- หน้าแรก
- นักล่าอสูรกลางกรุง
- บทที่ 27 มีปัญหาให้ปรึกษาท่านเจ้าพ่อ
บทที่ 27 มีปัญหาให้ปรึกษาท่านเจ้าพ่อ
บทที่ 27 มีปัญหาให้ปรึกษาท่านเจ้าพ่อ
ย้อนกลับไปเมื่อห้านาทีก่อนขณะที่หวังเชียนเฉินกำลังเดินลงบันได จู่ๆ เสียงของเจ้าอิฐบล็อกก็ดังขึ้นในห้วงจิตสำนึก ระวังตัวด้วย สองคนนั้นเป็นปีศาจ! นับตั้งแต่ทำสัญญาผูกพันวิญญาณ ขอเพียงอยู่ใกล้กันในระยะที่กำหนด ทั้งคู่ก็สามารถสื่อสารกันผ่านทางจิตได้
จริงเหรอ?! หวังเชียนเฉินทำหน้าตื่นตระหนก กำลังจะหันกลับไปมอง อย่าหันกลับไป เดี๋ยวพวกมันจะรู้ตัว! เจ้าอิฐรีบเตือน หวังเชียนเฉินจึงแสร้งทำเป็นเดินลงบันไดต่อไปอย่างใจเย็น
ฉันตะหงิดใจตั้งแต่แรกแล้ว หน้าตาของสองคนนั้นดูแปลกพิกล เหมือนพวกวิวัฒนาการไม่สมบูรณ์ แต่ตอนแรกยังไม่แน่ใจ จนเมื่อกี้นี้แหละ ฉันเห็นหางโผล่ออกมาจากกางเกงของผู้หญิงคนนั้น... ชัวร์ป้าบ เป็นปีศาจแน่นอน! เจ้าอิฐวิเคราะห์อย่างจริงจัง
ป่านนี้หลี่เชียนชิวคงไปไกลแล้วมั้ง... หวังเชียนเฉินเริ่มกระวนกระวาย สายตาเหลือบมองลงไปข้างล่าง
จะไปหวังพึ่งเขาทำไม นายอยากเป็นนักล่าปีศาจไม่ใช่เหรอ? จัดการเจ้าสองตัวนี้ซะ ถือเป็นการสร้างผลงานไง! เจ้าอิฐยุยง
จะสู้ไหวเหรอ? หวังเชียนเฉินถามเสียงเครียด สบายมาก เจ้าพวกนี้วิวัฒนาการยังไม่สมบูรณ์ ระดับพลังย่อมไม่สูง แถมยังมีข้า... มีนายน้อยอย่างฉันช่วยอยู่ทั้งคน นายจะกลัวอะไร? เจ้าอิฐคุยโวโอ้อวด
ได้ งั้นลุยกันสักตั้ง! หวังเชียนเฉินตัดสินใจเด็ดขาด
หากคิดจะเป็นนักล่าปีศาจ ก็ต้องแสดงฝีมือให้เห็นกันหน่อย!
เมื่อเห็นโก่วหวาถูกทุบจนตายคาที่และเผยร่างเดิมออกมา โก่วเซิ่งจื่อก็โมโหเลือดขึ้นหน้า กางกรงเล็บแหลมยาวพุ่งเข้าใส่หวังเชียนเฉินทันที
ปีศาจหนูสองตนนี้วิวัฒนาการไม่สมบูรณ์ ในกายไร้ซึ่งพลังวิญญาณ แม้แต่ระดับ ทราย ก็ยังไปไม่ถึง ย่อมไม่ใช่คู่มือของหวังเชียนเฉิน เขาตัดสินใจเด็ดขาด คว้าเจ้าอิฐบล็อกขึ้นมาฟาดเปรี้ยงเข้าให้ ส่งโก่วเซิ่งจื่อไปลงนรกตามเพื่อนมันไปอีกราย
ควันสีดำลอยโขมง โก่วเซิ่งจื่อค่อยๆ กลายสภาพกลับเป็นหนูตัวหนึ่ง
ฮ่าๆๆๆ สะใจโว้ย! เจ้าอิฐหัวเราะร่า ดูดกลืนเลือดปีศาจหนูอย่างตะกละตะกลาม เลือดสีแดงสดซึมผ่านรอยแตกเข้าไป ทำให้สีของอิฐดูเข้มขลังขึ้นกว่าเดิม
หวังเชียนเฉินเองก็ดีใจไม่แพ้กัน นับตั้งแต่กัดคอปีศาจหมูป่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาลงมือสังหารปีศาจด้วยตัวเองถึงสองตน ทำให้รู้สึกว่าพวกปีศาจก็ไม่ได้จัดการยากอย่างที่คิด ขอแค่มีเทคนิคและแผนการที่ดี ก็ฆ่าพวกมันได้เหมือนกัน!
