เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: ฉันจะจีบเขา

บทที่ 4: ฉันจะจีบเขา

บทที่ 4: ฉันจะจีบเขา


"โอเค ไม่ล้อเล่นแล้วค่ะ"

สวีชิงหนิงวิ่งเหยาะๆ ถอยกลับไปสองสามก้าว ชี้ไปที่ทางเดินแล้วถาม "ตกลงห้องพี่ห้องไหนคะ?"

เจียงจื่อโม่เดินไปเปิดประตูพลางถาม "ที่บ้านรู้ไหมเนี่ยว่ามานอนบ้านฉัน?"

สวีชิงหนิงส่ายหน้า

เจียงจื่อโม่: "เดี๋ยวต้องโทรบอกพ่อแม่เธอนะ"

พอเปิดประตู ทั้งสองก็เดินตามกันเข้าไป

เจียงจื่อโม่พักอยู่อพาร์ตเมนต์ ปกติอยู่คนเดียว

สวีชิงหนิงเดินเข้าไปกวาดตามองรอบๆ แล้วถามเสียงอ่อนหวาน "พี่จื่อโม่ อยู่คนเดียวเหรอคะ?"

เจียงจื่อโม่: "อืม"

สวีชิงหนิง: "ไม่มีแฟนเหรอ?"

เจียงจื่อโม่: "ถ้ามีแฟน ฉันคงไม่ให้เธอเข้ามาหรอก"

เขาเหลือบมองสวีชิงหนิงอย่างระอาใจ

สวีชิงหนิง: "ทำไมถึงยังไม่หาแฟนล่ะคะ?"

เธอพินิจพิเคราะห์เจียงจื่อโม่

ตอนเป็นวัยรุ่น เจียงจื่อโม่ก็หล่อมากอยู่แล้ว หล่อจนสวีชิงหนิงแอบปลื้มตั้งแต่แรกเห็น

ผ่านไปหลายปี เจียงจื่อโม่ในตอนนี้ยิ่งหล่อเหลาคมคายขึ้นไปอีก รูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกดีเยี่ยม

ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร ทุกสัดส่วนบนใบหน้ากระแทกใจสวีชิงหนิงอย่างจัง

พูดง่ายๆ คือ ตอนนี้สวีชิงหนิงกำลังหลงเจียงจื่อโม่จนโงหัวไม่ขึ้น!

เจียงจื่อโม่รู้สึกอึดอัดที่โดนจ้องมอง จึงขมวดคิ้วมุ่น "ดึกแล้ว รีบไปนอนเถอะ จะจ้องอะไรนักหนา?"

สวีชิงหนิง: "ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ก็ต้องมองให้หายคิดถึงสิคะ หลายปีมานี้พี่ไม่เคยถามถึงฉันบ้างเลยเหรอ?"

เจียงจื่อโม่: "...ทำไมฉันต้องถามถึงเธอด้วย?"

ยัยนี่พูดเรื่องอะไร?

ถ้าวันนี้ไม่เจอเธอ เขาคงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยช่วยเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไว้

สวีชิงหนิง: "อ้อ ก็จริง ปกติคนถูกช่วยต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามไถ่ ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยแอบถามเรื่องพี่จากแม่เหมือนกัน"

"ถามอะไร?" เจียงจื่อโม่รินน้ำสองแก้ววางบนโต๊ะรับแขก เป็นการต้อนรับตามมารยาท

สวีชิงหนิง: "ก็ถามเรื่องทั่วไปแหละค่ะ ว่าพี่อยู่ที่ไหน ทำงานอะไร แต่เรื่องอื่นเจาะลึกไม่ได้ อย่างเช่น... เรื่องนั้น"

เจียงจื่อโม่: "?"

สวีชิงหนิงทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเอง ทิ้งตัวลงนั่งข้างเจียงจื่อโม่ จังหวะที่นั่งลง ไหล่ของเธอชนกับเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ เจียงจื่อโม่ขยับหนีตามสัญชาตญาณ

สวีชิงหนิงมองเจียงจื่อโม่ที่ขยับไปนั่งซะไกลอย่างอึดอัดใจ "ตัวฉันมีหนามเหรอคะ? ทำไมต้องหนีไปนั่งไกลขนาดนั้น?"

