เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 - ชิมไวน์? ผมน่ะระดับมืออาชีพ!

บทที่ 49 - ชิมไวน์? ผมน่ะระดับมืออาชีพ!

บทที่ 49 - ชิมไวน์? ผมน่ะระดับมืออาชีพ!


บทที่ 49 - ชิมไวน์? ผมน่ะระดับมืออาชีพ!

และแล้ว หลินหยวนก็เดินตามหลัง รปภ. เข้างานไปแบบหน้าด้านๆ

นาทีนี้ ชาวเน็ตในไลฟ์สดระเบิดลงตูมตาม

——【เชี่ยเอ๊ย! เข้าได้จริงดิ? ไม่ใช่แค่เข้าได้ แต่โดนเชิญเข้าเนี่ยนะ? จะบ้าไปกันใหญ่แล้ว!】

——【จำไว้เลย ต่อไปที่ไหนเข้าไม่ได้ กูจะแบกบันไดไป ใครๆ ก็คงนึกว่าเป็นช่างซ่อมบำรุงสินะ?】

——【ไอ้คนที่บอกจะหกสูงกินขี้โชว์ ออกมาด่วน หลินหยวนเข้าได้แล้ว ว่าไง?】

——【ไอ้ขี้แพ้ ดีแต่ปาก ป่านนี้มุดดินหนีไปแล้ว เมื่อกี้กูยังลุ้นตัวเกร็ง นึกว่าจะโดนจับได้ ที่ไหนได้ให้เข้าทางด่วน เปิดหูเปิดตาชิบหาย!】

พอเข้าโถงมาได้ หลินหยวนไม่ได้แบกบันไดบุกเข้างานชิมไวน์ทันที

เพราะเป้าหมายคือมาขายบ้าน ไม่ได้มาซ่อมตึกจริงๆ

ทั้งคู่เดินตามป้ายบอกทางไปจนถึงห้องน้ำที่อยู่มุมลึกสุดของห้างเฟอร์นิเจอร์

ตรงนี้ปลอดคน เงียบสงบ ไม่เสี่ยงความแตก

พอเข้าห้องน้ำปุ๊บ หลินหยวนรีบสั่งตากล้อง "เร็วๆๆ วางไว้ข้างกำแพง!"

ตึ้ง!

เสียงบันไดกระแทกพื้น

วางบันไดพับชิดมุมกำแพงอย่างมั่นคง

หลินหยวนรีบถอดหมวก ถอดเสื้อคลุมแขวนไว้กับบันได เพราะเดี๋ยวต้องเอาไปคืนลุงช่าง หายไม่ได้

ล้างมือเสร็จ สะบัดผมเก๊กหล่อ ยิ้มมั่นใจ "ไป! พี่จะพาไปกินของดี!"

ตากล้องตาเป็นประกายวิบวับ!

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาจะได้ร่วมงานไฮโซแบบนี้

หารู้ไม่ว่า หลังจากพวกเขาเดินออกไปไม่นาน บันไดพับที่วางพิงกำแพงก็ค่อยๆ ไหลรูดลงมา แล้วกระแทกดังปัง!

ไปขัดกับประตูห้องส้วมฝั่งตรงข้ามเข้าล็อคพอดีเป๊ะ

วินาทีต่อมา มีเสียงคนผลักประตูจากด้านใน

ผลักอยู่หลายทีก็ไม่ออก ยิ่งผลักยิ่งหงุดหงิด

ตามมาด้วยเสียงตะโกนอย่างงงๆ แต่ดุดัน "เชี่ยไรวะ? ทำไมประตูเปิดไม่ออก?"

"เฮ้ย!! กระดาษทิชชู่อยู่ไหน!! เฮ้ย!! มีใครอยู่ไหม!! กูยังอยู่ในนี้นะเว้ย..."

หลินหยวนไม่ได้ยินเสียงนกเสียงกา พากล้องเดินลิ่วๆ เข้าสู่โถงงานชิมไวน์

ภาพที่เห็นคือสถานที่ถูกเนรมิตจนวิจิตรตระการตา ราวกับพระราชวังคริสตัล

เพดานสูงลิบประดับด้วยโคมระย้าคริสตัลนับร้อย ส่องแสงระยิบระยับ

ผนังแขวนภาพเขียนสีน้ำมัน ผู้คนจับกลุ่มถือแก้วไวน์ พูดคุยหัวเราะพลางชมงานศิลปะ

คนเยอะจนเรียกว่ามืดฟ้ามัวดิน แต่ละคนดูผู้ดีมีสกุล

เสียงเปียโนบรรเลงคลอเคล้ากลิ่นหอมของไวน์แดง ชวนให้เคลิบเคลิ้ม

บริกรใส่สูทดำถือถาดเครื่องดื่ม คอยบริการแขกเหรื่ออย่างขยันขันแข็ง

กลางโถงมีเวทีใหญ่ปูพรมแดงกำมะหยี่

ฉากหลังเป็นจอโปรเจคเตอร์ยักษ์ ฉายวีดิทัศน์แนะนำงานชิมไวน์หงซิง

รอบเวทีมีบูธจัดแสดงกระจายอยู่ บูธละสิบกว่าตารางเมตร

บนบูธมีชั้นวางไวน์เรียงรายเป็นระเบียบ พร้อมอุปกรณ์เกี่ยวกับไวน์ครบครัน

พวกเขาคือตัวแทนจากไร่ไวน์ที่มาร่วมประมูล

หลินหยวนมองภาพตรงหน้าแล้วต้องเดาะลิ้น

เกิดมาสองชาติเพิ่งเคยเจอฉากอลังการแบบนี้ รู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในสังคมชั้นสูงยังไงชอบกล

ตากล้องเดินตัวลีบอยู่ข้างหลัง มองชุดของแขกแล้วก้มมองชุดตัวเอง ถามเสียงอ่อย "พี่... ผมเพิ่งเคยมาที่แบบนี้ เราแต่งตัวแบบนี้จะโดนจับโป๊ะไหมอะ?"

หลินหยวนยิ้มชิลๆ โบกมือหยอยๆ "กลัวอะไร... เขาไม่กินหัวเอ็งหรอกน่า"

"ดูคนพวกนี้สิ แต่งตัวดี๊ดี แต่ข้างในกลวงโบ๋กี่คนพวกเขารู้ตัวดี"

"อย่าคิดว่าใส่สูทแล้วจะเป็นไฮโซกันหมด พวกคอไวน์พวกนี้ชอบสร้างภาพ ทำพิธีรีตองเยอะแยะเพื่ออัพเกรดตัวเองเฉยๆ"

ฟังหลินหยวนวิเคราะห์ ตากล้องกลืนน้ำลายเอือก ถามอย่างไม่มั่นใจ "จริงเหรอพี่... แต่ประเด็นคือ ผมสร้างภาพเรื่องไวน์ไม่เป็นอะดิ"

หลินหยวนยิ้มเจ้าเล่ห์ "ง่ายจะตาย เดี๋ยวพี่สอน"

"ห๊ะ?" ตากล้องทำหน้าเหวอ "พี่ดูไวน์เป็นด้วย?"

หลินหยวนหยิบแก้วไวน์เปล่าจากโต๊ะข้างๆ แล้วยกเหยือกพักไวน์รินใส่แก้วประมาณ 1/3 แกว่งเบาๆ ในมือ

แล้วพูดเนิบๆ ว่า "ดูไว้นะน้อง~ อยากกินไวน์ให้ดูแพง หลักสำคัญคือศิลปะการใช้คำและสีหน้าท่าทาง"

"ขั้นแรก ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง สามนิ้วจับที่ก้านแก้วเรียวๆ"

"แล้วเอียงแก้วขนานกับโต๊ะ แกล้งทำเป็นส่องดูสี ทำหน้าตายด้านเหมือนไม่แคร์โลกเข้าไว้"

ตากล้องมองท่าทางจริงจังของหลินหยวนแล้วเริ่มคล้อยตาม

"จำไว้ ตาอย่าละจากแก้ว พอดูเสร็จ ก็พูดว่า ไวน์สวยจัง สีทับทิมใสสง่างาม"

หยุดเว้นจังหวะสักพัก

"แล้วก็ขั้นที่สอง ดมกลิ่น!"

