เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 ช่วยฉันฆ่ามัน

บทที่ 30 ช่วยฉันฆ่ามัน

บทที่ 30 ช่วยฉันฆ่ามัน


ณ ห้องทำงานประธานกรรมการ บริษัทลู่ต๋า โหยวเหวยพิจารณาเอกสารประวัติสองฉบับตรงหน้าอย่างละเอียด นิ้วมือเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

หวังเชียนเฉิน อายุงานไม่ถึงปี แต่กลับได้รับความไว้วางใจจากผู้จัดการคนก่อนเป็นอย่างมาก ถึงขั้นเขียนจดหมายแนะนำระบุว่าคุณเป็นคนหนุ่มไฟแรง ตัดสินใจเด็ดขาด ไม่ยืดเยื้อ เหมาะสมที่จะรับตำแหน่งผู้จัดการคนต่อไป

สิงชวน อายุงานสิบห้าปี เป็นนักขายมือเก๋าของจริง สร้างยอดขายให้บริษัทมานับไม่ถ้วน และเคยเสนอชื่อตัวเองหลายครั้ง โดยเชื่อมั่นว่าตนเองเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ที่สุด

ยังไม่ทันที่หวังเชียนเฉินจะได้เอ่ยปาก สิงชวนก็ลุกพรวดพราดขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนไม่พอใจ

ท่านประธานโหยว ไอ้เด็กนี่มันไปเป่าหูอะไรเหล่าจ้าวก็ไม่รู้ ถึงได้เขียนเชียร์กันขนาดนี้ ถ้าวัดกันที่ประสบการณ์ อายุ ผลงาน หรือจำนวนฐานลูกค้า ไม่ว่าจะมองมุมไหน ผมก็เหมาะสมกว่ามันทุกประตู

เขาอายุสี่สิบกว่าแล้ว ภาระหนักอึ้งทั้งพ่อแม่และลูกเมีย หากพลาดโอกาสเลื่อนตำแหน่งครั้งนี้ไป ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้วในชีวิต

อืม โหยวเหวยพยักหน้าเบาๆ แล้วหันมามองหวังเชียนเฉิน

แล้วคุณล่ะ มีอะไรจะพูดไหม ท่านประธานโหยว แม้ผมจะอายุน้อยและประสบการณ์ยังไม่มาก แต่ตอนที่ผู้จัดการจ้าวยังอยู่ เขาได้สอนงานผมแบบตัวต่อตัว พาไปพบลูกค้า และผมก็ปิดดีลใหญ่ๆ ด้วยตัวเองมาแล้วหลายครั้ง หากผมได้รับโอกาสเป็นผู้จัดการ ผมมั่นใจว่าจะพาทีมขายก้าวหน้าไปอีกขั้น จากนี้ไปจนถึงสิ้นปี ยอดขายจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์แน่นอน

หวังเชียนเฉินไม่ได้ราคาคุย เพราะก่อนจากไป จ้าวมิงเฉวียนได้โอนถ่ายฐานลูกค้ารายใหญ่ทั้งของบริษัทและส่วนตัวให้เขาหมดแล้ว แค่นี้ก็เพียงพอทำยอดไปได้อีกหลายปี

อืม ฟังดูแล้วพวกคุณต่างก็มีจุดแข็งกันทั้งคู่… โหยวเหวยตกอยู่ในห้วงความคิด ก้มหน้ามองเอกสารประวัติ สลับกับชั่งใจเลือกคนใดคนหนึ่ง ไอ้เด็กเวร จะมาแข่งกับฉัน แกคิดว่าตัวเองมีดีพอรึไง สิงชวนถลึงตาใส่หวังเชียนเฉินอย่างดุดัน กระซิบเสียงลอดไรฟัน

พี่ชาย แค่ตำแหน่งผู้จัดการ ไม่เห็นต้องอารมณ์เสียขนาดนั้นเลย หวังเชียนเฉินยิ้มร่า กระซิบตอบกลับไปเช่นกัน

ให้ผมบอกท่านประธานไหม เรื่องเมื่อสามปีก่อนที่พี่แอบเอาเงินมัดจำลูกค้าไปซื้อรถ แล้วพอเขาตามทวง พี่ถึงรีบหาเงินมาโปะคืนน่ะ

พอได้ยินแบบนั้น สิงชวนก็เหงื่อกาฬแตกพลั่ก น้ำเสียงสั่นเครือขึ้นมาทันที

อย่า... อย่าเชียวนะ… ขืนเรื่องนี้ถึงหูท่านประธาน อย่าว่าแต่ตำแหน่งผู้จัดการเลย งานที่ทำอยู่ก็คงรักษาไว้ไม่ได้

งั้นต้องทำยังไง พี่คงรู้ดีนะ หวังเชียนเฉินยิ้มบางๆ ข้อมูลจุดอ่อนของพนักงานเก่าแก่ที่จ้าวมิงเฉวียนเคยบอกไว้ ได้นำมาใช้ประโยชน์แล้วจริงๆ

สิงชวนหน้าถอดสี ทิ้งตัวพิงพนักโซฟา ดวงตาเหม่อลอยไร้ประกาย

เอาล่ะ แบบนี้แล้วกัน...

หลังโต๊ะทำงาน โหยวเหวยเงยหน้าขึ้น พวกคุณมีดีคนละแบบ ผมเลยตัดสินใจว่าจะจัดการแข่งขันทำยอดขาย ใครชนะก็ได้เป็นผู้จัดการ...

ท่านประธานครับ ยังไม่ทันที่โหยวเหวยจะพูดจบ สิงชวนก็ลุกขึ้นยืน ผมขอถอนตัวครับ โหยวเหวยชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ

หนึ่งชั่วโมงต่อมา หวังเชียนเฉินและสิงชวนเดินออกจากห้องทำงาน

ฝ่ายบุคคลประกาศคำสั่งแต่งตั้งหวังเชียนเฉินเป็นผู้จัดการฝ่ายขายคนใหม่ทันที ทั่วทั้งแผนกเต็มไปด้วยเสียงเฮฮาและคำแสดงความยินดี ทุกคนนัดแนะกันไปเลี้ยงฉลองเย็นนี้ มีเพียงสิงชวนที่นั่งเหม่อลอยอยู่มุมห้องเงียบๆ เพียงลำพัง

แต่ใครจะมาสนใจชายวัยกลางคนผู้พ่ายแพ้ ในเมื่อสายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างหวังเชียนเฉิน

หวังเชียนเฉินเองก็ดีใจมาก สิ่งแรกที่ทำคือโทรศัพท์ไปบอกข่าวดีกับพ่อ ได้เป็นผู้จัดการจริงเหรอ ดีใจด้วยนะลูกพ่อ หวังเต๋อหัวเราะร่าด้วยความปิติ ขอบคุณครับพ่อ หวังเชียนเฉินตื้นตันใจ ความยากลำบากที่สองพ่อลูกต้องเผชิญมาตลอดหลายปี เขารู้ซึ้งดียิ่งกว่าใคร ในที่สุดชีวิตก็กำลังจะดีขึ้นแล้ว

จริงสิลูก พ่อมีเรื่องจะถาม อยากได้หนูฉีเหยียนมาเป็นสะใภ้ไหม

พ่อพูดอะไรเนี่ย... หน้าของหวังเชียนเฉินเริ่มแดงซ่าน

พ่อถามจริงๆ นะ เมื่อบ่ายนี้ลุงเฉินของลูก… หวังเต๋อรีบเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ฟังรวดเดียว จริง... จริงเหรอครับ... ฉีเหยียนบอกให้ผมเป็นฝ่ายชวนเธอเหรอ

หวังเชียนเฉินประหลาดใจดูพูดเข้า พ่อเป็นพ่อลูกนะ จะมาหลอกกันทำไม หวังเต๋อหัวเราะชอบใจ

ก่อนหน้านี้หวังเชียนเฉินไม่เคยคิดเรื่องความรักมาก่อน หนึ่งคือไม่มีเวลา สองคือรายได้ไม่เอื้ออำนวยให้มีความรักที่ฟุ่มเฟือย

แต่ความจริงแล้ว เขากับฉีเหยียนต่างก็มีใจให้กันมานาน เพียงแต่ไม่กล้าเปิดเผยความรู้สึก ตอนนี้ได้เป็นผู้จัดการแล้ว ความมั่นใจย่อมมีมากขึ้น

ได้ครับ เดี๋ยวผมจะโทรชวนเธอเดี๋ยวนี้แหละ หวังเชียนเฉินเป็นคนประเภทพูดจริงทำจริง เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไม่รอช้า

หนึ่งนาทีต่อมา เขากดโทรศัพท์หาฉีเหยียน ว่างไหม ไปกินข้าวกัน หวังเชียนเฉินเข้าประเด็นทันที

อุ๊ย โทรมาชวนจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย เสียงหัวเราะคิกคักของฉีเหยียนดังมาจากปลายสาย

เอ่อ ตกลงไปไหมครับ หวังเชียนเฉินถามเสียงแข็งทื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาชวนผู้หญิงไปเดต ความตื่นเต้นย่อมเป็นเรื่องธรรมดา

ไปสิคะ เมื่อไหร่ดี ฉีเหยียนยังคงน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พรุ่งนี้เย็นแล้วกันครับ เย็นนี้ผมต้องไปเลี้ยงฉลองกับคนในแผนก… หวังเชียนเฉินคิดครู่หนึ่ง

เดี๋ยวพรุ่งนี้บ่ายผมส่งเวลาและสถานที่ไปให้นะ ได้ค่ะ จะรอนะ ฉีเหยียนวางสายไป

หวังเชียนเฉินถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนที่ใบหน้าจะเปื้อนยิ้ม

ภายในวันเดียว ได้ทั้งความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและความรัก ดูเหมือนชีวิตกำลังจะพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดจริงๆ

แผนกขาย ณ โต๊ะทำงานมุมหนึ่ง สิงชวนก้มหน้า ในมือลูบไล้โถสีเขียวใบเล็กๆ หากสังเกตดีๆ จะพบว่าบนโถมีรูปขาวดำของเด็กชายตัวน้อยแปะอยู่ และโถใบนี้... แท้จริงแล้วคือโถอัฐิ

ช่วยพ่อฆ่ามัน... ฆ่ามันซะ… สิงชวนพึมพำด้วยแววตาเลื่อนลอย โถสีเขียวสั่นไหวเบาๆ พร้อมกับเปล่งแสงสีขาวจางๆ ออกมาวูบหนึ่ง

จบบทที่ บทที่ 30 ช่วยฉันฆ่ามัน

คัดลอกลิงก์แล้ว