เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 ถูกปฏิเสธ

ตอนที่ 7 ถูกปฏิเสธ

ตอนที่ 7 ถูกปฏิเสธ


บทที่ 7 ถูกปฏิเสธ

[เดือนที่ห้า เจ้ายังคงตามหาเพลิงวิญญาณและรวบรวมพิษงูต่อไป]

[เดือนที่หก ระหว่างที่เจ้ากำลังตามหาเพลิงวิญญาณและรวบรวมพิษงู พลังบำเพ็ญของเจ้าก็ได้ทะลวงสู่ขั้นรวบรวมปราณระดับเก้า]

[เดือนที่เจ็ด ในที่สุดเจ้าก็รวบรวมพิษงูได้เพียงพอ สามารถเริ่มหลอมโอสถหมื่นพิษได้แล้ว]

[โอสถหมื่นพิษ สมชื่อของมัน สกัดมาจากพิษของงูพิษหมื่นชนิด หรือพิษของแมลงพิษหมื่นชนิด]

[โอสถพิษชนิดนี้ หากหลอมสำเร็จจะมีอานุภาพไม่ธรรมดา กระทั่งสามารถสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานได้]

[อาจเป็นเพราะพรสวรรค์ที่โดดเด่น หรืออาจเป็นเพราะโชคชะตานำพา ด้านการหลอมโอสถพิษ เจ้ากลับมีพรสวรรค์อันน่าทึ่ง]

[สิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือ เจ้ากลับหลอมโอสถหมื่นพิษสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก!]

[เมื่อมองดูโอสถพิษที่เปล่งแสงสีเขียวเรืองรองอยู่ตรงหน้า เจ้าก็เก็บมันไว้อย่างระมัดระวัง]

[เดือนที่แปด เจ้าสังเกตเห็นว่างูพิษธรรมดามีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ สิ่งที่มาแทนที่คืองูวิญญาณระดับสูงขึ้น งูวิญญาณเหล่านี้บางตัวมีพลังถึงขั้นรวบรวมปราณระดับหกถึงเจ็ด บางตัวกระทั่งบรรลุถึงขั้นรวบรวมปราณระดับแปดถึงเก้า]

[แม้จำนวนจะลดลง แต่พิษของงูวิญญาณระดับสูงก็รุนแรงยิ่งกว่า หากถูกกัดเข้า ผลลัพธ์ที่ตามมาย่อมยากจะคาดเดา อย่างไรก็ตาม ทั่วทั้งร่างของงูวิญญาณล้วนเป็นสมบัติล้ำค่า หนังของพวกมันสามารถนำไปหลอมเป็นเกราะป้องกัน เขี้ยวสามารถนำไปสร้างเป็นศาสตราอาคม ส่วนดีงูและพิษงูยิ่งเป็นวัตถุดิบล้ำค่าสำหรับการหลอมโอสถ]

[เดือนที่เก้า ยิ่งเจ้าล่วงล้ำเข้าไปในหุบเขาอสรพิษวิญญาณลึกเท่าไหร่ ระดับของงูวิญญาณที่พบเจอก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น งูวิญญาณขั้นรวบรวมปราณระดับแปดสามารถพบเห็นได้ทุกหนทุกแห่ง กระทั่งมีงูวิญญาณขั้นรวบรวมปราณระดับเก้าปรากฏตัวขึ้น]

[เจ้าเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดจากคมเขี้ยวของงูวิญญาณหลายต่อหลายครั้ง หากไม่ใช่เพราะเจ้าตอบสนองได้รวดเร็ว ตัดแขนข้างที่ถูกกัดทิ้งได้ทันท่วงทีเพื่อป้องกันไม่ให้พิษงูกระจายไปทั่วร่าง ป่านนี้คงได้ลงไปนอนในยมโลกแล้ว]

[เดือนที่สิบ เจ้ายังคงไม่ได้รับข่าวคราวใดๆ เกี่ยวกับเพลิงวิญญาณ งูวิญญาณระดับสูงภายในหุบเขาอสรพิษวิญญาณมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าจำต้องเลือกที่จะถอยออกมา]

[เจ้ากลับมายังตลาดอุกกาบาต และนำพิษงู หนังงู ดีงู และวัตถุดิบอื่นๆ ที่เก็บรวบรวมมาไปขายให้กับสมาคมการค้าสี่ทะเล]

[เจ้ากลับไปยังที่พักเดิมของตน แต่กลับพบว่ามันถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง เตาหลอมโอสถที่เจ้าซ่อนไว้ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย]

[เจ้าซื้อโอสถถอนพิษ ยันต์โจมตี และยันต์ป้องกันจำนวนมาก และออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังหุบเขาอสรพิษวิญญาณอีกครั้ง]

[เวลากระชั้นชิดเข้ามาทุกที เจ้าต้องหาเพลิงวิญญาณให้เจอก่อนที่อาจารย์และศิษย์น้องจะมาถึง หนึ่งปีกับอีกสองเดือน นี่คือเส้นตายสุดท้ายของเจ้า]

[เมื่อกลับเข้าสู่หุบเขาอสรพิษวิญญาณอีกครั้ง เจ้าก็ยิ่งระมัดระวังตัวมากขึ้น เมื่อมีโอสถถอนพิษและยันต์ต่างๆ อย่างเพียงพอ ความปลอดภัยของเจ้าก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้จะถูกงูพิษกัดก็สามารถแก้ไขวิกฤตได้ทันท่วงที]

[เดือนที่สิบเอ็ด เจ้าสำรวจพื้นที่รอบนอกทั้งหมดของหุบเขาอสรพิษวิญญาณจนเกือบจะครบถ้วน แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของเพลิงวิญญาณ]

[เดือนที่สิบสอง เจ้าตัดสินใจทุ่มสุดตัว ก้าวเข้าสู่ใจกลางของหุบเขาอสรพิษวิญญาณ ทันทีที่เข้าไปในใจกลางได้ไม่นาน เจ้าก็เผชิญหน้ากับอสรพิษหน้ามนุษย์ตนหนึ่ง มันปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเจ้าอย่างเงียบเชียบ และเปิดฉากโจมตีถึงฆาต]

[เจ้าตาย!]

[การจำลองครั้งนี้สิ้นสุดลง]

[เริ่มสรุปผลการจำลองครั้งนี้ ในการจำลองครั้งนี้ท่านได้เลื่อนระดับพลังไปถึงขั้นรวบรวมปราณระดับเก้า]

[ท่านสามารถเลือกรับรางวัลได้หนึ่งอย่างจากตัวเลือกต่อไปนี้!]

[หนึ่ง, พลังบำเพ็ญขั้นรวบรวมปราณระดับเก้า]

[สอง, ประสบการณ์จากการจำลองครั้งนี้]

[สาม, โอสถหมื่นพิษหนึ่งเม็ด]

[จำนวนครั้งการจำลองที่เหลือ: 3 ครั้ง]

"...!"

หลินอี้ขมวดคิ้ว

เตาหลอมโอสถที่เขาซ่อนไว้ถูกเอาไปแล้ว นั่นก็พิสูจน์ได้ว่าอาจารย์ของเขา ปรมาจารย์โอสถ ได้มาถึงที่นี่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายน่าจะตามร่องรอยของเตาหลอมโอสถมา แต่ไม่พบตัวเขา จากนั้นจึงทำลายบ้านของเขาและนำเตาหลอมโอสถไป

การเดินทางไปยังหุบเขาอสรพิษวิญญาณก็ทำให้เขากังวลใจเช่นกัน อสรพิษหน้ามนุษย์ตนนั้นมีระดับพลังสูงส่งเพียงใดกันแน่? ตัวเขาถูกสังหารโดยที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เลยแม้แต่น้อย ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะหนี

เวลาที่ให้มานั้นสั้นเกินไป เพราะหากเขาไม่สามารถหาเพลิงวิญญาณให้เจอก่อนหนึ่งปีสองเดือนในการจำลอง ปรมาจารย์โอสถกับเซียวหานก็จะชิงตัดหน้าไปก่อน

สำหรับเพลิงวิญญาณนี้ เขาไม่อยากจะยอมแพ้จริงๆ เหตุผลที่จนถึงบัดนี้เขายังไม่สามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาอัคคีวิญญาณได้ ก็เป็นเพราะไม่มีเพลิงวิญญาณนั่นเอง ในตอนนั้นที่เจ้าของร่างเดิมพยายามฝึกฝน ก็ต้องจบชีวิตลงเพราะธาตุไฟเข้าแทรก เขาไม่อยากจะเดินซ้ำรอยเดิม

ส่วนเคล็ดวิชาที่เขาฝึกฝนอยู่ในปัจจุบันก็เป็นเพียงเคล็ดวิชาพื้นๆ ที่ผู้ฝึกตนอิสระทั่วไปก็สามารถฝึกฝนได้ สามารถฝึกได้ถึงเพียงขั้นรวบรวมปราณระดับเก้าเท่านั้น ชื่อของมันคือ เคล็ดวิชารวบรวมวิญญาณ สมกับชื่อของมัน มันคือเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรที่ใช้ดูดซับพลังวิญญาณ ใช้หินวิญญาณเพียงก้อนเดียวก็สามารถซื้อหาได้แล้ว

"ครั้งนี้ควรจะเลือกรับพลังขั้นรวบรวมปราณระดับเก้า หรือว่าโอสถหมื่นพิษเม็ดนั้นดี?"

หลินอี้พึมพำกับตัวเอง ในใจเต็มไปด้วยความสับสนลังเล อานุภาพของโอสถหมื่นพิษนั้นรุนแรงมาก พอที่จะคุกคามผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานได้ แต่จะสามารถวางยาพิษเซียวหานจนตายได้หรือไม่นั้นยังคงเป็นปริศนา ในขณะที่พลังบำเพ็ญขั้นรวบรวมปราณระดับเก้านั้นเป็นการยกระดับที่จับต้องได้จริง ทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอันตราย

"ข้าขอรับพลังขั้นรวบรวมปราณระดับเก้า!"

ในที่สุดหลินอี้ก็ตัดสินใจได้ แทนที่จะเดิมพันกับความเป็นไปได้ที่เลื่อนลอย สู้เสริมสร้างพลังของตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นไม่ดีกว่าหรือ นี่ต่างหากคือหนทางแห่งการเอาชีวิตรอด

อีกอย่าง ตามสถานการณ์แล้ว อีกฝ่ายย่อมต้องถือบทตัวเอกอย่างแน่นอน ต่อให้ถูกพิษจริงๆ ก็ไม่แน่ว่าจะตาย เรื่องแบบนี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดขึ้นจริง ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายอาจจะกระตุ้นกายาพิเศษบางอย่างขึ้นมาภายใต้ฤทธิ์ของโอสถหมื่นพิษ ไม่เพียงแต่ไม่ตาย กลับมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ถ้าเป็นเช่นนั้นคงได้กลายเป็นเรื่องตลกขบขันกันพอดี

ในชั่วพริบตา พลังอันมหาศาลสายหนึ่งก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของหลินอี้ พลังวิญญาณในจุดตันเถียนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ระดับพลังทะลวงสู่ขั้นรวบรวมปราณระดับเก้าในทันที

เพียงแค่วันเดียว เขาก็เลื่อนระดับจากขั้นรวบรวมปราณระดับสามมาสู่ขั้นรวบรวมปราณระดับเก้า หากเป็นเมื่อก่อน นี่เป็นเรื่องที่แทบจะจินตนาการไม่ได้เลย เขาเชื่อว่า แม้แต่อัจฉริยะก็ยังต้องอับแสงเมื่อเทียบกับเขา

เขามองดูท้องฟ้านอกหน้าต่างที่มืดลงแล้ว และหยิบโอสถละเว้นธัญพืชออกมากลืนลงไป โอสถละเว้นธัญพืชละลายในปากทันที กลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์บำรุงร่างกายของเขา โดยไม่มีกากยาใดๆ ตกค้าง โอสถราคาถูกและมีประโยชน์นี้ เป็นสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ฝึกตนทุกคน

"จำลองต่อ!"

[เริ่มการจำลอง]

[นี่คือปีที่สามที่เจ้าข้ามมิติมา พลังของเจ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บรรลุถึงขั้นรวบรวมปราณระดับเก้า]

[เจ้ารู้สึกยินดีอยู่บ้าง แต่ในขณะเดียวกันก็เข้าใจดีว่า นี่เป็นเพียงก้าวเริ่มต้นที่เล็กน้อยอย่างยิ่งในโลกของผู้บำเพ็ญเซียน]

[สองวันครึ่งต่อมา คนของพันธมิตรเซียนสี่ทะเลมาถึงตลาดอุกกาบาต กล่าวว่ามารับผู้ฝึกตนอิสระเพื่อไปยังแดนลับเมฆาฝัน]

[เจ้าเดินทางไปด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม แสดงพลังบำเพ็ญขั้นรวบรวมปราณระดับเก้าของตนออกมา คิดว่าจะสามารถเข้าร่วมได้อย่างราบรื่น]

[ทว่า ปฏิกิริยาของพวกเขากลับเหนือความคาดหมายของเจ้า ไม่เพียงแต่ปฏิเสธการเข้าร่วมของเจ้า แต่ในวาจายังเต็มไปด้วยความระแวดระวังและความเป็นปรปักษ์ กระทั่งแฝงไปด้วยจิตสังหารจางๆ]

[ในใจของเจ้าเต็มไปด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าตนเองไปล่วงเกินพวกเขาตรงไหน]

[การถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าร่วมกับพันธมิตรเซียนสี่ทะเล หมายความว่าเจ้าได้สูญเสียโอกาสที่จะไปยังแดนลับเมฆาฝัน]

[ในใจเจ้าคับข้องใจ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าในตอนนี้ คือการหลบหนีการตามล่าของปรมาจารย์โอสถและเซียวหาน]

[เจ้ากังวลว่าปรมาจารย์โอสถจะตามรอยเจ้าผ่านทางเตาหลอมโอสถได้ ด้วยเหตุนี้เจ้าจึงออกจากตลาดอุกกาบาต มายังเมืองเล็กๆ ของคนธรรมดาที่ห่างไกลแห่งหนึ่ง]

จบบทที่ ตอนที่ 7 ถูกปฏิเสธ

คัดลอกลิงก์แล้ว