เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 - มื้อใหญ่ในเมือง

บทที่ 25 - มื้อใหญ่ในเมือง

บทที่ 25 - มื้อใหญ่ในเมือง


บทที่ 25 - มื้อใหญ่ในเมือง

"โอ้โหแม่เจ้า นี่เหรอธงแดงดีเด่น?"

"พี่น้องครับ ธงแดงดีเด่นผืนนี้เป็นไง สวยไหม?"

"สวย!"

"ขอข้า (ฉัน) ดูหน่อย โอ้โห ธงแดงดีเด่นนี่มันสวยจริงๆ"

"พี่น้องครับ ในเมื่อธงแดงดีเด่นตกมาอยู่ในมือหมู่หนึ่งเราแล้ว ผมหวังว่ามันจะแขวนอยู่ที่หอพักหมู่หนึ่งของเราไปจนจบนิวขุนศึก เอ้ย จบการฝึกทหารใหม่ มั่นใจไหม!"

"มั่นใจ!"

"ธงแดงมาถึงมือเราแล้ว ไม่มีเหตุผลต้องปล่อยให้หลุดมือ"

"ต้องให้ธงแดงแขวนอยู่ที่ห้องเราจนจบการฝึกให้ได้"

"ใครคิดจะมาอัญเชิญธงแดงออกจากห้องเรา บอกเลยว่าฝันไปเถอะ"

"เดี๋ยวพอกลับไปถึงห้อง หาที่เด่นๆ ที่เปิดประตูมาก็เจอเลย แขวนธงแดงไว้ตรงนั้นแหละ"

จบการสอบสวนสนาม ในฐานะอันดับหนึ่ง หมู่หนึ่งได้รับมอบธงแดงดีเด่นประจำสัปดาห์

ที่เรียกว่าธงแดงหมุนเวียน เพราะธงผืนนี้ไม่ได้อยู่ถาวร

ถ้าสอบครั้งหน้า หมู่หนึ่งทำผลงานได้ด้อยกว่าหมู่อื่น ธงผืนนี้ก็จะถูกคนอื่นแย่งไป

แต่ว่านะ

ในเมื่อธงแดงมาอยู่ที่หมู่หนึ่งแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไปง่ายๆ

โบราณว่าไว้ เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ธงแดงผืนนี้ต้องอยู่กับหมู่หนึ่งไปจนจบการฝึก

เมื่อเข้ามาเป็นสมาชิกหมู่หนึ่งแล้ว จากนี้ไปธงแดงหมุนเวียนจะเปลี่ยนชื่อเป็นธงแดงถาวร ปักหลักอยู่หมู่หนึ่งไม่ย้ายไปไหน

เห็นหมู่หนึ่งได้ที่หนึ่ง ได้ธงแดงไปครอง ทหารใหม่หมู่กอื่นได้แต่อิจฉาตาร้อน

อิจฉาก็ส่วนอิจฉา

ฝีมือของหมู่หนึ่งเหนือกว่าพวกเขาจริงๆ ไม่ยอมรับก็ไม่ได้

แต่พอได้ยินหมู่หนึ่งประกาศว่าจะยึดธงแดงไว้จนจบการฝึก มันก็ชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว นี่มันไม่เห็นหัวอีกแปดหมู่ที่เหลือเลยนี่หว่า

บ้าเอ๊ย ยอมไม่ได้!

จะปล่อยให้หมู่หนึ่งยึดธงแดงไปตลอดไม่ได้เด็ดขาด ต้องแย่งธงแดงมาจากมือพวกมันให้ได้

ไม่ก็แค่ฝึกหนักไม่ใช่เหรอ!

ใครกลัวใครวะ!

กลับไปจะซ้อมให้ตายกันไปข้าง ถ้าแย่งธงแดงมาจากหมู่หนึ่งไม่ได้ สาบานว่าจะไม่เลิกรา!

"หมิงเย่าจู่ หวังเยี่ยนปิง เหอเฉินกวง หลี่เอ้อร์หนิว" ฟ่านเทียนเหลยเดินตรงเข้ามาหาคนในหมู่หนึ่ง

ข้างกายมีเฉินซ่านหมิงเดินตามมาด้วย

"แถวตรง วันทยหัตถ์ สวัสดีครับผู้พัน!"

"ดี ดีมาก การสวนสนามของพวกคุณฉันดูแล้ว ยอดเยี่ยมมาก"

"หยางเฟิง คุณพาทุกคนกลับไปก่อน เอาธงแดงไปแขวนไว้ที่ห้อง"

หมิงเย่าจู่ส่งธงแดงให้หยางเฟิง ให้พาทุกคนกลับไปก่อน

"น้าฟ่าน มาทำไมครับเนี่ย?"

"ก็มาดูพวกนายน่ะสิ"

"ตั้งใจมาดูพวกเรา?"

"แน่นอน ฉันกับผู้การคังแห่งกรมทหารกำปั้นเหล็กเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายกัน เขาบอกว่าวันนี้มีการสอบสวนสนามทหารใหม่ พวกนายก็อยู่ที่นี่ ฉันก็เลยมา"

"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ผมก็นึกสงสัยว่าน้าฟ่านมาทำอะไร ที่แท้ก็ตั้งใจมาดูพวกเรานี่เอง"

คำพูดของฟ่านเทียนเหลย หมิงเย่าจู่ไม่เชื่อสักครึ่งคำ ตั้งใจมาดูพวกเขาเนี่ยนะ หลอกเด็กสามขวบเถอะ

ต้องยอมรับว่าฟ่านเทียนเหลยหน้าหนาจริงๆ โกหกหน้าตายได้เป็นชุดๆ ลูกล่อลูกชนแพรวพราวเหลือเกิน

"ผู้พันครับ คุณจ้องหน้าผมตลอด หน้าผมมีอะไรติดอยู่เหรอครับ?"

ข้างๆ กัน เหอเฉินกวงทนสายตาของพันตรีหนุ่มไม่ไหว ต้องเอ่ยปากถาม

"พ่อหนุ่ม บอกฉันซิ เหอเว่ยตงเป็นอะไรกับนาย?"

"ผู้พัน คุณรู้จักพ่อผมเหรอครับ?"

"ลูกชายของเหยี่ยวเวหาจริงๆ ด้วย เป็นลูกชายของเหยี่ยวจริงๆ!" พอได้รับการยืนยัน เฉินซ่านหมิงก็ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ ต้องใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้ "ฉันชื่อเฉินซ่านหมิง เป็นเพื่อนร่วมรบของพ่อนาย ฉันเคยเห็นรูปนายตอนเด็กๆ นึกไม่ถึงว่าจะโตขนาดนี้แล้ว"

"ผู้พัน คุณเป็นเพื่อนร่วมรบของพ่อ?"

"ใช่ พ่อนายเคยเป็นหัวหน้าทีมของฉัน เราเคยเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกัน"

"สวัสดีครับน้าเฉิน!"

"อย่าเรียกน้าเลย เรียกซะแก่เชียว ฉันเป็นเพื่อนพ่อก็จริง แต่อายุห่างจากนายไม่เท่าไหร่ ห่างกันแค่สิบสองสิบสามปีเอง เรียกพี่เถอะ จะได้ดูเด็กหน่อย"

"เรียกพี่บ้าอะไร อายุอานามปาไปสามสิบกว่าแล้ว ให้เด็กเรียกพี่ไม่อายปากหรือไง เรียกน้าน่ะถูกแล้ว"

ฟ่านเทียนเหลยมองค้อนเฉินซ่านหมิง

เฉินซ่านหมิงเข้าหน่วยเขี้ยวหมาป่าทีหลังพวกเขา อายุน้อยกว่าพวกเขาสิบกว่าปี แต่เจ้านี่ก็ถือเป็นรุ่นเดียวกับพวกเขา ร่วมเป็นร่วมตายกันมา

ตอนนี้จะให้เหอเฉินกวงเรียกพี่ บอกว่าดูเด็ก มันคนละรุ่นกันชัดๆ ไร้สาระ

"หมายเลขห้า ปีนี้ผมเพิ่งสามสิบสามเองนะ ยังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว แถมยังไม่ได้แต่งเมียด้วย"

"บ้าเอ๊ย พูดเรื่องนี้แล้วของขึ้น คราวก่อนกองทัพร่วมกับท้องถิ่นจัดงานหาคู่ให้นายทหารโสดอายุเยอะ ทำไมนายไม่ไป วันๆ เอาแต่ร้องให้รัฐบาลแจกเมีย พอโอกาสมาถึงก็ป๊อด จะโทษใครได้?"

"หมายเลขห้า จะโทษผมไม่ได้นะ ผมตั้งใจจะไปอยู่แล้ว สูทหล่อๆ ก็ซื้อมาแล้ว แต่ดันกินของผิดสำแดงท้องเสีย จะให้ทำไงเล่า"

"ไปลงนรกซะ ทั้งกองพันกินเหมือนกันหมด มีนายท้องเสียอยู่คนเดียว ในสนามรบไม่เคยกลัวตาย แต่พอจะเจอสาวดันขาสั่น สมควรโสดแล้วล่ะเอ็ง"

"หมายเลขห้า ไว้หน้ากันหน่อยสิ"

"หน้าบ้าอะไร ปีหน้าเดือนมีนาจะมีงานหาคู่อีก ถ้านายยังเอาเรื่องท้องเสียมาอ้างอีก คอยดูฉันจะจัดการนายยังไง"

"ครับๆ ผมจะรีบจัดการปัญหาหัวใจให้เร็วที่สุด ไม่ให้เป็นภาระขององค์กรแน่นอน"

"ฉันล่ะไม่รู้จะว่ายังไงกับนายแล้ว กระสุนเฉี่ยวหัวยังไม่กระพริบตา แต่ดันกลัวผู้หญิง"

"พอเถอะหมายเลขห้า อย่าพูดอีกเลย"

"ขี้เกียจพูดกับแกแล้ว"

หมิงเย่าจู่ หวังเยี่ยนปิง เหอเฉินกวง และหลี่เอ้อร์หนิว มองฟ่านเทียนเหลยเทศนาเฉินซ่านหมิงแล้วหันมาสบตากัน อดขำไม่ได้จริงๆ

ตลกชะมัด ไม่ขำไม่ได้แล้ว

"เจ้าเด็กแสบสี่คน ขำอะไรกัน"

"ฮ่าๆ..."

"เอาล่ะ พวกนายสี่คนตามฉันมา จะพาไปกินมื้อใหญ่"

"น้าฟ่าน จะพาไปกินที่ไหนครับ?"

"ไปกินในเมือง ฉันลาให้พวกนายเรียบร้อยแล้ว ก่อนตะวันตกดินจะมาส่ง กลับไปที่หอ เปลี่ยนชุดลำลอง แล้วไปกันเลย"

"น้าฟ่าน ไปกินในเมืองจริงดิ?"

"จะหลอกทำไม ฉันเลี้ยงเอง ว่าไง จะไปไม่ไป"

"ไป!"

ในเมื่อฟ่านเทียนเหลยลาให้แล้ว แถมจะพาไปกินของดีในเมือง คนโง่เท่านั้นแหละที่จะไม่ไป

ครึ่งเดือนมานี้อุดอู้แต่ในค่ายทหาร วันๆ มีแต่ฝึกกับฝึก มีโอกาสออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก มีหรือจะพลาด

ทั้งสี่คนกลับหอไปเปลี่ยนชุดลำลอง บอกลาจ่าเฮย แล้วกระโดดขึ้นรถตามฟ่านเทียนเหลยกับเฉินซ่านหมิงออกจากค่ายทหารไป

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 25 - มื้อใหญ่ในเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว