามอัธยาศัย
"เฮ้ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" ซือเจียอีถามเย่เทียนอี้ด้วยความประหลาดใจ
ไป๋หานเสวี่ยก็ยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าสงสัย
"ก็ไม่มีอะไร ข้าแค่พอมีความรู้เรื่องนี้บ้าง ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่? พวกเจ้าจะไปรู้ได้ยังไงว่าข้าเคยเรียนหรือเปล่า? เมื่อก่อนข้าเป็นคนไร้ค่า พี่สาวข้าเลยส่งไปเรียนมัธยมเพื่อให้ได้ความรู้ ข้าก็เลยได้เรียนมาพอสมควร" เย่เทียนอี้อธิบาย
"เว่อร์เกินไปแล้วมั้ง!" ซือเจียอีร้องเบา ๆ
"ไม่เท่าไรหรอก" เย่เทียนอี้ยักไหล่
"งั้นกลอนที่เจ้าพึ่งเขียนล่ะ เกี่ยวกับจันทรา เขียนว่าอะไร?" ไป๋หานเสวี่ยถามด้วยความอยากรู้
เย่เทียนอี้ยิ้มเล็กน้อย "ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวพวกเขาก็ประกาศออกมาเอง"
หญิงสาวทั้งสอง: ???
ในเวลานั้นเอง จูเก๋อเฟิงถึงกับลุกขึ้นตบโต๊ะด้วยความตื่นเต้น!
"ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมจริง ๆ! กลอนดี! กลอนที่ดีเยี่ยม!"
จูเก๋อเฟิงตื่นเต้นจนกล่าวออกมา
แม้เขาจะเป็นผู้ฝึกตน แต่เขารักบทกวีเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อเห็นบทกลอนดี ๆ จึงอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น
สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขา ต่างหวังว่ากลอนที่เขาชมจะเป็นของตน
"ทุกท่านมาดูนี่เถิด!"
จูเก๋อเฟิงส่งกระดาษแผ่นนั้นให้คนอื่นดู
หลิวชิงอวี่มองแล้วพึมพำด้วยความตกตะลึง "นี่เป็นบทกลอนที่ดีที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นในรอบปีนี้"
กษัตริย์แห่งจักรวรรดิหิมะเองก็สนใจ พอได้อ่านก็อดเอ่ยชมไม่ได้
"ยอดเยี่ยม!"
แม้แต่หวงฝู่กงเองก็เบิกตากว้างเมื่อได้อ่าน
ทุกคนต่างจ้องมองด้วยความอยากรู้
จากนั้น พวกเขาก็หันไปมองเย่เทียนอี้
จูเก๋อเฟิงเดินลงมายืนต่อหน้าเขา
ทุกคนชะงักงัน
จะเป็นเขาจริงหรือ?
"เย่เทียนอี้ เจ้าแต่งกลอนนี้เองหรือ?"
จูเก๋อเฟิงกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อ นี่ไม่ใช่กลอนที่ชายหนุ่มอายุยี่สิบต้น ๆ จะเขียนได้
เย่เทียนอี้พยักหน้าเบา ๆ "ใช่แล้ว"
"เฮ้อ..."
จูเก๋อเฟิงถอนหายใจ ก่อนเดินไปเขียนกลอนนั้นลงบนกระดานด้วยลายมือเร่งรีบ
《บทเพลงแห่งแม่น้ำ – จันทราใดเล่าเกิดขึ้นเมื่อใด》
จันทราใดเล่าเกิดขึ้นเมื่อใด? ยกจอกถามฟ้าคราม
มิรู้ในตำหนักวิมานเบื้องบน คืนนี้คือปีใด?
ข้าปรารถนาจะโบยบินกลับไป แต่เกรงว่าตำหนักแก้วหยกเย็นเยียบจะเหน็บหนาวเกิน
ลุกขึ้นร่ายรำ แสงจันทร์ทอดเงาใส ช่างต่างจากโลกมนุษย์
ล่องผ่านหอแดง ต่ำลงเคียงประตูอาภรณ์ ลำแสงส่องถึงคนไร้แรงนิทรา
จันทรานี้ไม่ควรมีความแค้น เหตุใดจึงกลมดั่งเดิมในยามจากลา?
มนุษย์มีเศร้า สุข พราก พบ จันทรามีแหว่งเต็มหม่นแจ่ม ความไม่สมบูรณ์คือวิถีแห่งกาล
ขอเพียงคนเรายืนยาว แม้ห่างกันพันลี้ ก็ได้ชมจันทร์เดียวกัน
——
นี่คืออีกโลกหนึ่ง เย่เทียนอี้ไม่ได้เรียกว่า "ลอก" หากแต่เป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรม กลอนนี้คือสุดยอดในประวัติศาสตร์จีน หากไม่รู้สึกตื่นตะลึงจริง ๆ เย่เทียนอี้คงสงสัยในระดับรสนิยมของผู้ชมแล้ว
ทุกคนเมื่อเห็นกลอนนี้ก็แทบลุกขึ้นยืนด้วยความตะลึง!
"เป็นไปไม่ได้!"
ฉินเชาและพวกเขาไม่เชื่อว่านี่เป็นผลงานของเย่เทียนอี้
จูเก๋อเฟิงกล่าวอย่างตื่นตะลึงว่า "กลอนบทนี้ครึ่งแรกกล่าวถึงการชมจันทร์ มีทั้งจินตนาการอันสูงส่งและการวางตนอย่างมั่นคง แสดงถึงบุคลิกอันกล้าหาญ ยกฟากฟ้าเป็นมิตร ยกจอกเหล้าขึ้นถาม นี่คือลักษณะของผู้มีจิตใจยิ่งใหญ่ ส่วนครึ่งหลัง เชื่อมโยงจากจันทร์กลมถึงความพรากจาก สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของชีวิตมนุษย์ กลอนบทนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็น ‘กลอนอมตะของแผ่นดิน’!"
ฮือ——
ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ถึงขั้นกลอนอมตะแห่งยุค?
"ยอดเยี่ยมจริง ๆ! วรรค ‘จันทราใดเล่าเกิดขึ้นเมื่อใด ยกจอกถามฟ้าคราม’ และ ‘ขอเพียงคนเรายืนยาว แม้ห่างกันพันลี้ ก็ได้ชมจันทร์เดียวกัน’ ดีมาก! ข้าเสนอว่า กลอนบทนี้ควรเขียนไว้ในตำราเรียน ท่านทั้งหลายว่าอย่างไร?" กษัตริย์หิมะกล่าว
"สมควรยิ่ง ต้องเป็นกลอนบังคับท่องจำ!" หวงฝู่กงกล่าว
หลิวชิงอวี่หันมองเย่เทียนอี้อีกครั้ง
ทั้งกลอนคู่เมื่อครู่ บวกกับบทนี้ ทำให้นางรู้สึกว่า…ตนเทียบเขาไม่ได้เลย
เย่เทียนอี้กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจอย่างแท้จริง เหล่าสตรีในงานล้วนมองเขาด้วยสายตาเปล่งประกาย ไป๋หานเสวี่ยเองก็รู้สึกว่าเย่เทียนอี้ในยามนี้ราวกับส่องแสง!
เขามอบความประทับใจอย่างเกินคาด
มู่เชียนเสวี่ยเข้าใจบทกลอน และยอมรับว่าเยี่ยมยอดจริง ๆ
"เย่เทียนอี้ เจ้าแต่งบทกวีนี้เองจริงหรือ?"
จูเก๋อเฟิงยังรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้! มันเหลือเชื่อเกินไป!
"ท่านจูเก๋อ เรื่องบทกวีที่แต่งเกี่ยวกับจันทราเป็นหัวข้อยอดนิยม จะเตรียมไว้ล่วงหน้าก็ไม่แปลกอะไร และเจ้าเย่เทียนอี้นี่ตั้งแต่เด็กก็ไม่เอาถ่าน ตอนนี้อายุยังไม่ถึงยี่สิบ จะให้ข้าเชื่อว่าเขาแต่งบทกวีนี้เอง ข้าไม่เชื่อเด็ดขาด ข้าว่าบทนี้ต้องเป็นผลงานของผู้อื่นที่เขานำมาลอก แล้วบังเอิญตรงกับหัวข้อจันทราเท่านั้น แม้เขาจะมีฝีมือ แต่จะให้แต่งได้สมบูรณ์ขนาดนี้ในเวลาอันสั้น มันเป็นไปไม่ได้!" เหอฉางอวี้กล่าวพร้อมคารวะ
"ใช่แล้ว ๆ คนอายุน้อยอย่างเขาจะสามารถแต่งบทเช่นนี้ได้อย่างไร? ถ้าเป็นแม่นางชิงอวี่ เรายังพอเชื่ออยู่บ้าง!"
"จริง ข้าไม่เชื่อ!"
ผู้คนพากันส่งเสียงสนับสนุน!
พวกเขาต่างอิจฉาเกินจะยอมรับได้!
หลินฉางเทียนออกมากล่าวว่า "ทุกท่าน ข้าเคยเรียนโรงเรียนเดียวกับเย่เทียนอี้ ข้าย่อมรู้จักเขาดีดุจคนใน เถียงไม่ได้ว่าเขาเคยเป็นคนเหลวแหลกจริง ๆ ข้าเองก็คิดว่าเขาไม่มีทางแต่งเองได้"
เหล่าผู้ทรงอิทธิพลครุ่นคิดเล็กน้อย
"เย่เทียนอี้ เจ้าจะว่าอย่างไร?" จูเก๋อเฟิงถาม
แม้จะรู้สึกตะลึง แต่คำพูดของพวกเขาก็ทำให้เกิดความสงสัย เพราะทุกคนยืนยันตรงกันว่าเย่เทียนอี้เคยเละเทะแค่ไหน แม้บทกลอนจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ยิ่งดีมากกลับยิ่งน่าสงสัย
ก็เหมือนกับคนไม่เคยเรียนหนังสือกลับทำโจทย์คณิตศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างง่ายดาย เจ้าจะเชื่อว่าเขาทำเองหรือไม่?
"ไม่มีอะไรจะพูด ไม่เชื่อก็แล้วแต่เถอะ ข้ายอมรับอยู่แล้วว่าเป็นคนเลว"
มันช่างสะเทือนใจเกินไป พวกผู้มีอำนาจยังคงอึ้งอยู่ ด้วยสภาพปกติพวกเขาก็ยากจะเชื่อ บทหนึ่งของหลิวชิงอวี่ยังนับว่ายอดเยี่ยม แล้วจะให้มีบทที่สองอีกคนอย่างนั้นหรือ? ต่อให้เป็นหลิวชิงอวี่เองก็ยังต้องใช้เวลา! เพราะฉะนั้นคำพูดพวกนั้นย่อมทำให้เกิดความลังเล ซึ่งเป็นเรื่องปกติอย่างที่สุด
"เช่นนี้เถอะ ข้าขอเสนอให้ใช้หัวข้อที่ไม่เป็นที่นิยม หากเขายังสามารถแต่งได้อย่างยอดเยี่ยม เช่นนั้นเราจะยอมรับโดยไม่มีข้อโต้แย้ง!" เหอฉางอวี้กล่าว
"อืม..."
