เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - ภูตเขียวเขี้ยวยาว

บทที่ 24 - ภูตเขียวเขี้ยวยาว

บทที่ 24 - ภูตเขียวเขี้ยวยาว


บทที่ 24 - ภูตเขียวเขี้ยวยาว

หลังวันสารทจีนผ่านพ้นไป

หนิงเจ๋อเดินทางออกจากหมู่บ้านหมิงเยว่ เรียกรถแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังโรงแรมสาขาของสมาพันธ์ใต้ดิน

เขาเดินตามพนักงานต้อนรับเข้าไปยังห้องรับรองส่วนตัว

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป สวีเหลียงที่นั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ก็ตะโกนทักทายเสียงดัง "มาแล้วๆ อัจฉริยะของเรามาแล้ว เป็นไง ไม่เจอกันเกือบครึ่งเดือน ต้องให้พวกเราขยี้ตาดูความเปลี่ยนแปลงอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย"

หนิงเจ๋อหาที่ว่างนั่งลงแล้วยิ้มบางๆ "สิบกว่าวันที่ผ่านมาการฝึกราบรื่นดีครับ วิชาตัวเบาคล่องขึ้น เพลงดาบวายุสบั้นก็พอไหว พลังเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย"

"ฮ่าฮ่าฮ่า!"

"ฮ่าฮ่าฮ่า!"

พอได้ยินแบบนั้น สมาชิกทีมเพลิงสงครามต่างพากันหัวเราะร่า

"ไอ้หนู คราวที่แล้วก็โดนแกหลอก คราวนี้พวกเราไม่หลงกลแล้วโว้ย!" จั่วสิงหยวนหัวเราะด่า "ฝีมือพัฒนาไปถึงไหนแล้ว สารภาพมาซะดีๆ!"

หนิงเจ๋อยกยิ้มมุมปาก ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "ก็ไม่ได้เพิ่มอะไรเยอะแยะครับ แค่เพลงดาบวายุสบั้นขั้นที่สองสมบูรณ์แล้ว พละกำลังเพิ่มขึ้น 1200 กิโลกรัม วิชาตัวเบาก็เหมือนเดิม แค่รู้สึกว่าคล่องตัวขึ้น น่าจะควบคุมได้ละเอียดขึ้นมั้งครับ ยังไม่ได้ลองสู้จริงเลยไม่ค่อยรู้" เพราะเขาสามารถฝึกพลังงานยีนไปพร้อมกับวิชาตัวเบาได้ ความเร็วในการพัฒนาเลยก้าวกระโดดขึ้นมาหน่อย

สวีเหลียงตบไหล่เขาดังป้าบ หัวเราะด่าว่า "ไปตายซะ! พลังเพิ่มขึ้น 1200 กิโลกรัม นี่ถ้าระเบิดพลังออกมาก็ไม่แพ้พี่ม้าแล้ว ยังจะมาบอกว่าไม่ได้เพิ่มอะไรเยอะแยะ!"

หม่าอวี่ทำหน้าปลื้มปริ่ม "ถ้าระเบิดพลังแล้วเกินหมื่นกิโล พลังก็ไม่ด้อยไปกว่าฉัน แถมวิชาตัวเบายังพัฒนาขึ้นอีก ฝีมือแซงฉันไปแล้วมั้งเนี่ย"

จั่วสิงหยวนพูดอย่างตื่นเต้น "ตอนนี้ทีมเรามีระดับขุนพลสามคน นักสู้ระดับสูงอีกสามคน รอบนี้เราไปเมืองหมายเลข 011 เมืองหนานจิงเก่า! ทุกคนว่าไง"

"ฝีมือระดับนี้ไปได้ แต่ความเสี่ยงก็ไม่น้อยนะ" จางเฉินแย้ง

หม่าอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้ไม่มีทีมหมาป่าพิษคอยรังควาน ไม่ต้องระวังตัวแจจนต้องกั๊กแรงไว้เหมือนเมื่อก่อน

"สัตว์ประหลาดระดับ F ทำอะไรเสี่ยวเจ๋อไม่ได้แล้ว เมือง 011 ไปได้ ถึงแม้รอบนอกจะมีสัตว์ประหลาดระดับขุนพลเยอะ แต่ลูกสมุนไม่ค่อยมีเท่าไหร่"

"เอ่อ..." หนิงเจ๋อลังเล สายตาทุกคนจับจ้องมาที่เขา เขาถามด้วยความสงสัยว่า "หัวหน้าบอกว่าจะพาผมไปเมืองหมายเลข 003 ไม่ใช่เหรอครับ"

เมือง 003 หรือศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศฮวาเซี่ยก่อนยุคหายนะ - นครเซี่ยงไฮ้เก่า!

ที่นั่นนับเป็นพื้นที่อันตรายอันดับต้นๆ ของภูมิภาคยูเรเชีย เนื่องจากติดทะเล จึงมีสัตว์ประหลาดทางทะเลจำนวนมหาศาลว่ายทวนแม่น้ำเข้ามา

ตึกระฟ้าและสิ่งก่อสร้างที่หนาแน่นที่สุดในเอเชียกลายเป็นรังของสัตว์ประหลาดจำนวนนับไม่ถ้วน ระดับจ่าฝูงเดินกันให้ควัก เผลอๆ มีตัวที่เหนือกว่าระดับจ่าฝูงซ่อนตัวอยู่ด้วย!

นักสู้ระดับท็อปต่างแห่กันไปที่นั่น!

แม้แต่นักสู้จากฐานที่มั่นอื่นในฮวาเซี่ยก็ยังดั้นด้นมาที่นี่!

เรียกได้ว่าเป็นสมรภูมิเลือดระหว่างมนุษย์กับสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง!

"ไอ้เด็กบ้า!"

"คิดว่าฉันกลัวรึไง"

จั่วสิงหยวนหัวเราะด่า ก่อนจะอธิบายด้วยความเจ็บใจ "ไปเมือง 003 น่ะไปได้ แต่จะให้ไปเดินเล่นอยู่แค่รอบนอกงั้นเหรอ?"

"ถ้าจะเข้าไปข้างในจริงๆ ระดับจ่าฝูงมีเพียบ"

"เราอุตส่าห์ไปทั้งที จะไม่เข้าไปเดินโฉบในใจกลางเมืองหน่อยเหรอ? ขืนไปแค่รอบนอก อายเขาตายชักถ้าจะบอกใครว่าเคยไปมาแล้ว"

"เหอะ!"

"อย่าดูถูกเมือง 011 เชียว ตรงนั้นเป็นลุ่มแม่น้ำฉางเจียง สัตว์ประหลาดจากทะเลว่ายเข้ามาได้เรื่อยๆ ระดับจ่าฝูงก็มีไม่น้อย ถ้าเจอเข้าจริงๆ แกมีหน้าที่แค่วิ่งหนีอย่างเดียว!"

"ผมว่า... อาจั่วอย่าพูดเป็นลางดีกว่าครับ" หนิงเจ๋อพูดอย่างหวาดๆ

"ฮ่าฮ่าฮ่า จริงด้วย หุบปากเน่าๆ ของแกไปเลย!"

"เราจะเจอแค่ขุนพลขั้นสูงเท่านั้นเว้ย!"

"ถ้าล่อพวกจ่าฝูงมา แกปลดเกษียณจากการเป็นหัวหน้าไปเลยนะ!"

ทีมเพลิงสงครามหัวเราะเฮฮา พอฟ้ามืดพวกเขาก็ออกเดินทางสู่เขตทุรกันดารอีกครั้ง

ตลอดทาง หนิงเจ๋อจัดการพวกสัตว์ประหลาดระดับสูงทั่วไปอย่างสบายมือ

เนื่องจากระยะทางไม่ไกล ใช้เวลาแค่สามชั่วโมงพวกเขาก็มาถึงชานเมือง 011

ทีมเพลิงสงครามเข้าพักผ่อนชั่วคราวที่ชั้นสองของตึกแถวสภาพโทรมๆ ที่ยังไม่พังทลาย เพื่อรอเวลาออกล่าในตอนเช้า

"ไม่เลวเลย เสี่ยวเจ๋อตอนนี้ฆ่าพวกระดับ F ได้เหมือนหั่นผัก" จั่วสิงหยวนเอ่ยชมไม่ขาดปาก

หม่าอวี่ยิ้ม "รู้จักระเบิดพลังแล้วมันต่างกัน ต่อให้นักสู้ระดับสูงก็มีพลังเทียบเท่าขุนพลขั้นต้น ยิ่งมีวิชาตัวเบาขั้นละเอียด พวกระดับ F ก็แค่ขนมกรุบ"

หนิงเจ๋อพยักหน้ารับ หันไปมองนอกหน้าต่างแล้วลองถามดู "อาจั่ว ตอนนี้ผมออกไปล่าสัตว์ประหลาดได้ไหมครับ"

พอได้ยินคำถาม จั่วสิงหยวนหน้าเปลี่ยนสี ตวาดเสียงเขียว "เหลวไหล! พวกนักล่ามันออกหากินตอนกลางคืน ความมืดเป็นถิ่นของพวกมัน ออกไปตอนนี้ก็เท่ากับไปตาย!"

หนิงเจ๋อเงียบไป เขารู้ลิมิตตัวเองดี ตอนนี้พลังกายเกือบ 5700 กิโลกรัม ถ้าระเบิดพลังสามเท่าก็ปาเข้าไป 17,100 กิโลกรัม เทียบเท่าขุนพลขั้นกลาง แถมยังมีวิชาตัวเบาขั้นละเอียด ฝีมือเขาเหนือกว่าจั่วสิงหยวนไปแล้ว

เห็นหนิงเจ๋อเงียบ จั่วสิงหยวนก็สีหน้าอ่อนลง เขาอธิบายอย่างใจเย็น "ฉันรู้ว่าแกมีพรสวรรค์และชอบความท้าทาย แต่กลางคืนมันอันตรายเกินไป ยิ่งเรายังไม่คุ้นพื้นที่ ยิ่งอันตรายเข้าไปใหญ่!"

"รอพรุ่งนี้เราล่าสัตว์ประหลาดสักตัว ถ้าฝีมือแกเป็นที่น่าพอใจ ฉันจะอนุญาตให้ออกไป"

หนิงเจ๋อชั่งใจดู กลางคืนเขาก็ไม่คุ้นจริงๆ แค่พลังระดับขุนพลขั้นกลางอาจจะรับมือพวกนักล่ายามวิกาลลำบาก

ตอนนี้ความชำนาญทั้งวิชาตัวเบาและเพลงดาบเกิน 5500 แล้ว ตามความเร็วในการฝึกปัจจุบัน สู้จริงสักสองสามวันน่าจะถึง 6666 ตามกฎแล้วตอนนั้นเขาน่าจะระเบิดพลังได้ 4 เท่า ฝีมือจะก้าวกระโดดอีกขั้น ถึงตอนนั้นค่อยลุยก็ปลอดภัยกว่า

"ตกลงครับ!"

คืนนั้นผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์อะไร

เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาขึ้นไปบนดาดฟ้าของผับแห่งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นตึกที่สูงพอสมควรในย่านชานเมือง ตึกที่สูงกว่านี้ส่วนใหญ่ถล่มลงมาหมดแล้ว

ทั้งหกคนนอนราบไปกับพื้นดาดฟ้า ใช้กล้องส่องทางไกลกวาดตามองไปทั่วเมือง

สวีเหลียงพูดเสียงตื่นเต้น "ทิศ 33 นาฬิกา เจอจระเข้เกราะดำตาสีม่วง ดูจากขนาดตัวน่าจะเป็นขุนพลขั้นกลาง เชี่ย! ข้างๆ มีตัวบักเอ้ก เมื่อกี้มันหมอบอยู่ในทรายนิ่งๆ เลยมองไม่เห็น ตัวนี้น่าจะระดับขุนพลขั้นสูงแน่ๆ หนึ่งตัว... สองตัว... สามตัว... ห้าตัว... ซีด! ระดับขุนพลทั้งนั้นเลย!"

จั่วสิงหยวนถีบขาเพื่อนไปทีหนึ่ง "อย่าเสือกส่องไปทางแม่น้ำสิวะ แกอยากตายแต่ฉันยังไม่อยาก ใครจะรู้ว่าในน้ำมีตัวอะไรซ่อนอยู่อีก ตรงนี้เป็นปลายน้ำแล้ว ถัดลงไปก็ทะเลตงไห่! ต่อให้เกิดคลื่นสัตว์ประหลาดฉันก็ไม่แปลกใจหรอก"

"สัตว์ประหลาดที่นี่เยอะจริงๆ ฉันเจอตัวนึงแล้ว ลูกน้องแค่ไม่กี่ร้อย เราจัดการได้สบาย แต่มันอยู่ไกลไปหน่อย" หยางเชาพูดอย่างอารมณ์ดี น้ำเสียงตื่นเต้น

หม่าอวี่เตือน "ตาเฒ่าหยาง เช็คปืนให้ดี มาถึงนี่ต้องใช้ที่เก็บเสียงแล้วนะ ขืนเสียงปืนดังลั่น เดี๋ยวพวกระดับขุนพลแห่กันมาไม่รู้ตัว ยิ่งถ้าพวกมันมีระดับจ่าฝูงคุมอยู่ด้วยล่ะก็..."

"วางใจเถอะ! ปืนฉันลูกรักฉัน ไม่ยอมให้มีปัญหาหรอกน่า!" หยางเชารับประกัน

"ทิศ 45 นาฬิกา ห่างไปสองกิโลเมตรตรงสี่แยก มีรถถังคลั่งเลือดอยู่ตัวนึง น่าจะเป็นขุนพลขั้นกลาง รอบๆ มีลูกสมุนร้อยกว่าตัว แต่พวกมันบาดเจ็บกันอยู่ ผมว่าตรงนี้เล่นได้" จางเฉินวิเคราะห์อย่างใจเย็นแล้วหันไปมองจั่วสิงหยวน

"ขุนพลขั้นกลาง?"

จั่วสิงหยวนตาเป็นประกาย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เข้าท่า ระยะใกล้ ลูกน้องน้อย แถมยังบาดเจ็บ เดี๋ยวฉันขอดูหน่อย"

สวีเหลียงส่องกล้องไปที่ทิศ 45 องศา เจอเป้าหมายทันที เขาทำหน้าเคลิ้ม "ฉันสัมผัสได้ว่าเงินกำลังกวักมือเรียก! รถถังคลั่งเลือดระดับขุนพลขั้นกลางราคาตั้ง 50 ล้าน แพงพอๆ กับขุนพลขั้นสูงตัวอื่นเลยนะ"

หนิงเจ๋อปรับโฟกัสกล้องส่องทางไกล

สัตว์ประหลาดรูปร่างประหลาด ตัวสีแดงทั้งตัว ดูหนาหนักและเต็มไปด้วยพละกำลังราวกับรถถังสมชื่อ หมอบนิ่งอยู่ตรงนั้น

รอบกายมันรายล้อมไปด้วยหมูป่าเขาเดียว หมูป่าขนเหล็ก และสัตว์ประหลาดตระกูลหมูอื่นๆ นับรวมๆ ได้ร้อยกว่าตัว หลายตัวเดินขากะเผลก เห็นได้ชัดว่าเพิ่งผ่านการต่อสู้มา

จั่วสิงหยวนสังเกตการณ์แล้วสรุป "ลูกสมุนเจ็บกันระนาว แต่ตัวพี่เบิ้มยังดูดีอยู่ คู่ต่อสู้คงไม่ตึงมือนัก เอาล่ะ เอาตัวนี้แหละ ประเดิมศึกแรกของวันนี้"

ถึงเวลาหยางเชาโชว์ฝีมือ หนิงเจ๋อกับคนอื่นๆ ต่างเงียบกริบ เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิ

"ปุ!"

