- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นหนุ่มหล่อทั้งที ขอจีบยัยแก้มป่องโต๊ะข้างๆ แทนดาวโรงเรียนแล้วกัน
- บทที่ 17 - หมอนี่อีคิวต่ำหรือเปล่า?
บทที่ 17 - หมอนี่อีคิวต่ำหรือเปล่า?
บทที่ 17 - หมอนี่อีคิวต่ำหรือเปล่า?
บทที่ 17 - หมอนี่อีคิวต่ำหรือเปล่า?
แต่ถามไปแล้ว จะให้กลืนคำพูดกลับคืนมาก็ทำไม่ได้
ประเด็นคือ... มันอดใจไม่ไหวจริงๆ...
ซูเซียวเซียวที่กำลังจะวางแซนด์วิชชะงักมือทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของโจวหยาง
ดวงตากลมโตสุกใสจ้องมองโจวหยางเขม็ง
แปลกจัง อาจเป็นเพราะเมื่อก่อนไม่เคยได้สัมผัสตัวตนจริงๆ ของเขา ซูเซียวเซียวเลยรู้สึกว่าโจวหยางเป็นคนดีมาก
อ่อนโยน และมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่กว่าคนรุ่นเดียวกัน
อยู่ด้วยแล้วสบายใจดี
พอนึกย้อนไปตอนอายุสิบเจ็ดจริงๆ เธอคงไม่มีความกล้าที่จะคบเพื่อนแบบนี้ ซึ่งตอนนั้นโจวหยางก็เคยช่วยแก้สถานการณ์ให้เธอด้วย
ซูเซียวเซียวเดิมทีคิดว่าการคบเพื่อนในวัยนี้ก็แล้วแต่บุญวาสนา เพราะเธอก็ไม่ใช่เด็กสิบเจ็ดจริงๆ เคยชินกับการไม่มีเพื่อนมานานแล้ว
จนกระทั่งโจวหยางเข้ามาในวงโคจร เขาทำให้ซูเซียวเซียรู้สึกว่า การมีเพื่อนสักคนก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน
โดยเฉพาะโจวหยางที่ไม่ทำให้เธอรู้สึกว่ากำลังคุยกับเด็กโข่ง
ดังนั้นพอได้ยินคำถามนี้ ซูเซียวเซียวก็ยิ้มออกมา "ใช่สิ นายไม่นับเป็นคนอื่นนี่นา"
เธอเอียงคอมองโจวหยางแล้วพูดเนิบๆ ว่า "ฉันนึกว่าเราเป็นเพื่อนกันซะอีก?"
โจวหยางมองท่าทางเอียงคอของเธอ หัวใจก็กระตุกวูบ
เหมือนจะโดนหยอดกลับหรือเปล่าเนี่ย?
เยี่ยมมาก เพื่อนร่วมโต๊ะคนนี้ นอกจากจะตรงสเปกแล้ว ยังเอวบางขายาวแถมยังบริหารเสน่ห์เก่งอีก...
โจวหยางสูดหายใจลึก คว้าแซนด์วิชในมือเธอมา "ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ เพื่อเป็นการตอบแทน มื้อเที่ยงฉันเลี้ยงเอง"
ซูเซียวเซียวตอบรับทันที "ได้เลย กินอาหารคลีนนะ"
"ตกลง"
หลินชิงเหยียนที่นั่งอยู่เยื้องๆ จ้องมองทั้งคู่เขม็ง แต่ไม่มีใครหันมามองเธอเลยสักคน
เธอไม่เคยถูกเมินขนาดนี้มาก่อน!
คนที่ใจร้อนรุ่มด้วยความโกรธและริษยาพอกันคือเสิ่นเหยา
เมื่อก่อนถึงเธอจะดูถูกโจวหยาง แต่ตอนนี้โจวหยางลดน้ำหนักแล้ว
เธอรู้สึกว่าโจวหยางก็ใช้ได้ เดิมทีกะว่าจะลองอ่อยดูสักหน่อย แต่โจวหยางลบเพื่อนเธอทิ้งไม่พอ ตอนนี้ยังไม่เห็นหัวเธออีก
ทำให้เสิ่นเหยารู้สึกขายหน้า และไม่ยินยอมพร้อมใจ
ทำไมยะ? ซูเซียวเซียวมาส้มหล่นไปเนี่ยนะ?
เมื่อก่อนอ้วนเป็นหมูทำไมไม่เห็นจะเข้าหาโจวหยาง?
แววตาของเธอฉายแววบางอย่าง...
แต่เสียงกริ่งเข้าเรียนก็ดังขึ้นเสียก่อน
ครูหลินเดินเข้ามาพร้อมกับเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนคนหนึ่งที่หน้าชั้นเรียน "รบกวนเวลาทุกคนหน่อย ขอแนะนำนะ นี่คือนักเรียนใหม่ของห้องเรา สวี่เจ๋อ"
เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง หน้าตาดูสดใส คิ้วเข้มตาโต เขายกมือทักทายอย่างมั่นใจ "สวัสดีครับทุกคน ผมสวี่เจ๋อ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"
ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงซุบซิบของนักเรียนหญิง ซูเซียวเซียวมองเด็กหนุ่มบนเวที แล้วหันไปมองหลินชิงเหยียน ก็เห็นอีกฝ่ายทำหน้าดีใจอย่างปิดไม่มิด
ชาติที่แล้วสวี่เจ๋อคนนี้แหละคือคนที่แอบคบกับหลินชิงเหยียน สุดท้ายพอโดนจับได้กลับไม่กล้ายอมรับความจริง
สุดท้ายเป็นโจวหยางที่ออกรับแทน...
แต่ถึงอย่างนั้นหลินชิงเหยียนก็ไม่ได้คบกับโจวหยาง
จนกระทั่งตอนมหาวิทยาลัยเธอตั้งท้อง ถึงจะไม่มีใครรู้ว่าเป็นลูกใคร แต่ส่วนใหญ่ก็เดากันว่าเป็นลูกของสวี่เจ๋อนั่นแหละ...
ซูเซียวเซียวนึกถึงเรื่องราวในชาติก่อน
อดไม่ได้ที่จะหันไปมองโจวหยางที่นั่งอยู่ข้างๆ เขากำลังก้มหน้าคำนวณอะไรบางอย่างในกระดาษทด
แต่ซูเซียวเซียวกลับรู้สึกว่าหัวของเขามีแสงสีเขียวเปล่งประกายชอบกล...
โจวหยางเงยหน้ามองเด็กหนุ่มบนเวทีแวบหนึ่ง หน้าตาก็พอดูได้ ดูสดใสดี
เขาสัมผัสได้ถึงสายตาของซูเซียวเซียวเลยหันมาเลิกคิ้วถาม "มีอะไร?"
เสียงของเขากดต่ำ
ซูเซียวเซียวตีหน้าจริงจัง "เปล่า แค่ดูว่านายหล่อดี"
โจวหยาง: ...???
อะไรของเขา ไม่เห็นจะเล่นตามบทเลย?
เขาฝืนยิ้ม "ขอบใจ เธอก็สวยเหมือนกัน"
เยี่ยม เป็นการอวยกันทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยม
ซูเซียวเซียวถามต่อด้วยสีหน้าจริงจัง "นายชอบสีเขียวไหม?"
นี่มันคำถามมรณะอะไรเนี่ย?
โจวหยางตอบอย่างจริงจัง "ผู้ชายคงไม่มีใครชอบสีเขียวหรอกมั้ง"
ซูเซียวเซียวเห็นหน้าตาจริงจังของเขาก็หลุดขำออกมา
ยืนอยู่บนหน้าชั้นเรียนมองเห็นทุกมุมชัดเจน
เช่นสวี่เจ๋อที่มองเห็นสองคนตรงมุมห้องชัดแจ๋ว
พวกเขาดูโดดเด่นเกินไป เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม แถมยังผิวขาวมาก
ส่วนเด็กผู้ชายก็ขาว สูงหล่อ...
สวี่เจ๋อสูงแค่ 176 เซนติเมตร เลยรู้สึกหมั่นไส้นิดหน่อย
เขาเป็นคนชอบเอาชนะ ที่เรียนดีขนาดนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะนิสัยชอบเปรียบเทียบ
เขากวาดตามองไปรอบห้อง ทำไมไม่เห็นไอ้อ้วนขี้แพ้ที่หลินชิงเหยียนเคยเล่าให้ฟังเลยล่ะ?
ถึงจะเป็นที่หนึ่งของสายชั้น แต่พอเขามาแล้ว เดี๋ยวไอ้ที่หนึ่งนี่ก็กลายเป็นอดีตแล้ว...
ครูหลินแนะนำเสร็จก็ให้เขาไปนั่งข้างเฉินเหยา
สวี่เจ๋อยิ้มรับแล้วเดินลงจากเวที
ถึงเขาจะสูงแค่ 176 แต่ใส่ที่เสริมส้นไปก็เกือบ 180 แล้ว
แต่เด็กผู้หญิงอาจจะดูไม่ออก แต่พวกผู้ชายมองปราดเดียวก็รู้ว่ายัดพื้นมา
เพื่อนผู้ชายหลังห้องแอบหัวเราะกันคิกคัก อะไรวะ ใส่ที่เสริมส้นด้วยเหรอ...
คาบแรกเป็นวิชาคณิตศาสตร์ของครูหลิน
ทุกคนเลยแกล้งทำเป็นตั้งใจเรียน
บทสนทนาประหลาดๆ ของโจวหยางกับซูเซียวเซียวเลยจบลงแค่นั้น
พอหมดคาบ ทุกคนก็รีบเข้าไปรุมล้อมเด็กใหม่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ส่วนโจวหยางกับซูเซียวเซียวก็ยังนั่งแกะสูตรที่ครูหลินเพิ่งสอนไปเมื่อกี้ สวี่เจ๋อกลับถามขึ้นมาดื้อๆ ว่า "ห้องเรามีคนที่สอบได้ที่หนึ่งของชั้นชื่อโจวหยางใช่ไหม? ผมอยากรู้จักหน่อย เห็นว่าเก่งมาก~"
"หาพี่หยางเหรอ? คนที่หล่อที่สุดในห้องเรานั่นแหละ" เฉินเหยาที่นั่งข้างๆ ชี้ไปที่โต๊ะโจวหยาง
โจวหยางได้ยินเสียงเรียกก็เงยหน้าขึ้น สบเข้ากับสายตาอึ้งๆ ของสวี่เจ๋อ เขายิ้มให้ "สวัสดี"
ซูเซียวเซียวผ่านการทำใจมาตลอดคาบ รู้สึกว่าตัวเองคงยอมให้เพื่อนโดนสวมเขาไม่ได้
ถึงโจวหยางจะบอกว่าเลิกชอบหลินชิงเหยียนแล้ว แต่จะจริงเท็จแค่ไหนยังต้องรอพิสูจน์
พอเห็นรอยยิ้มสดใสซื่อบื้อของเขา เธอก็รู้สึกว่าหมอนี่มันช่างแสนดีเกินไปแล้ว เลยยัดลูกอมใส่มือเขาไปอันหนึ่ง
เลิกยิ้มให้ชาวบ้านเขาได้แล้ว ไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนั่นน่ะ!
มือของทั้งสองสัมผัสกันชั่วครู่
โจวหยางรู้สึกแค่ว่ามีมือนุ่มนิ่มมาโดนใจกลางฝ่ามือ แล้วก็มีวัตถุทรงกลมตกลงมา
รอยยิ้มบนหน้าโจวหยางแข็งค้าง ดึงสติกลับมาจากเด็กใหม่ ก้มลงมองลูกอมในมือ
ส่วนตัวต้นเรื่อง ยัดลูกอมเสร็จก็ชิ่งหนี
เขากระพริบตา หันไปมองเธอนิดหนึ่ง เห็นแก้มเธอตุ่ยๆ สงสัยคงอมลูกอมอยู่เหมือนกัน
เด็กสาวสมัยนี้เป็นอะไรกันไปหมด?
หรือว่าเป็นเพราะความคิดคนแก่อย่างเขาตามไม่ทัน?
ทำไมรู้สึกเหมือนโดนเธอแอบแต๊ะอั๋งด้วยคำพูดและการกระทำเล็กๆ น้อยๆ นี่อยู่ตลอดเลยนะ?
อีกด้านหนึ่ง ซูเซียวเซียวที่แกล้งทำเป็นตั้งใจเรียนขยับมือที่เพิ่งโดนมือโจวหยางเบาๆ ฝ่ามือเขาร้อนจังเลยแฮะ...
สวี่เจ๋อพล่ามไปตั้งเยอะ พบว่าอีกฝ่ายไม่ตอบสนอง
เสียงเขาเลยดังขึ้นอีกนิด "นักเรียนโจวหยาง?"
โจวหยางกำลูกอมในมือแน่น หันไปมอง "หืม?"
ชัดเจนว่าเมื่อกี้ไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลยสักนิด
เฉินเหยาที่อยู่ข้างๆ กลั้นขำไม่อยู่ เพื่อนผู้ชายอีกหลายคนก็หลุดหัวเราะ
เพราะเมื่อกี้คำพูดของสวี่เจ๋อจงใจท้าทายโจวหยางชัดเจน ผลคืออีกฝ่ายไม่ได้ฟังที่แกพูดเลย
[จบแล้ว]