- หน้าแรก
- นักล่าอสูรกลางกรุง
- บทที่ 15 โลกที่แปลกหน้า
บทที่ 15 โลกที่แปลกหน้า
บทที่ 15 โลกที่แปลกหน้า
แกจะทำอะไร! หลี่เชียนชิวเลิกคิ้วสูง ตวาดกลับทันควัน มือเอื้อมไปจับด้ามดาบที่สะพายอยู่ด้านหลัง เตรียมชักออกมาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าแม้ทั้งคู่จะมีคำว่า เชียน อยู่ในชื่อเหมือนกัน แต่กลับเข้ากันไม่ได้ราวกับน้ำกับไฟ
เดี๋ยวๆๆ ทำไมจะตีกันอีกแล้วเนี่ย โจวจวิ้นเสียนรีบวิ่งเข้ามาแทรกกลาง ใช้ร่างกายขวางกั้นเพื่อห้ามทัพไม่ให้ทั้งสองปะทะกัน
ท่านปู่โจว เขาจะทำลายศพเพื่อนผม! ดวงตาของหวังเชียนเฉินแดงก่ำ เขาจมอยู่กับความรู้สึกผิดที่ซ่งป๋อต้องมาตาย เพราะคิดเสมอว่าเป็นตัวเขาเองที่นำพาความซวยมาให้เพื่อน แล้วตอนนี้หลี่เชียนชิวยังจะไม่ละเว้นแม้แต่ร่างไร้วิญญาณ เขาจะทำใจยอมรับได้อย่างไร
เสี่ยวหวัง ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะ แต่เพื่อนเธอถูกปีศาจฆ่าตาย ศพของเขาไม่เหมาะที่จะเปิดเผยต่อสาธารณชน และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะชันสูตรหรือฝังตามพิธีกรรมปกติ เพื่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของสังคม ศพของเขาจำเป็นต้องให้นักล่าปีศาจเป็นคนจัดการ อีกอย่างในเมื่อเขาเสียชีวิตด้วยน้ำมือปีศาจ ทางกองทัพจะหาเหตุผลที่เหมาะสมเพื่อมอบเงินชดเชยก้อนโตให้กับครอบครัวของเขา เพราะฉะนั้นเรื่องงานศพเธอไม่ต้องเป็นห่วง
โจวจวิ้นเสียนพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยความอดทน
กองทัพ? เรื่องนี้ไปเกี่ยวกับกองทัพได้ยังไง หวังเชียนเฉินยังคงไม่เข้าใจเพราะนักล่าปีศาจคือหน่วยงานที่สังกัดกองทัพ พวกเขาทำหน้าที่ปกป้องความมั่นคงของชาติในอีกมิติหนึ่งยังไงล่ะ
โจวจวิ้นเสียนยังคงอธิบายด้วยท่าทีสุภาพอ่อนโยน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะใจดีกับหวังเชียนเฉินเป็นพิเศษ หรือมีนิสัยแบบนี้กับทุกคนอยู่แล้ว
ขึ้นชื่อว่าเป็นคน โดยเฉพาะชาวต้าเซี่ย ย่อมมีความศรัทธาและเคารพในทหารหาญจากก้นบึ้งหัวใจ เพราะทหารยอมหลั่งเลือดเสียสละเพื่อปกป้องมาตุภูมิ พวกเขาถึงมีชีวิตที่สงบสุขร่มเย็นเช่นทุกวันนี้
เมื่อรู้ว่านักล่าปีศาจสังกัดกองทัพ สายตาที่หวังเชียนเฉินมองหลี่เชียนชิวก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้ในใจจะยังมีความขุ่นเคืองหลงเหลืออยู่ แต่ก็มีความเลื่อมใสเพิ่มขึ้นมาจางๆ
แล้วพวกเขาจะจัดการศพเพื่อนผมยังไง หวังเชียนเฉินถามย้ำด้วยความเป็นห่วง ฌาปนกิจ มีโรงงานฌาปนกิจเฉพาะทางสำหรับเรื่องนี้ โจวจวิ้นเสียนตอบกลับ
หวังเชียนเฉินนิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดเขาก็ยอมปล่อยมือจากร่างของซ่งป๋อ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าของเพื่อนสนิท ซ่งป๋อนอนสงบนิ่งอยู่บนพื้น ลำคอถูกกรีดจนขาดวิ่น เลือดแห้งกรังเหนียวเหนอะหนะติดอยู่รอบคอ ใบหน้ายังคงฉายแววตื่นตระหนกที่ยังไม่ทันจางหาย
ไท่ซ่างบัญชา โปรดดวงวิญญาณ ภูตผีทั้งหลาย สรรพชีวิตน้อมรับพระคุณ...
หลี่เชียนชิวพึมพำบทสวด หยิบกระดิ่งสะกดปีศาจออกมาสั่นเบาๆ ร่างของซ่งป๋อก็อันตรธานหายไปในพริบตา
วินาทีนั้น น้ำตาของหวังเชียนเฉินไหลพราก เพื่อนที่ดีที่สุดของเขาจากโลกนี้ไปแล้วจริงๆ
จากนั้น หลี่เชียนชิวก็ทำแบบเดียวกัน จัดการส่งวิญญาณสุนัขที่ตายเกลื่อนกราดเหล่านั้น ก่อนจะหันมาประสานมือลาโจวจวิ้นเสียน แล้วเดินออกจากศาลเจ้าพ่อหลักเมืองไป
เมื่อเขาจากไป เขตแดนชิงหมิง เหนือศาลเจ้าพ่อหลักเมืองก็คลายออก ผู้คนที่เดินตามหาสุนัขอยู่ทั่วศาลเจ้า ในที่สุดก็มองเห็นโลกความเป็นจริงที่ถูกปิดกั้นไว้ก่อนหน้านี้
หนูหนู แม่เจอหนูแล้วลูก!
เป้เป้ของฉันล่ะ อยู่ไหน?
ฮวาฮวา! ฮวาฮวา! เสียงตะโกนเรียกชื่อสุนัขดังระงมไปทั่ว มีทั้งเสียงแห่งความดีใจและเสียงแห่งความผิดหวังปะปนกันไป แต่ก่อนที่ฝูงชนจะกรูเข้ามา โจวจวิ้นเสียนรีบดึงตัวหวังเชียนเฉินเข้าไปหลบในตำหนักใหญ่เสียก่อน
ฉันต้องกลับแล้ว มีอะไรจะถามฉันอีกไหม ที่มุมหนึ่งของตำหนัก โจวจวิ้นเสียนเอ่ยถามเสียงเบา หวังเชียนเฉินเงยหน้ามองรูปปั้นดินเหนียวด้านข้าง แล้วถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
คุณ... เป็นเจ้าพ่อหลักเมืองจริงๆ หรือเปล่า ใช่!โจวจวิ้นเสียนพยักหน้า สีหน้าเจือไปด้วยความภาคภูมิใจเล็กน้อย งั้นคุณก็อ่อนแอมากเลยนะ จัดการปีศาจตัวเดียวก็ไม่ได้!
มุมปากของโจวจวิ้นเสียนกระตุกยิกๆ ไม่ใช่สิ ผมแค่สงสัยจริงๆ ตามตำนานแล้ว เจ้าพ่อหลักเมืองถึงจะไม่ใช่เทพชั้นสูง แต่ก็นับว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ดูแลปกป้องเมืองทั้งเมือง ปีศาจหนูเมื่อกี้ก็ดูไม่ได้เก่งกาจอะไรมาก...
หวังเชียนเฉินไม่ได้มีเจตนาจะดูถูก แต่การที่หลี่เชียนชิวซึ่งเป็นเพียงมนุษย์สามารถจัดการปีศาจหนูได้ ในขณะที่เจ้าพ่อหลักเมืองผู้ครองตำแหน่งเทพกลับทำอะไรไม่ได้เลย มันเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับจริงๆ
โจวจวิ้นเสียนเงียบไปพักใหญ่ ถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะเอ่ยปาก
ข้อแรก ฉันไม่ใช่แม่ทัพนายกอง ตอนมีชีวิตอยู่ฉันเป็นเพียงหมอรักษาคนไข้ แต่เพราะได้รับการเคารพศรัทธาจากผู้คน ตายไปจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเทพ ข้อสอง ฉันไม่มีกายเนื้อ ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรตามปกติได้ ต้องอาศัยแรงศรัทธาจากธูปเทียนของผู้คน นำไปแลกเป็นแต้มบุญกับสวรรค์ จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณ... พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งควันธูปหนาแน่น ฉันก็ยิ่งมีพลังมาก!
ธูปเทียนที่นี่ก็ดูเยอะแยะนี่นา วันหยุดเทศกาลคนก็แห่กันมากราบไหว้...อย่าเพิ่งใจร้อน ฟังฉันพูดให้จบก่อน โจวจวิ้นเสียนอธิบายอย่างใจเย็น
แต่ทว่า... ตั้งแต่เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน จู่ๆ ฉันก็ขาดการติดต่อกับสวรรค์ แรงศรัทธาจากธูปเทียนไม่สามารถแลกเป็นแต้มบุญได้อีกต่อไป อย่าว่าแต่จะเอามาเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณเลย แม้แต่ชีวิตของฉันตอนนี้ก็ต้องอาศัยของพวกนี้ประทังไว้ ดังนั้นฉันจึงอ่อนแอลงเรื่อยๆ... อ่อนแอลงทุกวัน ตอนนี้ขอแค่เป็นปีศาจสักตน ก็สามารถขึ้นมาขี่คอฉันได้แล้ว! ตำแหน่งเจ้าพ่อหลักเมืองของฉันมีแค่ชื่อมานานแล้ว ถ้าไม่มีพวกนักล่าปีศาจ เมืองลู่โจวคงวุ่นวายไปหมดแล้ว!
ขาดการติดต่อ? ทำไมถึงขาดการติดต่อ? หวังเชียนเฉินตระหนักได้ทันทีว่า เขากำลังก้าวเท้าเข้าสู่โลกใบใหม่ที่แปลกหน้าและลึกลับอย่างสิ้นเชิง