เหล่าผู้อาวุโสขมวดคิ้วไตร่ตรอง
"ดี เย่เทียนอี้ ข้าก็หวังว่าเจ้าจะมีความสามารถแท้จริง หากเจ้าไปลอกผลงานของผู้อื่น ที่อื่นข้าไม่ว่า แต่ในงานประลองเช่นนี้ ข้าจะโกรธมาก! แต่หากเป็นผลงานของเจ้าเอง เจ้าก็แค่พิสูจน์ตน หากไม่พิสูจน์ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยสำหรับข้า ข้าจะเชื่อว่านั่นเป็นของเจ้าเอง" จูเก๋อเฟิงกล่าว
ผู้ที่ไม่รู้จักเย่เทียนอี้ย่อมคิดว่าอาจเป็นจริง แต่ผู้ที่รู้จักเขาอย่างฉินเชา หลินฉางเทียน รวมถึงเหอฉางอวี้ที่เคยสืบข้อมูล ล้วนคิดเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! เขาต้องอับอายเป็นแน่!
ซือเจียอีและไป๋หานเสวี่ยไม่ใช่ว่าไม่เชื่อในตัวเย่เทียนอี้ แต่พวกนางรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อเกินไปจริง ๆ และลึก ๆ ก็หวังว่าเขาจะเป็นคนแต่งเองจริง ๆ
"เช่นนั้น หัวข้อที่ไม่ใช่กระแสก็ยังมีอยู่ ในงานครั้งนี้ แม่นางชิงอวี่ น้องสาวของนาง รวมถึงสองสาวงามทางโน้นต่างงดงามดุจเทพธิดา แต่บทกวีที่สดุดีหญิงงามกลับมีน้อยมาก เพราะฉะนั้น ข้าขอเสนอหัวข้อ 'หญิงงาม' ให้เป็นโจทย์ในการประลองครั้งนี้ดีหรือไม่?" กษัตริย์แห่งจักรวรรดิหิมะกล่าว
"ดี! ใช้หญิงงามเป็นหัวข้อ นี่แหละหัวข้อที่เตรียมตัวล่วงหน้าไม่ได้ ข้าเห็นด้วย!" หวงฝู่กงกล่าว
จูเก๋อเฟิงพยักหน้า "เช่นนั้นก็ตามนี้ บทกวีเมื่อเทียบกับบทกลอนแล้วยังง่ายกว่า ครั้งนี้จะให้เวลาเพียงสิบห้านาที หลังจากนั้นพวกเราจะตรวจผลงาน!"
ทุกคนกลับไปนั่งที่เดิม เหล่าผู้ทรงอำนาจแน่นอนว่าย่อมจับจ้องเย่เทียนอี้เป็นพิเศษ
เย่เทียนอี้รู้สึกอึดอัดใจ เขาไม่ได้ตั้งใจจะอวดเก่งเลยจริง ๆ เห็นหรือไม่ว่าเขาพูดน้อยแค่ไหน? แม้แต่ไม่อยากอธิบาย แต่เจ้าพวกนั้นกลับหาเรื่องเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วเขาจะทำอย่างไรได้ล่ะ?
ก็อวดเก่งมันซะเลย!
เฮ้อ ชีวิตผู้ชายช่างยากนัก! โดยเฉพาะผู้ชายที่เพียบพร้อมยิ่งแล้วไปกันใหญ่! หล่อก็กลายเป็นเป้า!
จากนั้นเย่เทียนอี้ครุ่นคิด
ในแผ่นดินฮวาเซี่ย บทกวีสดุดีหญิงงามนั้นมีน้อย เพราะชาวโบราณมักขี้อาย และบทที่เขียนได้ดีจริง ๆ ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ ทว่า...มันก็ยังมีบทที่เป็นยอดอยู่นั่นเอง!
คิดได้ดังนั้น เย่เทียนอี้ก็เริ่มลงมือเขียน!
พวกเจ้าทั้งหลาย จงเตรียมตัวตกตะลึงเถิด! เหล่าสาวงามทั้งหลาย จงเตรียมใจเต้นให้ดี!
เพราะบทกวีนี้ จะกลายเป็นผลงานอมตะในหัวใจของทุกคน!
....
แปลผิดแปลถูกขออภัยด้วย