- หน้าแรก
- ไม่ยอมเติมเงิน ยังกล้าพูดว่าบำเพ็ญเซียนงั้นหรือ
- บทที่ 9 เคล็ดวิชาระดับสวรรค์
บทที่ 9 เคล็ดวิชาระดับสวรรค์
บทที่ 9 เคล็ดวิชาระดับสวรรค์
“ติดค้างศิษย์พี่ไหลเย่ว์จิง 23 ศิลาวิญญาณ”
“ติดค้างศิษย์พี่หญิงสื่อเจินเซียง 21 ศิลาวิญญาณ”
“ติดค้างศิษย์พี่ผางกวาง 18 ศิลาวิญญาณ”
“……”
“ติดค้างศิษย์น้องเจี่ยต้าฟาง 1 ศิลาวิญญาณ”
หลินเยี่ยนกลับมายังที่พำนักของตนเอง เริ่มเปิดดูสมุดบัญชีของตน บนนั้นบันทึกจำนวนศิลาวิญญาณที่เขาหยิบยืมเหล่าศิษย์ร่วมนิกายในช่วงเวลาที่ผ่านมาไว้อย่างยิบย่อย
【บัญชี: 1168 ศิลาวิญญาณ】
หลินเยี่ยนที่พึ่งจะมั่งคั่งขึ้นมา ไม่เคยรู้สึกร่ำรวยเช่นนี้มาก่อน เขาฮัมเพลง "โชคดีมาเยือน" พลางเริ่มขีดฆ่ารายการหนี้สิน
จากการคำนวณ หลังจากคืนหนี้สินทั้งหมดแล้ว และรวมถึงการคืนศิลาวิญญาณให้ศิษย์พี่หญิงสามชีเวยเป็นสองเท่าตามที่เคยกล่าวไว้รวมเป็น 100 ศิลาวิญญาณ เขายังคงเหลืออีก 917 ศิลาวิญญาณ เพียงพอที่จะเปย์ชุดใหญ่ได้หนึ่งมื้อ!
เช้าวันรุ่งขึ้น เขาจึงเริ่มออกไปคืนหนี้ทันที
เหล่าศิษย์ที่เคยให้หลินเยี่ยนยืมศิลาวิญญาณ เมื่อเห็นเขามาคืน ต่างก็รู้สึกประหลาดใจไปตามๆ กัน
หากจะกล่าวให้เสนาะหูน้อยลงหน่อย ตอนที่พวกเขายอมให้หลินเยี่ยนยืมศิลาวิญญาณ ส่วนใหญ่เพียงเพราะต้องการตัดรำคาญและไล่คนสติฟั่นเฟือนให้พ้นไป ดังนั้นจึงไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะนำมาคืนในวันหนึ่ง
บางทีศิลาวิญญาณเหล่านี้อาจไม่สลักสำคัญอะไรนัก แต่สำหรับหลินเยี่ยนแล้ว "ทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรมย่อมไม่ถือเอา" คือบรรทัดฐานในการใช้ชีวิตทั้งสองชาติของเขา ต่อให้ยากลำบากเพียงใดก็จะไม่ยอมเป็นคนเบี้ยวหนี้เด็ดขาด
เมื่อหลินเยี่ยนนำศิลาวิญญาณ 100 ก้อนไปคืนให้ศิษย์พี่หญิงสามชีเวย นางถึงกับซักไซ้อยู่นานว่าศิลาวิญญาณเหล่านี้ได้มาจากที่ใด โชคดีที่มีผู้อาวุโสหอโอสถช่วยเป็นพยานให้เขาว่านี่คือเงินที่ได้จากการขายสมุนไพร
หลังจากจัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จสิ้น หลินเยี่ยนที่ไร้พันธะหนี้สินก็กลับมายังที่พำนักและเริ่มการเติมเงินทันที
【ยินดีด้วยกับการซื้อกล่องของขวัญมือใหม่ระดับ 8!】
【รางวัล: กล่องเลือกเคล็ดวิชาระดับสวรรค์ ×1】
【ยินดีด้วยกับการซื้อกล่องของขวัญมือใหม่ระดับ 9!】
【รางวัล: กล่องเลือกสมบัติวิญญาณระดับสูงสุด ×1】
【ยินดีด้วยกับการซื้อกล่องของขวัญมือใหม่ระดับ 10!】
【รางวัล: ของเหลวปั้นรากเซียน ×1】
“ในที่สุด……”
หลินเยี่ยนมองดูขวดหยกที่เปล่งแสงราวกับจุดกำเนิดแห่งความโกลาหลภายในจิตตานุภาพของตน หัวใจพลันสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด
นี่คือสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเขา!
