เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 - ปลายทางของร่างไร้วิญญาณ

บทที่ 39 - ปลายทางของร่างไร้วิญญาณ

บทที่ 39 - ปลายทางของร่างไร้วิญญาณ


บทที่ 39 - ปลายทางของร่างไร้วิญญาณ

"ผมพูด! ผมพูดครับ! ผมขอสารภาพเพื่อลดโทษ พวกผมแค่โดนซื้อตัวครับ ไม่ได้ทำเรื่องผิดศีลธรรมร้ายแรงอะไรเลย"

อีกคนรีบผสมโรง "ใช่ๆๆ ผอ.ศูนย์ให้เงินพวกเราบอกให้ทำเป็นไม่เห็น แค่หุบปากไว้ เรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวกับเราเลยนะครับ"

เห็นทั้งสองแย่งกันปัดความรับผิดชอบ ผกก.หยาง แค่นเสียงเย็น "นี่ยังไม่เรียกว่าผิดศีลธรรมอีกเหรอ? เล่ามาให้หมดอย่างละเอียดเดี๋ยวนี้!"

"ครับๆๆ ผมเล่าครับ!"

ตอนนี้ทั้งคู่ขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว ไม่กล้าปิดบังแม้แต่นิดเดียว เล่าความจริงออกมาจนหมดเปลือกในเวลาไม่นาน

เหมือนที่หลินหยวนเดาไว้เป๊ะ เจ้าของฌาปนสถานใช้บังหน้าศูนย์รับบริจาคอวัยวะเพื่อลักลอบค้าชิ้นส่วนร่างกาย

แต่พวกเขาก็ไม่ได้ทำกับทุกราย

เพื่อเลี่ยงไม่ให้โดนจับได้ จะมีเกณฑ์การประเมินที่เข้มงวด

ทุกครั้งที่มีศพส่งมา พวกเขาจะประเมินท่าทีของครอบครัวต่อผู้เสียชีวิต

ถ้าเป็นลูกกตัญญูหลานกตเวที ทุกอย่างจะดำเนินไปตามขั้นตอนปกติ ไม่กล้าตุกติก

แต่ถ้าเป็นศพที่ทิ้งไว้นานแล้วไม่มีใครมาดูดำดูดี นั่นแหละเป้าหมาย

คนแบบนี้ ตอนตายยังไม่มีใครสน คงไม่มีใครมาสนใจเรื่องหลังความตายหรอก

พอเจอศพแบบนี้ พนักงานเผาศพก็รู้กัน แกล้งทำเป็นไม่เห็น

ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องขัดใจเจ้านาย แถมได้เงินใช้ ใครจะไม่เอา

จากคำให้การ ในช่วงนี้มีศพถูกแอบขโมยไปไม่ต่ำกว่า 30 ศพ ไม่มีญาติคนไหนระแคะระคาย

พูดให้ถูกคือ ไม่มีใครคิดหรอกว่าโถอัฐิจะกลายเป็นคอนกรีต!

ทุกคนในที่นั้นฟังจบรู้สึกเหมือนโลกทัศน์พังทลาย

ไม่น่าเชื่อว่า 'การประเมิน' จะเอามาใช้กับศพได้!

คนพวกนี้เพื่อเงิน ยอมทิ้งศีลธรรมและจริยธรรมลงโถส้วมไปหมดแล้ว

แต่คิดดูแล้วก็น่าสมเพช

ศพที่โดนขาย แทบทั้งหมดเป็นศพที่ญาติไม่เอา แสดงว่าตอนมีชีวิตอยู่ก็คงไม่ใช่คนดีอะไร

หรือไม่ก็ลูกหลานอกตัญญู

ส่วนคนที่ลูกหลานกตัญญู แสดงว่าตอนมีชีวิตอยู่คงทำตัวดีมาบ้าง

ใครจะไปคิดว่า การเป็นคนดีตอนมีชีวิต จะได้รับผลตอบแทนแบบนี้

ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดต่างก็ตกตะลึง

[ค่าความนิยม] +1+1+1+1

[ค่าความนิยม] +1+1+1+1

—— [เห็นมั้ยพี่น้อง เป็นคนดีกันเถอะ อย่าให้ตายไปแล้วโดนหั่นศพขายโดยไม่รู้ตัว น่าเวทนาเกินไป]

—— [ทำให้นึกถึงพวก Dink (Double Income, No Kids) ที่ชอบบอกว่าตอนหนุ่มสาวขอสบาย แก่ไปลำบากหน่อยก็สมเหตุสมผล อยากรู้จังว่าถ้าดูไลฟ์หลินหยวนวันนี้ จะเปลี่ยนใจมั้ย]

—— [แม่เจ้าโว้ย เดิมทีฉันกะจะครองตัวเป็นโสดตลอดชีวิต ฟังพวกนายพูดแล้วขนลุกซู่ โดนสับไม่พอ ยังโดนผ่าวิจัย แค่คิดก็ปวดตัวไปหมด ไม่ได้การล่ะ ต้องลุกจากเตียง คืนนี้ไปหาแฟนชั่วคราวก่อนดีกว่า]

—— [ใครขวัญอ่อนแนะนำให้ดูไลฟ์หลินหยวนน้อยๆ หน่อย เร้าใจเกินไป ไม่ไหวๆ ไปดูสารคดี ดูความรู้รอบตัวดีกว่า ช่วงนี้มีสารคดีครูอาสา น่าดูมาก แนะนำให้ไปดู]

ครึ่งชั่วโมงต่อมา การสอบสวนเสร็จสิ้น

เรียกว่าสอบสวน ก็เหมือนฟังนิทานมากกว่า

สองคนผลัดกันเล่าเสริมกันไปมา จนได้เรื่องราวที่สมบูรณ์

ผกก.หยาง สูดหายใจลึก สีหน้ายังตกค้างความตกใจ หันไปถามสารวัตรเฉิน "ไอ้ตัวหัวหน้าจับได้รึยัง?"

สารวัตรเฉินพยักหน้า "จับได้แล้วครับ กำลังส่งตัวมา"

"ดี! อีกนานมั้ย ฉันจะสอบปากคำเอง"

"สิบนาทีครับ!"

สิบนาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก เสียงไซเรนรถตำรวจดังมาจากหน้าประตู

ตำรวจติดอาวุธนับสิบนายคุมตัวชายหัวล้านสวมกุญแจมือเดินเข้ามา

"ผกก. ครับ พาตัวมาแล้วครับ นี่คือผู้รับผิดชอบฌาปนสถาน!" ตำรวจนายหนึ่งรายงาน

"อืม!" ผกก.หยาง พยักหน้าเบาๆ สายตาจ้องเขม็งไปที่ชายหัวล้าน

แววตาลึกล้ำและแหลมคมเหมือนดาบ ชายหัวล้านก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าสบตาด้วย

"เรื่องของคุณ ผมรู้หมดแล้ว" ผกก.หยาง เอ่ยช้าๆ น้ำเสียงแฝงอำนาจเด็ดขาด "ตอนนี้ทางเลือกของคุณมีทางเดียว สารภาพมาให้หมด อาจจะมีโอกาสได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันบ้าง"

ชายหัวล้านก้มหน้าเงียบ ทำท่าจะยอมตายไม่ยอมพูด

สารวัตรเฉินเห็นแล้วขัดใจ ตะคอกเสียงดัง "พูด! ทำไมถึงทำแบบนี้ แล้วมีผู้ร่วมขบวนการอีกมั้ย?"

แต่ชายหัวล้านทำหูทวนลม ไม่สนใจคำถามของสารวัตรเฉิน ยังคงจ้องพื้นนิ่ง

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที ทุกคนมองเขาด้วยความโกรธ

คนเลวระยำขนาดนี้ ไม่มีความสำนึกผิดเลยสักนิด

เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วยังทำทองไม่รู้ร้อน น่าโมโหจริงๆ

ผกก.หยาง รู้ดีว่าถามต่อที่นี่ก็ไร้ประโยชน์ ต้องลากไปโรงพักใช้ 'วิชาเรียกความทรงจำขั้นสูง'

แต่เวลาบีบคั้น เขาต้องรู้ให้ได้ว่าชิ้นส่วนที่เหลือของศพที่ถูกขายไปอยู่ที่ไหน

ไม่งั้นพรุ่งนี้เช้าเขาจะเอาหน้าไปตอบสื่อ ตอบเจ้านายยังไง

เผาทิ้งเป็นไปไม่ได้ เปลืองเงินเปลืองแรง ถ้าเผาจริง ในโถอัฐิคงไม่ใช่คอนกรีต

จะฝัง หรือจะเอาไปเลี้ยง...

คงไม่หายวับไปเฉยๆ ต่อให้เน่าเปื่อยก็ต้องเหลือกระดูก

คิดได้ดังนั้น ผกก.หยาง หันไปหาพนักงานเผาศพ เขารู้ว่าถามชายหัวล้านไปก็เปล่าประโยชน์ หาทางเจาะจากสองคนนี้ดีกว่า

"พวกนายสองคน ใครจะบอกฉันได้บ้างว่าศพที่เหลืออยู่ที่ไหน?"

ได้ยินคำถาม ทั้งสองหน้าเปลี่ยนสี รูม่านตาหดเกร็ง

ชายหัวล้านได้ยินก็ตัวสั่นเทา ดวงตาเหมือนงูพิษจ้องเขม็งไปที่พนักงานสองคนนั้น

สารวัตรเฉินเห็นเข้า ตะโกนลั่น "พูด!"

ทั้งสองสะดุ้งโหยง ตัวสั่นงันงก

พนักงานคนที่ใจเสาะรีบอ้าปาก "ผมพูด ผมพูดครับ ศพที่เหลือฝังอยู่ที่..."

แต่ยังพูดไม่จบ

เสียงแหบแห้งตะคอกขัดขึ้น "อยากตายรึไง! ถ้ามึงพูดกูฆ่าล้างโคตรมึงแน่"

"ไอ้สัส!" สารวัตรเฉินอารมณ์ขึ้นทันที พุ่งเข้าไปถีบเปรี้ยง "หุบปาก!"

ลูกถีบหนักหน่วง ขนาดโดนตำรวจสองคนล็อกแขนอยู่ยังล้มกลิ้ง

ผกก.หยาง มองปราดเดียว แล้วหันมาถามสองคนนั้นอีกครั้ง "ว่าไง!"

แต่คราวนี้ ทั้งสองเงียบกริบ แอบชำเลืองมองชายหัวล้าน แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

เพราะพวกเขารู้ว่า โดนตำรวจจับ อย่างมากก็ติดคุก

แต่ถ้าโดนชายหัวล้านแก้แค้น คือตายสถานเดียว

อันไหนหนักเบา พวกเขาแยกแยะได้

ผกก.หยาง เห็นพวกเขาไม่ยอมพูด หน้าดำคร่ำเครียด "ดี! ดีมาก! ไม่พูดใช่มั้ย... เอาตัวกลับไป สอบสวนข้ามคืน!"

"ครับ!"

ทันใดนั้น หลินหยวนก็ก้าวออกมา พูดเบาๆ "ผกก. ครับ ผมอาจจะพอเดาได้ว่าศพอยู่ที่ไหน!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 39 - ปลายทางของร่างไร้วิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว