- หน้าแรก
- ผมไม่ได้เก็บขยะ ผมแค่ฟาร์มเลเวล
- บทที่ 35 - ทูต
บทที่ 35 - ทูต
บทที่ 35 - ทูต
บทที่ 35 - ทูต
เที่ยงวัน แดดเปรี้ยงตรงหัว
แสงแดดร้อนแรงแผดเผาจนผิวน้ำแม่น้ำไข่มุกสะท้อนแสงระยิบระยับแสบตาจนมองแทบไม่ได้
แต่ทว่า
บุ๋ง—
บุ๋ง บุ๋ง—
กลางแม่น้ำไข่มุก มีฟองอากาศผุดขึ้นมาเป็นระยะ
ไม่นานนัก
'ซ่า' เสียงน้ำแตกกระจาย อวี๋จิ้นที่ตัวเปียกมะลอกมะแลกโผล่หัวขึ้นมา ยัดก้อนขยะในมือใส่กระสอบบนเรือ
จากนั้น เขาก็มุดกลับลงไปใต้น้ำอีกครั้ง
ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนเวียนไม่หยุดหย่อน
เวลาเดินผ่านไปทีละวินาที ทีละนาที
แต่อวี๋จิ้นไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพักเลย
เขาเหมือนยอดมนุษย์ที่ไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย สิ่งเดียวที่เขาต้องการตอนนี้คือจัดการขยะในแม่น้ำเน่านี้ให้ได้มากที่สุด
และภาพนี้เอง
ทำให้คนนับพันบนสองฝั่งแม่น้ำไข่มุก ยืนอึ้งพูดไม่ออกไปตามๆ กัน
"ประธาน..."
สมาชิกชมรมอนุรักษ์ฯ ที่นอนแผ่หราร หมดแรงอยู่บนเรือหรือบนฝั่ง ต่างกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
พวกเขามาเพราะหวังหน่วยกิต
แม้จะทำงานมาทั้งเช้า แต่คนที่อินกับคำว่า 'รักษ์โลก' จริงๆ แทบจะไม่มี
คำว่ารักษ์โลก ความหมายมันยิ่งใหญ่เกินไป และจับต้องยากเกินไป!
ต่อให้พวกเขาล้างแม่น้ำสายนี้จนสะอาดเอี่ยม แล้วไงต่อ?
ผ่านไปไม่ถึงเดือน เดี๋ยวขยะก็ลอยเต็ม เดี๋ยวก็กลับมาเน่าเหม็นเหมือนเดิม
คนที่คิดแบบนี้มีไม่น้อย
แม้แต่ท่านอธิการบดีเจียงฮ่าวชวนบนฝั่ง ก็มีความคิดแบบนี้แวบเข้ามาในหัว
แต่...
ความทุ่มเทของอวี๋จิ้นในตอนนี้ กลับเหมือนคำโต้แย้งที่ไร้เสียงแต่ดังสนั่นหวั่นไหว
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน
ตูม—!
เสียงโดดน้ำดังขึ้น
คนที่โดดลงแม่น้ำไข่มุกคราวนี้ไม่ใช่อวี๋จิ้น แต่เป็นถังอวิ๋นเซวียนที่อยู่บนเรือ
"ฮ่าฮ่า!"
"ลงน้ำแล้วเย็นสบายขึ้นเยอะเลยวุ้ย!"
"เหล่าอวี๋ นายไม่รักเพื่อนเลย มีของดีไม่บอกกัน—"
"แค่กๆ..."
ถังอวิ๋นเซวียนตะโกนเสียงดังไปหน่อย น้ำเข้าปาก สำลักหน้าดำหน้าแดง
สมาชิกชมรมบนเรือลำนั้นพากันหัวเราะครืน
เสียงหัวเราะจบลง ตามมาด้วยเสียง 'ตูม' 'ตูม' ลงน้ำอีกระลอกใหญ่
สองฝั่งแม่น้ำ
ชาวบ้านที่ว่ายน้ำแข็ง โดยเฉพาะพวกลุงๆ น้าๆ เห็นเข้าก็ยิ้มกริ่ม ถอดเสื้อโดดตูมตามลงไปทันที
"จะให้พวกหนุ่มๆ ได้หน้าไปคนเดียวได้ไง!"
พวกลุงๆ ว่ากันอย่างนั้น
แต่...
คนที่ลงน้ำ ไม่ได้ลงไปเพื่อ 'แช่น้ำคลายร้อน' จริงๆ พวกเขาเลียนแบบอวี๋จิ้น กลั้นหายใจดำลงไปก้นแม่น้ำ งมขยะขึ้นมาส่งให้คนบนเรือหรือบนฝั่ง
"เฮ้ย!"
"อย่าโดดมั่ว! อย่าโดดมั่วสิครับ!"
"ใครว่ายน้ำไม่แข็งห้ามห้าวเด็ดขาด ใครจะลงต้องใส่เสื้อชูชีพก่อน!"
ริมฝั่ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความปลอดภัย เห็นคนแห่ลงน้ำกันยกใหญ่ ก็รีบตะโกนห้ามปรามกันจ้าละหวั่น
...
...
เวลาค่อยๆ ไหลผ่าน
ดวงอาทิตย์ที่เคยแผดเผาอยู่กลางหัว ค่อยๆ คล้อยต่ำลงสู่เส้นขอบฟ้า
ก่อนหน้านี้
ไม่มีใครคิดเลยว่า กิจกรรมบำบัดน้ำเสียนี้ จะลากยาวตั้งแต่เช้ายันเย็น!
คนส่วนใหญ่หมดสภาพไปแล้ว
แม้ใจสู้ แต่กายหยาบมันไม่ไหว
แต่ทว่า
กลางแม่น้ำ อวี๋จิ้นยังคงดำผุดดำว่าย ไม่หยุดหย่อน
"อึด... อึดฉิบหายเลยโว้ย!"
นักข่าวอวี้เหวินโปที่ใส่เสื้อชูชีพ เกาะขอบฝั่งหอบแฮกๆ ยังไม่วายหันมาพูดยกย่องใส่กล้อง
"พละกำลังขนาดนี้..."
"ความมุ่งมั่นรักษ์โลกขนาดนี้..."
"มันเวอร์จนไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบาย..."
ไม่ใช่แค่อวี้เหวินโปคนเดียวที่คิดแบบนี้
เพียงแต่เทียบกับความตกตะลึงในช่วงแรก ตอนนี้ทุกคนเริ่มจะชินชาจนตายด้านไปแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะอวี๋จิ้นหยุดพักหายใจสักสองสามนาทีในทุกๆ หนึ่งหรือสองชั่วโมง พวกเขาคงนึกว่าหมอนี่โดนวิญญาณยอดมนุษย์เข้าสิงไปแล้วจริงๆ!
ริมฝั่ง
อธิการบดีเจียงฮ่าวชวน แม้จะไม่ได้ลงน้ำ แต่ก็ลงมือคัดแยกขยะอยู่บนฝั่งจริงๆ จังๆ มาพักใหญ่
เช่นเดียวกับรองอธิการบดีเก๋อเล่ย และท่านพ่อเมืองเจียงเฉิง
ที่น่าสังเกตคือ
ตอนเที่ยงที่เห็นอวี๋จิ้นโดดน้ำ เจียงฮ่าวชวนได้ยืนคุยอะไรบางอย่างกับท่านพ่อเมือง
หลังจากนั้นท่านพ่อเมืองก็ปลีกตัวออกไป หายไปหลายชั่วโมงเพิ่งกลับมา
ไม่มีใครรู้ว่าคุยอะไรกัน แต่รองอธิการบดีเก๋อเล่ยที่ยืนฟังอยู่ด้วย มีสีหน้าตกใจสุดขีด
อีกด้านหนึ่ง
อวี๋จิ้นเกาะขอบเรือ หอบหายใจหนักหน่วง
ร่างกายระดับห้าถึงจะแกร่ง แต่เจองานหนักขนาดนี้ แถมแทบไม่ได้พัก มันก็ต้องล้าเป็นธรรมดา
[ความคืบหน้าการชำระล้าง: 99.9%]
อวี๋จิ้นมองแผงหน้าจอ แล้วขมวดคิ้ว
แม่น้ำไข่มุกเป็นแหล่งน้ำปิด ช่วงลำน้ำไม่ได้ยาวมาก แค่ราวๆ ห้าร้อยเมตร
ตอนนี้มองไป
ผิวน้ำสะอาดเกลี้ยงเกลา แทบไม่เห็นขยะสักชิ้น
ส่วนใต้น้ำ ขยะที่นับว่าเป็นขยะหรือน่าจะเป็นขยะ อวี๋จิ้นก็จัดการเก็บเรียบวุธ
ระหว่างนั้น เขาถึงขั้นเปิดใช้สกิล 'สัมผัสแห่งแสง' ช่วยสแกนหาด้วยซ้ำ
"ทำไมมาค้างเติ่งอยู่ตรงนี้?"
อวี๋จิ้นไม่เข้าใจ ครุ่นคิดหนัก
เขาเปิดใช้งาน 'สัมผัสแห่งแสง' อีกครั้ง กวาดตามองทุกซอกทุกมุมของแม่น้ำไข่มุก
"มันควรจะสะอาดหมดจดแล้วนี่นา..."
"ขนาดกลิ่นเหม็น ฉันยังใช้แสงแห่งการชำระล้างล้างบางจนเกลี้ยง"
อวี๋จิ้นบ่นพึมพำ เงยหน้าขึ้นมองโดยไม่รู้ตัว
จังหวะนั้นเอง
หางตาเขาเหลือบไปเห็นริมฝั่งแม่น้ำไม่ไกล มีป้าๆ กลุ่มหนึ่งหิ้วถุงขยะยืนลับๆ ล่อๆ อยู่หลังฝูงชน
พวกป้าแกมองซ้ายมองขวา ปากก็ขมุบขมิบบ่นอะไรสักอย่าง
อวี๋จิ้นอ่านปากไม่เป็น แต่จำรูปปากคำด่า 'สัตว์สงวน' อันแสนคุ้นเคยได้แม่นยำ
ห้านาทีต่อมา อวี๋จิ้นขึ้นจากน้ำ
สิบนาทีต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าชาร์จป้ากลุ่มนั้น พบว่าพวกแกกำลังเตรียมจะโยนขยะลงแม่น้ำไข่มุกจริงๆ
หลังโดนอบรมชุดใหญ่ ป้าๆ ก็เดินหน้ามุ่ยกลับไป
ต่อหน้ากล้องสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศกร้าวว่าจะ 'เข้มงวดการตรวจสอบพื้นที่รอบแม่น้ำ และจัดการขั้นเด็ดขาดกับผู้อยู่อาศัยที่ลักลอบทิ้งขยะหรือปล่อยน้ำเสีย'
[ความคืบหน้าการชำระล้าง: 100%]
อวี๋จิ้นถอนหายใจยาว โล่งอกไปที
"ที่แท้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ!"
อวี๋จิ้นลองคิดดู ก็รู้สึกว่าระบบตัดสินได้สมเหตุสมผล
แก้ปลายเหตุไม่แก้ต้นเหตุ สุดท้ายก็แค่ผักชีโรยหน้า ไม่นับว่าชำระล้างสมบูรณ์ 100%
และเมื่ออวี๋จิ้นขึ้นฝั่ง พร้อมกับการค้นพบต้นตอมลพิษ
กิจกรรมบำบัดน้ำเสียที่มีผู้เข้าร่วมหลายพันคน ก็ได้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ
วูบ—
วูบ วูบ—
ตรงหน้าอวี๋จิ้น ข้อความแจ้งเตือนระบบเด้งรัวเป็นชุดเหมือนคอมพิวเตอร์เออเร่อ อ่านแทบไม่ทัน
เพียงแต่
ยังไม่ทันได้ดูละเอียด อวี๋จิ้นก็โดกองทัพนักข่าวรุมล้อมเข้ามา
พร้อมกันนั้น
อธิการบดี รองอธิการบดี และท่านพ่อเมือง ก็เดินยิ้มเข้ามาหาอวี๋จิ้น
ครู่ต่อมา
ภายใต้สักขีพยานของกล้องนับร้อยตัว
ท่านพ่อเมืองประกาศด้วยตัวเอง—
"เพื่อตอบสนองต่อนโยบายสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ—"
"หลังจากได้หารือกันแล้ว ขอแต่งตั้งนักศึกษาอวี๋จิ้นเป็น 'ทูตสิ่งแวดล้อมประจำเมืองเจียง'!"
"และในอีกสองวันข้างหน้า หรือก็คือวันเสาร์นี้ จะมีการจัดกิจกรรมรักษ์โลกภาคประชาชนทั่วเมือง!"
"กิจกรรมนี้จะนำโดยนักศึกษาอวี๋จิ้น และขอเชิญสื่อมวลชนทุกแขนงร่วมติดตามทำข่าว!"
สิ้นเสียงประกาศ
หน้าต่างระบบตรงหน้าอวี๋จิ้น ก็ปรากฏข้อความบรรทัดใหม่ขึ้นมา...
[จบแล้ว]