"ยกแก้วขึ้นมา เอาจมูกยื่นเข้าไปในแก้วสูดเบาๆ จำไว้ ตอนดมต้องหลับตา ทำหน้าฟินเหมือนคนน่าหมั่นไส้เข้าไว้"

ฟุดฟิด~

หลินหยวนสาธิตด้วยการสูดเบาๆ ต่อหน้าตากล้อง แล้วส่ายหัวอย่างดื่มด่ำค่อยๆ ลืมตาขึ้น

"กลิ่นผลไม้ดำเข้มข้น แซมด้วยกลิ่นกาแฟและช็อกโกแลตจากถังไม้โอ๊ก"

ตากล้องยืนงง

ท่าทางนี้ คำพูดนี้ ถึงจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่รู้สึกว่าโคตรดูดีมีระดับ

หลินหยวนดึงสติกลับมาแล้วสอนต่อ "ถ้าอยากจะอัพเลเวลความขี้เก๊กให้สุด ก็ต้องพูดชื่อผลไม้ดำที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก"

"เช่น ผมได้กลิ่นแบล็กเคอร์แรนท์และแบล็กเบอร์รี่เหมือนตอนไปเที่ยวยุโรปปีที่แล้วเลย!!"

"เชี่ย!" ตากล้องหลุดขำ

"แม่งโคตรขี้โม้เลยพี่! ไอ้ที่พี่พูดมาผมไม่เคยได้ยินสักอย่าง!"

หลินหยวนแกว่งแก้วยิ้มๆ "นี่ยังแค่น้ำจิ้ม ยังไม่จบ ดูแล้ว ดมแล้ว ต่อไปต้องชิม จิบเข้าไปนิดหนึ่ง จำไว้ อย่าเพิ่งกลืน"

"ต้องกลั้วไว้ในปาก แกล้งทำเป็นบ้วนปากสัก 5-10 วินาที แล้วค่อยกลืน หรือจะบ้วนทิ้งก็ได้"

พูดจบ หลินหยวนก็สาธิตสดๆ จิบเข้าไปนิดหนึ่ง แล้วกลั้วปากเหมือนบ้วนปากตอนเช้า ทำหน้าตาบิดเบี้ยวเวอร์วัง

กลุ่กๆๆๆ

กลั้วอยู่ประมาณ 7-8 วิ ก็กลืนลงคอ

"พอกินเสร็จต้องเงยหน้าหรือก้มหน้า 45 องศา ทำหน้าครุ่นคิด เหมือนพวกปัญญาชนจอมปลอม"

ตากล้องมองหลินหยวนมือหนึ่งถือแก้ว อีกมือลูบคางเงยหน้ามองเพดาน ทำหน้าตาน่าตบ รู้สึกชาไปทั้งตัว

หลินหยวนสาธิตเสร็จก็สรุปเสียงเรียบ "ท่านี้ต้องมีนะ มันดูไฮโซ"

"กินเสร็จต้องพูดเนิบๆ ว่า อืม ความสมดุลและความซับซ้อนทำได้ดี แต่รสสัมผัสจางหายเร็วไปหน่อย"

พอจบกระบวนการ หลินหยวนยักคิ้วให้ตากล้อง "เป็นไง? สกิลตอแหลรอบนี้ให้กี่คะแนน? จำได้หมดยัง?"

ตากล้องมองตาหลินหยวน มุมปากกระตุกยิกๆ

ตาดูทัน แต่สมอง? ลืมหมดแล้ว

หน้าตาท่าทางมันจะเวอร์ไปไหน? แล้วไอ้คำพูดพวกนั้น ยิ่งฟังไม่รู้เรื่องยิ่งดูแพงใช่ไหม!

ถ้าทุกคนกินไวน์ท่าเยอะแบบนี้ ไม่เหนื่อยตายเหรอ?

เขาปักใจเชื่อว่าหลินหยวนแค่แกล้งปั่นหัวเล่น ไวน์บ้าอะไรจะกินพิสดารขนาดนี้

แต่ทว่าจังหวะนั้นเอง...

สาวสวยหน้าเรียววีเชปในชุดราตรีสีแดงสด สวมส้นสูง เดินยิ้มหวานตรงดิ่งมาทางพวกเขา

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 49 - ชิมไวน์? ผมน่ะระดับมืออาชีพ!

คัดลอกลิงก์แล้ว