เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13: ฟาร์มเลเวลอัพ เจียงเหอเริ่มเคลื่อนไหว

บทที่ 13: ฟาร์มเลเวลอัพ เจียงเหอเริ่มเคลื่อนไหว

บทที่ 13: ฟาร์มเลเวลอัพ เจียงเหอเริ่มเคลื่อนไหว


เจียงเหอไม่ได้ออกจากบ้านมาสี่วันแล้ว

ความสุขที่สุดของเขาในช่วงนี้คือ  แต่ละวันตื่นนอนตอนเช้าเพื่อไปเด็ดแบงค์ร้อยหยวน  เนื่องจากเขามีรายได้ไม่ต่ำกว่าหมื่นหยวนต่อวัน  การทำกำไรที่ง่ายดายนี้เป็นสิ่งที่น่าพอใจอย่างยิ่ง

[ติ๊ง!]

[ฟาร์มพอยท์ +1]

[ติ๊ง…]

การแจ้งเตือนของระบบยังคงดังอยู่ข้างหู  ในขณะที่ดวงตาของเขาจะจับจ้องไปที่หน้าต่างระบบ

แถบความคืบหน้า EXP ของระดับฟาร์มค่อย ๆ เพิ่มขึ้น โดยเพิ่ม 0.05 EXP ทุกครั้งที่เด็ดแบค์ร้อยหยวน  ทำให้เขาได้รับ 5 EXP ทุก ๆ 100 ใบ

และในที่สุด  เขาก็เก็บแบงค์ร้อยหยวนของวันนี้จนเสร็จ

[ติ๊ง!]

การแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหูอีกครัง

[ขอแสดงความยินดีโฮสต์!  ฟาร์มของคุณตอนนี้มีเลเวล 2]

[รางวัลโบนัส : เมล็ดถั่ว x3, กระเป๋าเก็บของ +3 ช่อง]

เจียงเหอ ได้ตรวจสอบหน้าจอระบบอีกครั้งแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

[ชื่อ : เจียงเหอ]

[การฝึกฝน : ระดับ 3 ขั้นสูง]

[ความสามารถ : ไม่มี]

[วิชาฝึกฝน : กายาวัชระคงกระพัน (เริ่มต้น+)]

[ที่ดินที่เป็นเจ้าของ: 888 m²]

[ระดับฟาร์ม : เลวล 2 (EXP 1/500)]

[กระเป๋า : 6 ช่อง]

[ร้านค้าระบบ : ปลดล็อค]

[ฟาร์มพอยท์ : 263]

“เอ๊ะ? การฝึกฝนถึงระดับสามขั้นสูงแล้ว?”

“ช่วงนี้วัน ๆ ตูเอาแต่กินกับนอน  จนไม่ได้ดูว่าระดับการฝึกฝนของตัวเองเพิ่มขึ้น…”

“ยังมีแตงกวาเหลืออยู่ประมาณห้าสิบห้าลูก  คิดว่าอีกซักสิบห้าอันก็น่าจะไปถึงระดับสี่…  เมื่อไปถึงระดับนั้น  ตูจะได้เริ่มฝึกฝนพลังลมปราณสักที”

ระดับ 1-3 ฝึกฝนร่างกาย

ในขณะที่ผู้ฝึกยุทธคนอื่น ๆ ต้องขัดเกลา  เคี่ยวกรำ  และฝึกฝนร่างกายอย่างหนักกว่าจะถึงระดับสาม  แต่เจียงเหอแค่กินแตงกวา

แต่ว่าระดับสี่นั้นแตกต่างกัน  สำหรับผู้ฝึกยุทธระดับสี่จะต้องฝึกพลังลมปราณ

ดังนั้นเจียงเหอจึงต้องการคัมภีร์วิชาเพิ่ม

“ฟาร์มเลเวล 2 แล้ว  ปลูกคัมภีร์เพิ่มได้อีก 2 วิชา…  และนอกจากคัมภีร์เก้าเอี้ยงแล้วยังต้องหาวิชาตัวเบาด้วย  ท่าเท้าท่องคลื่นน่าจะดี  แต่ว่าในเน็ตมันจะมีรายละเอียดการฝึกไหมหว่า  แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร  ยังไง ๆ มันก็เป็นนิยายอยู่แล้ว  ตูลองเขียนขึ้นมาเองดูก่อนก็ได้”

“อีกอย่าง  ยังไม่ได้ลองเอาอาวุธมาปลูกดูเลย  ไอ้นี่ก็ต้องลองดูด้วยเหมือนกัน”

เจียงเหอมองดูนาฬิกา  ก็พบว่าเที่ยงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้  เขาจึงถอนหายใจออกมา

“เจ็ดวันก่อน  ระบบก็ตื่นขึ้นมาเวลานี้… เจ็ดวันผ่านไปนี่พริบตาเดียวจริง ๆ ว่ะ”

“เอาเถอะ  มาลองเทสต์เมล็ดถั่วที่ระบบให้มาดีกว่า!”

เมื่อกำลังจะเอาเมล็ดถั่วออกมาเพาะ  เสียงของระบบก็ดังออกมาอีกครั้ง

[ติ๊ง!]

[มอบแพ็คของขวัญเจ็ดวัน  โฮสต์โปรดตรวจสอบ]

"เอ๊ะ?"

เจียงเหอตกตะลึงและในไม่ช้าก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

แพ็กของขวัญเจ็ดวัน… ทำไมมันถึงไม่ต่างจากเกมทำฟาร์มที่เขาเคยเล่นในชีวิตก่อนหน้านี้เลย? ล็อกอินเข้าสู่ระบบครบเจ็ดวันติดต่อกัน  ก็ได้แพ็คของขวัญเจ็ดวัน  จากนั้นก็มีแพ็คของขวัญหนึ่งเดือนด้วย

ดังนั้น  เจียงเหอจึงตรวจสอบกระเป๋าเก็บของ

ช่องแรกมีแตงกวา 55 ลูก

ช่องสองมีข้าวโพด 82 ฝัก—เจียงเหอกินแต่แตงกวาเพื่อยกระดับการฝึกฝนในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา  ดังนั้นข้าวโพดจึงไม่ถูกแตะต้องเลย

ช่องที่สามมีเมล็ดถั่วทองคำสามเมล็ด  และช่องที่สี่คือแพ็คของขวัญ

เขาตัดสินใจเปิดแพ็คของขวัญ

[ขอแสดงความยินดี  โฮสต์ได้รับดินลึกลับ]

ถุงเล็ก ๆ ที่ใส่ปุ๋ยเหมือนกับที่ขายในร้านดอกไม้ก็ปรากฏในกระเป๋าของเจียงเหอในทันที  และข้างในนั้นคือ—

“เชรี่ย!”

“ไอ้ของดำ ๆ นี่มันอะไรวะ?”

เจียงเหอถลึงตามองแล้วขอมูลของมันก็ปรกฏขึ้น

[ดินลึกลับ]

[มีเอฟเฟกต์อันลึกลับที่ส่งเสริมการปลูกพืช  ปรับปรุงสภาพดินในช่วงระยะเวลาอันสั้น  ทำให้ดินภายนอกมีผลเช่นเดียวกับในฟาร์ม]

เจียงเหอพูดอะไรไม่ออก

ไอ้นี่มันมีอะไรดี?

'ตูใช้แค่ที่ฟาร์มนี่ปลูกผักไม่ได้เหรอ? ทำไมต้องไปปลูกที่อื่น?'

“อีกอย่าง เกษตรกรต่างโลกที่ตูอ่านเขาก็พกฟาร์มตัวเองไปไหนมาไหนได้  อยากปลูกตอนไหนก็ปลูก  อยากเกี่ยวตอนไหนก็เกี่ยว  แล้วทำไมเทคโนโลยีของเอ็งมันต่ำกว่าคนอื่นเขาวะ?

"ระบบ?

"ระบบโว้ย?"

เจียงเหอก่นด่าหลังจากตะโกนอยู่นานแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากระบบ  และแล้วในขณะที่เขากำลังจะปลูกเมล็ดถั่วเพื่อทดสอบความสามารถของมัน  เขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น

มีคนมาเคาะประตูหน้าบ้านแล้วตะโกนเข้ามาว่า “เหล่าเจียงอยู่บ้านรึเปล่า?”

เจียงเหอเหลือบมองลงไปที่เอ้อเหลิงจื่อที่นอนอยู่ที่เท้าของเขาและดุว่า “บัดซบ  เอ็งจะเห่าซักหน่อยเวลามีคนมาบ้านไม่ได้เหรอวะ?”

ทีหมาบ้านอื่นนี่อเลิร์ทขนาดล่ามโซ่ไว้ยังเอาไม่อยู่

แต่ไอ้เอ้อเหลิงจื่อตัวนี้ล่ะ?

หลังจากโดนดุ  มันยังตีหน้ามึน  และหันหัวไปเห่า  บ๊อก  บ๊อก  อย่างอ่อนแรง

“…”

เจียงเหอเตะตูดเอ้อเหลิงจื่อแล้วเดินไปเปิดประตูบ้าน

ประตูในหมู่บ้านเกษตรกรรมทำมาจากเหล็กและส่วนใหญ่เป็นสีเขียว  แดง  หรือเงิน

ประตูบ้านของเจียงเหอเป็นสีแดงในตอนแรก  แต่มันก็ค่อนข้างจะเก่าแล้ว  ก็เลยเริ่มจะเป็นสนิมขึ้นมาบ้างเล็กน้อย

และเมื่อเขาเปิดประตูก็พบรอยฝ่ามืออยู่เต็มไปหมด

แต่ละรอยเป็นรอยบุบที่บานประตูเหล็ก  และชัดเจนมาก

ข้างนอกมีชายร่างผอมสวมสูท  รองเท้าหนัง  และแว่นกันแดด  ค่อย ๆ ยิ้มออกมา “ขอโทษด้วยเหล่าเจียง… แต่ไม่ต้องห่วงฉันจะหาประตูใหม่มาเปลี่ยนให้”

เจ้าผู้ชายหน้าเหมือนหมานี่… มันคือหมารองหลี่  ชื่อจริงหลี่เฟย!

เจียงเหอพูดไม่ออกและทำหน้าบึ้ง

“เอ็งจะรอซักหน่อยไม่ได้เหรอวะ  เวลาเคาะประตูบ้านคนอื่นน่ะ”

“ฉันพึ่งปลุกพลังน่ะ  ก็เลยยังควบคุมแรงไม่ค่อยได้”

"จริงสิ  เอ็งไม่ได้โดนสำนักจัดการคดีพิเศษแห่งชาติจับตัวไปเหรอ? พวกนั้นเขาปล่อยตัวออกมาแล้วเหรอ?”

“หมายความว่าไงฟะไอ้ที่ว่าจับตัวน่ะ”

ลี่เฟยถอดแว่นกันแดดออกและยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ฉันได้รับเชิญให้เข้าร่วมต่างหากล่ะเฟ้ย”

เขาพูดเบา ๆ ไปพลางขยับเสื้อสูทเล็กน้อยเพื่อเผยให้เห็นบัตรประจำตัวที่เสียบไว้ในกระเป๋าเสื้อว่า “องค์กรรู้ว่าฉันได้ปลุกพลังพิเศษแล้ว” เขากล่าวเสริมอย่างใจเย็น “เพราะงั้นพวกนั้นเลยมาเชิญฉันไปคุย  และชักชวนให้เข้าร่วมต่างหาก  โอเค้?”

“เอ่อ…”

“อันที่จริง  ฉันเคยชินกับอิสระและอึดอัดกับการถูกควบคุมมากเกินไป  แต่คำเชิญชวนขององค์กรนั้นจริงใจ  และฉันเองก็อยากช่วยประเทศด้วย  ฉันจึงเข้าร่วมกับพวกเขาทั้ง ๆ ที่ยังกังวลใจอยู่”

ฮะฮ่า

เจียงเหอจหัวเราะออกมาแล้วกล่าวว่า “แต่ก็เจ๋งสุด ๆ ใช่ป่าว? ต่อแต่นี้ไปเอ็งได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้วไม่ใช่เหรอ?”

สหายผู้นี้มันได้ข้อมูลมาว่าเจียงเหอเป็น 'ผู้ฝึกสัตว์อสูร' ก็เลยมาอวดเบ่งซักหน่อย

แน่นอนว่าไม่มีทางที่หมารองหลี่จะรู้ว่าเจียงเหอรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นผู้เหนือมนุษย์คลาส D ที่ตื่นขึ้นด้วยการปลุกพลังพิเศษ… เป็นตัวรับกระสุนที่อยู่แทบจะล่างสุดในหมู่ผู้เหนือมนุษย์ด้วยกันทั้งหมด  และยังเป็นประเภทที่ธรรมดาที่สุดอีกต่างหาก  แล้วยังมีประโยชน์น้อยกว่าหวางซืออวี่อีกด้วย

แต่ในขณะที่ชายสองคนกำลังพูดคุยเหลวไหลไร้สาระกันอยู่นั้นเอง  หวางซืออวี่ก็เข้ามาหาพวกเขาจากระยะไกล

“หลี่เฟยก็อยู่ด้วยเหรอ? ดีมาก  ฉันจะได้แจ้งพร้อมกันเลย”

จากนั้นเธอก็หันไปหาเจียงเหอผู้ซึ่งเริ่มคิดฉาก 'ความรัก' ต่าง ๆ ระหว่างตัวเขากับหวางซืออวี่ด้วยนิสัยสันดาน  กลับกันเธอไม่ได้หน้าแดงแต่กลับดูตกใจมากแทน

ความจริงก็คือเธอใช้การอ่านใจ  แต่เธอไม่สามารถสัมผัสถึงความคิดที่แท้จริงของเจียงเหอเหมือนที่เคยเป็น

“การอ่านใจของเธอไร้ประโยชน์หลังจากที่ระดับการฝึกของฉันเพิ่มขึ้นสินะ” จู่ ๆ ความคิดนี้ก็เกิดขึ้นกับเจียงเหอ

แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยทั้ง ๆ ที่มันควรจะเรื่องดีล่ะ?

“อืม…” หวางซืออวี่รำพึงอยู่ครู่หนึ่งจึงกัดฟันพูดออกมา “เจียงเหอ  นายช่วยฉันหน่อยได้ไหม?”

“หมู่บ้านไป๋ถูก่างถูกสัตว์อสูรโจมตีเมื่อคืนนี้  สามคนถูกฆ่า  แปดคนได้รับบาดเจ็บ  ปศุสัตว์จำนวนมากถูกฆ่า  ผู้เชี่ยวชาญขององค์กรส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปที่ภูต้าตง  ตอนนี้จึงขาดบุคลากร  นายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูร  ฉันหวังว่านายจะมาช่วย...”

เจียงเหอไม่ได้ตกลงในทันที

เมื่อไตร่ตรองเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่ง  เขาก็ถามขึ้นว่า “สัตว์อสูรระดับไหน?”

“ฉันช่วยก็ได้นะ  แต่มีข้อแม้  ฉันต้องการข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการฟื้นคืนพลังวิญญาณ  องค์กรสามารถให้ข้อมูลบางอย่างกับฉันได้ไหม?”

จบบทที่ บทที่ 13: ฟาร์มเลเวลอัพ เจียงเหอเริ่มเคลื่อนไหว

คัดลอกลิงก์แล้ว