- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นหนุ่มหล่อทั้งที ขอจีบยัยแก้มป่องโต๊ะข้างๆ แทนดาวโรงเรียนแล้วกัน
- บทที่ 18 - โจวหยาง นี่นายกำลังจีบฉันอยู่เหรอ?
บทที่ 18 - โจวหยาง นี่นายกำลังจีบฉันอยู่เหรอ?
บทที่ 18 - โจวหยาง นี่นายกำลังจีบฉันอยู่เหรอ?
บทที่ 18 - โจวหยาง นี่นายกำลังจีบฉันอยู่เหรอ?
สวี่เจ๋อ: ...
เฉินเหยาหัวเราะอยู่พักหนึ่งถึงค่อยพูด "เมื่อกี้สวี่เจ๋อบอกว่าฝากเนื้อฝากตัวด้วย ได้ยินว่านายเรียนเก่ง หวังว่าจะได้พัฒนาไปด้วยกัน..."
แน่นอนว่าคำพูดจริงๆ ไม่ใช่แบบนี้ คำพูดจริงๆ ของสวี่เจ๋อคือ "ว้าว นายคือโจวหยางเหรอ เมื่อก่อนได้ยินว่าเป็นคนอ้วน ไม่นึกว่าจะหล่อขนาดนี้ คงพยายามลดน้ำหนักน่าดูเลยสิ?"
"ไม่รู้จำเราได้ไหม อันดับสอบรวมโรงเรียนเราอยู่ใกล้ๆ กันตลอด ตอนสอบเข้า ม.ปลาย เราก็คะแนนห่างกับนายแค่ 6 คะแนนเอง แต่นายนี่สุดยอดจริงๆ ได้ยินว่าบ้านรวยด้วย ชีวิตดี๊ดีเลยนะเนี่ย!"
"ครั้งนี้มาเรียนที่หนานหยาง หวังว่าเราจะมีโอกาสชนะนายสักครั้งนะ ฮ่าๆๆ~"
สรุปคือทุกประโยคฟังดูทะแม่งๆ ชอบกล
สวี่เจ๋อเดิมทีนึกว่าโจวหยางจะเป็นไอ้อ้วนน่าเกลียดแถมยังเป็นทาสรัก คนแบบนี้ในหมู่ผู้ชายคงไม่มีเพื่อนคบหรอก ใครๆ ก็คงดูถูก
แต่เขาลืมไปเรื่องหนึ่ง คือตอนนี้โจวหยางไม่ได้อ้วน และไม่ได้เป็นทาสรักแล้ว
แถมความสัมพันธ์ของโจวหยางกับเพื่อนผู้ชายในห้อง ถึงจะแค่กลางๆ แต่ก็คงดีกว่าเด็กใหม่อย่างเขาแน่นอน
ในใจหลายคนยังมองว่าเขาเป็นคนนอก
เด็กใหม่ ย้ายมาจากโรงเรียนอื่น มาถึงก็ท้าทายที่หนึ่งของสายชั้น ใครเขาจะไปพอใจ
ดังนั้นคำพูดของสวี่เจ๋อเลยทำให้เฉินเหยาพวกนั้นหลุดขำออกมา
นี่มันผู้ชายธรรมดาที่มั่นหน้าชัดๆ?
ประเด็นคือพล่ามมาซะเยอะ โจวหยางไม่ได้ฟัง แถมยังทำดาเมจใส่ด้วยการเมินเฉยแบบงงๆ
สีหน้าของสวี่เจ๋อเลยดูไม่จืดเท่าไหร่
หลังจากฟังเฉินเหยาสรุปความ โจวหยางก็ไม่ได้คิดมาก เมื่อกี้เขาไม่ได้ฟังจริงๆ
เลยตอบส่งๆ ไปว่า "หืม? อยากได้ที่หนึ่งเหรอ? จริงๆ อันดับมันก็งั้นๆ แหละ นายพยายามเข้านะ ไม่แน่รอบนี้อาจจะเป็นของนายก็ได้"
เพราะคงไม่ใช่ของฉันแน่
โจวหยางนึกถึงผลการเรียนอันเละเทะของตัวเองแล้วอยากถอนหายใจ
แต่คำพูดนี้ในหูคนอื่นกลับถูกแปลความหมายเป็นน้ำเสียงเนือยๆ ว่า "อยากได้เหรอ? ฉันได้จนเบื่อแล้ว นายเอาไปเถอะ"
ฟังดูไม่ให้เกียรติคนอื่นสุดๆ แต่คนฟังรู้สึกสะใจพิลึก!
ท่ามกลางเสียงกลั้นขำของทุกคน หน้าของสวี่เจ๋อแดงก่ำ
เขาเค้นเสียงรอดไรฟัน "ผมไม่ต้องการให้คุณออมมือ หวังว่าเราจะแข่งกันอย่างยุติธรรม"
โจวหยางทำหน้าตกใจ "นายคิดมากไปแล้ว ที่หนึ่งครั้งหน้าต้องเป็นของนายแน่ๆ จริงๆ นะ ยุติธรรมสุดๆ"
คราวนี้หลายคนระเบิดหัวเราะออกมาจริงๆ
โจวหยาง: ...เป็นบ้าอะไรกัน?
เขาพูดไม่ออก แกะเปลือกลูกอมยัดใส่ปาก
ผลคือนึกไม่ถึงว่าจะเป็นรสเลมอน เปรี้ยวจี๊ดจนหน้าย่น
เขาหันขวับไปมองซูเซียวเซียว สบเข้ากับดวงตาพราวระยับ ยัยนี่จงใจแกล้งเขาชัดๆ
จู่ๆ ก็อยากจะยื่นมือไปบีบแก้มยุ้ยๆ นั่นชะมัด
แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะออดเข้าเรียนดังขึ้นแล้ว
เป็นวิชาภาษาอังกฤษ ครูภาษาอังกฤษขึ้นชื่อเรื่องดุซะด้วย
คนอื่นรีบวิ่งกลับที่นั่ง เสิ่นเหยามองหน้าหลินชิงเหยียนที่ดูแย่ๆ แล้วกระซิบถาม "เป็นอะไรไป?"
"โจวหยางเกินไปแล้ว เด็กใหม่แค่มาทักทาย เขาทำไมต้องดูถูกคนอื่นด้วย?"
เสิ่นเหยามองหลินชิงเหยียนอย่างเอือมระอา ยัยนี่ประสาทกลับหรือเปล่า?
สวี่เจ๋อพูดจาแขวะชาวบ้านขนาดนั้นฟังไม่ออกเหรอ?
แต่ว่า...
เสิ่นเหยาตาเป็นประกาย ลองหยั่งเชิงถาม "เธอรู้จักสวี่เจ๋อเหรอ?"
หน้าของหลินชิงเหยียนแดงระเรื่อขึ้นมาทันที
เสิ่นเหยาตกใจ เธอรู้อยู่แล้วว่าหลินชิงเหยียนเหมือนจะมีคนที่ชอบ
แต่ถามกี่ทีก็ไม่ยอมบอก
ที่แท้คือสวี่เจ๋อ?
มิน่าล่ะถึงไม่ยอมรับรักโจวหยาง
แต่โจวหยางตอนนี้ไม่ดีกว่าสวี่เจ๋อเหรอ?
ยัยหลินชิงเหยียนนี่ตาต่ำจริงๆ
แต่แบบนี้ก็ดี จะได้ไม่มาแย่งโจวหยางกับเธอ...
เสิ่นเหยายกยิ้มมุมปาก พูดเออออห่อหมก "โจวหยางก็เกินไปจริงๆ นั่นแหละ เพื่อนใหม่ดูท่าจะโกรธน่าดูเลยนะ?"
หลินชิงเหยียนมองสวี่เจ๋อด้วยความเป็นห่วง เห็นเขาก้มหน้าไม่รู้คิดอะไรอยู่
โจวหยางขยับปากบอกซูเซียวเซียวแบบไม่ออกเสียงว่า "ฝากไว้ก่อนเถอะ"
ซูเซียวเซียวทำตาใสซื่อกระพริบตาปริบๆ ใส่เขา
นี่ช่วยให้ตาสว่างไง ไม่ดีเหรอ?
ลูกอมรสเลมอนก็ไม่ได้เปรี้ยวขนาดนั้นซะหน่อย
เธอกัดลูกอมในปากดังกรุบ ยิงฟันขาวโชว์โจวหยาง
ดู... น่ารักชะมัด
โจวหยางสูดหายใจลึกแล้วหันหน้าหนี
ตั้งใจเรียนดีกว่า
การเรียนช่วงเช้าผ่านไปอย่างราบรื่น
และโจวหยางก็ค้นพบว่าสวี่เจ๋อเป็นเด็กเรียนดีจริงๆ ชอบแสดงออกมาก ไม่ว่าวิชาไหน ถ้าครูถามต้องมีเขาเป็นคนยกมือตอบ
เทียบกับโจวหยางที่ดูขี้เกียจ
คนอื่นในห้องก็เน้นสายชิลกันหมด ยกเว้นหัวหน้าวิชาที่จำใจต้องยกมือ คนที่กระตือรือร้นที่สุดก็คือสวี่เจ๋อนี่แหละ
ครูแต่ละวิชาน่าจะชอบเขามาก
แต่โจวหยางรู้สึกว่าสวี่เจ๋อคงเข้ากับเพื่อนยาก เพราะในขณะที่ทุกคนกำลังชิล นายดันทำตัวแปลกแยก
อยากเด่นว่างั้น?
ประเด็นคือทุกครั้งที่ครูฟังคำตอบเสร็จก็ต้องชมสวี่เจ๋อ แล้วหันมาด่านักเรียนคนอื่นว่าไม่รู้จักคิดตาม...
สรุปคือโจวหยางรู้สึกว่าอีคิวของสวี่เจ๋อค่อนข้างต่ำ
โดยเฉพาะตอนเที่ยงที่หลินชิงเหยียนเดินตามเขาออกไปอย่างเริงร่า
ก่อนไปเขายังหันมามองเพื่อนในห้องด้วยสายตาอวดเบ่ง โดยเฉพาะมองมาที่โจวหยาง
ขนาดเฉินเหยายังบ่นอุบ "รู้สึกเหมือนมันไม่ได้จะมาเข้าพวกกับเราเลยว่ะ?"
หวงเจี๋ยแค่นเสียง "ไม่รู้ทำไม ตัวมันมีกลิ่นน่ากระทืบลอยฟุ้งออกมา"
พูดจบก็นึกถึงตอนโดนโจวหยางสั่งสอน เลยเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
แล้วปากเปราะลองถามโจวหยาง "พี่หยางรู้สึกไงบ้าง?"
ชัดเจนว่าพุ่งเป้ามาที่โจวหยาง ทั้งเรื่องแย่งที่หนึ่ง ทั้งเรื่องหลินชิงเหยียน...
ใครๆ ก็รู้ว่าโจวหยางชอบหลินชิงเหยียนมานานขนาดไหน
ถึงตอนนี้จะมีข่าวลือว่าเขากับซูเซียวเซียวเป็นแฟนกัน
แต่นี่ยังไม่คอนเฟิร์มนี่นา?
ถ้ามองกันตามจริง ซูเซียวเซียวตอนนี้กินกันไม่ลงกับหลินชิงเหยียนเลยนะ
แถมผู้ชายส่วนใหญ่รู้สึกว่าซูเซียวเซียวชนะขาด
หน้าน่ารัก อะแฮ่ม หุ่นก็ไม่ไม้กระดาน เรียนก็เก่ง แถมไม่ดัดจริตเหมือนหลินชิงเหยียน
เสียงก็นุ่มนิ่ม ดูน่าจะเชื่อฟัง
ยังไงซูเซียวเซียวก็ดีกว่าหลินชิงเหยียนเห็นๆ
โจวหยางถามกลับ "รู้สึกอะไร? พวกนายไม่กินข้าวเหรอ?"
เขาไม่ได้เก็บเรื่องสวี่เจ๋อมาใส่ใจจริงๆ เขาไม่ใช่เด็กๆ แล้ว
ซูเซียวเซียวเก็บของเสร็จพอดี เอ่ยปากว่า "ไปเถอะ ไปกินข้าวกัน"
พวกผู้ชายที่รอกินเผือกทำหน้าเข้าใจแจ่มแจ้ง อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง งั้นก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว
โจวหยางบอกลาเพื่อนๆ แล้วเดินออกไปกับซูเซียวเซียว
เมื่อเช้าตกลงกันแล้วว่าจะเลี้ยงข้าวเธอ
ทั้งสองเดินออกมาด้วยกัน โจวหยางถาม "ยังจะกินอาหารคลีนอยู่ไหม?"
"กินสิ ฉันลดน้ำหนักนะ" ซูเซียวเซียวตอบอย่างมั่นใจ
"ลดน้ำหนักแล้วทำไมยังกินลูกอม?" โจวหยางนึกถึงรสเปรี้ยวจี๊ดนั่นแล้วเข็ดฟันไม่หาย
"นายลองเดาสิว่าทำไมฉันลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที?" ซูเซียวเซียวถามกลับ "ก็เพราะฉันตะกละไง"
ทำไมถึงพูดเรื่องนี้ได้หน้าตาเฉยขนาดนี้นะ?
น่ารัก!
โจวหยางตอบแบบไม่คิด "งั้นไม่ต้องลดแล้ว แบบนี้ก็ดีออก สวยแล้ว"
ฝีเท้าซูเซียวเซียวชะงัก หันมามองหน้าเขา แล้วจู่ๆ ก็ถามขึ้น "โจวหยาง นี่นายกำลังจีบฉันอยู่เหรอ?"
[จบแล้ว]