“มีสิ่งนี้แล้ว ในที่สุดข้าก็สามารถสลัดทิ้งรากวิญญาณที่เสียหาย และกลับมาเป็นคนที่สมบูรณ์ได้เสียที……”
เมื่อหลินเยี่ยนรำพึงจบ เขาก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้อง
เขาไม่คิดมาก รีบเก็บของเหลวปั้นรากเซียนไว้ก่อน ตั้งใจว่าจะรอจนถึงยามวิกาลที่เงียบสงัดค่อยใช้งาน
อย่างไรเสีย ของในตำนานเช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะก่อให้เกิดความวุ่นวายเพียงใด การทำอย่างรอบคอบย่อมดีที่สุด
ต่อมาเขาเปิด "กล่องเลือกเคล็ดวิชาระดับสวรรค์" แสงสีทองสว่างวาบขึ้น ปรากฏตำราเคล็ดวิชาระดับสวรรค์สิบห้าเล่มที่แตกต่างกันเรียงรายอยู่สามแถวในห้วงความคิด แต่ละเล่มล้วนสอดคล้องกับคุณสมบัติของรากวิญญาณแต่ละชนิด
หลินเยี่ยนกดดูบทคัดย่อของพวกมันทีละเล่ม จนถึงตอนนี้เขาจึงพึ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ที่แท้รากวิญญาณของผู้บำเพ็ญในมหาทวีปเทียนเซิ่งนั้น มีคุณสมบัติมากถึงสิบห้าชนิด
นอกจากธาตุพื้นฐานอย่าง ห้าธาตุ (ดิน น้ำ ไฟ ไม้ ทอง), หยิน, หยาง, วายุ และอัสนี ซึ่งเป็นเก้าชนิดที่พบเห็นได้ทั่วไปแล้ว ยังมีรากวิญญาณพิเศษอีกหกชนิด ได้แก่:
การผสานวายุและอัสนีเป็น "รากวิญญาณวายุอัสนี", การผสานหยินและหยางเป็น "รากวิญญาณหยินหยาง"
การรวมห้าธาตุเป็นหนึ่งเรียก "รากวิญญาณผสม", การรวมห้าธาตุกับวายุอัสนีเข้าด้วยกันเป็นเจ็ดธาตุเรียก "รากวิญญาณเจ็ดสังหาร", การรวมห้าธาตุกับหยินหยางเข้าด้วยกันเป็นเจ็ดธาตุเรียก "รากวิญญาณหงเหมิง"
และชนิดสุดท้ายที่มีปรากฏเพียงในตำนานโบราณคือการรวมทั้งเก้าธาตุเข้าด้วยกันเป็น "รากวิญญาณไร้ขีดจำกัด"
“ไม่นึกเลยว่ารากวิญญาณในตำนานเหล่านี้จะมีอยู่จริง……”
จนถึงลมหายใจนี้ หลินเยี่ยนจึงตระหนักถึงความอัศจรรย์ของระบบจากส่วนลึกของหัวใจ ไม่นึกเลยว่าจะมีเคล็ดวิชาที่สอดคล้องกับรากวิญญาณทุกชนิด
หลินเยี่ยนไล่ดูทีละเล่ม จดจำชื่อและอานุภาพการฝึกฝนโดยสังเขปไว้ในใจ นอกจากจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับ 《เคล็ดวิชาวายุอัสนีม่วงคราม》 ที่สอดคล้องกับรากวิญญาณวายุอัสนีของตนแล้ว เขายังถูกดึงดูดด้วยตำราที่คู่กับรากวิญญาณไร้ขีดจำกัดเล่มนั้น
เคล็ดวิชาเล่มนั้นมีชื่อที่ตั้งขึ้นอย่างเรียบง่ายว่า 《คัมภีร์สวรรค์ไร้อักษร》 และมีบทคัดย่อเพียงประโยคเดียวที่ชวนให้สับสนว่า: สิ่งที่มองไม่เห็น ในท้ายที่สุดจักปรากฏ
หลินเยี่ยนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยับยั้งความอยากรู้อยากเห็นของตนไว้ และเลือกสิ่งที่ใช้งานได้จริงอย่าง 《เคล็ดวิชาวายุอัสนีม่วงคราม》
ตำราอีกสิบสี่เล่มที่เหลือพลันสลายกลายเป็นแสงสีทองหายไป ส่วน 《เคล็ดวิชาวายุอัสนีม่วงคราม》 นั้นกลับกลายเป็นแผ่นศิลาไร้อักษรตั้งตระหง่านอยู่ภายในจิตตานุภาพของหลินเยี่ยน
แผ่นศิลานี้ลึกลับยิ่งนัก ยามปกติจะไม่มีข้อมูลใดๆ ปรากฏขึ้นมาเลย ต่อเมื่อหลินเยี่ยนรวบรวมจิตสัมผัสจดจ่ออยู่บนนั้นอย่างเต็มที่ มันจึงจะแสดงตัวอักษรออกมาคล้ายกับการรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตอันไกลโพ้น
แต่เมื่อความสนใจของหลินเยี่ยนเคลื่อนย้ายไป ไม่เพียงแต่ตัวอักษรจะเลือนหายไป แม้แต่ตัวเขาเองก็จะลืมเลือนเนื้อหาที่พึ่งอ่านไปจนหมดสิ้น
หลินเยี่ยนพยายามทดลองอยู่หลายครั้งก็เป็นเช่นเดิมทุกคราว ทันทีที่ถอนจิตสัมผัสออกมาสู่โลกความเป็นจริง เขาก็จะจำได้เพียงว่ามี 《เคล็ดวิชาวายุอัสนีม่วงคราม》 อยู่ในหัว แต่หากจะให้เอ่ยถึงเนื้อหาที่เจาะจง เขากลับไม่สามารถพูดออกมาได้แม้แต่คำเดียว
“นี่…… มันจะไม่มหัศจรรย์เกินไปหน่อยหรือ? เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าหาผลประโยชน์โดยการถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้ผู้อื่นอย่างนั้นหรือ? ชิ! ทั้งที่ข้าเป็นโฮสต์แท้ๆ เหตุใดต้องเฝ้าระวังข้าเข้มงวดถึงเพียงนี้?”
แม้ปากของหลินเยี่ยนจะบ่นพึมพำ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความคาดหวังขณะที่เริ่มอ่านเคล็ดวิชาต่อไป
ทว่าเมื่อเขาอ่านบทสรุปแก่นวิชาในบรรทัดแรกจบลงด้วยความฮึกเหิม ประโยคแรกของบรรทัดที่สองกลับราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ทำให้เขาแทบเสียสติ
“ระบบบัดซบ! เจ้าหลอกลวงข้าอีกแล้วหรือ?!”
แน่นอนว่า บรรทัดที่สองไม่ได้เขียนว่า “หากปรารถนาฝึกวิชานี้ จักต้องตอนตนเองก่อน” แต่กลับเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่หลายตัวว่า
“เคล็ดวิชานี้จำกัดเฉพาะผู้ที่อยู่ในขอบเขตหยวนอิงขึ้นไปเท่านั้นจึงจะฝึกฝนได้”
นี่มันต่างอะไรกับพวกนักแสดงสาวสวยในโลกก่อน—ที่พอกดเข้าไปในหน้าหลัก พอข้าเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว เจ้ากลับบอกว่าให้คนที่ไม่ใช่สมาชิกทดลองดูได้เพียง 6 ลมหายใจเท่านั้น?!
6 ลมหายใจข้าจะไปทำอะไรได้?!
อย่างไรก็ตาม เมื่อหลินเยี่ยนฝืนใจอ่านต่อไป โทสะของเขาก็ลดลงไปกว่าครึ่ง
ที่แท้ 《เคล็ดวิชาวายุอัสนีม่วงคราม》 ก็เหมือนกับเคล็ดวิชาอื่นที่แบ่งออกเป็นสี่ระดับ โดยระดับแรกคือ "ขั้นเริ่มต้น" จำต้องอาศัยพลังของหยวนอิงเพื่อทะลวงจุด "เฟิงฉือ" และ "เหล่ยเหมิน" ทั้งสองแห่ง จากนั้นจึงสื่อสารกับฟ้าดินเพื่อชักนำอัสนีสวรรค์และวายุพิภพเข้าสู่ร่างกาย หากไม่สามารถทะลวงจุดเปิดทวารแล้วฝืนฝึกฝน เส้นลมปราณจะถูกทำลายจนสิ้น
หากฝึกฝนเคล็ดวิชานี้จนถึงระดับที่สี่ "ขั้นสมบูรณ์" หยวนอิงของผู้บำเพ็ญจะวิวัฒนาการกลายเป็น "ครรภ์เต๋าม่วงคราม" ไม่เพียงแต่จะสามารถควบคุมพลังวายุอัสนีได้ตามใจนึก แต่ยังจะได้รับความใกล้ชิดกับทัณฑ์อัสนี ช่วยลดความยากในการข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ในขอบเขตต่อๆ ไปลงได้อย่างมหาศาล
หลินเยี่ยนท่องบทสรุปแก่นวิชา 24 คำในใจ
“ปราณรวมความว่างเปล่า จิตบงการวายุอัสนี รวมพลังก่อเกิดแกนทองคำ อัสนีกัมปนาทสะเทือนสวรรค์เก้าชั้น ตำหนักม่วงก่อกำเนิดหยวนอิง วายุอัสนีหลอมรวมเป็นหนึ่ง ก้าวผ่านความว่างเปล่า บรรลุวิถีแห่งประตูเซียน……”
ตัวอักษรเหล่านี้ทำให้ดวงตาของเขาเป็นประกายไม่หยุด เขารู้สึกว่าสิ่งนี้ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก สมกับที่เป็นเคล็ดวิชาระดับสวรรค์จริงๆ!
“ขอบเขตหยวนอิงใช่ไหม? ได้ รอข้าก่อนเถิด! ห้าปี…… ไม่สิ สามปี! เมื่อครบกำหนดสามปี ข้าจะต้องบรรลุขอบเขตหยวนอิงให้ได้!”
............
ในเมื่อเคล็ดวิชายังใช้ไม่ได้ในตอนนี้ สายตาของหลินเยี่ยนจึงหันไปมองกล่องเลือกสมบัติวิญญาณ
ความผิดพลาดในอดีตสอนให้เขารู้จักรอบคอบ หลินเยี่ยนที่ฉลาดขึ้นจึงตัดสินใจถามให้แน่ชัดก่อน
“ระบบ สิ่งของใน ‘กล่องเลือกสมบัติวิญญาณระดับสูงสุด’ ของเจ้านี้ คงไม่มีข้อจำกัดในการใช้งานอะไรอีกใช่หรือไม่?”
เห็นเพียงหน้าจอระบบปรากฏข้อความตัวใหญ่ว่า
【คำแถลงความรับผิดชอบ: 1. เคล็ดวิชาทั้งหมดในมหาทวีปเทียนเซิ่งล้วนมีข้อกำหนดพื้นฐานในการฝึกฝน ยิ่งระดับสูงข้อกำหนดก็ยิ่งสูงตาม; 2. สมบัติวิญญาณทั้งหมดไม่มีข้อกำหนดในการใช้งาน ทว่าอานุภาพหรือประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับระดับพลังบำเพ็ญของผู้ใช้งาน】
“ชิ! มีกฎเช่นนี้เหตุใดไม่รีบบอก?”
【สองข้อข้างต้นถือเป็นความรู้พื้นฐานที่สุดในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน ผู้บำเพ็ญทุกคนที่ผ่านการศึกษาเบื้องต้นย่อมต้องทราบดี】
“……?”
“เจ้ากำลังด่าข้าอยู่หรือ?”
【เปล่า】
“……”
ริมฝีปากของหลินเยี่ยนสั่นพะงาบๆ ด้วยความโกรธจนตัวสั่น พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
แต่ถึงจะโกรธ อย่างน้อยก็ยืนยันได้ว่าสมบัติวิญญาณสามารถใช้งานได้โดยไม่มีข้อจำกัด พอจะช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ในตอนนี้ได้บ้าง
ในพริบตาที่กล่องเลือกสมบัติวิญญาณเปิดออก แสงสีทองที่คุ้นเคยก็สว่างวาบขึ้น สมบัติวิญญาณสี่ชิ้นที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายพลังวิญญาณปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของหลินเยี่ยน
“อาวุธสั้น-กระบี่, อาวุธยาว-หอก, เครื่องป้องกัน-ชุดคลุมยาว, เครื่องประดับ-กำไล……”
หลินเยี่ยนไล่ดูทีละชิ้น คราวนี้เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย รีบเลือกเครื่องประดับ—กำไลผลึกดำในทันที
เหตุผลนั้นเรียบง่ายยิ่ง: กำไลผลึกดำ มาพร้อมกับอำนาจบิดเบือนมิติในตัว สามารถใช้พลังวิญญาณเพื่อย้ายสิ่งของใดๆ เข้าสู่พื้นที่มิติได้ โดยขนาดของพื้นที่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามระดับพลังบำเพ็ญของผู้ใช้งาน
นี่มิใช่ความสามารถมิติกระจกในแบบของผู้บำเพ็ญหรอกหรือ?!