เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 เกมที่ทำเงินได้สูงที่สุด (รีไรท์)

ตอนที่ 8 เกมที่ทำเงินได้สูงที่สุด (รีไรท์)

ตอนที่ 8 เกมที่ทำเงินได้สูงที่สุด (รีไรท์)


หลังจากขายไปได้กว่า 150,000 แผ่นวิลเลียมก็ไม่ได้ผลิตแผ่นเกมอีกแล้ว เพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าราคา 6 ปอนด์ต่อแผ่นนั้นมันถูกเกินไป หลายๆ คนในมหาวิทยาลัยเอาไปอัพราคาเป็นแผ่นละ 10 ปอนด์แม้ว่าจำนวนที่ขายได้จะไม่มากแต่ก็มีคนทำไม่น้อยอยู่เหมือนกัน ..

เท่าที่วิลเลียมพอนับได้รวมๆ ก็เสียหายกว่าหลายแสนปอนด์ แต่เขาไม่ทางเลือกอื่น สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือการทำให้เกมมันดังให้เยอะที่สุด เพราะถ้าเกิดเขาขายในราคา 10 ปอนด์ต่อแผ่น แล้วเขายังสามารถขายได้สัก 50,000 ก็อปปี้ก็ต้องขอบคุณพระเจ้าแล้วล่ะ

ยอดขายเกมในลอนดอนพุ่งกระฉูดกระจุยกระจาย ทั้งยอดขายและบทวิจารณ์เชิงบวก ดึงดูดเอาเหล่าบริษัทเกมใหญ่ๆ มีทั้งตัวแทนขายเกมและซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ว่าจะเป็น EA และ Ubisoft และแม้แต่ Beststar ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญขายเกมดีวีดีและเกมคอมพิวเตอร์ในสหรัฐอเมริกามาที่นี่ไม่น้อย กำไรที่ลดลงไปหลายแสนปอนด์ก็คิดไปซะว่าเป็นทุนให้พวกรุ่นพี่หลายร้อยคนจากมหาวิทยาลัยลอนดอนที่อุตส่าห์มาขายเกมให้เขา และเป็นค่าโฆษณาเพื่อดึงดูดบริษัทใหญ่ๆ เหล่านั้นด้วย

วิลเลียมถูกบริษัทเหล่านี้ทาบทามมาเมื่อไม่กี่วันก่อน บอกว่าพวกเขาต้องการเจรจากับตัวแทนไม่ก็อยากซื้อลิขสิทธิ์เกม ดังนั้นเขาเลยเดินทางไปหาบริษัทกฎหมายชั้นนำบางแห่งในลอนดอน

แล้วก็ได้เจอกับแอนโธนีหุ้นส่วนระดับอาวุโสของบริษัทกฎหมายยูเอลิดา ซึ่งวิลเลียมจะต้องจ่ายเงิน 1,000 ปอนด์ต่อชั่วโมงเพื่อจ้างผู้ชายคนนี้ ซึ่งในการเจรจาธุรกิจแบบนี้ไม่สามารถทำได้ภายในสองสามวัน

แม่มเอ๊ย งั้นเขาต้องจ่ายให้นายแอนโธนีคนนี้ไปอีกหลายหมื่นปอนด์เลย แต่โชคดีที่วิลเลียมกับบริษัทกฎหมายยูเอลิดาเซ็นสัญญาคิดค่าบริการรายชั่วโมงหากเป็นสัญญาแบ่งปันเขาก็ไม่รู้ว่าต้องจ่ายให้บริษัทกฎหมายยูเอลิดาไปอีกเท่าไหร่

วิลเลียมจองห้องประชุมในโรงแรมลอนดอนฮิลตัน ตั้งแต่ 8 โมงเช้า แล้วเขาก็ได้เจอตัวแอนโธนีแห่งบริษัทกฎหมายยูเอลิดา

ก่อนจะเริ่มประชุมวิลเลียมจับมือทักทายด้วยรอยยิ้มแอนโธนี : "อรุณสวัสดิ์ครับคุณแอนโธนี ตอนนี้ 8 โมงแล้วคุณจะคิดเงินเลยหรือเปล่าครับ? "

แอนโธนีรู้ว่าวิลเลียมแค่หยอกเล่น : "อรุณสวัสดิ์ครับคุณเดวอนเชอร์ถ้าคุณคิดว่าการเริ่มต้นการเรียกเก็บเงินภายในสิบนาทีจะทำให้คุณมีความสุข งั้นเราจะเริ่มนับเวลากันตั้งแต่ 8:10 น. ทางผมก็ไม่รังเกียจนะครับ"

"ฮ่าๆ ฮามากครับคุณแอนโธนี ผมชอบนะ โอเคมาเข้าเรื่องกัน ผมอยากให้คุณช่วยผมแก้ปัญหาทางกฎหมายทั้งหมด โอเคไหมครับ? "

"แน่นอนว่าไม่มีปัญหาครับคุณเดวอนเชอร์ เราจะทำกันแบบนี้นะครับ ผมรับประกันว่าทางคุณจะไม่มีปัญหากับสัญญาที่บริษัทกฎหมายเราจัดการ นี่ถือเป็นหลักประกันความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่นของเรายูนิลิดา" แอนโธนีกล่าวเพิ่มความเชื่อมั่นกับวิลเลียม

วิลเลียมพยักหน้าเห็นด้วยนี่แหละเหตุผลที่เขาเชิญทีมกฏหมายของทางยูเอลิดามา "โอเคครับ ผมยังคงเชื่อมั่นกับพวกคุณยูเอลิดาอยู่ ในฐานะหนึ่งในสามสำนักงานกฎหมายรายใหญ่แห่งอังกฤษ ความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือของพวกคุณไม่ต้องสงสัยเลย เพราะงั้นนะครับแอนโธนีมาเริ่มกันเลยดีกว่า วันนี้ผมยุ่งมาก”

วิลเลียมจับมือทักทายกับทีมกฏหมายทั้งสี่คนของแอนโธนี สำหรับเงิน 1,000 ปอนด์ต่อชั่วโมงกับทีมกฏหมายที่ดีที่สุดในลอนดอน วิลเลียมก็ไม่ได้คิดจริงหรอกว่ามันแพงเกินไป เพราะหากมีอะไรผิดพลาดเพราะไปจ้างทีมกฏหมายที่ไม่เป็นมืออาชีพพอ แค่ร้องไห้คงไม่พอ

แน่นอนว่ามีแต่ทนายความเท่านั้นที่สามารถทำเงินได้มากมายในฐานะทีมกฏหมายแบบนี้ได้ รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายหลายพันปอนด์ต่อเดือนในการจับมือกับทนายความ

พอเวลาดำเนินไปจนถึง 9 โมง บริษัทใหญ่ๆ หลายแห่งเช่น EA, Ubisoft, Beststar และบริษัทเกมอื่นๆ ก็มากันตรงเวลา

หลังจากที่ทุกคนได้ที่นั่งตามตำแหน่งที่ต้องการแล้ว วิลเลียมก็ไม่รีรออีกต่อไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณภาพและยอดขายของเกมรวมถึงผลประโยชน์ที่จะได้ของบริษัทเกม ตัวแทนเหล่านี้เองก็ไม่สนใจไม่ว่าตัวเกมจะดีแค่ไหนก็ตาม

วิลเลียมหยิบไมโครโฟนแล้วเดินไปที่โพเดี่ยมในห้องประชุม พูดขึ้นว่า: "ยินดีต้อนรับท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่าน ผมชื่อวิลเลียม เดวอนเชอร์ ผมเป็นผู้พัฒนาและออกแบบรวมถึงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวของเกม Plants vs. Zombies

เวลาทุกท่านมีค่า ฉะนั้นผมจะไม่ถ่วงเวลาของพวกท่านอีก หลายวันมานี้มีทั้งตัวแทนบริษัทเกมหลายแห่งมาขอพบผม วันนี้เราจึงมารวมตัวกันเพื่อหาข้อสรุป ผมทราบว่าทุกท่านมาที่นี่เพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์เกมไม่ก็ขอเป็นตัวแทนในการจำหน่ายเกม ผมพูดถูกใช่ไหมครับ?"

หลังจากวิลเลียมพูดจบ นักเจรจาของทุกบริษัทก็พยักหน้า แต่ไม่ได้ตอบอะไร ทุกวันนี้บริษัทต่างๆ ที่นั่งอยู่ในที่นี่ล้วนส่งคนมาหาวิลเลียม แต่วิลเลียมไม่เคยแสดงอาการตอบรับใดๆ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับเกมนี้ แต่พวกเขาก็ไม่อยากเป็นถูกวิลเลียมเอาเปรียบเหมือนกัน ก่อนอื่นก็ขอฟังสิ่งที่วิลเลียมต้องการจะพูดเสียหน่อย

วิลเลียมกล่าวต่อไปว่า: "ถ้าอย่างนั้นท่านสุภาพบุรุษฯ ผมจะขอพูดถึงเงื่อนไขต่ำสุดที่ผมสามารถยอมรับได้ก่อนนะครับ หากมีข้อที่ขัดต่อการเกณฑ์ดั่งกล่าว โปรดเงียบเก็บความไม่พอใจไว้ก่อน รอให้ผมพูดจบก่อน"

ทุกคนมองหน้ากันพวกเขาทุกคนในที่นี้ต่างก็เป็นคู่แข่งกัน เกมนี้โด่งดังเป็นพุแตกได้ในเวลาไม่กี่วัน และบริษัทที่สามารถเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ต่างก็มองเกม Plants vs. Zombies ในแง่ดี ตอนนี้ไม่มีใครอยากเป็นนกตัวแรก เลยรอฟังเกี่ยวกับเงื่อนไขของวิลเลียมหากไม่มากเกินไป พวกเขาก็พร้อมจะตกลง

วิลเลียมคิดอย่างมีความสุขว่า ‘ดูเหมือนว่าคนพวกนี้ยังมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับเกม Plants vs. Zombies โดยเฉพาะพวกตัวแทนเกมพวกเขาไม่ได้พวกผู้พัฒนาเกมแต่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเดียว ก็ย่อมแน่นอนว่าคงไม่ต้องการปล่อยเกมดีๆ เช่นนี้ไป’

เมื่อเห็นว่าไม่มีการคัดค้านวิลเลียมก็พยักหน้าและพูดว่า : "ขอบคุณครับ เรามาพูดถึงเอเจนซี่ก่อนราคาเอเจนซี่ที่ผมรับได้คือ 8 ปอนด์ต่อก็อปปี้ 8 ปอนด์ก็ประมาณ 13 ดอลลาร์ผมคิดว่า Plants vs. Zombies สามารถขายได้ในราคา 20 ดอลลาร์สหรัฐ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะใครๆ ต่างก็รู้ว่าราคาเกม EPS ในช่วงปลายปี 80 อยู่ที่ประมาณ 25 ดอลลาร์สหรัฐต่อก็อปปี้ ทุกท่านต่างก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเกมเกือบทุกท่าน คงทราบกันดีว่าที่ผมพูดนั้นถูกต้องหรือไม่ อีกอย่างทุกท่านก็ทราบกันดีว่าราคาต้นทุนเกม 8 ปอนด์ต่อก็อปปี้ก็ถือว่าสมเหตุผลแล้ว หากทุกท่านยอมรับราคา 8 ปอนด์ต่อก็อปปี้ได้เราจะคุยกันต่อ

EA และ Ubisoft ไม่เคยสนพวกตัวแทน แต่พวกเขากังวลว่า บริษัทตัวแทนที่เหลือจะทำกำไรได้ก่อน แล้วสุดท้ายวิลเลียมจะไม่ขายเกมให้พวกเขาอีก แล้วพวกเขาจะมาเพื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่รีบพยักหน้าพลางตอบว่า: "ทางเราไม่มีปัญหาครับ ราคา 8 ปอนด์ต่อก็อปปี้ทางเรารับได้"

เหล่าบริษัทตัวแทนคิดกันอยู่พักหนึ่ง พวกเขาทุกคนที่มาถือเป็นเชี่ยวชาญในการเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายเกม พวกเขาทราบดีว่าวิลเลียมพูดถูกในสหรัฐไม่มีเกมไหนที่ราคาต่ำกว่า 20 ดอลลาร์

ตรองดูแล้วบริษัทเกมต่างๆ ที่มาก็เห็นด้วย ก็ดูที่บริษัทพวกเขาต้องทำสัญญากับบริษัทผู้ผลิตเกมรายอื่นสิเก็บพวกเขาโคตรแพงพวกเขานี่อย่างเกลียดเลย ‘ไอ้พวกนั้นควรไปลงนรกซะ แต่ละเกมโคตรแพง แล้วตอนนี้ฉันก็กำลังจะปล้นตัวแทนพวกนั้นอยู่’

ผู้คนจาก Beststar กับบริษัทผลิตเกมใหญ่ส่วนใหญ่ต่างก็พยักหน้าตอบรับราคา

"ดีมากเลยครับที่ทุกคนสามารถยอมรับราคา 8 ปอนด์ได้ เพราะงั้นทางผมจะขอเสนอเงื่อนไขต่อไปเลยนะครับ

ผมมีซัพพลายเออร์ในการจัดจำหน่ายแผ่นเกมทั่วกรุงลอนดอนอยู่ที่ 150,000 ก็อปปี้ต่อเดือน ซึ่งผมไม่ได้ส่งเองแล้วครับ อย่างที่ทุกท่านน่าจะทราบอยู่แล้ว เพราะนี่คือเหตุผลที่ทำให้ทุกท่านกับผมมาเจอกันได้ ท่านอาจไม่รู้จักหุ้นส่วนคนที่สองของผมคนนี้ แต่ผมคิดว่าพวกท่านควรทราบกันเสียหน่อย"

วิลเลียมว่าแล้วก็หยุดมองไปที่ผู้ที่รับผิดชอบ ห้างคาร์ฟูร์เขาพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม เพราะสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับทีมเครือข่ายขายเกมของพวกเขา

กว่า 20 วันแล้วที่ผมได้เซ็นสัญญาอนุมัติให้ห้างคาร์ฟูร์มหาลัยสำหรับจำหน่ายเสื้อยืดหมวกและของใช้ในชีวิตประจำวันอื่นๆ เขายังต้องเซ็นสัญญาเอาไว้แต่เนิ่นๆ ซึ่งก็ไม่มีปัญหา เขาออกจะยินดีเสียด้วยซ้ำ

ด้วยเหตุนี้เลยมอบอำนาจขายสินค้าลิขสิทธิ์จากเกมให้กับห้างคาร์ฟูร์กว่า 5 เขตเทศมณฑลทั่วกรุงลอนดอนในการผลิตภาพการ์ตูนของ Plants vs. Zombies ซึ่งพวกเขาจะได้รับอนุมัติตลอดช่วง 15 วันนับตั้งแต่เริ่มจำหน่ายของที่ว่ามีการใส่เรื่องราวตัวละครต่างๆ ใน Plants vs. Zombies ไปกว่า 120 ร้านค้าทั่วกรุงลอนดอนแล้วก็กำลังขยายไปกว่า 430,000 แห่งแล้ว

แต่ละร้านก็จะขายได้ประมาณ 3,600 ชิ้นในเวลาแค่ 15 วัน เฉลี่ยต่อวันก็ประมาณ 240 ชิ้น มูลค่าการซื้อขายประมาณ 6.45 ล้านปอนด์เฉลี่ยราคา 15 ปอนด์ต่อชิ้น

พอได้ยินข้อมูลที่วิลเลียมพูดนี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนในห้องประชุมรู้เรื่องนี้ ถ้าไม่นับสมาชิกในครอบครัว

พอได้ยินว่าใน 15 วันขายใน 5 เขตรอบๆ ลอนดอนพวกเขาขายพวกสินค้าลิขสิทธิ์ได้กว่า 6.45 ล้านปอนด์ แล้วหากเป็นตัวเกมล่ะจะสามารถขายได้เท่าไหร่ นี่มันอย่างกับเกิดไฟไหม้ลามทั่วทั้วโลกเลย พวกเขาตื่นเต้นกันใหญ่

พวกสินค้าลิขสิทธิ์พวกนี้ถือเป็นแหล่งเงินหลักของจริง ทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกาเข้มงวดในการตรวจสอบลิขสิทธิ์กันมาก คดีที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์ชัดเจนจะได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง

วิลเลียมรู้ว่าพรุ่งนี้จะมีบริษัทมาหาเขามากกว่านี้อีก

หลังจากที่ทุกคนสงบลงแล้ววิลเลียมก็พูดต่อว่า: "ดังนั้นผมคิดว่ามันคงไม่แปลกหากเกมนี้จะสามารถขายได้ขั้นต่ำ 1 ล้านชุดนี่นับเฉพาะโซนยุโรปนะครับ อันที่จริงผมคิดว่าน่าจะขายได้เกิน 3 ล้านชุดในหนึ่งปีหรือสองปีด้วยซ้ำ ในเมื่อเกมมันดังเสียขนาดนี้"

ตอนนี้การแสดงออกของทุกคนที่นี้เริ่มดูซีเรียสหนัก พวกเขาไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับค่าประมาณในใจ ก็มีอีกสองสามคนที่คาดการณ์มากกว่านี้เล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่คิดว่ามันน่าจะขายได้หลายแสนชุดเท่านั้น

เพราะต่อให้มีเกมดีๆ มากมายในปี 2000 ก็ยังไม่เคยมีเกมอย่าง Plants vs. Zombies ที่สามารถทำให้ทั้งผู้สูงอายุ เด็กและผู้ใหญ่สนใจเกมแบบนี้ได้ ต้องเข้าใจด้วยว่าในโลกเดิมของวิลเลียมมีการดาวน์โหลดเกม Plants vs. Zombies มากกว่า 25 ล้านครั้ง

วิลเลียมกล่าวต่อไปว่า: "นับแค่สหรัฐก็สามารถขายได้ประมาณ 2 ล้านชุด เพราะฉะนั้นกับประเทศอื่นๆ รวมๆ กันก็สามารถประมาณการณ์ไว้ที่ 2 ล้านชุดภายในปีเดียว

ท่านสุภาพบุรุษครับ โปรดคำนึงด้วยว่าเกมที่สามารถขายได้มากกว่า 7 ล้านชุดขึ้นไปดูสิ มูลค่าการตลาดของเกมนี้สร้างความมั่งคั่งให้ทุกท่านได้มากมายแค่ไหนกัน"

"เชี่ย นี่จะมันแค่สร้างความมั่งคั่งให้กับคุณเท่านั้นแหละ" ทุกคนแหกปากลั่นในใจ

========================

เพจแปล ถ้าเช่นนั้นข้าขอลา

จบบทที่ ตอนที่ 8 เกมที่ทำเงินได้สูงที่สุด (รีไรท์)

คัดลอกลิงก์แล้ว