เจียงจื่อโม่: "..."

เขาไม่ตอบ ได้แต่จ้องไปข้างหน้าแล้วยกน้ำขึ้นดื่มเงียบๆ

ในมุมมองของเจียงจื่อโม่ เขาแค่รักษาระยะห่างที่เหมาะสมกับเด็กสาวรุ่นน้องเท่านั้น

สวีชิงหนิงใช้สองมือประคองแก้วน้ำ เป่าเบาๆ "หลายปีมานี้ฉันซาบซึ้งใจพี่มากนะ ไม่เคยลืมพี่ชายที่ช่วยชีวิตฉันไว้เลย ไม่นึกว่าพี่จะมาอยู่จินหลิง"

เจียงจื่อโม่: "ฉันสอบติดมหาวิทยาลัยที่นี่ จบตรีแล้วก็ต่อโท ตอนนี้ทำงานได้สองปีแล้ว"

สวีชิงหนิง: "อ้อ~"

พูดจบไม่ถึงสามวินาที เธอก็ขยับตัวพร้อมแก้วน้ำเข้าไปใกล้เจียงจื่อโม่

เจียงจื่อโม่มองเธอด้วยสายตาเอือมระอา

สวีชิงหนิงบังเอิญสบตาเขาเข้าพอดี รีบตีหน้าเศร้าทันที

แม้ว่า 80% จะเป็นการแสดงก็เถอะ... "ทำไมมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นล่ะคะ?"

"ฉันอุตส่าห์รักษาระยะห่างฉันมิตรแล้วนะ แต่เธอก็ยังพยายามขยับเข้ามาใกล้"

"ก็ฉันไม่อยากเป็นแค่เพื่อนกับพี่นี่คะ"

"หือ?"

"ฉันไม่อยากเป็นแค่เพื่อนกับพี่"

สวีชิงหนิงย้ำคำเดิมด้วยสีหน้าจริงจัง

เจียงจื่อโม่: "แล้วจะให้เป็นอะไร? ถ้าไม่ใช่เพื่อน เธอจะทำอะไร?"

เจียงจื่อโม่จนปัญญา ไม่ค่อยเข้าใจความคิดเด็กสมัยนี้เท่าไหร่

สวีชิงหนิงวางแก้วน้ำลง หันหน้าหาเจียงจื่อโม่ แล้วค่อยๆ คลี่ยิ้ม "ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าฉันซาบซึ้งใจพี่มาตลอด จำพี่ได้ตั้งแต่เด็กๆ ไม่ได้โกหกนะ"

แม้เธอจะพูดด้วยความจริงใจ แต่เจียงจื่อโม่ก็ยังไม่ค่อยเชื่อ

ถ้าจำได้ตลอด ทำไมถึงไม่เคยติดต่อกันเลย?

เจียงจื่อโม่ดื่มน้ำจนหมดแก้ว มองสวีชิงหนิงด้วยความง่วงงุน "จำฉันได้..."

สวีชิงหนิง: "จริงๆ นะคะ ฉันจำเรื่องตอนเด็กได้แม่น ถึงจะเห็นพี่แค่ตอนนั้น และจำได้แค่หน้าตาตอนนั้น..."

เธอเว้นจังหวะ แล้วชี้ไปที่เจียงจื่อโม่ "แต่ดูจากตอนนี้ พี่ก็ไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่ ยังหล่อเหมือนเดิม เป็นคนที่พึ่งพาได้เหมือนเดิม"

เจียงจื่อโม่: "..."

เขานั่งมองรอยยิ้มของสวีชิงหนิงเงียบๆ รอยยิ้มของเธอเหมือนปุยเมฆนุ่มนวล อ่อนโยนและอบอุ่น

สวีชิงหนิงพูดทีเล่นทีจริง "เขาว่ากันว่า บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ ถ้าช่วยชีวิตไว้ ก็ต้องยอมพลีกายตอบแทน"

ได้ยินดังนั้น เจียงจื่อโม่ก็คิดว่าเด็กก็คือเด็ก พูดจาเพ้อเจ้อไปเรื่อย

เขาแค่นหัวเราะแล้วพูดต่อ "นี่มันยุคไหนแล้ว อีกอย่างฉันก็แค่ทำตามหน้าที่พลเมืองดี"

พูดจบเขาก็รินน้ำอีกแก้ว

"งั้น พี่จื่อโม่คะ ช่วยฉันอีกสักเรื่องได้ไหม?"

"ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็จะช่วย" เจียงจื่อโม่ตอบเสียงเรียบ

"พรุ่งนี้ไปเดตกับฉันหน่อยสิคะ"

"พรู๊ดดด"

ความตกใจทำให้เจียงจื่อโม่พ่นน้ำออกมา

"ห๊ะ?" เขาเช็ดปากพลางมองสวีชิงหนิงอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง "เมื่อกี้เธอว่าไงนะ?"

สีหน้าของสวีชิงหนิงยังคงนิ่งสงบและอ่อนโยน "พรุ่งนี้ไปเดตกับฉันหน่อยค่ะ"

เจียงจื่อโม่ตามความคิดของสวีชิงหนิงไม่ทันจริงๆ

"สมองเธอคิดอะไรอยู่เนี่ย????"

"ไม่ได้คิดอะไรค่ะ เอาจริง ฉันไม่เคยเดตมาก่อน เลยอยากลองดูสักครั้ง"

"ฉันว่าสมองเธอมีปัญหาแล้วล่ะ ควรพักผ่อนทำจิตใจให้สงบนะ"

เจียงจื่อโต้วางแก้วน้ำ ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นทิพย์ตามตัว "พูดจาไร้สาระอะไรของเธอ?"

เขาไม่มีความรู้สึกใดๆ กับคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

ดังนั้นพอเธอพูดแบบนั้น เจียงจื่อโม่จึงคิดว่าเธอเป็นบ้า

ผู้ชายคนนี้ไม่มีความคิดเรื่องความรักอยู่ในหัวเลยสักนิด

"คืนนี้เธอนอนห้องนั้น พรุ่งนี้เช้าฉันไปทำงาน เธอค่อยออกไปพร้อมฉัน"

สั่งเสร็จ เจียงจื่อโม่ก็เดินกลับเข้าห้องนอน ทิ้งให้สวีชิงหนิงนั่งอยู่กลางห้องรับแขกเพียงลำพัง

เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อนออก

"เขาไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองกับฉันเลยแฮะ"

"เพิ่งเคยเจอคนแบบนี้เป็นครั้งแรก"

สวีชิงหนิงเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัย เคยติดอันดับหนึ่งในการโหวตสาวงามแห่งมหาวิทยาลัยจินหลิงมาหลายสมัย

เธอสวย รวย ชาติตระกูลดี มาตรฐานการเลือกคู่ครองจึงสูงลิบลิ่ว

เพราะยังไม่เจอคนที่ใช่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอจึงไม่เคยคบใคร

แม้บางครั้งจะอิจฉาคู่รักคนอื่นบ้าง แต่เธอก็ไม่คิดจะคบใครมั่วซั่วแก้เหงา

คติประจำใจ "ไม่มีดีกว่ามีแล้วแย่" นี่แหละตัวเธอเลย

แต่ก็เป็นไปได้ว่า ลึกๆ แล้วเธออาจจะรอเจียงจื่อโม่มาตลอด

เธอรู้สึกว่า ถ้าไม่เจอคนดีมีคุณธรรมเหมือนเจียงจื่อโม่ เธอก็คงไม่คบใคร

ไม่นึกเลยว่าพอได้กลับมาเจอเจียงจื่อโม่ในอีกหลายปีให้หลัง หน้าตาเขาก็ดันตรงสเปกเธอเป๊ะ!

เอาล่ะ ความอยากมีแฟนของเธอพุ่งทะลุปรอทแล้ว!

ถึงจะแก่กว่าห้าปี แถมยังเย็นชาไปหน่อยก็เถอะ

ตราบใดที่เธอลงมือจีบ ไม่มีใครที่เธอคว้ามาไม่ได้หรอก!

จบบทที่ บทที่ 4: ฉันจะจีบเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว