- หน้าแรก
- หลังเลิกงาน มีนักศึกษาสาวสะกดรอยตามผม
- บทที่ 26: นัดบอด
บทที่ 26: นัดบอด
บทที่ 26: นัดบอด
เจียงจื่อโม่: "..."
"เอาเถอะ ไม่คุยแล้ว ฉันจะนอนแล้ว ฝันดี~"
"..."
"ทำไมไม่บอกฝันดีตอบล่ะคะ? การบอกฝันดีมันต้องเป็นประโยคโต้ตอบนะ"
"รีบนอนซะ เลิกคิดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ได้แล้ว"
พูดจบเจียงจื่อโม่ก็วางสายไปอย่างเย็นชา
แม้หน้าจอมือถือจะดับไปนานแล้ว แต่เขาก็ยังดึงสติกลับมาไม่ได้เต็มร้อย
"ยัยคนนี้... เอาด้วยยากจริงๆ"
เจียงจื่อโม่หวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบๆ สักพัก แต่แล้วแม่ของเขาก็โทรเข้ามาอีกจนได้
"จื่อโม่ ป้าหวังข้างบ้านแกมีหลานอุ้มแล้วนะ เมื่อไหร่แกจะพาแฟนมาให้แม่ชื่นใจบ้าง?"
"แม่ เรื่องแบบนี้เร่งไม่ได้หรอก มันอยู่ที่พรหมลิขิต"
"พรหมลิขิตอะไรของแก? ถ้าเจอคนเหมาะสมก็ลองคบๆ ดูสิ"
"ก็มันไม่มีคนเหมาะสมไง ไม่มีจริงๆ..."
"ตกลงลูกชอบคนแบบไหนกันแน่?"
พ่อแม่ของเจียงจื่อโม่ค่อนข้างหัวโบราณ ทั้งคู่เปิดร้านอาหารอีสาน (จีน) ซึ่งก็มีชื่อเสียงในท้องถิ่นพอสมควร
สิ่งที่พวกท่านหวังมีเพียงขอให้เจียงจื่อโม่สุขภาพแข็งแรง แต่งงาน มีลูก
น่าเสียดายที่เจียงจื่อโม่ไม่ได้โฟกัสชีวิตไปที่เรื่องนั้นเลย
เขาเอาแต่ตั้งใจเรียน สอบเรียนต่อ พอจบโทก็มุ่งมั่นสร้างเนื้อสร้างตัวให้มั่นคง
ปีก่อนๆ พ่อแม่แค่บ่นนิดหน่อย เขาก็อ้างเรื่องเรียนบังหน้าได้ แต่ตอนนี้เรียนจบแล้ว ข้ออ้างเดิมๆ เริ่มจะฟังไม่ขึ้น
"งั้นให้แม่นัดดูตัวให้มั้ย?"
"ห๊ะ????"
เจียงจื่อโม่ช็อก อย่าบอกนะว่าเขาต้องเข้าสู่วงการนัดบอดแล้วเหรอ?!!
แต่พิจารณาจากอายุอานาม 27 ย่าง 30... ก็สมควรแก่เวลาแล้วจริงๆ
"27 แล้วยังไม่มีแฟน กว่าจะคบกันดูใจกันอีกกี่ปี กว่าจะได้แต่งงานปาเข้าไปเท่าไหร่?"
"..."
"หรือมาตรฐานแกสูงเกินไป? ผู้หญิงแบบไหนถึงจะเข้าตาแกฮะ?"
"..."
"แม่จะบอกให้นะ ไม่มีใครเกิดมาคู่กันเป๊ะๆ หรอก ความเหมาะสมมันต้องปรับจูนกัน พ่อกับแม่เมื่อก่อนก็ทะเลาะกันบ้านแตกสาแหรกขาด สุดท้ายก็อยู่กันได้ไม่ใช่เหรอ?"
เจียงจื่อโม่ถอนหายใจเฮือก
ความจริงแล้ว ที่เขาไม่อยากแต่งงาน ส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อแม่ทะเลาะกันทุกวันตอนเขายังเด็กนั่นแหละ
การทะเลาะกันของพ่อแม่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของลูก จนกลายเป็นความกลัวการแต่งงาน
เพียงแต่พวกท่านไม่เคยรู้เลยว่ามันส่งผลกระทบต่อลูกชายคนนี้
"ไม่รู้แหละ! แม่ตัดสินใจแล้ว! แม่จะนัดดูตัวให้แก!!"
"เดี๋ยวแม่ คือผม—"
ยังไม่ทันพูดจบ แม่ก็ชิงวางสายไปเสียก่อน
ดูท่าการนัดบอดคงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว
แต่ก็นะ หลายคนก็ได้คู่จากการนัดบอด บางทีเขาอาจจะเจอคนที่ใช่ ตกหลุมรัก แล้วแต่งงานไปเลยก็ได้... เวลาล่วงเลยมาจนถึงสิ้นเดือนกันยายน
เจียงจื่อโม่ลาออกจากบริษัทที่ทำมาสองปีกว่า
แม้เงินเดือนจะสูง แต่การทำโอทีหนักหน่วงก็บั่นทอนสุขภาพเขาไม่น้อย
โชคดีที่กรรมพันธุ์ดี ต่อให้นอนดึกแค่ไหนผมก็ยังดกดำ
ต้องขอบคุณพ่อแม่ที่ให้หน้าตาและเส้นผมที่ดีมาจริงๆ
งานใหม่ของเขาอยู่ที่บริษัทของรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย
รุ่นพี่จางเหว่ย ก่อตั้งบริษัทพัฒนาเกมหลังจากเรียนจบปริญญาโท มีประสบการณ์โชกโชนและทีมงานคุณภาพ
จริงๆ เขาเคยคุยกับจางเหว่ยมาก่อนแล้ว ทั้งคู่มีความคิดตรงกันคือ อยากทำเกมจีบหนุ่ม/สาวแบบ Interactive ที่ใช้คนจริงแสดง
แม้ตลาดเกมแนวนี้จะไม่ขาดแคลน แต่แบบที่ใช้คนแสดงจริงยังมีน้อยมาก
เจียงจื่อโม่จะเข้าร่วมโปรเจกต์นี้หลังวันหยุดยาววันชาติ
เดิมทีเขากะจะนอนพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆ เจ็ดวันรวด เพราะขืนออกไปเที่ยวไหนก็เจอแต่ฝูงชน เผลอๆ รถติดอยู่บนถนนไปสี่วันแล้ว
ใครจะไปรู้ว่าแม่จัดตารางนัดบอดให้เขาถึงสามนัด!
นัดวันเว้นวัน ให้พักแค่วันเดียว
แม้เจียงจื่อโม่จะไม่เต็มใจสุดๆ แต่ในเมื่อนัดไปแล้ว ก็เบี้ยวไม่ได้
นัดแรกเป็น CEO สาวรุ่นพี่อายุมากกว่าเขาสามปี
ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเวิร์กกิ้งวูแมนสุดแกร่งที่ไม่ได้อยากแต่งงานเลยสักนิด เธอแค่ยอมมานัดบอดครั้งแรกตัดรำคาญพ่อแม่ที่บ่นเช้าบ่นเย็น
เธอคุยกับเจียงจื่อโม่แทบนับคำได้ ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีลูก จะโฟกัสเรื่องงานไปตลอดชีวิต
เจียงจื่อโม่เข้าใจมุมมองเธอและไม่เซ้าซี้ ทั้งคู่กินข้าวเสร็จแล้วก็แยกย้าย
ถึงแม้หลังจากนั้นแม่จะโทรมาด่าว่าเขาเป็นผู้ชายทึ่ม ไม่รู้จักเอาใจสาวก็เถอะ
คนที่สองเป็นลูกสาวของลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนบ้านของพี่สาวเพื่อนแม่ (งงมั้ย?)
อายุเท่ากัน เป็นครูสอนคณิตศาสตร์โรงเรียนมัธยมปลายในท้องถิ่น
"มีบ้านมีรถมั้ย?"
"มีครับ"
"จ่ายสดหมดแล้วหรือยังผ่อนอยู่?"
"จ่ายครบแล้วครับ"
"ให้สินสอดได้เท่าไหร่?"
"ผม..."
"แม่ฉันบอกว่าถ้าต่ำกว่าสองแสนหยวน ไม่ต้องมาคุยกัน"
ฝ่ายหญิงรัวคำถามใส่จนเจียงจื่อโม่เอ๋อไปชั่วขณะ
นี่เพิ่งเจอกันครั้งแรกชัดๆ ทำไมทำท่าเหมือนเขาไปติดหนี้เธอแปดล้าน แล้วทำไมต้องเหวี่ยงวีนขนาดนี้?
เจียงจื่อโม่: "เอ่อ... เจอกันครั้งแรก เราควรเริ่มจากแนะนำตัวกันก่อนดีมั้ยครับ?"
"เรามานัดบอดเพื่อแต่งงาน ถ้าไม่เคลียร์เรื่องพวกนี้ก่อน จะคุยต่อทำไม? เสียเวลาเปล่าๆ อย่าคิดว่าแค่หน้าตาดีแล้วจะข้ามเงื่อนไขพวกนี้ไปได้นะ"
"ถ้าคุณทัศนคติแบบนี้ ผมว่าเราคงไม่ต้องคุยกันต่อแล้วล่ะครับ ลาก่อน"
สีหน้าเจียงจื่อโม่เย็นชายิ่งกว่าเดิม พูดจบเขาก็ลุกเดินหนีทันที
แค่นัดบอดสองรายก็ทำเอาเขาเพลียทั้งกายทั้งใจ
เมื่อก่อนเขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่โดนพ่อแม่กดดันให้แต่งงานถึงได้สติแตก ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว
และในขณะที่เขาคิดว่าคงจะเจอแต่คนประหลาดๆ คนที่สามกลับทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง
คนที่สามไม่ใช่คนอื่นคนไกล กลับเป็นคนคุ้นเคย
"จางจื่อเมิ่ง..."
วินาทีที่ก้าวเข้าไปในห้องอาหาร เจียงจื่อโม่รู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง
เพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนกลายมาเป็นคู่นัดบอดซะงั้น
ไม่ได้เจอกันนานมาก
จางจื่อเมิ่งตอนนี้ตัดผมสั้น ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
เขาจำได้ว่าเธอไว้ผมยาวสลวยมาตลอด จนได้ฉายา 'นางฟ้าผมยาวดำขลับ'
เธอรักผมยาวของเธอที่สุดไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงตัดล่ะ?
คำถามนี้ผุดขึ้นในหัวทันทีที่เห็นหน้าเธอ
"ไม่ได้เจอกันนานนะ จื่อโม่"
จางจื่อเมิ่งยิ้มหวานทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามา
ท่าทีของเจียงจื่อโม่ดูเก้ๆ กังๆ ยิ่งกว่าสองนัดที่ผ่านมาลิบลับ
สองครั้งก่อนเขายังนิ่งสงบ รักษาความสุภาพไว้ได้แม้จะไม่เต็มใจ
แต่ครั้งนี้ อารมณ์ส่วนตัวปะปนเข้ามาเต็มเปี่ยม
เจียงจื่อโม่: "อืม ไม่เจอกันนานจริงๆ"