เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - บัญชีธนาคาร

บทที่ 3 - บัญชีธนาคาร

บทที่ 3 - บัญชีธนาคาร


เมื่อกระเป๋าเงินทางพฤตินัยว่างเปล่า การมุ่งหน้าไปธนาคารจึงเป็นภารกิจแรกที่สมเหตุสมผลที่สุดเมื่อต้องมาตกระกำลำบากในต่างแดน เงินตราคือตัวช่วยแก้สารพัดปัญหา—โดยเฉพาะเรื่องอาหาร น้ำ และที่พัก

ถึงแม้เธอจะไม่แน่ใจว่าตัวเองยังจำเป็นต้องกิน ดื่ม หรือนอนหลับอยู่หรือเปล่าก็เถอะ ตอนนี้เธออยู่ในร่างของบุคคลในตำนาน แถมยังเป็นร่างที่ดึงมาจากวิดีโอเกม ใน Seven Cataclysms ไม่ได้มีหลอดความง่วงนอนสักหน่อย อาหารและเครื่องดื่มก็มีไว้แค่บัฟสถานะเท่านั้น

ไม่ว่าอย่างไร เธอแค่อยากรู้ว่าเธอจะเข้าถึงคลังสมบัติส่วนตัวได้หรือไม่ ในเกม เธอสามารถจัดการทั้งเงินและคลังไอเทมหลายหน้าผ่านระบบธนาคาร

แต่อย่างที่เห็น โลกนี้ไม่ได้เหมือนในเกมแบบหนึ่งต่อหนึ่ง และเวลาผ่านไปตั้งร้อยปีแล้ว เธอคงไม่แปลกใจถ้าบัญชีธนาคารจะถูกปิดตายไปตามกาลเวลา

มีทางเดียวที่จะรู้ได้

“เชิญท่านต่อไปครับ” ไซรัสเอ่ยเรียก พลางเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง

อีกสองชั่วโมงกว่าจะถึงมื้อเที่ยง เมื่อเช้าเขาไม่ได้กินอะไรมา เลยรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย แต่เขาไม่ยอมให้มันแสดงออกมาในการทำงานเด็ดขาด งานนี้สบายที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมาในรอบทศวรรษ และเขาไม่มีเจตนาจะทำพัง เขาไม่มีทางรู้เลยว่าใครจะเดินเข้ามาทำธุรกรรม และแค่ไปกวนโมโหผิดคน ชีวิตก็อาจจะหาไม่ได้ เขาได้ยินเรื่องสยองขวัญทำนองนี้มานักต่อนัก

ลูกค้าคนถัดไปที่ก้าวเข้ามาที่เคาน์เตอร์เป็นหญิงสาว

เอ่อ หรือจะเป็นเด็กผู้หญิงกันนะ? เขาไม่แน่ใจ เธอเป็นเผ่าปีศาจ และเขารู้ดีว่าพวกปีศาจก็เหมือนเอลฟ์ ที่อายุขัยต่างจากมนุษย์ รูปลักษณ์ภายนอกมักดูเยาว์วัยทั้งที่ความจริงไม่ใช่ ยายแก่หนังเหี่ยวอายุหลายร้อยปีอาจดูเหมือนวัยรุ่นได้ ถึงอย่างนั้น คนนี้ก็ดูเด็กจริงๆ นั่นแหละ

เธอแต่งกายเหมือนนักวิชาการหรือนักผจญภัย สวมชุดคลุมสีดำเนื้อหนายาวระพื้น ผิวขาวซีดกว่าปีศาจทั่วไป มีเขาโค้งสีดำและผมตรงสีขาวโพลน

อย่างน้อยเธอก็วางตัวเหมือนผู้ใหญ่ ดวงตาสีแดงคู่นั้นดูสงบนิ่งและมั่นใจ สีหน้าผ่อนคลาย—แต่ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสบายใจตามไปด้วย อันที่จริง ยิ่งมองเธอนานเท่าไหร่ บรรยากาศรอบตัวเธอก็ยิ่งทำให้เขาชะงักงัน

เขายังไม่แน่ใจว่าเธอเป็นเด็กหรือเปล่า แต่ประสบการณ์งานบริการสอนให้เขาไม่ด่วนตัดสิน เคยมีเหตุการณ์กับแม่ลูกคู่หนึ่งที่เขาเข้าใจผิด... มันยังตามหลอกหลอนเขาจนทุกวันนี้

“มีอะไรให้ช่วยครับคุณผู้หญิง?” เขาถามด้วยความมืออาชีพเช่นเดียวกับที่มอบให้ลูกค้าทุกคน

“ฉันต้องการถอนเงิน” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เจือความเบื่อหน่าย และโทนเสียงนั้นก็ลบข้อกังขาของเขาไปเกือบหมด ถ้าเป็นเด็ก ก็คงเป็นเด็กที่แปลกประหลาดมาก เขาเหยียดหลังตรงขึ้น

“ได้แน่นอนครับ” เขาผ่านกระบวนการนี้มาเป็นล้านครั้ง จึงเอื้อมมือไปใต้โต๊ะและวางเครื่องยืนยันตัวตนไว้ตรงหน้าเธอ ก่อนจะจัดวางมือตัวเองอย่างสุภาพ “กรุณาวางนิ้วลงบนเครื่องตรวจสอบบัญชีด้วยครับ”

หญิงสาวจ้องมองอุปกรณ์นั้น

“คุณมีบัญชีกับเราใช่ไหมครับ?” ไซรัสถาม

“...อาจจะมั้ง?” เธอตอบ

“อาจจะ?”

“ปกติฉันทำธุรกรรมที่เมอริเดียน” เธอพูดช้าๆ “บัญชีมันเชื่อมกันไหม?”

เมอริเดียน? เธอมาจากที่ที่ไกลมาก เขาต้องกัดลิ้นข่มความสงสัยในน้ำเสียงเอาไว้

“เชื่อมครับคุณผู้หญิง ระบบธนาคารกลางรวมศูนย์มากว่าสามร้อยปีแล้วและครอบคลุมทั่วทั้งทวีป เว้นแต่ว่าคุณจะฝากเงินกับ...” พวกผิดกฎหมาย เขาละคำนี้ไว้ “...บุคคลที่สามที่ไม่ปกติ ถ้าคุณมีบัญชีที่ไหนสักแห่งในอาณาจักร คุณจะสามารถเข้าถึงได้ที่นี่ครับ”

“เข้าใจละ” เธอดูเหมือนจะถามอะไรต่อ แต่ก็เปลี่ยนใจ เธอยกนิ้วชี้ค้างไว้เหนือแผ่นหินสลักอักขระ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งเหมือนกำลังชั่งใจ แล้วในที่สุดก็กดนิ้วลงบนหิน

พูดตามตรง เขาคิดว่าหน้าจอโปรเจกเตอร์จะแจ้งว่าเธอไม่มีบัญชี ความไม่คุ้นเคยกับระบบของเธอทำให้เขาเริ่มกลับมาสงสัยอีกครั้งว่าตกลงเขากำลังคุยกับผู้ใหญ่อยู่จริงไหม

แต่บัญชีที่ถูกต้องกลับเด้งขึ้นมา สร้างความประหลาดใจให้เขาเล็กน้อย มันแสดงรายละเอียดทั่วไปที่แสนจะโล่ง: ชื่อ ยอดเงินที่ถอนได้ และส่วน 'หมายเหตุ' สำหรับข้อมูลสำคัญที่พนักงานอาจจำเป็นต้องรู้

ปกติเขาจะอ่านชื่อลูกค้าก่อนเพื่อจะได้รู้ว่าคุยกับใครอยู่ แต่ร้อยละเก้าสิบเก้าช่อง 'หมายเหตุ' มักจะว่างเปล่า ดังนั้นเมื่อมีข้อความปรากฏขึ้น สายตาเขาจึงพุ่งไปที่นั่นก่อน

สันนิษฐานว่าเสียชีวิตแล้ว บัญชีถูกล็อก แต่คงสภาพไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางประวัติศาสตร์

เขากระพริบตา

แปลก แปลกมาก สงสัยเขาต้องทำเรื่องอัปเดตสถานะเสียแล้ว ไม่ว่าคนนี้จะเป็นใคร เธอยังไม่ตาย

เขาไม่เคยยื่นแบบฟอร์มอัปเดตบัญชีมาก่อน คงต้องขอความช่วยเหลือ

สายตาเขาเลื่อนขึ้นด้านบน นึกอยากรู้ชื่อของเธอ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างอยู่ที่ยอดเงินในบัญชี

เขากระพริบตาอีกครั้ง ครั้งที่สาม และครั้งที่สี่ เขาถอดแว่นออกมาเช็ด สวมกลับเข้าไปใหม่ แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้พร้อมขมวดคิ้วเพ่งมองตัวเลขบนหน้าจอ เพื่อให้แน่ใจสุดๆ ว่าเขาไม่ได้ตาฝาด

ยอดเงินคงเหลือ

ทองแดง: 62,242

เงิน: 258,550

ทอง: 33,239

มิธริล: 8,812

โอริคัลคุม: 2,168

สตาร์เมทัล: 128

(ยอดรวมสกุลเงินมินต์: 49,263,642)

เขาสูญเสียความสามารถในการใช้เหตุผลไปชั่วขณะ สิบวินาทีผ่านไป เขายังคงจ้องค้างอยู่อย่างนั้น

ระบบพังหรือเปล่า? ระบบธนาคารพังไม่ได้สิ เป็นไปไม่ได้

แต่สตาร์เมทัลร้อยยี่สิบแปดก้อนเนี่ยนะ? ขนาดราชาจะหาสตาร์เมทัลสักนิดยังลำบาก เขาไม่เคยเห็นช่องสตาร์เมทัลในบัญชีลูกค้าคนไหนแสดงเลขอื่นนอกจากศูนย์ ลูกค้าที่รวยที่สุดที่เขาเคยเจออาจมีโอริคัลคุมจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ใช่กองพะเนินขนาดนี้

ไม่ใช่ระดับ สองพันกว่าก้อน แน่ๆ

อาหารมื้อหนึ่งอาจราคาไม่กี่ทองแดง คืนหนึ่งในโรงแรมหรูห้องส่วนตัวก็สักหนึ่งเหรียญเงิน ม้าศึกพันธุ์ดีแบบที่นักผจญภัยระดับสูงหรือขุนนางขี่ไปรบ ราคาห้าสิบถึงหนึ่งร้อยเหรียญทอง

ค่าเงินจะเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนหนึ่งต่อสิบ นั่นหมายความว่าหนึ่งมิธริลเท่ากับสิบทอง โอริคัลคุมเท่ากับร้อย สตาร์เมทัลเท่ากับพัน

สตาร์เมทัลกองเล็กๆ ซื้อป้อมปราการได้ทั้งป้อม มันมีค่าเท่ากับทองคำ หลายพันเหรียญ

ด้วยความมึนงง สายตาเขาเลื่อนไปที่ด้านบนสุดของหน้าจอ

วิวิสารี เว็กซาเรีย

แล้วเขาก็หันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาสีแดงคู่นั้นมองเขาอย่างระแวดระวัง อ่านปฏิกิริยาของเขาออกอย่างชัดเจน

“มีปัญหาอะไรรึเปล่า?”

เขาอ้าปาก

แล้วก็หุบลง

โอเค ยัยนี่ไม่ใช่ วิวิสารี เว็กซาเรีย ตัวจริงหรอก ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัวชั่วครู่ แต่มันไร้สาระเกินไป

ถึงกระนั้น เธอก็หลอกเครื่องยืนยันตัวตนได้ นั่นน่ากังวลเกือบจะพอๆ กับการที่จอมเวทในตำนานฟื้นคืนชีพ ระบบธนาคารควรจะเจาะไม่ได้ ไม่เคยมีกรณีการละเมิดหรือโกงระบบมาก่อน มันเป็นส่วนหนึ่งของ 'ระบบหลัก' (Grand System) ไม่ได้สร้างโดยมนุษย์ แต่สร้างโดยทวยเทพ

มันหลอกกันไม่ได้

แต่เธอก็ทำไปแล้ว เพราะนี่ไม่ใช่วิวิสารี เว็กซาเรีย

หลักฐานที่ชัดเจนที่สุด: เธอเตี้ยเกินไป

ถ้าเด็กคนนี้หาวิธีโกงระบบธนาคารได้ ทำไมถึงมาเปิดเผยตัวแบบนี้? เธอจะปลอมเป็นใครก็ได้ (ยกเว้นคนดังไม่กี่คน) แล้วเขาคงไม่เอะใจเลย เพราะระบบไม่มีทางผิดพลาด

จริงอยู่ที่บัญชีที่เธอเลือกเจาะมีเงินจำนวนมหาศาลอย่างเหลือเชื่อ แต่ต่อให้เขาอยากจ่าย เขาก็จ่ายไม่ได้ เงินสำรองในเมืองนี้ไม่พอให้ถอนยอดนี้แน่ๆ โดยเฉพาะสตาร์เมทัล คลังสมบัติของราชันสูงสุดเองก็คงมีโลหะล้ำค่านี้ไม่เกินสองสามร้อยเหรียญ และถ้าเธออยากจะโกงเงินจำนวนน้อยกว่านี้ ทำไมต้องใช้บัญชี นี้?

เธอไม่ฉลาดงั้นเหรอ? หรือทะเยอทะยานจนกลายเป็นคนโง่? นิยายมักมีเรื่องแบบนั้นอยู่ถมไป ความโง่เขลามีอยู่ทั่วไปไม่ว่าจะชนชั้นสูงหรือต่ำ

เธอคงฟลุ๊คเจอช่องโหว่เข้า

สรุปคือเด็กจริงๆ สินะ

แล้วเขาจะทำยังไงดี?

เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่ ใหญ่มาก ระดับที่เขาต้องจัดการไปอีกเป็นสัปดาห์ ต้องเข้าประชุมกับคนใหญ่คนโตที่เขาต้องคอยพินอบพิเทา ชีวิตเขาวุ่นวายขึ้นมาทันตาเห็น อาการปวดหัวเริ่มตุบๆ

แค่อดมื้อเช้าเขาก็อารมณ์บ่จอยพออยู่แล้ว

ความคิดแล่นเร็ว เขาตัดสินใจได้ในที่สุด

“ขอประทานโทษครับคุณหนู” เขาเอ่ย “เกรงว่าคุณจะไม่มีบัญชีกับเรา รบกวนช่วยหลบไปด้านข้างก่อน เดี๋ยวเราจะดำเนินการเปิดบัญชีให้ครับ?”

เขาเสี่ยงดวง แต่ถ้าเขาไม่พยายามถ่วงเวลาเธอไว้จนกว่าจะเรียกยามได้ ผู้จัดการคงเอาเขาหัวขาดแน่

“มันขึ้นชื่อฉันไม่ใช่เหรอ?” เธอถามเสียงเรียบ เธอถอนหายใจ “แค่นี้เอง—ฉันไม่ได้ต้องการเยอะแยะอะไร ขอแค่ถอนอย่างละร้อยเหรียญ ไล่ไปจนถึงโอริคัลคุมก็พอ นี่มันไม่ได้ผ่านพนักงานแล้วเหรอ ทำไมถึงยังมีเทลเลอร์อยู่? เปลี่ยนระบบไปตอนไหนเนี่ย?”

เธอยังแถต่อ เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจทีเดียว “ผมไม่แน่ใจว่าคุณหมายถึงอะไรครับ” เขาปั้นหน้านิ่งที่สุดเท่าที่ทำได้ การแสดงของเขาไม่เลวเลย ก็ต้องรับมือกับคนนิสัยแย่มาทั้งวันนี่นะ

เขาไม่ได้ทักท้วงเรื่องความไร้สาระของคำขอ ‘อย่างละร้อย ไล่ไปจนถึงโอริคัลคุม’ ราวกับว่าแค่นั้นยังไม่มากพอจะทำให้ราชาสำลักตาย

ปีศาจสาวบีบดั้งจมูก ดูหงุดหงิด “นี่มันความผิดพลาดชัดๆ”

เขาเห็นด้วย หวังอะไรไว้ล่ะแม่คุณ?

“อย่าแจ้งยามนะ” เธอบอก “หรือแจ้งใครก็ตาม นั่นคงจะ... น่ารำคาญ”

เขาชะงัก เป็นการขอที่กล้าดีแฮะ แต่เนื่องจากเขาไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นนักผจญภัยระดับสูงหรือเปล่า เขาจึงไม่อยากสร้างศัตรู

“แน่นอนครับคุณหนู ผมจะไม่พูดอะไรสักคำ” ชัดเจนว่าเขาหมดหวังที่จะกักตัวเธอแล้ว เธอรู้ทัน เขาจะไม่ดันทุรังจนเอาตัวไปเสี่ยง เขารักงานนี้ แต่เขารักชีวิตตัวเองมากกว่า เอาไว้เธอไปแล้วค่อยแจ้งละกัน

เธอจ้องหน้าเขา สงสัยเขาจะแสดงไม่เนียนพอ

“เห็นไหม? ก็บอกแล้วว่าเป็นฉัน” เธอพูดช้าๆ “คุณไม่เชื่อใช่ไหม?”

“เกรงว่าผมจะไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูดครับ” เขาตอบ เพราะนึกคำที่ดีกว่าไม่ออก

เธอจ้องมองเขาอีกหลายวินาที จนไซรัสเริ่มขยับตัวอย่างอึดอัด

“ฉันต้องพิสูจน์สินะ?” เธอถาม “ถ้าพิสูจน์แล้ว คุณจะยอมปล่อยฉันไปใช่ไหม? พร้อมกับเงิน?”

“ยังไงบัญชีก็ถูกล็อกอยู่ดีครับ” เขาตอบ เพราะไม่มีประโยชน์จะแกล้งโง่อีกแล้ว “ผมไม่อยากมีเรื่องครับคุณหนู จริงๆ นะ ผมจะลืมเรื่องวันนี้ไปให้หมดเลย”

เขาโกหก การโกงระบบแบบนี้เป็นภัยต่อโครงสร้างสังคม ถ้าเขาเชื่อใจระบบธนาคารไม่ได้ แล้วเขาจะเชื่อใจอะไรได้? เขาจะรายงานเรื่องนี้ทันทีที่ปลอดภัย

“ก็ได้” เธอถอนหายใจ “ฉันต้องพิสูจน์”

ความกังวลพุ่งพล่านขึ้นมาทันที แต่เขายังไม่ทันได้ขยับตัว ก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนแปลกประหลาดในอากาศที่มาพร้อมกับการร่ายเวท

ในบรรดาคลาสต่างๆ สายเมจนั้นหายากที่สุด เช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ เขาเคยลองเป็นนักผจญภัยในวัยหนุ่ม แม้จะไม่รุ่ง แต่เขาก็คลุกคลีกับเวทมนตร์มามากพอที่จะจำรสสัมผัสเหมือนโลหะในปากได้

“[ภาพลวงตา]”

“[เนตรทิพย์]”

“[บิน]”

“[พริบตา]”

เวทมนตร์เกิดขึ้นเร็วมากจนเขาแทบประมวลผลไม่ทัน บทแล้วบทเล่า เร็วกว่าที่เมจคนไหนควรจะทำได้ ไม่ใช่ว่าเขาเคยเจอพวกระดับสูงบ่อยนักหรอกนะ เคยเจอระดับทองบ้างนานๆ ที

แต่เวทมนตร์ต้องมีเวลาร่ายสิ นั่นคือจุดอ่อนพื้นฐานของเมจ สิ่งที่ทำให้พวกเขามีประโยชน์แต่ก็ต้องมีคนคุ้มกัน แต่เธอเปิดใช้เวททันทีที่พูด เร็วกว่าพูดด้วยซ้ำ มันไม่สมเหตุสมผลเลย

แล้วเขาก็ลอยเท้งเต้งอยู่กลางอากาศที่ความสูงสองพันฟุต

“ดูสิ” เธอพูด พลางชี้คทาไม้สีเทาบิดเบี้ยวลงไปยังเมืองปริสมาร์ช รูปลักษณ์ของเธอเปลี่ยนไปแล้ว ปีศาจตนนั้นมีรอยสักคราบน้ำตาสีแดงไหลลงมาอาบแก้ม: สัญลักษณ์ประจำตัวของจอมเวทหญิงผู้เป็นตำนาน ชุดคลุมของเธอไม่ใช่สีดำล้วนอีกต่อไป แต่มีลวดลายสีม่วงหมุนวนปกคลุม “หลักฐานแค่นี้พอไหม?”

ไซรัสคิดว่าตัวเองเป็นคนใจเย็น แต่แบบนี้มันเกินไป ปากของเขาพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ

เธอถอนหายใจ “เวทเทียร์ต่ำไปเหรอ? ก็ได้ [พริบตา] [พริบตา] [พริบตา] [พริบตา] [ตรวจจับตัวตน]”

แล้วพวกเขาก็มาลอยอยู่เหนือป่ารกร้างที่ความสูงพันฟุต เขตเมืองปริสมาร์ชหายไปจากสายตา เหลือเพียงป่าสนไร้ที่สิ้นสุด และภูเขาหิมะที่อยู่ห่างออกไปหลายไมล์

ปีศาจสาวชี้คทาลงไปที่ป่า เขาสัมผัสได้ถึงเวทมนตร์ที่กำลังก่อตัว เวทมนตร์ ของจริง แม้สิ่งที่เขาเจอเมื่อกี้จะเหนือกว่าทุกอย่างที่เคยเห็นมาแล้วก็ตาม การเทเลพอร์ตเป็นวิชาของนักผจญภัยระดับมิธริล อย่างน้อย ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจนัก อาจจะสูงกว่านั้นมาก สูงจนเขาจินตนาการไม่ถูก

ไม่ว่าเธอกำลังร่ายเวทอะไร มันไม่ได้แค่สร้างรสโลหะในปาก แต่มันทำเอาวุ้นในตาเขาสั่น ลำคอตีบตัน แรงกดดันตื้อๆ ในหัวกะโหลกทวีความรุนแรงขึ้นทุกวินาที

จู่ๆ เขาก็รู้สึกตัวเล็กลงถนัดตา วงเวทเรืองแสงที่จารึกด้วยอักขระที่ซับซ้อนและสว่างไสวที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น ก่อตัวขึ้นตรงหน้า เขาแทบจะได้รสชาติของพลังเวทที่แผ่ออกมา

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเวทมนตร์วิปริตนี้ทำงานเสร็จ?

นี่แม่คุณกำลังร่ายบ้าอะไรเนี่ย?

เวทมนตร์นั้นขานชื่อตัวเองมากกว่าที่เธอเอ่ยชื่อมัน มันหลุดออกจากริมฝีปากของเธอพร้อมพลังอำนาจที่มากพอจะทำให้มังกรหางจุกตูดหนี

“[เพลิงพันปีแห่งเคลัม]”

ท้องฟ้าแยกออก เสาเพลิงสีขาวฟาดลงมา มันกระแทกพื้นและสลายทุกสรรพสิ่งในรัศมีหนึ่งในสี่ไมล์ให้หายไป ไอร้อนวูบผ่านตัวเขาแม้จะอยู่ไกลขนาดนี้ เขาต้องเอามือปิดตา ไม่งั้นคงตาบอดแน่

เมื่อเวทมนตร์สิ้นฤทธิ์ลง ไม่เหลืออะไรเลยนอกจากผืนดินที่ถูกหลอมจนกลายเป็นแก้ว

เขาจ้องมองอย่างโง่งม

เมื่อกี้... นั่นเวทเทียร์ไหนกัน?

เขาไม่สามารถทำความเข้าใจสิ่งที่เพิ่งเห็นได้ แค่ลอยตัวกลางอากาศก็เหนือจริงพอแล้ว เวทบินได้ก็หายากพอจะทำให้เขากลัวหัวหด

แต่ไอ้นั่น... หรืออะไรก็ตามที่เพิ่งเกิดขึ้น... มันเกินไป สมองของเขาหยุดทำงานไปดื้อๆ

“เห็นไหม? ก็บอกแล้วว่าเป็นฉัน” ปีศาจสาวกล่าว น้ำเสียงยังคงเจือความรำคาญเล็กน้อย ราวกับเธอกำลังต่อรองราคาสินค้าที่น่าหงุดหงิด ไม่ใช่เพิ่งจะระเหยป่าหายไปแถบหนึ่งตามอำเภอใจ “แต่ฉันมาทำธุระส่วนตัว อย่าไปฟ้องยามล่ะ ทีนี้ ฉันจะปลดล็อกบัญชีได้หรือยัง?”

จบบทที่ บทที่ 3 - บัญชีธนาคาร

คัดลอกลิงก์แล้ว