เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27: เจียงเหอผู้นี้มีอะไรมากว่าที่ตาเห็น!

บทที่ 27: เจียงเหอผู้นี้มีอะไรมากว่าที่ตาเห็น!

บทที่ 27: เจียงเหอผู้นี้มีอะไรมากว่าที่ตาเห็น!


หลังจากพึมพำกับตัวเองเสร็จแล้ว  เจียงเหอก็วางสายทันทีและส่งข้อความเสียงวีแชทไปหาหวางซืออวี่แทน

ในไม่ช้า  เธอตอบกลับด้วยข้อความเสียงกลับมา: “ตอนนี้ฉันได้ยินแล้ว  นายอยู่ที่ไหนเจียงเหอ?”

“ทุ่งข้าวโพดฝั่งตะวันออกของหมู่บ้าน”

“ฝั่งตะวันออก?” น้ำเสียงของหวางซืออวี่เปลี่ยนไป  เธอพูดอย่างรวดเร็วว่า “ตอนนี้มีการระเบิดเกิดขึ้น! และฉันก็ได้รับข่าวว่ามีระดับสูงของนิกายเทียนโหมวกำลังมาหานาย  เพราะงั้นนายรีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย! หัวหน้าฉันจะมาถึงที่นี่เร็ว ๆ นี้!”

“ระดับสูงนิกายเทียนโหมว?”

เจียงเหอตอบกลับด้วยข้อความเสียงอีกครั้งก่อนที่จะถ่ายภาพศพของคอร์โด  แม้ว่าจะเป็นเวลากลางคืนและมืดมิด  แต่ภาพก็ออกมาได้ชัดเจนจากการใช้แฟลช

หลังจากส่งรูปไปให้หวังซืออวี่แล้วเขาก็ถามว่า “เธอหมายถึงไอ้คนแคระนี่ใช่ป่ะ? ฉันจัดการทุบตีมันจนตายไปพร้อม ๆ กับไอ้ผู้ฝึกสัตว์อสูร  แถมยังมีสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ อีกเป็นโหลเลยนะ… เด๋วดิ๊! ไอ้งูยักษ์มันไปไหนละ? แย่ล่ะสิมีสัตว์อสูรตัวนึงหนี่ไปได้… ฉันจะไปล่ามันแป๊บ  เด๋วค่อยคุยกันนะ”

เจียงเหอเก็บโทรศัพท์และมองหา  แล้วก็พบร่องรอยของมัน  เห็นเป็นร่องรอยต้นข้าวโพดที่ล้มเป็นแนวยาวซึ่งน่าจะเกิดจากไอ้งูยักษ์ที่โดนระเบิดจนบาดเจ็บสาหัสเลือดไหลโจ้ก ๆ มันเกิดปอดแหกตื่นตระหนกตกใจเลยรีบเลื้อยหนีอย่างไม่คิดชีวิต

เจียงเหอก้าวไปข้างหน้าเพื่อไล่ตาม “ไอ้เชรี่ยนิ! มันหนีไปจริง ๆ ด้วยว่ะ  ไอ้งูนั่นมันเวล 1!  ราคา 10 แต้มบุญ  คิดเป็นเงินแสนหยวน… คิดว่าตูจะยอมปล่อยเอ็งไปจริง ๆ น่ะหรือ!?”

***

กลับมาที่บ้านของเจียงเหอ

เมื่อเสียงแจ้งเตือนวีแชทดังขึ้น  หวางซืออวี่จิ้มที่แชทของเธอกับเจียงเหอ  และเห็นภาพที่เขาส่งให้  เธอกระพริบตาปริบ ๆ แล้วเปิดดู  ก็ได้มีข้อความเสียงที่เจียงเหอแนบมาด้วยดังเข้าหูเธออย่างชัดเจน

“อะไรนะ… เจียงเหอฆ่าระดับสี่ของนิกายเทียนโหมว?  พร้อมกับสัตว์อสูรเป็นโหล  และผู้ปลุกพลังอีกหนึ่งคนด้วย?”

ขณะที่หวางซืออวี่กำลังสับสนกับข้อมูลใหม่ที่ได้มาอยู่นั้นเอง  หัวหน้าต้วนก็โทรมา

“หวางซืออวี่ฉันอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้านแล้ว  เธออยู่ไหน?”

“ฉันจะรีบไปค่ะ”

หวังซืออวี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วไปที่ทางเข้าหมู่บ้านและเห็นรถ Passat จอดอยู่  และมีชายวัยกลางคนสวมเสื้อกันฝนยืนอยู่ข้าง ๆ เขาสูงประมาณ 175 เซนติเมตร  และดูเป็นคนสบาย ๆ แต่กลับให้ความรู้สึกเฉียบคมและทรงพลัง

ผู้ฝึกยุทธระดับหกขั้นสูงสุด  ต้วนเทียนเหอ

ไม่ใช่สิ  ตอนนี้เขาเป็นระดับเจ็ดแล้ว!

อันตรายแฝงตัวอยู่ทุกหนทุกแห่งระหว่างการเดินทางไปยังภูต้าตงครั้งล่าสุด  แต่ถึงแม้จะน่าสะพรึงกลัวและมีอันตรายถึงชีวิต  ระดับพลังของต้วนเทียนเหอก็ยังพัฒนาไปถึงระดับปรมาจารย์ได้ในที่สุด  และเขาก็ไม่ได้โอ้อวดความสำเร็จนี้ให้มันเป็นเรื่องราวใหญ่โต

“สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง” ต้วนเทียนเหอดูเคร่งเครียดขณะที่ถามถึงสถานการณ์ในหมู่บ้านจินยินถาน

หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าเธอควรจะเริ่มอธิบายอย่างไรดี  หวางซืออวี่จึงยื่นโทรศัพท์มือถือให้ต้วนเทียนเหอ  ภาพที่เจียงเหอส่งให้ก็ปรากฏบนหน้าจอ

สีหน้าของต้วนเทียนเหอเปลี่ยนไปหลังจากเหลือบมองรูปถ่าย “นี่อะไร” เขาขยายภาพและพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วอุทานด้วยความประหลาดใจ “คอร์โด?!”

“หัวหน้าต้วนรู้จักเจ้าหมอนี่เหรอคะ?” หวางซืออวี่ถาม

“คอร์โดเป็นผู้ฝึกยุทธระดับสี่จากซีเจียง” ต้วนเทียนเหอตอบ “มันเก่งเรื่องวิชาใบมีดและใช้มีดโค้งเป็นอาวุธ  ก่อนการฟื้นคืนพลังวิญญาณ  เจ้าหมอนี่ก็แค่อันธพาลข้างถนนทั่วไปที่ได้เรียนรู้วิชาการต่อสู้ที่สืบทอดในครอบครัว  หลังจากการฟื้นคืนพลังวิญญาณ  ความสามารถของมันก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนแข็งแกร่งขึ้นมาก  มันเป็นฆาตกรที่ฆาตกรรมมาแล้วมากกว่าหนึ่งโหล  และอยู่ในรายชื่อที่ต้องการของสำนักงานจัดการคดีพิเศษ  เมื่อเดือนมิถุนาที่ผ่านมาหน่วยพิเศษที่ซีเจียงจับมันได้  แต่กลับถูกนิกายเทียนโหมวโจมตีขณะที่ขนส่งเคลื่อนย้ายมันไปเข้าคุก”

ต้วนเทียนเหอดูโศกเศร้าขณะที่พูด “เพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเป็นผู้รับผิดชอบในภารกิจนั้น…” เขาหยุดชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อ “คอร์โดต้องเข้าร่วมนิกายเทียนโหมวหลังจากที่พวกมันถูกช่วยไว้ได้  ว่าแต่เธอไปเอาภาพถ่ายนี้มาจากไหนเหรอ?”

“เจียงเหอส่งมาให้ค่ะ” หวางซืออวี่กล่าว “ดูเหมือนว่าคอร์โดจะเป็นระดับสูงที่นิกายเทียนโหมวส่งมาเพื่อจัดการกับเขา  แต่เจียงเหอสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้แล้ว  เขาบอกว่าเขาฆ่าคอร์โดพร้อมกับผู้ฝึกสัตว์นิกายเทียนโหมว  และสัตว์อสูรอีกเป็นโหล”

"อะไรนะ?" ต้วนเทียนเหอประหลาดใจ “ไปขึ้นรถ  ฉันอยากไปเจอกับเจียงเหอคนนี้”

แน่นอนที่เขาต้องแปลกใจ  เพราะว่าของมูลของเจียงเหอนั้นเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป  ต้วนเทียนเหอเองก็ได้อ่านข้อมูลของเจียงเหอก่อนหน้านี้  และได้รู้ว่าเขาอาจจะเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรคลาส C

แต่ไม่กี่วันต่อมา  ข้อมูลของเจียงเหอได้มีการอัปเดตเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรคลาส B และยังเป็นผู้ฝึกยุทธระดับสองหรือสามอีก  นอกจากนี้เขาเพิ่งได้รับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเจียงเหอเมื่อวานนี้ที่ภูต้าตง

เขาสามารถฆ่าคอร์โดที่เป็นผู้ฝึกยุทธระดับ 4 ในเวลาสั้น ๆ ได้อย่างไร?

รถ Passat ตัดผ่านหมู่บ้านและในไม่ช้าก็มาถึงทางฝั่งตะวันออก  เมื่อพวกเขาไปถึงทุ่งข้าวโพด  ต้วนเทียนเหอและหวางซืออวี่ก็พบว่ามันเละเทะไปหมด

ศพของสัตว์อสูรเลเวล 1 จำนวน 12 ศพถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นแถวเดียว  โดยมีศพของสัตว์อสูรเลเวล 2 วางอยู่ข้าง ๆ ศพของคอร์โดก็วางอยู่ติดกับศพของสัตว์อสูรเลเวล 2 ที่มีสภาพเละเลือดตัวนั้นเช่นกัน

ต้วนเทียนเหอมองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว “ดูจากสภาพที่เกิดเหตุแล้ว  อสูรพวกนี้โดนระเบิดตายทั้งหมด  อีกทั้งแรงระเบิดก็ไม่ใช่เบา ๆ…  เจียงเหอไปได้มันมาจากไหนกัน?”

อาวุธปืนและวัตถุระเบิดถูกห้ามซื้อขายในหัวเซี่ย  ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงไม่สามารถมีได้

แต่ต้วนเทียนเหอก็ไม่ได้คอยตรวจสอบเรื่องนี้และหันไปมองที่หน้าอกของคอร์โดและกล่าวว่า “คอร์โดถูกฆ่าด้วยฝ่ามือเดียวที่ทะลวงอวัยวะภายในทั้งหมด  และทำลายพลังชีวิต… ไม่มีบาดแผลอื่น ๆ บนร่างกาย  นี่คือการสังหารในพริบตาจากฝ่ามือเดียว”

“สังหารในพริบตา?” หวางซืออวี่อุทานด้วยความประหลาดใจ “เจียงเหอพึ่งไปถึงระดับสี่  คนที่พึ่งเป็นระดับสี่สามารถสังหารระดับสี่ขั้นสุดยอดในพริบตาได้ด้วยเหรอคะ?”

“ถ้าหากซุ่มโจมตีก็มีโอกาสสำเร็จอยู่เล็กน้อย  แต่ว่าจากบาดแผลที่เห็นนี่บอกได้เลยว่าพวกเขาสู้กันซึ่ง ๆ หน้า…” ต้วนเทียนเหอถอนหายใจยาว “เจียงเหอคนนี้มีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น  เธอแน่ใจนะว่าเขาพึ่งเป็นระดับสี่วันนี้น่ะ?  แม้แต่ระดับห้าขั้นสุดยอดทั่ว ๆ ไปก็ยังฆ่าคอร์โดด้วยฝ่ามือเดียวไม่ได้…  เธอบอกว่าเจียงเหอฆ่าผู้ฝึกสัตว์อสูรของนิกายเทียนโหมวด้วยไม่ใช่เหรอ?”

“แล้วเจียงเหอล่ะ? ทำไมไม่เห็นเขา?”

จากนั้นก็มีเสียงสวบสาบ ๆ ดังขึ้น  เสียงนี้เกิดจากเจียงเหอที่กำลังลากงูยักษ์ที่หนาครึ่งเมตรและยาวกว่าสิบเมตรออกจากทุ่งข้าวโพด  แต่กลับมีเสียงบ่นของเขาดังมาถึงหูก่อนที่ตัวคนจะมาถึงเสียอีก

“ไงล่ะไอ้งูผี! หนีเก่งนักนะเอ็ง  เก่งขนาดทำลายทุ่งข้าวโพดไปตั้งหลาร้อยหมู่…”

เจียงเหอทิ้งศพของงูรวมกับกองซากศพอื่น ๆ เขาหันมองต้วนเทียนเหอและยิ้มกว้าง “ไอ้ผู้ฝึกสัตว์อสูรคนนั้นมันตายอย่างน่าสยดสยองเกินไปหน่อย  ผมรู้สึกขยะแขยงก็เลยไม่อยากไปแตะต้องศพของมันน่ะครับ”

จบบทที่ บทที่ 27: เจียงเหอผู้นี้มีอะไรมากว่าที่ตาเห็น!

คัดลอกลิงก์แล้ว