เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 - เจมส์จอมหน้าเงิน

บทที่ 45 - เจมส์จอมหน้าเงิน

บทที่ 45 - เจมส์จอมหน้าเงิน


บทที่ 45 - เจมส์จอมหน้าเงิน

ห้องผู้โดยสารขาออก ทั้งสองกลุ่มแยกทางกัน

เถียนเสี่ยวเล่อกับเจียงอู่ขึ้นเครื่องก่อน ทั้งคู่บินตรงจากสนามบินนีซไปลงลอสแอนเจลิส ใช้เวลา 11 ชั่วโมง

ก่อนขึ้นเครื่อง เถียนเสี่ยวเล่อติดต่อ 'เจมส์' นายหน้าของเขาในฮอลลีวูด ให้มารับที่สนามบิน

มีเจ้าถิ่นอยู่ด้วย เรื่องหลายอย่างจะง่ายขึ้น

ขึ้นเครื่องปุ๊บ เถียนเสี่ยวเล่อก็หลับปั๊บ

ครึ่งคืนแรกเขาปลอบขวัญถังเยียน พอเธอหลับฝันดี ก็ย่องไปหาเหยียนหนีต่อ

ศึกหนักขนาดนี้ ร่างกายก็ไม่ไหวเหมือนกัน ต้องนอนชดเชยหน่อย

เครื่องแตะพื้น ลอสแอนเจลิสก็เช้าพอดี

"เฮ้อ~~"

ลงเครื่องมา เถียนเสี่ยวเล่อก็สูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่

"เสี่ยวเล่อ เป็นไรไป"

เจียงอู่ถามด้วยความสงสัย นึกว่าเถียนเสี่ยวเล่อไม่ชินกับที่แคบๆ บนเครื่องบิน

"ผมอยากลองดมดูว่าอากาศที่นี่หวานหรือเปล่า ก็ไม่เห็นมีอะไรพิเศษนี่นา"

เถียนเสี่ยวเล่อยักไหล่ พูดประชด

ยุค 80 90 จนถึงยุคมิลเลนเนียม สามยุคนี้ฮิตไปเมืองนอกกันมาก

บ้านรวยมีอำนาจก็อยากไปเมืองนอก ตัวเองไปไม่ได้ ก็หาทางส่งลูกไป อยากไปสูดอากาศหอมหวานที่ต่างประเทศ

"ก็งั้นๆ แหละ"

เจียงอู่ลองสูดบ้าง แล้วพูดเลียนแบบท่าทางจริงจัง

เดินตามฝูงชนออกมา ลอสแอนเจลิสในฐานะเมืองระดับโลก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือนทุกวัน

มองเห็นคนถือป้ายรอรับผู้โดยสารอยู่ไกลๆ

"น้าอู๋ ช่วยดูหน่อย มีคนมารับเราไหม"

เถียนเสี่ยวเล่อบอกเจียงอู่ สายตากวาดมองหาในฝูงชน

ไม่นานเขาก็เจอเป้าหมาย

ชายฝรั่งคนหนึ่งในฝูงชน ชูป้ายตะโกนว่า "tian from the orient (ยินดีต้อนรับ เถียน จากตะวันออก)"

ดูอายุราวสามสิบกว่า ผมทองหวีเรียบแปล้ สวมแว่นกรอบดำ รูปร่างอ้วนเตี้ย ดูแปลกแยกจากฝูงชน

"ไง เจมส์~ (ภาษาอังกฤษคล่องปร๋อ)"

เถียนเสี่ยวเล่อกับเจียงอู่เดินเข้าไปทัก

"เถียน...? ยินดีต้อนรับสู่ลอสแอนเจลิส"

เจมส์เห็นเถียนเสี่ยวเล่อหนุ่มฟ้อเรียกชื่อเขา ก็ชะงักไปนิดนึง

เขาไม่คิดว่าคนเขียนบทที่สร้างสรรค์ผลงานมากมาย จะหนุ่มขนาดนี้

"ผมเอง ช่วงที่อยู่ลอสแอนเจลิส ผมจ้างคุณเป็นไกด์นะ"

"ไม่มีปัญหา ขอแค่ดอลลาร์ถึง"

จักรวรรดินิยมอเมริกานี่มันจริงใจดีแท้ เงินถึง ของก็ถึง

เงินไม่มา ความสัมพันธ์เป็นศูนย์

"มาฮอลลีวูดรอบนี้ จะมาถ่ายหนัง อุปกรณ์ สถานที่ พร็อพ ทีมงาน คุณต้องช่วยประสานงานให้หน่อย"

เถียนเสี่ยวเล่อกับเจียงอู่นั่งเบาะหลัง เจมส์เป็นคนขับ

"โอ้มายก๊อด~ นอกจากจะเป็นนักเขียนบทอัจฉริยะแล้ว คุณยังเป็นนักแสดงยอดฝีมืออีกเหรอเนี่ย"

เจมส์ทำหน้าตกใจอีกรอบ ชมเถียนเสี่ยวเล่อไม่ขาดปาก

เขาเข้าใจไปเองว่า เจียงอู่ที่เงียบๆ เป็นผู้กำกับ ส่วนเถียนเสี่ยวเล่อเป็นนักแสดง

"งั้นคุณทายผิดแล้ว นอกจากเขียนบท ผมยังเป็นผู้กำกับด้วย เพิ่งได้รางวัลจูรี่ไพรซ์จากคานส์มาหมาดๆ ข่าวฮอลลีวูดก็น่าจะลงนะ"

'แผนซ่อนปมในใจ' กระแสแรงในคานส์ เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ 'ฟาเรนไฮต์ 9/11' สื่อฮอลลีวูดจับตามองก็ไม่แปลก

สื่อฮอลลีวูดหลายเจ้าถึงกับสร้างข่าวลือโจมตี 'แผนซ่อนปมในใจ' เพื่อกดดันด้วยซ้ำ

"เหลือเชื่อจริงๆ คุณดูเด็กขนาดนี้ แต่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ คุณมันอัจฉริยะชัดๆ"

เจมส์ขับรถไป หันมาคุยไปเป็นระยะ

ในฮอลลีวูดที่รวมพวกหัวกะทิ ก็ยังไม่มีหนุ่มคนไหนประสบความสำเร็จขนาดเถียนเสี่ยวเล่อในวัยนี้

"เถียน คุณควรมาโตที่ฮอลลีวูด คุณเป็นคนของที่นี่ มีแค่ที่นี่ที่รองรับความสามารถคุณได้"

"เสี่ยวเล่อ อย่าไปฟังมันพล่าม"

เจียงอู่ฟังภาษาอังกฤษออก เจมส์ยอซะขนาดนี้ กลัวเถียนเสี่ยวเล่อจะเคลิ้ม อยากอยู่ต่อจริงๆ

ต้องรู้ไว้ว่า ขนาดจางอี้โหมวกับเฉินข่ายเกอ มาด้วยความมุ่งมั่น สุดท้ายก็ต้องซมซานกลับไป

คนที่แจ้งเกิดในฮอลลีวูดได้จริงๆ มีแค่ผู้กำกับจีนสามคน หลี่อัน (Ang Lee), เจมส์ วาน (Wan Ziren) และจอห์น วู (John Woo) ที่ยังไม่โดนส่งกลับ

พอรู้ว่าเถียนเสี่ยวเล่อเป็นผู้กำกับ เจมส์ก็ค้นมือถือดู จริงๆ ด้วย มีข่าวเกี่ยวกับเขาในฮอลลีวูด

"ผู้กำกับหนุ่มชาวจีนวัย 23 ปี คว้าางวัลจูรี่ไพรซ์จากคานส์!"

รูปประกอบคือตอนที่เถียนเสี่ยวเล่อชูใบประกาศและถ้วยรางวัลด้วยท่าทางฮึกเหิม

พอเห็นข่าว เจมส์ก็ยิ่งกระตือรือร้น ชวนคุยไปตลอดทาง

โรงแรมห้าดาวที่เถียนเสี่ยวเล่อพัก นัดเจมส์ให้เอาบท 'คนเป็นฝังทั้งเป็น' มาให้พรุ่งนี้

เขาส่งแฟกซ์บทไปให้เจมส์จดลิขสิทธิ์ ทางนั้นน่าจะมีสำเนาเก็บไว้

ส่วนรายละเอียดการถ่ายทำค่อยคุยกันพรุ่งนี้

อยู่โรงแรม เถียนเสี่ยวเล่อก็เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ อย่างแรกต้องเช็คก่อนว่าส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์เข้าหรือยัง ไม่งั้นก็จบข่าว

'แผนซ่อนปมในใจ' ค่าลิขสิทธิ์ 12.5 ล้านเหรียญ เขาได้ครึ่งหนึ่งก็ 6.25 ล้านเหรียญ

หักภาษีอากรแสตมป์ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม... เหลือถึงมือ 5.6 ล้านเหรียญ

แลก 1.6 ล้านเหรียญเป็นเงินหยวนเอาไว้พัฒนาเสี่ยวเล่อพิคเจอร์ส ที่เหลือฝากบัญชีต่างประเทศ

อย่างที่สอง โลงศพที่ใช้ถ่ายทำ ต้องออกแบบพิเศษ

'คนเป็นฝังทั้งเป็น' ใช้เวลาถ่ายทำไม่นาน น่าจะจบในหนึ่งเดือน หลักๆ อยู่ที่สภาพความพร้อมของเจียงอู่

...

อเมริกาช่วงเย็น เมืองจีนเป็นเวลากลางวัน

หานซานผิงและนายทุนคนอื่นๆ รีบแจ้นไปรับเครื่อง แต่ไม่เจอเถียนเสี่ยวเล่อ

พอเถียนจ้วงจ้วงบอกว่าบินไปฮอลลีวูดแล้ว ก็รีบโทรหาเถียนเสี่ยวเล่อที่กำลังหลับปุ๋ยจนตื่น

"เสี่ยวเล่อ นายไม่แฟร์เลยนะ มีโปรเจกต์ดีๆ ทำไมทิ้งอาหานไปทำคนเดียวล่ะ นี่ไม่เห็นอาหานเป็นคนกันเองเลยนะ!"

เล่นบทดราม่าครอบครัวซะขนาดนี้ เถียนเสี่ยวเล่อก็เกรงใจ เลยเล่าสถานการณ์ให้ฟัง

"อาหาน หนังทั้งเรื่องมีนักแสดงคนเดียว ฉากเดียว ไปประกวดผมไม่มั่นใจนะ จงอิ่งจะลงทุนจริงเหรอ"

"ลง จงอิ่งสนับสนุนผู้กำกับรุ่นใหม่อยู่แล้ว โดยเฉพาะหนังของนาย"

หานซานผิงไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม แกเล็งเถียนเสี่ยวเล่อไว้แล้ว

จะเอารางวัลก็ได้ จะเอาเงินก็ได้ มองว่าเขาคือ "จางอี้โหมว" คนต่อไป

เถียนเสี่ยวเล่อจำใจรับปาก ไม่ได้คิดจะกินรวบคนเดียวอยู่แล้ว

สร้างเครือข่ายเพื่อนและผลประโยชน์ไว้เยอะๆ แผนต่อไปจะได้ง่ายขึ้น

เศรษฐกิจในประเทศกำลังพุ่งทะยาน วงการบันเทิงก็ต้องไม่น้อยหน้า

ต้องรีบยกระดับระบบอุตสาหกรรมบันเทิงที่ล้าหลังอยู่ 30-50 ปี ให้ทันสมัยขึ้น

ลำพังเขาคนเดียวทำไม่ได้แน่ ต้องมีตัวช่วยที่แข็งแกร่ง

วางสายไม่กี่นาที กวงเสี้ยนกับหัวอี้ก็โทรตามมาติดๆ

เห็นว่าสองเรื่องแรกทำงานด้วยกันดี ดึงสองเจ้านี้มาช่วยหารต้นทุนก็ได้ เงินที่ประหยัดได้จะได้เอาไปทำอย่างอื่น

เช่น หุ้น!

วันรุ่งขึ้น เจมส์มาแต่เช้า พร้อมบทที่ปริ้นท์มาใหม่

เขาอยากรู้มากว่าพล็อต "พิสดาร" แบบนี้จะถ่ายยังไง และก็นับถือคนเขียนบทที่มีจินตนาการล้ำเลิศขนาดนี้

เจียงอู่คว้าบทไปอ่านเป็นคนแรก

แค่ฟังเถียนเสี่ยวเล่อเล่าคร่าวๆ ก็คันไม้คันมือแล้ว

บท 'คนเป็นฝังทั้งเป็น' นอกจากแก้ปูมหลังพระเอกแล้ว ยังอุดรูรั่วที่ไม่สมเหตุสมผลหลายจุด

เช่น ไฟแช็คที่จุดตลอดเวลาจะทำให้ออกซิเจนหมดเร็ว ทำให้ขาดอากาศหายใจเร็วขึ้น

แต่จะแก้ปัญหาฉากมืดตึ๊ดตื๋อในโลงศพที่ไม่มีไฟยังไง

ก็เลยใช้ไฟแช็คสลับกับแสงจากมือถือ

แล้วเรื่องที่โทรหาเมียไม่ติด ก็แก้เป็นลืมเติมเงิน โทรศัพท์โดนตัด

แล้วก็รูรั่วที่ใหญ่ที่สุด ทำไมไม่โพสต์ขอความช่วยเหลือออนไลน์

FBI หลอกพระเอกว่ามือถือโดนผู้ก่อการร้ายดักฟัง ถ้าโพสต์วิดีโอมั่วซั่วจะทำให้ตกอยู่ในอันตราย

จุดประสงค์คือ ไม่อยากให้คนอเมริกันต่อต้านสงคราม และ "ใส่ร้าย" ภาพลักษณ์อันเกรียงไกรของกองทัพสหรัฐฯ ในซีเรีย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 45 - เจมส์จอมหน้าเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว