- หน้าแรก
- ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ
- บทที่ 606 – ความตั้งใจในการต่อสู้ (ปลาย)
บทที่ 606 – ความตั้งใจในการต่อสู้ (ปลาย)
บทที่ 606 – ความตั้งใจในการต่อสู้ (ปลาย)
เจ่าไห่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ เขาค่อนข้างเข้าใจสิ่งที่พวกเขาเจอ 5,000 ปีมันเป็นเวลาที่นานมาก ในช่วง 5,000 ปีที่ผ่านพวกเขาต้องอดทนมากแค่ไหน พวกเขาสูญเสียไปเท่าไหร่? ชนเผ่าที่ยิ่งใหญ่กลับแทบไม่เหลืออะไรเลย ใครจะเข้าใจความรู้สึกที่พวกเขาต้องเจอ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้เฒ่าเทสเริ่มตั้งสติได้ จากนั้นเจ่าไห่ก็หันไปหาผู้เฒ่าเทสและพูดว่า “ผู้เฒ่าเทส ข้ายังช่วยเหลือจิตวิญญาณของหอกแห่งชนเผ่าไว้ด้วย เขาสามารถออกมาและพูดกับเจ้าได้ด้วย ข้าจะไม่ฟังเรื่องที่พวกเจ้าจะคุยกัน ข้าจะกลับมาที่นี่อีกเมื่อเจ้าพอใจแล้ว”
ผู้เฒ่าพยักหน้า จากนั้นเจ่าไห่ก็กลับไปที่ห้องนั่งเล่นของป้อมภูเขาเหล็ก เมื่อเห็นเจ่าไห่กลับมาก ปู่กรีนถามทันทีว่า “นายน้อย เจ้านำเอาหอกแห่งชนเผ่ากลับมาได้ไหม?”
เจ่าไห่พยักหน้า จากนั้นเขาก็ยิ้มและพูดว่า “ข้าทำได้ ตอนนี้มันอยู่กับผู้เฒ่าเทส สบายใจได้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ผู้เฒ่าเทสและคนอื่น ๆ ทำพิธีเสร็จ ข้าจะไปที่ทุ่งหญ้าทันทีและมอบมันให้กับราชาชนเผ่า หลังจากนั้นข้าจะเป็นเจ้าชายจากต่างแดนของชนเผ่าเหล่านั้น”
ปู่กรีนหัวเราะ “เจ้าชายจากต่างแดน ผู้เฒ่าต่างแดนของคนแคระ ลูกเขยของจักรวรรดิโรเซ่น ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ตระกูลบูดาของเราไม่ได้มีอะไรตั้งแต่แรกแต่ตอนนี้กลับเป็นตระกูลที่ไม่ธรรมดาแล้ว”
เจ่าไห่หัวเราะก่อนจะพูดว่า “หลังจากจัดการเรื่องในทุ่งหญ้าแล้ว ข้าจะกลับไปหาคนแคระ ข้าต้องการไปพบกับผู้เฒ่าบิลลี่และไปถามเรื่องเอลฟ์ว่าไปถึงไหนแล้ว ข้าอยากไปเจอกับพวกเอลฟ์ เมื่อเรารวมกันแล้ว เราก็จะสามารถต่อสู้กับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ได้”
สีหน้าของปู่กรีนเปลี่ยนทันที เขาพูดจริงจังขึ้นว่า “จริงสิ นายน้อย ข้าคิดว่าในเมื่อเราสามารถทำอย่างอื่นจากธัญพืชได้นอกจากขาย มันจะดีกว่าถ้าเก็บเมล็ดพืชนั้นไว้ในมิติเพื่อเตรียมพร้อมกับการทำสงคราม ถ้าเห็นเช่นนั้นเราจะมีอาหารระหว่างการต่อสู้แบบไม่มีวันหมด”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ปู่กรีน ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น มิติมีพื้นที่อยู่เป็น 10 พื้นที่อยู่แล้ว พื้นที่เหล่านั้นหลายส่วนยังไม่ได้ใช้งาน ถ้าเราปลูกพืชที่นั่น เราจะต้องได้รับผลของมันเป็นจำนวนมากแน่นอน”
ปู่กรีนส่ายหัวและพูดว่า “อ้อ ข้าลืมเรื่องพวกนั้นไปเลย เอาเถอะไม่จำเป็นต้องจำ แต่นายน้อยเราจะรู้ว่าพวกเขาจะมาโจมตีได้ยังไง?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เราไม่ต้องทำอะไรเลย แต่เมื่อไหร่ที่พวกเราเตรียมตัวให้พร้อมมันก็จะไม่เป็นอะไร แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เตรียมอะไรเลย ข้าก็ยังจะเดินหน้าต่อไป ข้าไม่อยากปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปเฉย ๆ”
ปู่กรีนมองเจ่าไห่ด้วยความจริงจัง จากนั้นเขาก็มองเจ่าไห่ด้วยสายตาที่สดใส ขณะที่เขาพูดว่า “เอาเถอะ มันเป็นเรื่องที่ดี เหมือนกับที่นายน้อยพูด การป้องกันตัวมากเกินไปมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี”
ตอนนี้ปู่กรีนมั่นใจในเจ่าไห่มาก ตระกูลบูดาไม่เพียงแต่มีคนเก่งอย่างเจ่าฉินอี้ แต่ยังมีเทพผู้มีพลังระดับ 9 มากกว่า 1 ล้านคน กรีนเชื่อว่าอย่างน้อยที่สุดความแข็งแกร่งนี้ก็สามารถต่อสู้กับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้
เจ่าไห่ไม่รู้ความคิดของปู่กรีนเลย แต่เขารู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่รอการโจมตีจากศัตรู เขารู้ว่าปู่กรีนต้องการที่จะจัดการกับพวกที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่ปู่กรีนจะเริ่มก็ต่อเมื่อพวกเขาเตรียมตัวพร้อมแล้ว
หลังจากที่เขาได้ยินปู่กรีนพูด เจ่าไห่ก็ยิ้มออกมาและพูดว่า “หลังจากหลายปีของการเติบโต ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีอะไรบ้าง และยังมีปีศาจอยู่กับพวกเขาไหม? อนาคตของจักรวรรดิอาร์คคงไม่ดีแน่ น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีคนรู้เรื่องนี้ ลืมมันไปเถอะ หยุดพูดเรื่องนี้เสียที ปู่กรีนไม่ต้องต้อนรับข้ากลับมา ข้าจะไปหาผู้เฒ่าเทสต่อและดูว่าพวกเขาต้องการกลับไปที่ทุ่งน้ำแข็งเพื่อทำพิธีไหม? ข้าจะออกจากไปอีกครั้ง ยังไงซะผู้เฒ่าเทสและคนอื่น ๆ เป็นยังไงบ้าง? พวกเขาคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้หรือยัง?”
ปู่กรีนยิ้มและพูดว่า “พวกเขาคุ้นเคยกับที่นี่แล้ว ตอนนี้พวกเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากชนเผ่ากระทิงแล้ว นายน้อนไม่ต้องเป็นห่วง”
เจ่าไห่พยักหน้า “ก็ดี ข้าจะไปพักผ่อน” เขาพูดขณะที่ร่างกายของเขาหายไป ปู่กรีนมองไปที่ที่ที่เจ่าไห่หายไปและพูดว่า “ท่านผู้เฒ่า เจ้าเคยคิดบ้างไหมว่าตระกูลบูดาจะมีวันนี้? นายน้อยโตขึ้น ท่านจะต้องภูมิใจในตระกูลบูดาแน่ ๆ”
นี่คือความฝันของปู่กรีน และมันเป็นจริงแล้ว ปู่กรีนรู้เรื่องหลายอย่างมากกว่าเจ่าไห่ ในตอนนี้ทุกคนในทวีปต่างรู้ว่าตระกูลบูดาแข็งแกร่งแค่ไหน ปู่กรีนรู้ดี แม้ว่าตระกูลบูดาจะเปิดความจริงว่าเป็นเจ้าของแดนทมิฬ แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไร
บวกกับความจริงที่ว่าเจ่าไห่จะกลายเป็นเจ้าชายจากต่างแดนของชนเผ่า และยังได้เป็นผู้เฒ่าจากต่างแดนของคนแคระด้วย ความแข็งแกร่งของตระกูลบูดาในตอนนี้ไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาโจมตีเลย พวกเขามองว่าตระกูลบูดาเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งมาก หากทำอะไรโดยไม่คิดพวกเขาอาจจะไม่มีชื่อเหลืออยู่เลยก็ได้
เจ่าไห่ไม่ได้คิดถึงความคิดนี้ของปู่กรีน เขาแค่ทำตามแผนของเขาและก้าวไปข้างหน้าทีละขั้น เขาไม่สนใจสิ่งอื่นเลย
เมื่อเจ่าไห่ออกมาต่อหน้าผู้เฒ่าเทสอีกครั้ง โบดี้วอลก็กลับไปที่หอกแล้ว หลังจากที่เห็นเจ่าไห่มา ผู้เฒ่าเทสและคนอื่น ๆ ก็คุกเข่าลงต่อหน้าเจ่าไห่ทันที
เมื่อเห็นพวกเขาทำเช่นนั้น เจ่าไห่ก็รีบพูดว่า “ท่านผู้เฒ่าเทสโปรดลุกขึ้น ข้าไม่อยากให้ต้องเป็นเช่นนี้”
แต่ผู้เฒ่าเทสก็ยังคุกเข่าให้เจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อย ท่านเป็นผู้มีพระคุณอย่างมากต่อชนเผ่าลิงของข้า ท่านไม่เกียงแค่พาเราออกจากทุ่งน้ำแข็งเท่านั้น นายน้อยยังได้หาที่อยู่ดี ๆ ให้พวกเราอยู่ด้วย นายน้อยยังได้นำหอกแห่งเผ่ากลับมาให้เราด้วย นายน้อยไม่ได้เป็นแค่ผู้มีพระคุณของชนเผ่าลิงเท่านั้น นายน้อยยังเป็นผู้มีพระคุณของชนเผ่าทั้งหมดเลย ได้โปรดรับคำขอบคุณจากพวกเราไปทีเถอะ” จากนั้นผู้เฒ่าเทสก็ก้มหน้าลงพื้น
ชนเผ่าลิงคนอื่น ๆ ก็ก้มลงเหมือนกับผู้เฒ่าเทส ตอนนี้เจ่าไห่ไม่ได้ห้ามพวกเขาแล้ว หลังจากที่เห็นทุกคนทำเช่นนั้นแล้ว เจ่าไห่ก็พูดว่า “เอาเถอะ พวกเจ้าทุกคนลุกขึ้น ตอนนี้เจ้าเป็นคนของตระกูลบูดาแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ในอนาคต แต่จำไว้ว่าไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร ให้คิดถึงตระกูลบูดาเอาไว้ก่อน”
ผู้เฒ่าเทสและคนอื่น ๆ ก็ตะโกนเป็นเสียงเดียวกันก่อนที่จะยืนขึ้น เจ่าไห่มองไปที่ผู้เฒ่าเทสและพูดว่า “ข้าสามารถพาเจ้าและหอกแห่งชนเผ่ากลับไปที่ภูเขาไฟได้นะ เจ้ายังอยากที่จะทำพิธีอีกไหม?”
ผู้เฒ่าเทสส่ายหัวและพูดว่า “ไม่จำเป็นแล้ว โบดี้วอลได้บอกกับข้าแล้วว่าเข้าได้รับความรู้สึกของบรรพบุรุษของเราแล้ว ไม่จำเป็นต้องกลับไปที่นั่นอีกแล้ว”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ ข้าจะนำหอกแห่งชนเผ่ากลับไปที่ทุ่งหญ้า ไปทำเรื่องของเจ้าต้องไป” จากนั้นเจ่าไห่ก็หยิบหอกแห่งชนเผ่าก่อนที่จะหายตัวไปต่อหน้าของพวกเขา
จบตอนแล้วนะครับ ฝากกดติดตามพวกเราด้วยนะครับ
ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox
https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr
