เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: สวีชิงอวิ๋น

บทที่ 22: สวีชิงอวิ๋น

บทที่ 22: สวีชิงอวิ๋น


หลังจากนั้น เจียงจื่อโม่และหวังเสี่ยวลี่ก็เดินออกมาจากภัตตาคารหรู

หวังเสี่ยวลี่เห็นเจียงจื่อโม่ดูใจลอยๆ จึงเอ่ยแซว "ยังคาใจอยู่เหรอว่าผู้ชายที่ยืนข้างๆ แม่หนูนั่นเป็นใคร?"

เจียงจื่อโม่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ "เปล่าครับ พี่หวังคิดมากไปแล้ว ทำไมผมต้องไปคิดเรื่องเธอด้วยล่ะ"

"พอเห็นเธอปุ๊บ ท่าทีเธอก็เปลี่ยนไปปั๊บ แล้วบอกไม่ได้คิดถึงเนี่ยนะ? พวกเธอเป็นแค่เพื่อนธรรมดากันจริงๆ เหรอ?"

"แค่เพื่อนธรรมดาจริงๆ ครับ"

เจียงจื่อโม่ยืนยันเสียงหนักแน่น

"อ๋อ..."

หวังเสี่ยวลี่มองเจียงจื่อโม่ด้วยสายตาที่เหมือนมองทะลุปรุโปร่ง

เธอรู้ดีว่ารุ่นน้องหนุ่มคนนี้เป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ

เห็นๆ อยู่ว่าพอเจอฉากนั้นเข้าไปก็เปลี่ยนไปคนละคน ยังจะมาปากแข็งอีก!

"เอาเถอะ กินข้าวเสร็จแล้ว แยกย้ายกันกลับบ้านดีกว่า"

หวังเสี่ยวลี่โบกมือหัวเราะอย่างเปิดเผย

เจียงจื่อโม่: "..."

หวังเสี่ยวลี่: "เดิมทีพี่กะว่า ถ้าเมื่อกี้ในร้านเธอรับรักพี่ ป่านนี้เราคงเป็นแฟนกัน เดินเล่นกินลมชมวิว หรืออาจจะจองโรงแรมไปแล้ว... แค่กๆ แต่ก็นะ น่าเสียดายที่เธอปฏิเสธ เราก็เลยต้องทางใครทางมัน กลับบ้านใครบ้านมันล่ะนะ"

เจียงจื่อโม่: "..."

"สารภาพรักแล้วนกนี่มันทำตัวไม่ถูกจริงๆ แฮะ ตอนนี้แค่มองหน้าเธอพี่ยังไม่รู้จะพูดอะไรเลย ช่างเถอะ ไปนะเสี่ยวเจียง"

หวังเสี่ยวลี่ตบไหล่เจียงจื่อโม่ เดินผ่านเขาไปโดยไม่หันกลับมามอง

เจียงจื่อโม่ยืนนิ่งอยู่กับที่ครู่หนึ่ง พอจะเดินกลับบ้าน เขาก็เจอสวีชิงหนิงอีกครั้ง

ตอนนี้เธอกับผู้ชายร่างบึ้กคนนั้นกำลังเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อข้างร้านอาหาร

ทั้งสองหอบหิ้วถุงขนมและของใช้จุกจิกพะรุงพะรัง

ทั้งสามคนจ๊ะเอ๋กันพอดี

สวีชิงหนิง: "อ๊ะ? พี่จื่อโม่!"

สวีชิงหนิงเป็นแบบนี้เสมอ พอเห็นเจียงจื่อโม่ทีไรก็ตื่นเต้นดีใจออกนอกหน้าทุกที

ปกติเธอก็ดูเป็นคนเรียบร้อย สง่างาม มีมารยาท แต่พอเจอเจียงจื่อโม่ปุ๊บ กลายเป็นคนคลั่งรักสติหลุดปั๊บ

"พี่จื่อโม่! ไม่เจอกันนาน คิดถึงจังเลยค่า!"

สวีชิงหนิงยัดของทั้งหมดใส่อ้อมแขนชายร่างบึ้กข้างๆ แล้ววิ่งถลาเข้ามาหาเจียงจื่อโม่

เจียงจื่อโม่มองเธอแวบหนึ่ง แล้วเลื่อนสายตาไปมองชายร่างยักษ์คนนั้น

พูดตามตรง ผู้ชายคนนี้ดูออกเลยว่าเข้ายิมบ่อย

หุ่นล่ำบึ้ก อายุอานามน่าจะราวๆ 30 ปี

เจียงจื่อโม่ว่าตัวเองสูงแล้ว แต่ผู้ชายคนนี้ดูน่าจะสูงสัก 189 เซนฯ ได้มั้ง!!

เห็นเจียงจื่อโม่จ้องคนข้างหลังเขม็ง สวีชิงหนิงจึงรีบอธิบาย "อ๋อ นั่นพี่ชายฉันเองค่ะ"

"พี่ชาย?"

เจียงจื่อโม่นึกในใจ ก็ปกติเธอเรียกฉันว่าพี่จื่อโม่ตลอดไม่ใช่เหรอ? ตกลงเธอมีพี่ชายกี่คนกันแน่?

"สวัสดีครับ!"

เสียงของผู้ชายคนนั้นทุ้มต่ำทรงพลัง รอยยิ้มเจิดจ้า

พูดตามตรง สองคนนี้หน้าตาคล้ายกันจริงๆ นั่นแหละ... "พี่ชายแท้ๆ ของฉันเองค่ะ สวีชิงอวิ๋น"

สวีชิงหนิงแนะนำชายร่างบึ้กข้างๆ อย่างภาคภูมิใจ

พี่ชายของเธอก็ยืดอกรับทันที ท่าทางดูตลกนิดๆ "สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

เจียงจื่อโม่มองสวีชิงหนิง สลับกับมองสวีชิงอวิ๋น

แม้จะเป็นคู่โฉมงามกับอสูร แต่พอดูเครื่องหน้าชัดๆ ก็พบว่ามีความคล้ายคลึงกันบางอย่างซ่อนอยู่

สายเลือดนี่มันน่ามหัศจรรย์จริงๆ

สวีชิงหนิงตบไหล่พี่ชาย "พี่คะ นี่แหละพี่เจียงจื่อโม่ที่ฉันเล่าให้ฟัง—ชายในฝัน, เจ้าชายขี่ม้าขาว, รักแรกพบของฉัน และผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตฉันตอนเด็ก!"

เจียงจื่อโม่: "..."

ยัยคนนี้ยังคงคอนเซปต์ประโยคเดียวขยายความซะยาวเหยียดเหมือนเดิม!

"อ๋อ ฮ่าๆๆๆๆ! คุณเองหรอกรึ"

สวีชิงอวิ๋นหัวเราะร่า แล้ววางมือหนักๆ ลงบนไหล่เจียงจื่อโม่ ตบปุๆ

"งั้นขอแนะนำตัวใหม่ ผมชื่อสวีชิงอวิ๋น ยินดีที่ได้รู้จักครับ น้องเขย!"

"ห๊ะ????"

เจียงจื่อโม่ถึงกับเอ๋อรับประทาน!

ดูท่าสองพี่น้องคู่นี้จะเพี้ยนพอกัน!

แม้แต่ความหน้าหนานี่ก็ถ่ายทอดทางพันธุกรรมด้วยเหรอ?

"ไม่... ผมว่าคุณพี่ชายสวีเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ" เจียงจื่อโม่ค่อยๆ แกะมือชายร่างยักษ์ออกจากไหล่ แล้วจัดสูทให้เรียบร้อย "ผมกับน้องสาวคุณไม่ได้เป็นอะไรกันแบบที่คุณคิดครับ"

สวีชิงอวิ๋น: "ก็น้องสาวผมกรอกหูอยู่ทุกวันว่าคุณหล่อมาก เก่งมาก แล้วก็ชอบคุณมาก ชอบแบบถวายหัวเลยนะ!!!"

เจียงจื่อโม่: "..."

"เพราะงั้น น้องเขย!" สวีชิงอวิ๋นพูดพลางวางมือกลับไปบนไหล่เจียงจื่อโม่ ตีสนิทเก่งเหมือนน้องสาวเปี๊ยบ!

เจียงจื่อโม่: "ไม่... ผมบอกว่า..."

ให้ตายสิ... ทำไมคนบ้านนี้ถึงได้สติไม่เต็มบาทกันสักคนนะ?

"อืม! ดูท่าทางเป็นคนมีความสามารถใช้ได้! ไม่เลวๆ ยัยเลม่อน ตาถึงนะเราเนี่ย"

เลม่อน?

ดูเหมือนพี่ชายจะเรียกน้องสาวว่าเลม่อนเวลาอยู่กันตามลำพัง

เห็นหน้าโหดๆ เหมือนพวกนักเลงหัวไม้ แต่เรียกน้องสาวซะมุ้งมิ้งเชียว

ดูขัดแย้งกันชอบกล

"ว่าแต่ จบอะไรมาครับเนี่ย?"

"ปริญญาโทครับ ปริญญาตรีจบวิทย์คอมฯ ที่ม.จินหลิง ปริญญาโทด้านปัญญาประดิษฐ์..."

พูดยังไม่ทันจบ เจียงจื่อโม่ก็สังเกตเห็นว่าสวีชิงอวิ๋นมองเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาดกว่าเดิม

โดนผู้ชายกล้ามโตจ้องด้วยสายตาหวานเชื่อมแบบนี้ มันขนลุกพิลึก!!!

สวีชิงหนิง: "พี่คะ เห็นมั้ย หนูบอกแล้วว่าเขาเก่ง"

สวีชิงอวิ๋น: "จริงด้วยแฮะ ผมอนุมัติน้องเขยคนนี้"

เฮ้ยๆๆ... เจียงจื่อโม่มุมปากกระตุก ฟังสองพี่น้องเออออห่อหมกกันเอง

"คุณสวีครับ ผมไม่ได้ชอบน้องสาวคุณ และเราก็ไม่ได้เป็นแฟนกัน เพราะงั้นเลิกเรียกผมว่าน้องเขยเถอะครับ"

"โธ่เอ๊ย! ดูทำเข้า คบกับน้องสาวผมไม่เสียหายหรอกน่า น้องผมเป็นถึงดาวมหาลัยเชียวนะ!"

สวีชิงอวิ๋นมนุษยสัมพันธ์ดีเลิศประเสริฐศรี ยิ่งกว่าสวีชิงหนิงซะอีก

พูดไปก็โอบไหล่เจียงจื่อโม่ไป!

แรงแขนนี่มหาศาลชะมัด!!

ถึงเจียงจื่อโม่จะออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ก็สู้แรงพวกบ้าพลังแบบนี้ไม่ได้หรอก

"นี่ ผมบอกว่า..."

"เชื่อผมสิ ผมดูคนแม่น พวกคุณสองคนต้องได้เป็นคู่รักกันชัวร์! กิ่งทองใบหยกชัดๆ! ฮ่าๆๆๆๆ!"

"พี่คะ พูดตรงไปแล้ว หนูก็เขินเป็นนะ~"

สวีชิงหนิงหน้าแดงระเรื่อ โดนพี่ชายตัวเองชงเข้มขนาดนี้ก็ต้องอายเป็นธรรมดา

แม้ในสายตาเจียงจื่อโม่ ทั้งหมดนั่นคือความดัดจริตล้วนๆ ก็เถอะ!

พี่น้องคู่นี้: คนหนึ่งหน้าด้านตีสนิทเก่ง อีกคนก็เจ้าบทบาทชอบเล่นใหญ่

จริงๆ เลย... เจียงจื่อโม่เพิ่งเคยเจอคนประเภทนี้เป็นครั้งแรก

คนประเภทที่ระบบความคิดดูไม่ค่อยปกติเท่าไหร่

ทำไมถึงตีสนิทชาวบ้านเขาได้หน้าตาเฉยขนาดนี้?

มนุษย์ Introvert อย่างพวกเรา เป็นของเล่นให้มนุษย์ Extrovert ปั่นหัวเล่นสินะ?

ยอมใจเลยจริงๆ!!!

จบบทที่ บทที่ 22: สวีชิงอวิ๋น

คัดลอกลิงก์แล้ว