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น กระสุนพุ่งฝ่าอากาศ หูของรถถังคลั่งเลือดบิดเบี้ยวด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า หัวของมันสั่นสะเทือน เลือดพุ่งกระฉูดออกจากใบหู

หมูป่ารอบข้างแตกตื่น วิ่งวนไปรอบซากศพของรถถังคลั่งเลือด บางตัวที่ตัวใหญ่หน่อยถึงกับวิ่งเข้ามาเอาหัวดุนๆ

"ลุย! เผด็จศึกให้เร็วที่สุด!"

จั่วสิงหยวนตะโกนสั่งแล้วพุ่งนำลงจากตึก วิ่งตรงไปยังเป้าหมาย

หนิงเจ๋อวิ่งตามไปติดๆ

ระหว่างวิ่ง หยางเชายังคงยิงสนับสนุน เสียงดังปุๆ ทุกนัดหมายถึงสัตว์ประหลาดหนึ่งตัวที่ล้มลง ฝูงสัตว์ประหลาดยิ่งแตกตื่น บางตัวหนี บางตัวก็มายืนขวางหน้าศพจ่าฝูง

ทุกคนวิ่งด้วยความเร็วเกิน 50 เมตรต่อวินาที เพียงแค่ 40 วินาทีก็ประชิดฝูงสัตว์ประหลาด

เห็นหมูป่าเขาเดียวพุ่งเข้ามา หนิงเจ๋อก็แทงกระบี่ออกไปสบายๆ

ชั่วจังหวะที่สวนกัน ปลายกระบี่เสียบทะลุดวงตาของหมูป่า หนิงเจ๋อพุ่งตัวไปข้างหน้าต่อโดยไม่หยุดชะงัก

เมื่อไม่มีระดับขุนพลนำทัพ ก็ไม่มีอะไรหยุดยั้งการบุกทะลวงของพวกเขาได้ สัตว์ประหลาดที่หนีไม่ทันถูกเก็บเรียบในพริบตา

จั่วสิงหยวนสั่งการ "หนิงเจ๋อคอยระวังภัย คนอื่นรีบจัดการซากรถถังคลั่งเลือด พวกมันเพิ่งโดนโจมตีมา อาจมีฝูงอื่นอยู่แถวนี้"

"ครับ!"

หนิงเจ๋อสังเกตการณ์รอบด้านอย่างละเอียด เมื่อกี้อยู่ไกลมองไม่ชัด ตอนนี้พอดูใกล้ๆ บาดแผลบนตัวหมูป่าพวกนี้ นอกจากรอยมีดและกระสุนแล้ว ยังมีรอยกรงเล็บที่ชัดเจนมาก

บางส่วนเหมือนหนังหลุดไปทั้งแถบ ดูเหมือนโดนมีดเฉือน แต่พวกสัตว์ประหลาดคงไม่ใช้อาวุธแบบนั้น

'สัตว์ประหลาดประเภทเขี้ยวยาวเหรอ?'

หนิงเจ๋อครุ่นคิด ไกลออกไป เขาเห็นเงาสีเขียวสายหนึ่งพริ้วผ่านถนนไปอย่างรวดเร็ว วูบเดียวก็หายไป ระยะไกลบวกกับความเร็วขนาดนั้น เขาดูไม่ออกว่าเป็นตัวอะไร

'สัตว์ประหลาดทั่วไป?'

หนิงเจ๋อขมวดคิ้ว จ้องมองไปยังถนนสายเก่าทางทิศตะวันออกอย่างตั้งใจ

ทันใดนั้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

บนถนนที่ห่างออกไปห้าร้อยเมตร เงาสีเขียวนับไม่ถ้วนพุ่งสลับซับซ้อนไปมา พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ ไม่ใช่แค่บนพื้น แม้แต่ระหว่างตึกสองข้างทางก็มีเงาสีเขียวพุ่งทะยาน จนถนนดูเหมือนถูกพันธนาการด้วยเส้นด้ายสีเขียวนับพัน

"หัวหน้า! ถนนฝั่งตะวันออกมีสถานการณ์!"

จั่วสิงหยวนหันขวับไปมอง รูม่านตาเขาหดเกร็งทันที ด้วยประสบการณ์อันโชกโชนเขารีบหันไปดูทางทิศตะวันตก ตรงนั้นก็มีเงาสีเขียวพุ่งพล่านเช่นกัน แม้แต่ทิศเหนือและทิศใต้ก็เต็มไปด้วยเงาสีเขียว เพียงแต่ไม่หนาแน่นเท่าสองฝั่งซ้ายขวา

"แย่แล้ว งานเข้าของจริง นี่มันภูตเขียวเขี้ยวยาว! เตรียมตัวฝ่าวงล้อม!"

"พวกมันหากินในป่านี่นา! เข้ามาทำบ้าอะไรในเมือง!" สวีเหลียงหน้าถอดสี

"พูดไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว มันโผล่มาขนาดนี้ จำนวนอย่างต่ำก็ต้องเป็นพัน! สัตว์ที่อยู่เป็นฝูงโดยสัญชาตญาณแบบนี้ทำงานเป็นทีมเก่งมาก แถมจ่าฝูงยังฉลาดเป็นกรด นิสัยเจ้าเล่ห์สุดๆ! เราต้องดูทิศทางฝ่าวงล้อมก่อน" สายตาของจั่วสิงหยวนกวาดมองไปรอบทิศอย่างเฉียบคม

หม่าอวี่พูดด้วยความกังวล "ปัญหาคือเราไม่รู้ระดับของพวกมัน ถ้าจ่าฝูงเป็นขุนพลขั้นต้น อาจจะมีแค่พันตัว แต่ถ้าเป็นขุนพลขั้นกลาง จำนวนอย่างต่ำต้องคูณสอง"

"ก่อนหน้านี้ไม่เห็นพวกมันเลย ไอ้พวกนี้มันเจ้าเล่ห์จริงๆ ต้องซ่อนตัวอยู่แน่ๆ" สวีเหลียงโมโหเลือดขึ้นหน้า

"เราเอาชิ้นส่วนสัตว์ประหลาดไปทำอุปกรณ์ พวกมันก็กินเนื้อเพื่อวิวัฒนาการ เจ้ารถถังคลั่งเลือดนี่น่าจะเป็นเหยื่อของพวกมัน" จางเฉินวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล

จั่วสิงหยวนเข้าใจสถานการณ์ทันที ตะโกนสั่ง "ไป! เรามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก!" พูดจบก็วิ่งนำไปทางทิศตะวันออก

ทิศตะวันออก คือทิศทางที่มุ่งสู่ใจกลางเมือง

รถถังคลั่งเลือดเป็นเจ้าถิ่น ส่วนภูตเขียวเขี้ยวยาวเป็นผู้ล่าจากภายนอก ทางรอดเดียวคือต้องหนีเข้าไปในเขตลึกที่มีสัตว์ประหลาดระดับจ่าฝูงคุมอยู่

ทันทีที่ทีมเพลิงสงครามเริ่มออกวิ่ง ภูตเขียวเขี้ยวยาวจากทุกทิศทุกทางก็พุ่งออกมา พื้นดินราวกับถูกปกคลุมด้วยคลื่นสีเขียว บนถนนสี่สายของสี่แยกเต็มไปด้วยร่างของพวกมัน ปิดล้อมทีมเพลิงสงครามไว้อย่างสมบูรณ์

พอยิ่งใกล้ หนิงเจ๋อก็ยิ่งเห็นหน้าตามันชัดเจน

ขนสีเขียวหรือเขียวอมฟ้า รูปร่างเหมือนหมาป่า แต่ขาที่ล่ำสันและหัวขนาดใหญ่กลับดูคล้ายสัตว์ตระกูลแมว

หน้าตาอัปลักษณ์ หัวกลม ปากแหลมยาว ขนรอบดวงตายาวจนเห็นแค่เส้นขีดเล็กๆ เขี้ยวสองข้างที่มุมปากโค้งงอเหมือนใบมีด ดูน่าสยดสยอง

พวกมันบ้างก็ตั้งท่าโจมตีอยู่บนถนน บ้างก็โผล่หัวน่าเกลียดออกมาจากหน้าต่างตึกแถวสองข้างทาง

จั่วสิงหยวนไม่สนใจพวกตัวกระจ๊อก สัตว์ประหลาดพวกนี้มีชื่อเสียในป่า เขาเคยเห็นคลิปทีมผู้เคราะห์ร้ายโดนพวกมันรุมทึ้งมานับไม่ถ้วน

ดวงตาของเขาสั่นระริก จ้องมองไปยังรถเมล์เก่าๆ ด้านหน้าที่มีสัตว์ประหลาดสามตัวเกาะอยู่

เทียบกับภูตเขียวเขี้ยวยาวทั่วไป สามตัวนี้ขนาดใหญ่กว่าชัดเจน ตัวธรรมดายาวแค่สองเมตร แต่สามตัวนี้แม้แต่ตัวเล็กสุดก็ยาวเกินสี่เมตร พวกมันหมอบขวางอยู่บนหลังคารถเมล์

ส่วนตัวตรงกลาง... มองไม่ออกว่ายาวเท่าไหร่ แต่มันหันหน้ามาทางนี้ ยืนตระหง่านอยู่บนรถเมล์สูงสองเมตร มองลงมายังทีมเพลิงสงคราม ตัวมันสูงอย่างต่ำหกเมตร ความสูงช่วงไหล่ก็ปาไปสามเมตรกว่า

สิ่งที่ทำให้จั่วสิงหยวนหวาดผวาที่สุดคือสีขนของพวกมัน สองตัวข้างๆ มีขนสีขาวแซมอยู่เล็กน้อย แต่ตัวพี่เบิ้มตรงกลางนั้นขนเกือบครึ่งตัวเป็นสีขาว

ตามข้อมูล สองตัวนั้นคือระดับขุนพลขั้นต้น ส่วนตัวจ่าฝูงคือระดับขุนพลขั้นกลาง

"ติดกับแล้ว! ไอ้พวกเดรัจฉานมันเดาออกว่าเราจะหนีเข้าเมือง!"

"ตาเฒ่าหยาง!" จั่วสิงหยวนหันขวับมา สายตาเหมือนจะถามว่า มั่นใจไหมว่าจะเก็บตัวกลางได้?

หยางเชาหน้าซีด ส่ายหัวดิก

ภูตเขียวเขี้ยวยาวเด่นเรื่องความเร็ว ต่อให้เป็นขุนพลขั้นกลาง ความเร็วก็เร็วกว่าขุนพลขั้นสูงตัวอื่น หลบกระสุนได้สบายๆ

ปืนซุ่มยิงแทบไร้ประโยชน์กับสัตว์ประหลาดระดับนี้ ยกเว้นจะใช้การปูพรมถล่ม!

จั่วสิงหยวนก็แค่ถามเผื่อฟลุค เขาเดาคำตอบได้อยู่แล้ว จึงตะโกนลั่น "พวกเรา ทุ่มสุดตัวฝ่ามันออกไป!"

จับโจรต้องจับหัวหน้า ถ้าเป็นไปได้ต้องฆ่าสามตัวนี้ให้ได้ ถ้าไม่ไหวค่อยหนีเข้าเมือง

ส่วนทิศทางอื่น... ภูตเขียวเขี้ยวยาวถนัดการไล่ล่าในที่โล่ง ขืนหนีไปทางอื่นนอกจากจะหนีไม่พ้นแล้วยังจะโดนไล่ต้อนจนหมดแรงตาย สู้เสี่ยงดวงตรงนี้ดีกว่า!

หนิงเจ๋อสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังปนตึงเครียดของทุกคน เขากำกระชับกระบี่วิหคเหินในมือแน่น ดวงตาเริ่มทอประกายสีเลือดจางๆ

'ถ้าฆ่าพวกมันให้หมด! อาจั่วคงยอมให้ข้าออกไปลุยเดี่ยวสินะ? ศึกครั้งนี้ข้าจะพัฒนาไปได้อีกขนาดไหนกันเชียว?'

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 24 - ภูตเขียวเขี้ยวยาว

คัดลอกลิงก์แล้ว