เขาหาถุงพลาสติกมาใส่ซากปีศาจหนูทั้งสอง เตรียมจะเอาไปอวดหลี่เชียนชิว แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าไม่มีช่องทางติดต่อและไม่รู้ที่อยู่ของอีกฝ่าย
หวังเชียนเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเรียกรถสามล้อเครื่องมุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ท่านเจ้าพ่อโจวต้องรู้วิธีติดต่อหลี่เชียนชิวแน่ๆ!
ณ บ้านพักเก่าโทรมทางทิศใต้ของเมือง ซ่งป๋อไปเป็นทหาร แล้วทางกองทัพก็ส่งเงินก้อนใหญ่มาให้งั้นรึ? ชายหน้าตาอัปลักษณ์สองคนนั่งอยู่บนโซฟา หันมาสบตากัน แม้พวกเขาจะอาศัยอยู่ห่างไกลความเจริญ แต่ก็พอได้ยินเรื่องราวของนักล่าปีศาจมาบ้าง ว่าหากมีชาวบ้านถูกปีศาจฆ่าตาย ทางการมักจะใช้ข้ออ้างทำนองนี้เพื่อปิดข่าว
ใช่จ้ะ ตอนแรกป้าก็ไม่เชื่อ แต่พอติดต่อเสี่ยวเฉินได้ ถึงรู้ว่าเป็นเรื่องจริง! แม่ของซ่งป๋อเล่าอย่างซื่อตรง
เสี่ยวเฉิน? หนึ่งในชายสองคนขมวดคิ้ว
ใช่จ้ะ หวังเชียนเฉินไง พวกเธอเป็นเพื่อนร่วมงานกันไม่ใช่เหรอ? แม่ของซ่งป๋อมองทั้งคู่ด้วยความสงสัย
อ๋อ... ทราบแล้วครับ งั้นพวกเราไม่รบกวนคุณป้าพักผ่อนแล้วนะครับ! ชายทั้งสองวางแก้วน้ำลงแล้วลุกขึ้นยืน
จ้ะ ขอบใจมากนะกังจู้ เถียตั้น ที่อุตส่าห์แวะมาเยี่ยม... แม่ของซ่งป๋อลุกขึ้นมาส่งแขก
ย่านชุมชนแออัดแห่งนี้แม้จะมีพื้นที่กว้างขวาง แต่กลับมีผู้อยู่อาศัยหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด
กังจู้และเถียตั้นเดินเคียงไหล่กันไปตามทางเดินสกปรกขรุขระ
ซ่งป๋อตาย แต่หวังเชียนเฉินยังรอด ไอ้หมอนั่นต้องรู้ความจริงแน่!
อืม เจ้าเจ็ดกับเจ้าแปดไปตามหามันแล้ว น่าจะได้เรื่องเร็วๆ นี้
ทั้งสองเดินไปพลางคุยไปพลาง
อาณาเขตชิงหมิง! ทันใดนั้น เสียงเย็นเยียบก็ดังมาจากด้านหลัง พร้อมกับห้วงอากาศเหนือชุมชนแออัดที่สั่นสะเทือนไหววูบ
นักล่าปีศาจ! โดนพวกมันเจอตัวเข้าจนได้! กังจู้และเถียตั้นขนลุกซู่ด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะออกตัววิ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง พวกมันต้องรีบหนีออกจากพื้นที่นี้ให้ได้ก่อนที่ อาณาเขตชิงหมิง จะปิดล้อมสมบูรณ์!
คิดจะหนี? หนีพ้นรึไง? หญิงสาววัยประมาณสามสิบเศษในชุดกี่เพ้าลายดอกสีขาว เก็บดาบเหล็กสีดำเข้าฝัก ก่อนจะชักปืนพกเมาเซอร์กระบอกสั้นที่เหน็บอยู่ข้างต้นขาทั้งสองข้างออกมา
ปัง! ปัง! ปืนคู่ในมือลั่นไกอย่างรวดเร็ว กังจู้และเถียตั้นล้มคว่ำลงกับพื้นทันที เลือดไหลซึมออกมาจากหลังศีรษะ
ฉ่า… ควันสีดำลอยกรุ่น ร่างของทั้งสองค่อยๆ เผยร่างเดิมที่เป็นหนูขนสีเทาออกมา ปีศาจหนูงั้นรึ? หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ พลางหรี่ตามอง
ณ ลานหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เนื่องจากบริเวณนี้เป็นถนนคนเดินและย่านการค้า รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ หวังเชียนเฉินจึงต้องวิ่งเท้าเปล่าฝ่าฝูงชนเข้ามา
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง! เสียงสุนัขเห่าดังระงม พวกมันพยายามจะพุ่งเข้าใส่เขา หุบปาก! หวังเชียนเฉินตวาดลั่น ลานกว้างเงียบกริบลงในพริบตา บรรดาเจ้าของสุนัขต่างยืนงงเป็นไก่ตาแตกกับท่าทีของสัตว์เลี้ยงตัวเอง
ท่านเจ้าพ่อโจว! ท่านเจ้าพ่อโจว! หวังเชียนเฉินวิ่งเข้าไปในศาลเจ้าพลางตะโกนเรียกเสียงดัง